เปิดนาทีชาร์จจับ! หญิงคลั่ง บุกพังบ้านหรู คว้ากระจกกรีดแขนเลือดอาบ

ผวา! หญิงคลั่ง บุกหมู่บ้านดังชลบุรี ทำลายข้าวของบ้านหรูเสียหาย คว้าเศษกระจกกรีดแขนเลือดอาบ เกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ ก่อนตัดสินใจบุกชาร์จไว้ได้

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข รับแจ้งเหตุจาก รปภ.ของหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านเขาสามมุก จ.ชลบุรี ว่ามีผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของภายในบ้าน หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 90 ตารางวา ที่ชั้น 2 ทราบภายหลังว่า เจ้าของบ้านเป็น เจ้าของร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน กล่องเมล่อนรายใหญ่ พบผู้หญิงกำลังทำลายข้าวของและปาลงมาใส่เจ้าหน้าที่ที่พยายามเกลี้ยกล่อมเพื่อให้ผู้ที่กำลังก่อเหตุใจเย็น พร้อมทั้งสอบถามถึงความต้องการว่าต้องการอะไร แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่งแต่ก็ยังไม่เป็นผล และหญิงคนดังกล่าว ก็ทำลายข้าวของจนบ้านได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เกรงว่า ผู้ที่คลุ้มคลั่งจะก่อเหตุไปมากกว่านี้ จึงตัดสินใจบุกเข้าทำการชาร์จตัว ด้วยการเปิดเข้าไปภายในห้องและสามารถควบคุมตัวหญิงรายนี้ไว้ได้ ซึ่งพบว่ากำลังพยายามจะทำร้ายตัวเองด้วย โดยใช้กระจกกีดแขนมีเลือดไหลออกมา เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำตัวไปสงบสติอารมณ์ต่อไป

จากการสอบถาม น.ส.ปาริชาติ รักสวนรัตน์ อายุ 36 ปี แม่บ้านที่ดูแลบ้าน กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น.ของวันนี้ ได้ยินเสียงกระจกแตกจากบ้านหลังดังกล่าว จึงมาดูก็พบว่ามีผู้หญิงเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งบ้านไม่ได้ล็อก และก็มาทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน จึงแจ้ง รปภ.มาที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นจากการสอบถามทราบว่า หญิงคนดังกล่าว อาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีอาการทางจิต คาดว่าน่าจะไม่ได้รับประทานยา จนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดต่อญาติ หรือนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ดูแลรักษาอาการทางจิตต่อไป

สาวนศ.ปี1 ม.ดัง ดิ่งหอพัก ดับสลด รูมเมตหลับอยู่ ลุกตื่นขึ้นมาดู เพื่อนโดดลงไปแล้ว

สาวนศ.ปี1 ม.ดัง ดิ่งหอพัก ดับสลด รูมเมตหลับอยู่ ลุกตื่นขึ้นมาดู เพื่อนโดดลงไปแล้ว

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 ก.พ. พ.ต.ท.สุวัฒน์ โพธิ์รี สว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุมีคนกระโดดตึกเสียชีวิต ที่หอพักแห่งหนึ่ง ม.7 ตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต แพทย์นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุหน้าหอพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.วิศณี ศรีศิริ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/5 ถ.เทศบาล 4 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี เป็นนักศึกคณะนิเทศศาสตร์ ม.เอกชนแห่งหนึ่ง  และเป็นลูกสาวคนเดียว ของเฒ่าแก่ จำหน่ายซองกันกระแทก และซองเอกสารกันกระแทกแห่งหนึ่ง สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อสีขาว สวมกางเกงขาสั้น ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะที่ตนนั่งอยู่ด้านในหอพักได้ยินเสียงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง จึงรีบวิ่งมาดูก็พบว่ามีผู้หญิงตกลงมาจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

น.ส.นันนภัทร เหล่าลือเกียรติ อายุ 20 ปี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนที่รู้จักกันและมาขอพักด้วยประมาณเกือบ 1 ปี โดยทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีความเครียดปัญหาชีวิตหลายอย่าง กระทั่งวานนี้ประมาณ 22.00 น. ผู้เสียชีวิตได้แช็ต ไปหาตนเองว่า จะออกไปนั่งเล่นที่ร้านจำหน่ายสุราที่หน้าหอพัก จนตนเองกลับมาแต่ผู้เสียชีวิตยังไม่กลับ ตนจึงนำคีย์การ์ดเสียบไว้ที่ใต้บานประตูห้องและแช็ตไปบอกจากนั้นจึงปิดไฟนอน

น.ส.นันนภัทรเผยต่อว่า ต่อมา น.ส.วิศณี ได้เข้ามาภายในห้องโดยการแตะคีย์การ์ด แต่ตนเองไม่ได้ลุกมาดูจึงไม่ทราบว่าเวลาเท่าใด จนมีเสียงปิดประตูหลังห้องเสียงดังตนเองจึงเรียกชื่อเพื่อน และรีบลุกมาดูก็พบว่าเพื่อนได้โดดลงไปด้านล่างแล้วจึงวิ่งลงมาดูและแจ้งตำรวจ ทั้งนี้เมื่อช่วงบ่ายของวันก่อน น.ส.วิศณีได้คิดทำร้ายตนเอง ไปเปิดโรงแรมหรูชั้น 17 ที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา เพื่อทำร้ายตัวเอง แต่เพื่อนๆ รีบไปช่วยเหลือและเกลี้ยกล่อม  โดยเมื่อไปถึง น.ส.วิศณี นั่งอยู่ที่ระเบียงหลังห้อง จึงช่วยกันกล่อมและพากลับห้อง

พ.ต.ท.สุวัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบห้องพักที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นหลักฐานและเชิญเพื่อนไปสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้ได้มอบหมายให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

3 ปีขายที่ดินไม่ออก บน หลวงพ่อสมหวัง เดือนเดียวรู้เรื่อง หอบหัวหมู 299 หัวแก้บน

3 ปีขายที่ดินไม่ออก บนหลวงพ่อสมหวัง เดือนเดียวรู้เรื่อง มีคนมาติดต่อขอซื้อ ได้กำไรมาจำนวนหนึ่ง หอบหัวหมู 299 หัว ไข่ไก่อีก 2,000 ฟองแก้บน

หลวงพ่อสมหวัง วันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดกลางบางพระ ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ว่า นายสมชาติ มากมีทรัพย์ อายุ 60 ปี ชาว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม อาชีพรับจ้างเลี้ยงปลากะพงน้ำจืด และกิจการรับผลิตกล่องใส่เมล่อน และกล่องเมล่อน ประสบผลสำเร็จในด้านการค้าที่ดินได้นำหัวหมู 299 หัว มาถวายองค์หลวงพ่อสมหวัง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสูงถึง 30 เมตร พระพุทธรูปปางมารวิชัยหรือสะดุ้งมารที่ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์

โดยที่บันไดทางขึ้นด้านหน้าองค์หลวงพ่อสมหวังนั้นมีหัวหมูวางเรียงรายจำนวนมาก รวมถึงไข่ไก่อีก 2,000 ฟอง ทราบว่า นายสมชาติ เป็นผู้นำมาถวาย โดยมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธี หลังเสร็จสิ้นพระครูศรีสุตากร เจ้าอาวาสวัดกลางบางพระ ได้ประพรมน้ำมนต์ให้เพื่อความเป็นสิริมงคล

จากการสอบถาม นายสมชาติเปิดเผยว่า วันนี้ได้นำหัวหมู 299 หัว และไข่ไก่ 2,000 ฟอง มาถวายหลวงพ่อสมหวัง เนื่องจากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ตนได้บอกขายที่ดินแต่ก็ขายไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งใจเข้ามาขอพรกับองค์หลวงพ่อสมหวังและบนบานว่าหากขายได้จะนำหัวหมูมาถวาย 299 หัว และไข่ไก่ 2,000 ฟอง

จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 1 เดือน ก็มีคนสนใจติดต่อขอซื้อและการค้าขายที่ดินผืนนี้ประสบผลสำเร็จ ตนนั้นได้กำไรมาจำนวนหนึ่ง จึงนำหัวหมูมาแก้บนดังที่ตั้งใจไว้ จากนั้นได้มอบหัวหมูส่วนหนึ่งให้กับวัดกลางบางพระเพื่อนำไปแจกจ่ายยังวัด โรงเรียน และโรงพยาบาล เพื่อไว้เป็นอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนและเป็นอาหารของผู้ป่วยต่อไป

5ขวบปางตาย! ฝูงหมาจรจัดรุมขย้ำจมเขี้ยว กัดคอเป็นรู เนื้อตัวมีแผลเหวอะ

5ขวบปางตาย! ฝูงหมาจรจัดรุมขย้ำจมเขี้ยว กัดคอเป็นรู เนื้อตัวมีแผลเหวอะ

วันที่ 20 ก.พ. เจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.อ่าวนาง จ.กระบี่ ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ เกิดเหตุสุนัขจรจัดรุมกัดเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณด้านหน้าหาดอ่าวนาง ย่านการค้า หมู่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จึงรีบนำรถกู้ชีพเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบนักท่องเที่ยวชาวฟินแลนด์ ผู้เป็นพ่อ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายซองกันกระแทก และซองเอกสารกันกระแทกราคาถูก ยืนอุ้มร่างลูกชาย อายุ 5 ขวบ สภาพเลือดอาบทั้งตัวร้องด้วยความเจ็บปวด พบบาดแผลฉกรรจ์บริเวณลำคอ มีรอยเขี้ยว 2 รู ส่วนตามลำตัวมีแผลรอยตะปบ รอยข่วนที่แผ่นหลังและก้นนับสิบแผล น่องขวา มีแผลฉีกขาด เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งร.พ.กระบี่นครินทร์อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยแพทย์ต้องรีบทำแผล ก่อนฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และวัคซีนป้องกันบาดทะยัก จากนั้นให้เด็กนอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการ พร้อมระบุว่า อาการเด็กตอนมาถึงค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะบาดแผลบริเวณลำคอ ซึ่งหากสุนัขมีเชื้อพิษสุนัขบ้า อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ตอนนี้ต้องให้เด็กนอนรอดูอาการสักระยะว่าจะมีไข้ขึ้นหรือไม่

ขณะที่พ่อเด็ก เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนและลูกชายรวม 3 คน กำลังขึ้นมาจากชายหาด โดยลูกชายที่ถูกหมากัดขึ้นมาคนสุดท้าย อยู่ๆก็มีฝูงสุนัขข้างทาง 4-5 ตัว วิ่งเข้ามารุมขย้ำ ตนและชาวบ้านรวมทั้งนักท่องเที่ยวรีบเข้าช่วยนำลูกชายออกมาได้ ขณะที่กำลังอุ้มออกมาฝูงสุนัขก็ยังถูกสุนัขวิ่งไล่ตามมาอีก โชคดีที่ชาวบ้านช่วยกันไล่ลงชายหาดไป

ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายหนึ่ง ระบุว่า ปัญหาฝูงสุนัขจรจัดบริเวณหาดอ่าวนาง ถือเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ที่ผ่านมาฝูงสุนัขเคยกัดนักท่องเที่ยวบาดเจ็บมาแล้วหลายราย ทั้งชาวจีนและยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอายุระหว่าง 4-8 ขวบ แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยหาดอ่างนางเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวพักผ่อนหน้าชายหาดจำนวนมากในแต่ละวัน

สลด! ครูหนุ่มขับเก๋ง พุ่งลงข้างทางชนตอไม้ดับคาที่ พ่อเผยเมื่อเช้าเพิ่งคุยกันอยู่

วันที่ 16 ก.พ. ร.ต.อ.เอกชัย คนคม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ตกลงไปข้างทาง ถนนบ้านปะโค ไปยังบ้านตูม ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.กุมภวาปี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพจาก อบต.ปะโค และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาพัฒนาธรรมกุมภวาปี

ที่เกิดเหตุเป็นถนนลูกรัง พบรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน กล 5890 อุดรธานี สภาพพังเสียหายยับเยินเกือบทั้งคัน ตกลงไปข้างทาง ชิ้นส่วนอะไหล่กันชนหน้าตกหล่น ข้างในรถฝั่งด้านคนขับพบศพ นายอภิชิต บิดานารา อายุ 33 ปี ครูโรงเรียนโนนหนองม่วง ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี ใกล้กันมีร่องรอยรถชนเข้ากับชนตอไม้ที่ข้างทาง ขณะเดียวกันได้มีเพื่อนของผู้ตายเดินทางมาดู ที่เกิดเหตุถึงกับเสียใจร้องไห้ออกมา

จากการสอบสวน นายทองไล บิดานารา อายุ 64 ปี พ่อของผู้ตาย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านจำหน่าย กล่องเมล่อน และกล่องใส่เมล่อนรายใหญ่ ให้การว่า ลูกชายเป็นครูที่โรงเรียนโนนหนองม่วง ยังไม่มีครอบครับ เมื่อเช้านี้ลูกชายได้ออกจากบ้านไปโดยบอกว่า จะไปช่วยงานประเมินผลครูที่โรงเรียน จนบ่ายก็มีเพื่อนครูของลูกชายได้โทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายขับรถตกลงไปข้างทางเสียชีวิต จึงได้เดินทางมาดู โดยก่อนหน้านี้ลูกชายก็เคยมีอาการวูบมาแล้ว

ร.ต.อ.เอกชัย เปิดเผยว่า ได้สอบถามพ่อผู้เสียชีวิตว่า ลูกชายเคยมีอาการวูบ ในขณะขับรถเก๋งและขณะที่กำลังเดินทางกลับบ้าน แล้วเกิดอาการวูบขึ้นมาหรือหลับใน แล้วทำให้รถได้เสียหลักตกลงไปข้างทาง ก่อนพุ่งชนเข้ากับตอไม้อย่างแรง แล้วรถพลิกหมุน เพราะรอบคันรถพังเสียหาย จนเป็นเหตุทำให้คนขับเสียชีวิตคาที่ จึงได้มอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

บุกจับหนุ่ม ค้ายาแก้ไอ – ใบกระท่อม รายใหญ่ บอกเมียไม่เกี่ยว ยอมติดคุกคนเดียว

บุกจู่โจมค้นบ้านนัก ค้ายาแก้ไอ – ใบกระท่อม รายใหญ่ของสงขลา ยึดใบกระท่อม 117 กิโลกรัม ยาแก้ไอ 1,041 ขวด เก๋ง 2 คัน พบสองผัวเมียอยู่ภายในบ้าน ด้วยความรักสามียอมรับสารภาพเพียงคนเดียว

ค้ายาแก้ไอ / เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายสมศักดิ์ ชูศรี ปลัดอำเภองานป้องกัน พร้อมกำลังอส.เข้าตรวจค้นภายในบ้านเช่า แถวร้านขายซองกันกระแทก และซองเอกสารกันกระแทกราคาถูก ในพื้นที่หมู่ 1 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา หลังจากสืบทราบว่าถูกใช้เป็นสถานที่เก็บและจำหน่ายใบกระท่อมและยาแก้ไอจำนวนมาก

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่จับกุม นายกฤตนัย เจริญภักดี อายุ 23 ปี พร้อมของกลางใบกระท่อมสดน้ำหนัก 117 กิโลกรัม ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มบ้าน เนื่องจากพยายามขนหนีแต่ไม่ทัน และที่ใส่กระสอบซุกซ่อนอยู่ในท้ายรถยนต์ นอกจากนี้ ยังมียาแก้ไอ 1,041 ขวด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านทั้งชั้น 1 และชั้น 2 หม้อต้มน้ำใบกระท่อม

ขณะเข้าจับกุมมีภรรยาของนายกฤตนัยอยู่ภายในบ้านด้วย แต่ตัวนายกฤตนัย ยอมรับสารภาพเพียงคนเดียว และยืนยันว่าภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าใบกระท่อม ด้วยความรักที่ไม่อยากให้ภรรยาถูกจับไปด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายกฤตนัยไปดำเนินคดีเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยึดรถยนต์ 2 คันคือ รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีเทา ทะเบียน กจ6339 พัทลุง และรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า อัลติส สีบอร์นเงิน ทะเบียน 7กฉ2580 กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า นายกฤตนัยเป็นหนึ่งในผู้ค้าใบกระท่อมและยาแก้ไอรายใหญ่ในอ.จะนะ และเฝ้าจับตามาตลอด กระทั่งทราบว่านำใบกระท่อมและยาแก้ล็อตใหญ่เข้ามาเก็บไว้ในบ้าน จึงวางแผนจู่โจมเข้าจับกุมดังกล่าว

เบื่อฟังแม่บ่น! ลูกชายเครียดโทรหาพี่สาวบอก “อยากผูกคอตาย” ก่อนจบชีวิตคาบ้าน

สุดสลด! น้องชายโทรหาพี่สาว บอกเครียด-เบื่อฟังแม่บ่น และ อยากผูกคอตาย พยายามปลอบใจและรีบกลับมาดูแต่ไม่ทัน น้องผูกคอเสียชีวิตคาบ้านแล้ว ด้าน แม่ร่ำไห้ใจจะขาด

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 13 ก.พ. พ.ต.ท.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 18/1 ม.3 ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี แถวโรงงานจำหน่ายเทปใส และสก๊อตเทปราคาถูกหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลโคกสำโรง และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุเป็นบานไม้สองชั้น ชาวบ้านที่ทราบข่าวได้เดินทางมามุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีเสียงร้องไห้ระงมไปทั่วบริเวณ ที่ชั้นสองของบ้านพบศพ นายทวีป แก้วปัญญา อายุ 38 ปี ใช้เชือกไนลอนสีเขียวผูกคอตัวเองโยงกับขื่อกลางบ้าน สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่จึงนำร่างลงมาเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมงซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการถูกทำร้าย

จากการสอบสวน นางสมศรี (นามสมมุติ) พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องชายอาศัยอยู่กับแม่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ และได้ทำงานอยู่ที่อู่ซ่อมเครื่องยนต์กับตนมาหลายปี นิสัยชอบดื่มสุรา แต่ก็ทำงานขยันขันแข็ง ส่งเงินให้แม่ใช้เป็นประจำไม่ขาด แต่แม่ก็บ่นว่า “อย่ากินเหล้ามาก” และบ่นทุกวัน จนเมื่อช่วงเวลาประมาณ 07.50 น. ยังไม่เห็นน้องเดินทางมาทำงาน

“แต่ทวีปได้โทรศัพท์มาบอกว่าเครียด อยากจะผูกคอตาย เบื่อฟังเสียงบ่น และมีเสียงร้องไห้ ซึ่งตนก็ได้แต่บอกว่าใจเย็นๆ แม่เขาบ่นเพราะเขาห่วง โดยที่ไม่คิดว่าหลังจากวางสายจากน้องชายแล้ว จะเป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย จนเวลาล่วงเลยไปนานก็เอะใจ จึงได้เดินทางมาดูน้องที่บ้านต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าน้องชายผูกคอตายไปแล้วจริงๆ” พี่สาว กล่าว

ขณะที่แม่ทราบข่าวได้เป็นลมล้มทั้งยืนต้องทำาการปฐมพยาบาลอย่างโกลาหล หลังจากนั้น ญาติพี่น้องได้พากันร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจ ทั้งนี้ ทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุของการตายและขอนำศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใกล้บ้านต่อไป