เพิ่งเลิกแฟน สาวโรงงาน ขี่จยย.ทำบุญไหว้พระ ขากลับ ถูกรถเฉี่ยวคาถนน

สาวโรงงาน  /  เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สภ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต บนถนนพระราม 2 ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ช่วงเชิงสะพานข้ามทางรถไฟคอกกระบือ กม.18+400 หมู่ที่ 1 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร

จึงรายงานให้พ.ต.ท.ไพศาล ขุนณรงค์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร รับทราบพร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กง 765 สมุทรสาคร ล้มตะแคง

ใกล้กันพบศพหญิงสาวในชุดพนักงานโรงงานฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท แห่งหนึ่ง สภาพศพนอนคว่ำหน้า มีบาดแผลที่ศรีษะกะโหลกเปิด เลือดนองเต็มพื้นถนน ตรวจสอบทรัพย์สินและเอกสารในกระเป๋าสะพาย ทราบชื่อคือ น.ส.สุรีรัตน์ มาลุน อายุ 24 ปี ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 13 หมู่ 3 ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์

จากการสอบถาม น.ส.ลัดดาพร ประดับพนธ์ อายุ 27 ปี เป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอยู่ในอาการตกใจตัวสั่น ร้องไห้เสียใจ เล่าทั้งน้ำตาว่า หลังจากที่ตนกับผู้ตายเลิกงานในตอนเช้า ก็พากันขับรถจักรยานยนต์คนละคันตามกันมาเพื่อแวะมาทำบุญที่วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ เพราะผู้ตายอยากไปทำบุญให้สบายใจเนื่องจากเพิ่งจะเลิกกับแฟน

อีกทั้งตนและผู้ตายยังอยากไปทำบุญด้วยกัน เพราะผู้ตายกำลังจะย้ายไปทำงานที่ชลบุรี โดยไม่คิดว่าจะเป็นการมาทำบุญด้วยกันครั้งสุดท้าย ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับนำหน้ามาก่อน ส่วนตนขับตามหลังมาเรื่อยๆ ซึ่งมีช่วงจังหวะหนึ่งที่มีรถแซงขึ้นไป แล้วก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยร่างของเพื่อนล้มคว่ำเสียชีวิตตรงหน้า แต่ตนมองไม่ทันว่ารถคันไหนมาเฉี่ยวชน

ด้านนายกิจตรัตน์ บุญรอด อายุ อายุ 59 ปี คนขับรถประจำทางสาย 105 คลองสาน-มหาชัยเมืองใหม่ หมายเลขทะเบียน 11- 9533 กรุงเทพมหานคร ให้การว่า กำลังขับรถมุ่งหน้ามหาชัยเมืองใหม่ มีผู้โดยสารนั่งมาสองคน

ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุก็มีรถวิ่งตามกันมาหลายคัน ตนเองก็ไม่รู้ว่ารถเฉี่ยวชนกับหญิงสาวหรือไม่ แต่มองที่กระจกพบว่าด้านหลังมีฝุ่นตลบจึงจอดรถและลงมาดู ก็พบว่าหญิงสาวล้มคว่ำเสียชีวิตข้างรถจักรยานยนต์ แต่ถ้าหากตนเป็นผู้ขับรถเฉี่ยวชนจริงก็พร้อมรับผิดไม่หลบหนี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบรอบๆรถเมล์ ยังไม่พบร่องรอยเฉี่ยวชน จึงต้องรอตรวจสอบภาพจากกล้องที่ติดรถและตามเส้นทางอีกครั้ง หากพบว่าเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจริง ก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *