ขนหัวลุก เด็กสาวปริศนาเคาะประตูป้อมแจ้งอุบัติเหตุ เรียกกู้ภัยไปเก็บศพตัวเอง

(27 ก.ย.62) เมื่อเวลา 12.00 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พบเจอเรื่องราวแปลกๆ เหนือธรรมชาติ กับสิ่งลี้ลับของวิญญาณอาถรรพ์ มีเด็กสาวมาเคาะประตูป้อมสำนักงานของหน่วยกู้ภัยหลวงปูทิม อิสริโก มาบตาพุด จ.ระยอง ให้ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ รถจยย.ชนท้าย รถยนต์กระบะ ที่ถนนสายมาบยา มาบตาพุด ระยอง มีผู้บาดเจ็บเป็นหญิงจำนวน 2 คน นอนหมดสติในที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยรวม 6 คน ได้รุดไปที่เกิดเหตุ 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เล่าว่า เมื่อไปถึง พบร่างผู้บาดเจ็บเป็นหญิงรวม 2 คน นอนหมดสติอยู่ที่พื้นถนน หน้าร้านจำหน่ายกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน คนหนึ่งสวมเสื้อสีเขียว กางเกงขาสั้นลายขวาง นอนหงายอยู่ที่พื้นถนน ส่วนอีกคน สวมเสื้อสีขาว กางเกงสีดำขายาวแทบขาว นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเข้าทำการช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าทั้ง 2 ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และในขณะที่พลิกร่างผู้เสียชีวิต ที่เป็นหญิงสวมชุดสีขาวกางเกงดำแทบขาว กู้ภัยที่รับแจ้งเหตุก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ร่างของหญิงสาวชุดสีขาว เป็นคนเดียวกับที่ตนได้พูดคุย และรับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุที่บริเวณดังกล่าวนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุญาตให้นำร่างผู้เสียชีวิต ส่งชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้งที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

นายสมชาติ ศรีษาคร หน่วยกู้ภัยหลวงปู่ทิม อิสริโก มาบตาพุด ระยอง ผู้เหมือนเป็นคนที่สัมผัสได้ในเรื่องของจิตวิญญาณ ได้เล่าว่า ขณะนั้นตนได้นอนพัก อยู่ในห้องด้านหลังของป้อมกู้ภัย แต่เหมือนสัมผัสได้ว่า มีดวงวิญญาณมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ป้อมกู้ภัย ประจวบเหมาะกับจะลุกมาเข้าห้องน้ำพอดี ก็ได้ยินเสียงคนมาเคาะประตูที่หน้าป้อม จึงเดินออกมาดู และสอบถามลูกข่ายที่นอนอยู่หน้าป้อม ว่ามีผู้หญิงมาแจ้งเหตุใช่ไหม ลูกข่ายคนดังกล่าวได้แจ้งว่าใช่ แต่ไม่รู้เขาหายไปไหนแล้ว จากนั้นไม่เกิน 2 นาที ก็ได้มีเสียงโทรศัพท์แจ้งมาว่าอุบัติเหตุที่ถนนสายมาบยา ขอให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปตรวจสอบ ซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่าเป็นอุบัติเหตุระหว่างรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถกระบะ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต ลูกข่ายที่รับแจ้งยืนยันว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็นคนเดียวกันกับที่มาแจ้งเหตุ เคาะกระจกแง้มประตูพูดคุยด้วยที่ป้อมกู้ภัย ซึ่งกู้ภัยทุกคนที่ไปช่วยเหลือก็ถึงกับอึ้งไปตามกันเลยทีเดียว

นายวิสันต์ นามสงสาร เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย หลวงปู่ทิม อิสริโก มาบตาพุด จ.ระยอง ผู้พบเจอกับดวงวิญญาณ ดังกล่าว ได้เล่าว่าขณะกำลังนอนหลับอยู่ที่เก้าอี้ไม้ยาวสำหรับนั่งกินข้าว ก็มีหญิงสาวผมสั้น มาเคาะหน้าต่างก่อนที่จะมาเคาะประตู ซึ่งตนก็ได้แง้มประตู ออกไปถามว่ามีอะไร หญิงคนดังกล่าวแจ้งว่า มีอุบัติเหตุที่ถนนมาบยา ขอให้ไปช่วยเหลือด้วย และขณะที่ตนหันหลังเพื่อจะเรียกเพื่อนที่นอนอยู่ใกล้กันว่ามีอุบัติเหตุ เพียงนิดเดียวหันมาอีกที หญิงผมสั้นคนดังกล่าวก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน จากนั้นนายสมชาติ ก็เปิดประตูออกมาถามตนว่ามี ผู้หญิงมาแจ้งอุบัติเหตุไหม ซึ่งตนก็แจ้งว่ามี แต่ก็ยัง งง ว่าสมชาติรู้ได้อย่างไร แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็ต้องตะลึงและตกใจกับร่างผู้เสียชีวิต เป็นคนเดียวกับที่ตนพูดคุย จึงรู้ว่าผีมาเรียกให้ไปเก็บศพนั่นเอง 

ความแปลกในสิ่งลี้ลับยังไม่จบ ยังมี น.ส.มะลิวัลย์ คนแคล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกคน เล่าว่า โทรศัพท์ที่มาแจ้งในอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเสียงเด็กโทรมา แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุสอบถามว่าใครเป็นผู้แจ้งไป ก็ไม่พบใครแสดงตัว ส่วนอาถรรพ์ที่เพื่อนๆ กู้ภัยได้พบเจอตนก็ขอยืนยันว่า ส่วนตัวตนเชื่อในเรื่องที่เกิดขึ้น และอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นนี้ ยิ่งทำให้ตนเชื่ออีกว่าน้องที่เสียชีวิต เขาตายตรงกับวันเกิดของเขาพอดี ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าขณะที่เขาประสบอุบัติเหตุจนถึงแก่ความตาย จิตวิญญาณของเขายังคงคิดว่าเขายังไม่ตาย จึงมาขอความช่วยเหลือดังเรื่องราวที่กล่าวมา 

แม่ร้องกองปราบ ตร.ล้อมจับเด็กแว้นเกินกว่าเหตุ ทำลูกชายวัย 14 เสียชีวิต ผ่าน 2 ปีคดียังเงียบ

นางสุกัญญา นราชัย แม่ของด.ช.ปรเมษฐ์ อายุ14 ปีที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เมื่อปี 2560 จากการปิดล้อมจับกุมกลุ่มวัยรุ่นซิ่งรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะ หน้าโรงงานผลิตที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ย่านสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก นำหลักฐานเป็นหนังสือคำร้องทุกข์ที่เคยร้องตามหน่วยงานต่าง ๆ / ภาพถ่ายวันที่ ด.ช.ปรเมษฐ์ ประสบอุบัติเหตุและภาพถ่ายของนายสมภพ วัย 18 ปี ที่รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อปี 2561  มาแสดงเป็นหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ติดตามจับกุมเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในวันดังกล่าว เชื่อว่าทำเกินกว่าเหตุ

ย่านสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก นำหลักฐานเป็นหนังสือคำร้องทุกข์ที่เคยร้องตามหน่วยงานต่าง ๆ / ภาพถ่ายวันที่ ด.ช.ปรเมษฐ์ ประสบอุบัติเหตุและภาพถ่ายของนายสมภพ วัย 18 ปี ที่รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อปี 2561  มาแสดงเป็นหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ติดตามจับกุมเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในวันดังกล่าว เชื่อว่าทำเกินกว่าเหตุ

นางสุกัญญา บอกว่า ได้รวบรวมหลักฐานมอบให้ตำรวจสน.ลำผักชี ไปตรวจสอบข้อจริง จนสามารถสเก็ตช์ภาพผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน แต่เวลาผ่านมากว่า 2 ปี ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคนที่ทำเกินกว่าเหตุตัวจริงเป็นใคร ตลอด 2 ปี ได้นำเรื่องนี้ไปร้องกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ยอมรับว่าเหตุที่เกิดขึ้น นอกจากภาพการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และพยานที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน ก็ไม่มีหลักฐานอื่นอีก

พยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าในวันนั้น ตำรวจใช้รถบรรทุกปิดถนน ก่อนจะขับรถไล่ชน จนผู้เสียหายรถล้ม และยังใช้กระบองไล่ตีด้วย ไม่ได้เกิดจากการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรแต่อย่างใด  ส่วนตัวเชื่อว่าที่คดีไม่มีความคืบหน้า อาจเป็นเพราะผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจในพื้นที่ด้วยกัน จึงพยายามช่วยเหลือ ตัดสินใจมาร้องทุกข์กองปราบที่เป็นหน่วยงานกลางให้ช่วยคลี่คลายคดี โดย ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำ รวบรวมหลักฐาน ก่อนพิจารณาดำเนินการต่อไป

หนุ่มสกุลดัง ซิ่งเบนซ์พุ่งอัดท้ายรถเมล์ รถเข้าไปอยู่ใต้ท้อง ปรากฏเจ็บแค่คิ้วแตก

  หนุ่มวัย 34 ขับรถเบนซ์พุ่งชนท้ายรถเมล์ ขณะติดไฟแดงวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้รับบาดเจ็บคิ้วแตก อ้างถนนลื่น เบรกรถไม่ทัน

วันที่ 3 กันยายน 2562 ไบรท์ทีวี รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถเมล์ เมื่อเวลา 02.40 น. จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านจำหน่ายแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก ถนนพหลโยธิน แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. โดยเจ้าหน้าที่ สน.พญาไท ลงพื้นที่ตรวจสอบพบรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นซีเอลเอส 250 สีขาว ลักษณะด้านหน้ารถมุดใต้ท้องรถเมล์ สาย 97

          โดย นายบดินทร์ภัทร์ ศรีอินทร์สุทธิ์ อายุ 34 ปี คนขับรถเบนซ์ ได้รับบาดเจ็บคิ้วซ้ายแตก เปิดเผยว่า ตนเองกลับจากไปกินข้าวที่ร้านโอเดอร์ ย่านสนามเป้า กำลังจะกลับบ้านที่นนทบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ช่วงก่อนเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ชัย ซึ่งเป็นเนินสะพานข้ามคลองสามเสน พบรถเมล์จอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ ตนจึงพยายามเบรกเพื่อหักหลบแต่ไม่ทัน จึงพุ่งชนดังกล่าว เนื่องจากถนนลื่น

  ด้าน นายบุญเสริม จิตรจำนง อายุ 56 ปี คนขับรถเมล์ กล่าวว่า ขณะจอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ในช่องเลนขวาสุด อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังที่ท้ายรถจึงลงมาดูก็พบรถเบนซ์พุ่งชนคาอยู่ ซึ่งขณะนั้นบนรถเมล์มีผู้โดยสารหญิง 1 คน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

        ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า จากการตรวจร่างกายนายบดินทร์ภัทร์ คนขับรถเบนซ์ พบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ อยู่ที่ 21 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงมีการแจ้งเพียง 1 ข้อหา คือขับรถโดยประมาท

รถเบนซ์ชนรถเมล์

ภาพจาก ไบรท์ทีวี

        จากรายงานระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถเบนซ์ พบชื่อผู้ครอบครองคือ นางสาวสุพร ศรีอินทร์สุทธิ์ นามสกุลเดียวกันกับ ดร.ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ส.ส.เขต 6 อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย


โซเชียลประณามกระบะชนแล้วหนี แม่ลูกกระเด็นไปคนละทิศ เด็กเย็บหน้าผาก 30 เข็ม

 โชเชียลรุมประณาม เหตุรถกระบะซิ่งชนรถจักรยานยนต์ทำให้เด็กน้อยไถลไปกับพื้นถนนเย็บหน้าผาก 30 เข็ม ก่อนขับหลบหนีไป 

จากกรณีรถกระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้เด็กอายุ 2 ขวบ 6 เดือน กระเด็นไปตามพื้นถนนที่ บริเวณหน้าบริเวณโรงงานผลิตเทปขุ่น สก๊อตเทป ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ทำให้หน้าผากเป็นแผลยาว แพทย์ต้องเย็บทั้งหมด 30 เข็ม หลังจากนั้นรถกระบะคันดังกล่าวได้หลบหนีไป  โดยไม่ลงมาดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ ออกเผยแพร่ทางโลกโซเชียล ทำให้ชาวโซเชียลรุมประณามกันอย่างมากมาย 

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้าเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่ น.ส.อนิศรา อายุ 22 ปี  ขี่รถจักรยานยนต์ โดยมี น้องโบ๊ท ลูกชายอายุ 2 ขวบ 6 เดือน ยืนอยู่บริเวณที่พักเท้ารถจักรยานยนต์ไปตามถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าเพื่อไปโรงเรียนวัดตาลล้อม ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ปรากฏว่าได้มีรถกระบะ สีน้ำเงิน ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ได้ขับมาเฉี่ยวชน ทำให้ น.ส.อนิศรา และลูกชายกระเด็นไปคนละทิศละทางได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นรถกระบะได้ขับหลบหนีไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 62 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของ น.ส.อนิศรา พบว่าได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่า ส่วนน้องโบ๊ทนั้นได้มีผ้าปิดบริเวณหน้าผาก จากการสอบถาม น.ส.อนิศรา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์จะไปส่งลูกชายไปโรงเรียน โดยขี่ชิดซ้ายมาตลอด เมื่อมาถึงบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี โฮมโปร หมู่ 5 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี ปรากฏว่ารถกระบะได้พยายามแซงและเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ทำให้รถจักรยานยนต์คว่ำ ตนเองและลูกชายกระเด็นไปตามพื้นถนนทำให้ลูกชายได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าผาก แพทย์ต้องเย็บทั้งหมด 30 เข็ม อาการของลูกยังเจ็บอยู่ นอกจากนี้ยังมีอาการผวาอีกด้วย ส่วนรถกระบะได้ขับไปอย่างหน้าตาเฉย โดยไม่สนใจตนเองและลูกที่นอนอยู่กับพื้นถนน ไม่รู้ว่าจงใจจะแกล้งชนหรือไม่ เพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน

ทางด้านนายศักดิ์สิทธิ์ อายุ 24 ปี พ่อของน้องโบ๊ทกล่าวว่า อยากให้รถกระบะมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความจริงหากเกิดเหตุแล้วมาพูดคุย ปัญหาก็จะน้อยล งแต่นี่ขับรถหนีไป จึงอยากให้ตำรวจช่วยตรวจกล้องวงจรปิด เพื่อนำคนขับรถมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพราะชนแล้วหนีถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

กระสุนช้ำนองเลือด เสี่ยติดตั้งแก๊สยิงเมียรัก ก่อนลั่นไกฆ่าตัวตายตาม

เสี่ยติดตั้งแก๊สรถยนต์ ย่านสุขสวัสดิ์ คว้าปืน 11 มม. จ่อยิงเมียที่รักเสียชีวิต ก่อนลั่นไกยิงตัวตายตาม คาดปัญหาเครียดสะสมหลายเรื่อง

(10 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ชรินทร์ บัวเผื่อนหอม รอง ผกก.ป.สน.ราษฎร์บูรณะ ได้รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตถูกยิงตาย 2 ศพ ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขสวัสดิ์ เขตราษฎร์บูรณะ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่ในห้องพักชั้นเดียวตรงข้ามโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า ดังกล่าว พบศพ นางรมย์รวิญท์ อายุ 39 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. บริเวณศีรษะด้านหลังสภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ นั่งคว่ำหน้าอยู่กับถุงพลาสติกบรรจุเสื้อผ้า

ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นสามีคือ นายดุสิต อายุ 41 ปี เป็นเจ้าของศูนย์ติดตั้งแก๊ส ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองเข้าที่ขมับขวาทะลุซ้าย 1 นัด สภาพศพสวมเสื้อกีฬาสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาสามส่วน นอนหงายจมกองเลือด เสียชีวิตใกล้กับภรรยา โดยอาวุธปืนตกอยู่ใกล้มือข้างขวาของฝ่ายชาย

จากการสอบสวนพยานที่เป็นเด็กปั๊มแก๊สใกล้กันกับอู่ของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ทั้งคู่มีปากเสียงเรื่องเศรษฐกิจไม่ดีและเงินไม่พอใช้มานานหลายวันแล้ว ประกอบกับช่วงนี้งานติดตั้งแก๊สก็ไม่มี ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงยิงปืนดังมาจากห้องพักผู้เสียชีวิต 2 นัด จึงพากันวิ่งมาดูพบว่าฝ่ายชายก่อเหตุยิงภรรยาและยิงตัวไปแล้ว เบื้องต้นตำรวจจะติดตามญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองมาสอบสวนก่อนมอบศพนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

แคลงใจทั้งบ้าน หมอไล่กลับมาตาย ซ้ำผลชันสูตรออกมาไม่เหมือนกัน

ครอบครัวยังแคลงใจ โรงพยาบาลดังผลักใสลูกป่วยให้กลับมาตาย ล่าสุดพบผลชันสูตรในวันนั้นกับวันนี้แตกต่างกัน เชื่อเป็นการปัดความรับผิดชอบ สงสัยการตายครั้งนี้มีเงื่อนงำ

เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายโอฬาร อายุ 62 ปี พ่อของนายสฤษดิ์ อายุ 36 ปี ที่เสียชีวิต หลังเข้าไปรักษาอาการเจ็บแน่นหน้าอก และมีอาการเกร็งที่หน้าท้อง ทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมาน โดยรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบริเวณ ร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว ในจังหวัดระยอง แต่ปรากฏว่าถูกไล่ให้กลับบ้าน แต่เพราะความทรมานทนเจ็บไม่ไหว ญาติต้องพาไปส่งโรงพยาบาลอีกแห่ง กระทั่งเสียชีวิตลงในที่สุด

นายโอฬาร ผู้เป็นพ่อของผู้ตาย เปิดเผยว่า วันนี้ไปขอเอกสารการเสียชีวิตของลูกชายที่โรงพยาบา แต่ได้มาเพียงหนังสือรับรองการเสียชีวิตที่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จึงแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ในวันนั้นกับวันนี้ทำไมผลชันสูตรถึงแตกต่างกัน

โดยในวันแรกที่ลูกชายเสียชีวิต แพทย์ผู้ชันสูตรแจ้งว่า เกิดจากภาวะหลอดเลือดหัวใจแตก ทำให้เลือดกระจายไปทั่วหัวใจ แต่ปรากฏว่าในวันนี้ไปรับเอกสารกับระบุว่าหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันแทน ทำให้ตนกับครอบครัวรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะสาเหตุการตายตามที่ระบุในเอกสารคล้ายกับเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการช่วยเหลือผู้ป่วยและเสียชีวิตลง

ขณะที่ น้องชายของผู้เสียชีวิต ได้ยืนยันว่า ในวันที่พี่ชายเสียชีวิต ทุกคนได้ยินกันหมดว่า สาเหตุการเสียชีวิตที่แพทย์แจ้งว่า ะหลอดเลือดหัวใจแตก แต่วันนี้กับระบุในเอกสารหนังสือรับรองมาอีกอย่าง ทำให้เรื่องนี้ดูมีเงื่อนงำ ขณะนี้ทางครอบครัวได้แต่งตั้งทนายเตรียมฟ้องร้องโรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวต้องการให้ทางโรงพยาบาลออกมารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะหลังจากนี้ปัญหาต่างๆ จะต้องตามมา เนื่องจากผู้เสียชีวิตคือเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลลูกๆ อีก 3 คน ซึ่งหลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าใครจะรับผิดชอบชีวิตของพวกเขาที่ขาดเสาหลักของบ้านไปแล้ว

แม่บ้านยกมือไหว้ขอโชค งูเหลือมยักษ์ยาวเกือบ 5 เมตร เลื้อยเขมือบแมวคอนโด

งูเหลือมยักษ์ยาวเกือบ 5 เมตร เข้าไปขโมยกินแมวในคอนโด ก่อนหนีไปซ่อนในกองขยะ กู้ภัยช่วยจับปล่อยคืนสู่ธรรมชาติบนดอยสุเทพ เผยตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับมา น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม แม่บ้านถึงกับยกมือไหว้ขอโชคลาภ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 ก.ย.) เจ้าหน้าที่กู้ภัย เทศบาลนครเชียงใหม่ นำอุปกรณ์เข้าไปจับงูเหลือมตัวหนึ่ง ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แผ่นคอนกรีตในกองขยะ บริเวณคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่งไกล้ร้าน เทปใส เทปกาว ย่านถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อเปิดออกมาถึงกับตะลึง เพราะงูตัวนี้มีความยาวกว่า 5 เมตร คาดมีน้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าตัวใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เคยจับมา

ใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าจะจับมันใส่ในกระสอบได้ เพราะมันไม่ยอมง่ายๆ พยายามขดตัวรัดท่อนเหล็กที่ใช้จับ และมันยังมีแรงมากตามขนาดของตัวมัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกแรงเหนื่อย ขณะที่แม่บ้านคอนโดฯ ที่เห็นพากันตื่นตกใจ บางคนถึงกับยกมือไหว้พร้อมขอโชคลาภให้ถูกหวย 

จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่กู้ภัย ระบุว่า ได้รับแจ้งจากแม่บ้านคอนโดมีเนียมขอให้ไปช่วยจับงู หลังพบว่ามีแมวถูกงูรัด วิ่งหนีไปตายที่หน้าคอนโด ส่วนงูเหลือมเมื่อเห็นแม่บ้าน ได้เลื้อยไปซ่อนตัวอยู่ในกองขยะ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาจับ  

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบอกว่าช่วงหน้าฝนมักมีงูเหลือมออกจากป่าไปหากินตามบ้านเรือนประชาชน และได้รับแจ้งให้ไปช่วยจับงูวันละหลายครั้ง พร้อมฝากเตือนไม่ควรทำร้าย หากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปจับปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ