ทนายเตือน! สาวฟิสิกส์ ก่อนพูดเรื่องแรงเสียดทาน มารู้จักโทษอาญา ด่าคนตอแหล

จากกรณี สาวฟิสิกส์ ที่มีลักษณะอาการมึนเมา เปิดประตูรถไม่ทันระวัง ทำให้หนุ่มพนักงานร้านจำหน่ายซองกันกระแทก ซองเอกสารกันกระแทกราคาปลีก-ส่งผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ขับตามมาด้านหลังชนเข้าอย่างจังได้รับบาดเจ็บ จากนั้น สาวรายนี้ได้อ้างว่าเรียนฟิสิกส์ รู้แรงเสียดทาน ไปยืนด่าคนเจ็บว่า ตอแหล อย่ามาแอ็คติงแสดงละคร จนกลายเป็นคลิปไวรัลกระหึ่ม โซเชียล

ทำให้ ทนาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ลงในเพจ ทนายคู่ใจ ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า เปิดประตูไปชนเขา แล้วยังมาด่าเขาอีกว่า “ตอแหล” และอ้างเรียนฟิสิกส์มา แรงเสียดทานนิดเดียว ทำไม่ต้องนอนเจ็บขนาดนี้ ไม่รู้หรอกนะว่าจะเก่งฟิสิกส์ หรือเก่งวิชาการด้านไหนมา ในเมื่อทำให้เขาได้รับบาดเจ็บก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ไปด่าเขาอีกว่าตอแหล แบบนี้ควรเห็นใจไหม

เพราะตาม ป.อาญามาตรา 393 การดูหมิ่นซึ่งหน้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8919/2552 การดูหมิ่นผู้อื่น หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยาม สบประมาทผู้ที่ถูกกล่าว หรือทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวอับอายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นแล้ว

เมื่อตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายคำว่า “ตอแหล” ว่า เป็นการด่าคนที่พูดเท็จ ซึ่งมีความหมายในทางเสื่อมเสีย การที่จำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวต่อผู้เสียหายจึงเป็นการด่าผู้เสียหาย เป็นการดูถูกเหยียดหยามและสบประมาทผู้เสียหายว่าเป็นคนพูดเท็จ จึงเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393

ทหารพรานหนุ่ม วัย 27 หึงโหด รัวยิงม่าย 41 ดับสยอง ก่อนลั่นไกเจาะขมับฆ่าตัว

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 9 พ.ย. พ.ต.ต.พรชัย ประพิณ สว.(สอบสวน) สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยกู้ภัยมังกรศรีบุญเรือง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหน้าร้านหนิง หนิง นาฬิกา บริเวณด้านหลังบริษัทผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องที่อยู่ติดบขส.ศรีบุญเรือง หลังรับแจ้งเหตุยิงกัน พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง ทราบชื่อคือ นางลำใย ประวัติ อายุ 41 ปี นอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วรีบนำส่ง ร.พ.ศรีบุญเรือง และส่งต่อไปที่ ร.พ.หนองบัวลำภู แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีบาดแผลถูกยิงที่ท้อง 1 นัด คางทะลุลำคอ 1 นัด และแขนซ้าย 1 นัด

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจที่เกิดเหตุ ได้รับแจ้งมีคนยิงตัวตายที่หน้าบ้านนายอำนวย ประพันธ์พินิจ อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 341/2 หมู่ที่ 13 บ้านสันติสุข ห่างจากจุดเกิดเหตุแรกประมาณ 100 เมตร พบศพ อส.ทพ.วีรพงษ์ ไตรณรงค์ อายุ 27 ปี สังกัดกรมทหารพรานที่ 22 จ.นครราชสีมา สวมกางเกงขาสั้น เสื้อคลุมลายพราง ใช้ปืนพกซีแซด ขนาด 9 ม.ม. ยิงขมับตัวเองเสียชีวิต หน้ารถปิคอัพโตโยต้า ทะเบียน บน 7746 อุดรธานี ที่ไฟหน้ารถด้านซ้ายพบรอยและกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 1 นัด หว่างขาพบปืนที่ก่อเหตุตกอยู่ ใกล้ต้นขาซ้ายพบกระสุนปืนอีก 1 นัด แพทย์เวร และตำรวจวิทยาการเข้าร่วมตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตร พร้อมเก็บหลักฐานต่าง ๆ ทั้งสองจุด

สอบสวน น.ส.ชัญญภัทร บุศบิน อายุ 20 ปี ลูกของนางลำใย เให้การว่า แม่ได้ขับรถปิคอัพสี่ประตู ยี่ห้อฟอร์ด สีทอง ทะเบียน กง 6996 หนองบัวลำภู พาตนและนายวีรพงษ์ มาที่ บขส.ศรีบุญเรือง เพื่อส่งนายวีรพงษ์ แฟนใหม่ของแม่ขึ้นรถทัวร์ไปกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างทางทั้งคู่ทะเลาะกัน เมื่อถึง บขส. ตนก็ลงไปซื้อตั๋ว

น.ส.ชัญญภัทร กล่าวต่อว่า ขณะกำลังเดินกลับมาที่รถก็เห็นทั้งสองคนมีปากเสียง แล้วนายวีรพงษ์ก็ชักปืนมายิงแม่ ตนจึงวิ่งไปบอกคนขายตั๋วช่วยแจ้งเหตุ และเรียกกู้ชีพมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่แม่ก็เสียชีวิต ส่วนสาเหตุคงเป็นเรื่องหึงหวง ซึ่งนายวีรพงษ์คบหากับแม่ได้เพียง 4 เดือนผ่านโซเชี่ยล ก่อนจะเดินทางมาหาแม่ที่บ้าน เจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นกันต่อไป

เจ้านายช็อก! ปลุกคนขับรถ เท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เปิดประตูพบเสียชีวิตแล้ว

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ร.ต.อ.นพ จิ๋วแหยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพนียด รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตที่ในบ้านพักโรงงานรับจัดซื้อเเละนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่น ม.8 ต.พัฒนานิคม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม นคร88 อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักคนงานชั้นเดียว พบศพนายทองใบ ธพตะ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/19 หมู่ที่ 14 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ในสภาพสวมโสร่งสีแดงเพียงตัวเดียว นอนตะแคงซ้ายบนที่นอนตัวแข็งทื่อ จากการชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นไม่พบบาดแผล ไม่มีร่องรอยการต่อสู้และร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง

จากการสอบสวนเจ้าของโรงงานทราบว่า นายทองใบเป็นพนักงานขับรถของโรงงาน ปกติลุงทองใบจะตื่นแต่เช้าก่อนใคร จนเมื่อเวลา 07.00 น. ก็ยังไม่เห็นลุงทองใบตื่น จึงได้ไปเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบจึงได้งัดห้องพบว่าลุงทองใบนอนตายตัวแข็งทื่อแล้ว ปกติลุงทองใบมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เมื่อวานบ่นท้องเสีย ช่วงค่ำยังคุยกันอยู่ แต่ในคืนที่ผ่านมาสภาพอากาศหนาวเย็น อุณภูมิลดลง ลุงทองใบคงเผลอหลับโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อและห่มผ้า จนเป็นเหตุถึงชีวิต

เบื้องต้นร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำร่างลุงทองใบส่ง รพ.เพื่อพิสูจน์สาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนที่จะประสานญาตินำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป