หนุ่มขับกระบะเสียหลัก แหกโค้งหมุนขึ้นฟุตปาธ พุ่งชนป้ายรถเมล์พังยับ

หนุ่มขับกระบะเสียหลัก แหกโค้งหมุนขึ้นฟุตปาธ พุ่งชนป้ายรถเมล์พังยับ

เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 21 ก.ย. ร.ต.ท.พิเชฐศักดิ์ ปิยรัตินสถิตย์ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนป้ายรถเมล์พังเสียหาย บริเวณถนนรามอินทรา ขาออก แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานรถยกและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนรามอินทรา ใกล้วงเวียนบางเขน พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ฒข 8240 กทม. สภาพข้างรถด้านขวาพังเสียหาย ยางล้อหน้าขวาแตก ลักษณะรถพุ่งปีนขึ้นฟุตปาธชนฟาดกับป้ายรถเมล์พังเสียหายยับเยิน โดยมีนายเอกวุฒิ เอี่ยมจิตต์ อายุ 23 ปี พนักงานโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่นเป็นคนขับรถยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

นายเอกวุฒิ ให้การว่า ตนขับรถคันไปหาเพื่อนย่านสะพานใหม่ ระหว่างที่ขับรถกลับไปส่งเพื่อนอีกคน ย่านลาดปลาเค้า โดยใช้เส้นถนนรามอินทรา เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถเสียหลักหมุนปีนขี้นฟุตปาธ ก่อนพุ่งชนกับป้ายรถเมล์ ส่วนตนเองและเพื่อนที่นั่งมาด้วยปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

ทำกับข้าวไว้รอกินด้วยกัน! แฟนสาวช็อก ผจก.หนุ่มซิ่งเก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลนคว่ำดับ

แฟนสาวสุดช็อก ผจก.หนุ่ม ซิ่งเก๋ง กลับบ้านรถเสียหลักพุ่งข้ามเลนคว่ำ ร่างกระเด็นเสียชีวิตคาที่ เผยสุดเศร้าเตรียมทำกับข้าวมื้อเย็นไว้กินด้วยกัน ก่อนมาทราบข่าวสลด ระบุเคยเตือนแล้วว่าอย่าขับรถเร็ว

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ร.ต.อ.สมาน พรหมประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ บนถนนสายเลี่ยงเมืองสี่แยกอินโดจีนก่อนถึงโรงงานผลิตม้วน EPE โฟมหรือโฟมกันรอยคุณภาพดีรายใหญ่แยกสกัดน้ำมัน พื้นที่ ม.6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ทะเบียน กพ305 พิษณุโลก สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้า กระจกแตกละเอียด เสียหายพังยับเยินไปทั้งคัน ห่างกันพบศพ นายจักรกฤษณ์ วงษ์เพิก อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/22 ม.1 ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ เลือดไหลนองทั่วพื้น เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างส่งนิติเวชโรงพยาบาลวังทอง

ต่อมา น.ส.สายฝน จั่นหนู แฟนสาวของผู้เสียชีวิต พร้อมกับเพื่อนๆ ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ถึงกับร่ำไห้กอดกันด้วยความโศกเศร้าเสียใจ พร้อมให้การกับตำรวจว่า นายจักรกฤษณ์ทำงานเป็น ผู้จัดการฝ่ายงานบริการโชว์รูมฟอร์ดสองแคว สาขาบึงราชนก ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากเลิกงานกำลังจะขับรถกลับบ้านพักที่หมู่บ้านเอื้ออาทรบึงพระ แต่คาดว่า น่าจะขับมาด้วยความเร็ว จึงทำให้รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ก่อนจะพุ่งข้ามเลนอีกฝั่งหนึ่งจนร่างกระเด็นออกมานอกตัวรถเสียชีวิตดังกล่าว

แฟนสาว กล่าวด้วยความเศร้าโศกว่า ตนเคยเตือนแฟนหนุ่มว่าให้ขับรถอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นคนชอบแต่งรถและชอบขับรถเร็ว โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนได้เตรียมทำกับข้าวไว้รอเพื่อจะกินด้วยกัน แต่ไม่คาดคิดว่าแฟนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

‘เสี่ยลภ’ เปิดปากแล้วยิง ‘น้องเนิส’ ตายคาเก๋ง วงจรปิดจับภาพขับกระบะไล่กวด

‘เสี่ยลภ’ โทรหาแม่เปิดปากแล้วยิง น้องเนิส ตายคาเก๋ง บอกจะเข้ามอบตัว ตร.ปิดล้อมบ้านพัก วงจรปิดจับภาพนาทีขับกระบะยกสูงไล่ตามเก๋งฮอนด้าซิตี้ ของผู้ตาย

จากกรณีเกิดเหตุพบศพ น.ส.นภธร กนกเกษมโสภณ อายุ 23 ปี สวมกางเกงขาสั้น นอนศีรษะเอียงไปทางเบาะนั่งข้างขับ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนตามร่างกาย เสียชีวิตภายในรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ ป้ายทะเบียนแดง โดยที่หน้าต่างด้านซ้ายคนขับมีรูกระสุนทะลุ 1 รู และที่ขอบประตูด้านผู้โดยสารด้านล่างมีรูกระสุนทะลุ 1 รู นั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิง น.ส.นภธร หรือเนิร์ส กนกเกษมโสภณ อายุ 24 ปี ชาวนครปฐม เสียชีวิตในรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายแดง เมื่อช่วงเวลา 02.56 น. บริเวณเเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับผลิตกล่องเมล่อนคุณภาพดีรายใหญ่

เผยปมสังหาร น้องเนิส
จากการสืบสวนของฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม และสืบสวนภูธรจังหวัดนครปฐม รวมถึงการสอบพยานบุคคลและพยานแวดล้อม ยืนยันว่าคนร้ายที่ลงมือยิง น.ส.นภธรคือ นายวัลลภ หรือเสี่ยลภ แฟนของ น.ส.นภธรที่คบหากันมากว่า 9 เดือน จากปมหึงหวง

แหล่งข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม เข้าตรวจแวดล้อมบ้านหลังหนึ่งใน ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตามทะเบียนบ้านที่อยู่ของนายวัลลภ พบแม่ของนายวัลลภออกมาพบ และนำเข้าตรวจหา อย่างไรก็ตาม แม่ของนายวัลลภระบุว่า ลูกชายไม่ได้กลับมา แต่โทรศัพท์มาบอกว่า “ผมได้ยิงเนิสตายแล้ว จะเข้ามอบตัว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.เมืองนครปฐม พนักงานสอบสวนได้เร่งสอบพยานบุคคลที่เป็นเพื่อนสนิท และนาย ต. ที่นายวัลลภเข้าใจผิดว่านาย ต. เป็นกิ๊กกับ น.ส.นภธร ซึ่งพยานทั้งหมดให้ถ้อยคำยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้คือนายวัลลภ ห้วยหงษ์ทอง โดยกล้องวงจรปิดพบว่า รถกระบะแบบสูงขับไล่รถเก๋งสีขาวของน.ส.นภธรมาตลอดทาง และเร่งเครื่องแซงตอนเวลา 02.52 น.

ครูสาวเล่านาทีชีวิต! สวมหัวใจสิงห์ สู้โจรหื่นบุกขืนใจ นานถึง 6 นาที ก่อนแกล้งตาย

จากกรณี น.ส.ดี (นามสมมุติ) ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูกในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถูกคนร้ายบุกพังประตูบ้านเข้าไปในบ้านหวังจะข่มขืน แต่ครูได้ต่อสู้ขัดขืนจนถูกต่อยท้องถึง 3 ครั้ง จากนั้นใช้ท่อนแขนกดหน้าอกแล้วใช้มือปิดปากพยายามขืนใจ กระทั่ง น.ส.ดี แกล้งตาย คนร้ายตกใจจึงรีบหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 10 ก.ย. ได้มีเพื่อนครู และลูกศิษย์ของ น.ส.ดี เดินทางมาให้กำลังใจที่บ้านพักใน ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นจำนวนมาก หลังได้รับทราบข่าวที่เกิดขึ้นกับครู โดย น.ส.ดี เล่าเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงคนร้ายงัดประตูเหล็ก จึงได้แอบอยู่ที่หน้าต่างห้องนอน ซึ่งอยู่ติดกับประตูเหล็ก และเห็นคนร้ายรูปร่างสูงใหญ่ สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า สวมถุงมือ เดินย่องมาใต้หน้าต่างห้องนอน จากนั้นคนร้ายได้งัดประตูหน้าบ้านเข้ามาในบ้าน และงัดประตูห้องนอนเข้ามาในห้องนอนที่ตนนอนอยู่

น.ส.ดี กล่าวต่อว่า เมื่อคนร้ายงัดเข้ามาในห้องนอนแล้ว ก็พุ่งเข้ามาหาตน จึงเกิดการต่อสู้กัน โดยตนได้ใช้นิ้วมือทั้ง 2 ข้างดึงเข้าไปที่ช่องไหปลาร้าของคนร้าย พร้อมทั้งกัดนิ้วมือของคนร้าย แต่กลับถูกบีบคอปิดปากปิดจมูกจนล้มลงไปบนที่นอน หลังจานั้นคนร้ายได้ใช้กำปั้นชกที่ท้องหลายครั้ง ทำให้ตนถึงกับอ่อนแรง ซึ่งตนสู้กับคนร้ายนานถึง 6 นาที กระทั่งเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงได้ตั้งสติและแกล้งทำเป็นว่าสิ้นลมหายใจ เมื่อคนร้ายคิดว่าตนตายจึงรีบวิ่งหนีออกไปจากบ้าน จากนั้นตนจึงได้นำเอาโทรศัพท์ เข้าไปในห้องน้ำและล็อคประตูไว้ ก่อนโทรไปบอกน้องชายซึ่งมีบ้านอยู่ตรงข้ามกันให้ทราบเหตุ และแจ้งให้เพื่อนที่เป็นตำรวจ สภ.โดนเอาว์ ทราบเรื่อง เพื่อให้มาช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.นัทธวัฒน์ ศิลปศาสตร์ รอง สว.สส.ภ.3 พร้อมกำลังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาร่องรอยเบาะแสของคนร้าย โดยตรวจสอบรอบบริเวณบ้านและกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ 4 ตัวภายในบ้าน แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบเบาะแสรูปภาพของคนร้ายแต่อย่างใด ส่วนรอบบริเวณบ้านพบร่องรอยว่า คนร้ายปีนรั้วบ้านเข้ามาทางด้านทิศใต้ของบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นคนในพื้นที่ทำให้รู้ข้อมูลในบ้านของผู้เสียหายเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ได้เก็บข้อมูลเบาะแสทั้งหมดไว้เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป