จับแล้ว โจรแม่ลูกอ่อน เดินสายลักทรัพย์ ม.ดัง กว่า 50 แห่ง ล่าสุดได้ไป 2 ล้าน

จับแล้ว โจรแม่ลูกอ่อน เดินสายบุกงัด ม.ดัง ฉกทรัพย์ 5 ปีไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง ล่าสุดได้ไป 2 ล้าน อ้างหาเงินเลี้ยงลูก 2 คน ติดพนันหวยหุ้น พอเงินหมดก็ไปก่อเหตุอีก

โจรแม่ลูกอ่อน วันที่ 25 มี.ค. พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงจับกุม น.ส.แอม มาสิงห์ อายุ 32 ปี ชาว ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลาง เสื้อยืดคอกลมสีดำ 1 ตัว, กางเกงวอร์มขายาว สีกรม 1 ตัว, เสื้อวอร์มแขนยาว สีดำ มีแถบบริเวณแขน 1 ตัว และกระเป๋าสะพายหลังสีดำ 1 ใบ หลังก่อเหตุขโมยทรัพย์สินในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ถึงวันที่ 10 มี.ค. โดยจับกุมตัวได้ภายในห้องพักเลขที่ 126 โรงแรมเอราวัณ ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา มีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในอาคารสำนักงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เงินสดไป 194,000 บาท จากนั้นตำรวจได้ลงพื้นที่หาข่าวจนทราบว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกับที่เคยเข้ามาก่อเหตุในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.61, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อ 7 มี.ค.62, และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.62 นอกจากนี้ยังทราบว่าคนร้ายได้มาก่อเหตุตามมหาวิทยาลัยและสถาบันราชภัฏในเขตพื้นที่ภาค 5 ช่วงปลายเดือน พ.ย.61 ในพื้นที่ จ.เชียงราย, พะเยา, และลำปาง และร้านจำหหน่าย ซองกันกระแทก ซองบับเบิ้ลในพื้นที่ ใกล้เคียงอีกด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจหาเบาะแสจนทราบว่าคนร้ายคือ น.ส.แอม ก่อนขออนุมัติหมายจับ

ต่อมาฝ่ายสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ และ สภ.ช้างเผือก ทราบข้อมูลว่า น.ส.แอม หลบพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.ห้วยจรเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม และมีการก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็น น.ส.แอม อย่างแน่นอน กระทั่งวันที่ 23 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ และ สภ.ช้างเผือก ได้ประสานตำรวจ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ก่อนลงพื้นที่ตามหาตัว น.ส.แอม จนพบว่าซ่อนตัวอยู่ที่โรงแรมดังกล่าว จึงเข้าจับกุมตัวมาสอบปากคำ

จากการสอบสวน น.ส.แอม ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ได้ลักทรัพย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มี.ค.62 จริง โดยแฝงตัวเดินดูลาดเลาในสถานที่ก่อเหตุตั้งแต่ช่วงเย็น รอจนช่วงค่ำจึงเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์สินภายในนอาคาร และอยู่ในนั้นจนถึงช่วงเช้ามืดจึงหลบหนีออกมา ที่ผ่านมาได้ก่อเหตุตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย มานานกว่า 5 ปี ไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง โดยใช้วิธีการคล้ายๆ กัน ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ก็สืบเนื่องมาจากต้องการหาเงินไปเลี้ยงลูก 2 คน ซึ่งคนเล็กอายุ 6 เดือน ประกอบกับตัวเองติดกาารพนันหวยหุ้น ต้องนำเงินมาใช้ลงทุน โดยเล่นครั้งละหลายหมื่นบาท พอเงินหมดก็จะไปก่อเหตุจนถูกจับกุม

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ส่วนสาเหตุที่ทางผู้ต้องหาเลือกลงมือในมหาวิทยาลัย ก็เนื่องมาจากมหาวิทยาลัยนั้นเป็นสถานที่เปิดไม่เหมือนโรงเรียน ซึ่งเมื่อผู้ต้องหาแต่งตัวธรรมดาก็สามารถเข้าไปได้เพราะเหมือนนักศึกษาหรือประชาชนทั่วไป และจะเลือกเข้าไปในช่วงเย็นใกล้เลิกงาน จากนั้นก็จะมีการเดินดูลาดเลา รวมทั้งดูเส้นทางเข้าออก

และรอจนกระทั่งถึงช่วงค่ำ เวลาประมาณ 21.00 – 22.00 น. ซึ่งเป็นช่วงปลอดคนจึงลงมือก่อเหตุ ขณะเดียวกันผู้ต้องหาได้ลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง และครั้งล่าสุดได้ลงมือก่อเหตุในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคกลาง มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *