บุกจับ 2 วัยรุ่น ค้ากัญชาผ่านไลน์ ส่งพัสดุบริษัทดัง เผยรายได้นับแสนต่อวัน!

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.งานสายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง ผกก.งานสายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 ร่วมกันจับกุมนายธนบรรณหรือมด นิยม อายุ 20 ปี และนายกิตติเชษฐ์หรือก๊อต แซ่เอีย อายุ 21 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งจำนวน 61.3 กิโลกรัม ใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 11 มม.จำนวน 6 นัด โดยจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 8 หน้าร้านจำหน่าย สายรัดพลาสติก หรือ สายรัดกล่องถนนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก


พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีการซื้อขายยาเสพติดประเภทกัญชา ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยเป็นกลุ่มปิด จากนั้นจะมีการส่งยาเสพติดผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนชื่อดัง เจ้าหน้าที่จึงทำการประสานขนส่งดังกล่าวและเฝ้าดู ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นพบกล่องพัสดุที่ภายในบรรจุกัญชาอัดแท่งจำนวน 25 กล่อง น้ำหนักรวม 37.2 กิโลกรัม และเฝ้าดูพฤติกรรมคนร้าย กระทั่งช่วงบ่ายคนร้ายได้นำพัสดุมาส่ง ภายในมีกัญชาอัดแท่งจำนวน 1.1 กิโลกรัม ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุม ก่อนนำตัวมาตรวจค้นห้องพักเพื่อขยายผล


จากการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 207 ภายในอาคารพีเอ็น คาร์บิน ซอยเชื่อมสัมพันธ์ 6 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก เจ้าหน้าที่พบกัญชาอัดแท่งอีกจำนวน 23 กิโลกรัม รวมทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ 61.3 กิโลกรัม สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำมาแล้ว 2 เดือน โดยสั่งซื้อกัญชาผ่านทางเครือข่ายออนไลน์มาอีกที ในราคากิโลกรัมละ 5,000 บาท และจะมีคนนำของมาทิ้งไว้ให้ จากนั้นพวกตนจะนำมาแพ็กขายต่อให้กับลูกค้าในราคากิโลกรัมละ 7,000 บาท วันหนึ่งจะขายได้ประมาณ 20 กิโลกรัม ส่วนมากเป็นลูกค้าต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเขตภาคใต้ ส่วนใบกระท่อมนำมาต้มกินกันเอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 5 กัญชาเพื่อครอบครองและจำหน่าย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป


เก๋งจะจมน้ำ หนุ่มฮีโร่โดดช่วย คำสั่งเมีย ถ้าเขาไม่รอด ไม่ต้องขึ้นมา

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “นู๋นิล ตัวเล็ก” โพสต์คลิปเหตุการณ์ชาย 4 คนกระโดดลงไปในหนองน้ำ เพื่อช่วยชีวิตคนที่ติดอยู่ในรถเก๋ง ที่ประสบอุบัติเหตุเสียหลักตกลงไปในหนองน้ำด้านหน้าโรงงานผลิตซองกันกระแทก หรือ ซองเอกสารกันกระแทก และใช้ค้อนทุบกระจก ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ลงไปช่วยเหลือคือแฟนหนุ่มของเจ้าของคลิปดังกล่าว

โดยผู้โพสต์ระบุว่า “คำสั่งเมียมึงกระโดดลงน้ำเลยนะถ้าพี่เขาไม่รอดมึงห้ามขึ้นมา แฟนGu เป็นฮีโร่เลย ทุบกระจก” หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลได้แชร์ และเข้ามาชื่นชมผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายเอเซีย41 ม.4 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

นายพิเชฐ วังคีรี อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้ที่ลงไปช่วยและเป็นแฟนของผู้ที่โพสต์คลิป เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. ตนได้พาแม่และแฟนมาเปลี่ยนล้อรถที่ร้านประดับยนต์ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับรถมาทางตรง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีรถกระบะบรรทุกปาล์มเต็มคัน ขับตัดหน้าอย่างกระชั้นชิดทำให้คนขับรถเก๋งหักหลบจนเสียหลักลงไปในหนองน้ำ

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์เป็นชาย 3 คน ลงไปช่วยก่อน จากนั้นแฟนและแม่ของตน ได้สั่งให้รีบลงไปช่วยคนที่ติดอยู่ในรถซึ่งเป็นชายสองคน ที่อยู่ในอาการตื่นตกใจ โดยพยายามที่จะเปิดประตูออกมาจากรถแต่ไม่สามารถเปิดได้ จึงได้ใช้ค้อนทุบกระจกรถเพื่อช่วยผู้ที่ติดอยู่ในรถทั้งสองคนออกมาได้อย่างปลอดภัย

หนุ่มเกือบตายวันเกิด กระสุนปลิวตกถากแขนเลือดสาด คิดว่าก้อนหิน รู้ความจริงวงแตก

วันที่ 14 ธ.ค. ร.ต.อ.นที ศิริทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีเหตุกระสุนปืนตกใส่บ้าน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 6 ต.สามโก้ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง เจ้าของกิจการร้านจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลท จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโก้

ที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนน บริเวณหน้าบ้านได้มีการตั้งโต๊ะกินเลี้ยงฉลองกันอยู่หลายคน ยพบ นายณัฐพล มีสง่า อายุ 23 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วยความตกใจ พร้อมชี้ให้ดูกระสุนปืนขนาด .38 ที่ร่วงอยู่ที่พื้นจำนวน 1 นัด และชี้ให้ดูบาดแผลที่บริเวณแขนด้านซ้ายที่มีรอยลูกปืนถากจนเป็นแผลได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถามนายณัฐพล กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเกิดของตน ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งกินฉลองวันเกิดตัวเองครบ 23 ปี อยู่กับเพื่อนๆ และญาติของภรรยาที่บ้านพัก ซึ่งขณะนั้นก็นั่งกันอยู่จำนวนหลายคน ระหว่างที่กำลังกินกันอย่างสนุกสนาน จู่ๆ ก็มีอะไรหล่นใส่แขนซ้าย อย่างแรงจนแขนของตนนั้นเป็นแผลได้รับบาดเจ็บ ตอนแรกก็เข้าใจว่ามีคนขว้างก้อนหินใส่ พยายามมองก็ไม่เห็นมีใคร และก็ช่วยกันหาว่ามีเศษหินที่คนขว้างเข้ามาหรือไม่ แต่พยายามหากันเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

ด้านนายเมืองมนต์ วังพรหม อายุ 24 ปี เพื่อนนายณัฐพล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุก็นั่งดื่มฉลองกันอยู่หลายคนจู่ๆ นายณัฐพล ก็ร้องโอ้ยเหมือนมีใครปาอะไรใส่จึงช่วยกันหาปรากฏว่าเป็นกระสุนปืนทุกคนต่างขนลุกกันหมดเลยเพราะถ้าโดนใครเต็มๆอาจไม่รอดแน่

ด้าน ร.ต.อ.นที กล่าวว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุและละแวกใกล้เคียง ก็ไม่พบว่ามีใครที่ไหน และในที่เกิดเหตุก็ไม่มีใครได้ยินเสียงปืน และไม่มีใครเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อน เบื้องต้นคาดว่ากระสุนดังกล่าว น่าจะถูกยิงมาจากไหนสักที่ซึ่งอยู่ในระยะไกล จนกระทั่งมาร่วงลงในวงงานเลี้ยงวันเกิดดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนหาที่มาของกระสุนปืนดังกล่าวต่อไป

เสี่ยเดี่ยวดับ ถูกจับตัวจ่อยิงท้ายทอย คู่อริแต่งตัวดีเขม่นกันในผับ เผ่นขึ้นรถหรูหนี

กรณี นายวีรภัทร นัดทวี หรือ ฉายา เสี่ยเดี่ยว ผักซิ่ง อายุ 32 ปี เป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายม้วนฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีราคาปลีก-ส่งรายใหญ่เเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 57/51 หมู่ 4 ต.ห้วยกะปิ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุออกเบ้าตาซ้าย อาการสาหัส และอีกคนคือนายภานุพันธ์ อินทฤทธิ์ หรือโน้ต อายุ 31 ปี ถูกยิงเข้าที่ชายโครง กระสุนฝังใน นอนหายในรวยริน หลังมีเหตุทะเลาะวิวาท และใช้อาวุธปืนยิงกันที่บริเวณสถานบันเทิงแกแล็คซี่ บางแสน ต่อมานายวีรภัทร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ขณะเดียวกันมี นายสมนึก พุฒรัตน์ อายุ 33 ปี ถูกต่อยใบหน้าบวมปูด

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกันพื้นที่เกิดเหตุ และทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานภาค 2 มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบกองเลือดขนาดใหญ่ และพบปลอกกระสุนที่คนร้ายยิงตกในที่เกิดเหตุ 3 ปลอก จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปพิสูจน์ว่า ปลอกกระสุนดังกล่าวมาจากอาวุธปืนกระบอกใด และเคยใช้ก่อเหตุที่อื่นหรือไม่ เพื่อติดตามคนที่ก่อเหตุต่อไป

สอบสวนนายสมนึก หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มของตนเอง มากับเสี่ยเดี่ยว ประมาณ 5-6 คน ก่อนหน้านี้ได้นั่งดื่มกันที่บ้านพักเสี่ยเดี่ยว และพากันมาต่อที่สถานบันเทิงชื่อดังย่านบางแสน เอสโค๊ต สถานบันเทิงภายในแกแล็คซี่บางแสน ก็เข้าไปนั่งดื่มกันต่อ

และมีเรื่องเขม่นกับอีกกลุ่มหนึ่ง มีประมาณ 3-4 คน ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆกัน อายุประมาณ 35-40 ปี แต่งตัวดี สามารถจำหน้าได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นก็กระทบกระทั่งกัน จนเกือบจะมีเรื่องในผับ

พอผับเลิก กลุ่มพวกตนเดินลงมาจากชั้น 2 เพื่อเดินไปที่ลานจอดรถ ทางกลุ่มคู่อริก็เดินตามออกมาเช่นกัน พอมาถึงจุดเกิดเหตุเกิดมีปากเสียงกันอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เกิดชกต่อยกันชุลมุน ต่อมา 1 ใน 3 ของคู่อริก็ชักปืนออกมา พร้อมกับจับเสี่ยวเดียว ยิงเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด และยิงใส่ นายโน้ต อีก 1 นัด จนเพื่อนล้มลง

ก่อนคู่อริจะไปก็ยิงสวนออกมาอีก 1 นัด หลังจากนั้นกลุ่มของคู่อริ มีรถเก๋ง โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับเข้ามาเทียบ กลุ่มคู่อริก็เดินขึ้นรถไปอย่างใจเย็น และขับออกไปจากลานจอดรถ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถ สามารถเห็นหน้าของกลุ่มที่ใช้อาวุธปืนอย่างชัดเจน และพยายามแกะป้ายทะเบียนรถเก๋งโตโยต้า อัลพาร์ด สีดำขับรถออกไปถนนสายลงชายหาดบางแสน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามกล้องวงจรปิด ว่าคนที่ยิงหลบหนีไปทางไหน เข้าตัวเมืองชลบุรี หรือไปทางอ.ศรีราชา เพื่อติดตามคนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

หนีไปเจอชุดเดลต้า! มืออาก้าบุกกราดฆ่ากำนันดัง ปะทะเดือดสนั่นบันนังสตา

วันที่ 30 พ.ย. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เพชรสถิตรอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิง นายอับดุลลาเต๊ะ ยานยา ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอบันนังสตา เจ้าของกิจการร้านจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูกรายใหญ่ เสียชีวิต บนถนนสาย 410 บ้านกาสัง หมู่ 3 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธีรพจน์ ยินดี ผกก.สภ.บันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านพักริมถนน พบศพ นายอับดุลลาเต๊ะ ยานยา อายุ 49 ปี มีตำแหน่งเป็นกำนัน และประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านของอำเภอบันนังสตา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม เข้าบริเวณศีรษะและใบหน้า ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเหลือง ทะเบียน 1 กช 6611 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ใกล้กัน บนพื้นพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่ 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ออกจากมัสยิดภายในหมู่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 80 เมตร เพื่อเดินทางมาบ้านหลังเกิดเหตุ แต่ปรากฎว่าเมื่อกำลังจะจอดรถมีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ เข้าประกบจากนั้นคนซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนอาก้าแบบพับฐาน กราดยิงใส่ร่างผู้ตายล้มฟุบแล้วลงมาจ่อยิงซ้ำเข้าที่ใบหน้า ก่อนพากันหลบหนี

แต่ระหว่างนั้นปรากฎว่า ร.ต.อ.นิพนธ์ อ่อนรักษ์ หัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษเดลต้า พร้อมกำลังรวม 6 นาย ขับรถยนต์กันกระสุนอออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ผ่านมาประสบเหตุ จึงขับรถไล่ติดตามจับกุม ทำให่คนร้ายด้ใช้อาวุธอาก้ายิงใส่จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงทิ้งรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กช 7338 ปัตตานี แล้ววิ่งเข้าป่าสวนยางหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุในรัศมี 2 กิโลเมตร คาดว่าคนร้ายจะหลบซ่อนตัว เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นกำนันที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะได้จับกุมตัวสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป