ปลวกแดงอ่วม รับน้ำจากฝายแตก ท่วมหนักทั้งเมือง ปชช.ขนของหนีน้ำกลางดึกวุ่น

วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ที่อำเภอปลวกแดง ได้รับผลกระทบจากฝายน้ำในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เกิดแตกทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมถนนสายวังตาผิน-ปลวกแดง หมู่ 4 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ทำให้รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ นอกจากนี้น้ำยังไหลท่วมโรงงานตัวตัดเทป ที่ตัดเทปห้องแถวริมถนนได้รับความเสียหายนับ 100 ห้องด้วย ข้าวของในบ้านลอยน้ำเกลื่อน องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ปลวกแดง ประสานหน่วยงานอำเภอปลวกแดง และหน่วยกู้ภัยปลวกแดง นำกำลังเจ้าหน้าที่ ออกช่วยเหลือชาวบ้านขนย้ายข้าวของหนีน้ำเป็นการด่วน พร้อมนำเรือท้องแบนช่วยขนย้าย

เช่นเดียวกับในเขตอำเภอเมืองระยองพื้นที่ตำบลนาตาขวัญ มีมวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เกษตรสวนผลไม้และบ้านเรือนตลอดจนถนนทุกสายถูกน้ำท่วมเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านด้วยกันต้องช่วยชาวบ้านในการขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาโดยสาเหตุเกิดจากช่วงคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งในตำบลนาตาขวัญมีสวนผลไม้จำนวนมากที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์น่ำท่วมแบบนี้มาก่อน

และที่น่าเป็นห่วงคือในตำบล ทับมาอำเภอเมืองซึ่งเคยเป็นที่น้ำท่วมนะเมื่อหลายปีก่อนในครั้งนี้มวลน้ำกำลังไหลหลากทำให้น้ำที่กำลีงจะผ่านข้ามถนนสาย36มีระดับสูงขึ้นคาดว่าจะเข้าท่วมหมู่บ้านหลายแห่งในช่วงบ่าย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประชุมเตรียมการวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำที่กำลังทะลักเข้าในช่วงบ่ายนี้

เปิดชีวิต “ป้ามานิตย์” ก้มหน้าทำงานงกๆ หลังพ้นมลทินคดีฉกหวยลูกเขย 12 ล้าน

เปิดชีวิต “ป้ามานิตย์” ที่ถูกลูกเขยฟ้องยักยอกหวย 12 ล้าน กลับมาก้มหน้าก้มตาทำมาหากินต่อ หลังเสียเวลาสู้คดีมา 2 ปี

(25 มิ.ย.63) ความคืบหน้ากรณีที่ ด.ช.แดน (นามสมมติ) ซึ่งขณะนั้นอายุ 14 ปี พร้อมกับผู้เป็นมารดา ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 โดยกล่าวหาว่า นางมานิตย์   ปัจจุบันอายุ 46 ปี ซึ่งเป็นแม่ยายของเด็กชายคนดังกล่าว พร้อมด้วย น.ส.สมศรี อายุ 21 ปี ลูกสาวคนโตของนางมานิตย์ และ นางฉวีวรรณ อายุ 30 ปี พนักงานโรงงานซองพลาสติกกันกระแทก ซองกันกระแทกพลาสติก หลานสาวของนางมานิตย์ ร่วมกันยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 หมายเลข 412073 งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2561 จำนวน 2 ใบ เป็นเงินรางวัล 12 ล้านบาท

โดย ด.ช.แดน อดีตลูกเขย  ระบุว่า ตนเองถูกลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 และนำลอตเตอรี่ทั้ง 2 ใบ ไปฝากไว้กับนางมานิตย์ ผู้เป็นแม่ยาย ทั้งกล่าวหาว่าแม่ยายเป็นคนนำสลากไปขึ้นเงินรางวัล  อีกทั้งยังมีการว่าจ้างทนายความยื่นฟ้องศาลจังหวัดนางรอง ให้เอาผิดกับบุคคลทั้ง 3 คนด้วย

แต่ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีความเห็นยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นเพียงแค่พยานบุคคล และพยานบอกเล่า ไม่มีวัตถุพยาน หรือพยานเอกสารมายืนยัน ว่าจำเลยกระทำผิดจริง ประกอบกับพยานเอกสารจากกองสลากก็ไม่ปรากฏชื่อโจทก์ ที่สลักไว้หลังสลาก และไม่ปรากฏชื่อของจำเลย หรือญาติของจำเลยไปขึ้นเงิน  ศาลจึงมีคำพิพากษายกคำร้องโจทย์ในชั้นไต่สวน

แต่ทางโจทย์ก็ยังยื่นอุทธรณ์ต่อ กระทั่งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562  ศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษายกฟ้อง และโจทย์ก็ไม่ได้ยื่นฎีกาต่อ ดังนั้นกรณีที่อดีตลูกเขยฟ้องเอาผิดแม่ยายฐานยักยอกลอตเตอรี่ 12 ล้าน ที่ต่อสู้ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี ก็ถือว่าจบแล้ว ขณะนี้เหลือเพียงคดีที่ทางอดีตแม่ยายแจ้งความกลับอดีตลูกเขยและมารดา  ฐานแจ้งเท็จ เบิกความเท็จ และฟ้องเท็จ ซึ่งอยู่ระหว่างอัยการจังหวัดนางรองส่งฟ้องศาล  

ล่าสุด วันนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนางมานิตย์ อดีตแม่ยายที่ถูกอดีตลูกเขยฟ้องยักยอกหวย 12 ล้าน ที่บ้านหนองไผ่ ต.เสาเดียว  อ.หนองหงส์ ก็พบนางมานิตย์ กำลังนั่งเลี้ยงหลานสาววัย 1 ขวบเศษอยู่ที่บ้าน  และยังต้องไปเกี่ยวหญ้ามาเลี้ยงวัวเหมือนเดิม โดยมีแม่วัย 84 ปี นั่งปอกกระเทียมไว้ไปขายที่ตลาดด้วย ส่วน น.ส.สมศรี ลูกสาวคนโต ที่ถูกฟ้องพร้อมกันออกไปหาหมอที่โรงพยาบาล

ขณะที่ น.ส.อิ๋ว ลูกสาวคนเล็กที่กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับแม่ที่บ้าน หลังยอมเปิดเผยความจริงว่าหวย ที่อดีตแฟนกล่าวอ้างถึงไม่ได้มีอยู่จริง ปัจจุบันก็เดินทางไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด  

จากการสอบถามนางมานิตย์ บอกว่า ทุกวันนี้รู้สึกสบายใจมากขึ้นหลังจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง อีกทั้งทางคู่กรณีก็ไม่ยื่นฎีกา เพราะที่ผ่านมาก็ยืนยันความบริสุทธิ์มาตลอดว่าไม่เคยเห็นลอตเตอรี่และไม่ได้ยักยอกตามที่ถูกกล่าวหา  แต่ต้องมาเสียทั้งเวลาทำมาหากินและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพัก ไปศาลตามนัดตลอด แต่ก็โชคดีที่มีทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม  ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจนทำให้พ้นมลทิน หากถามว่ายังโกรธอดีตลูกเขยหรือไม่ ก็ยอมรับว่ายังโกรธ เพราะอยู่ดีๆ ก็ต้องมาตกเป็นจำเลยและเดือดร้อนมานานกว่า 3 ปี  ก็อยากฝากถึงคนทั่วไปว่าอย่าไปกล่าวหาใส่ร้ายใครเลยถ้าไม่เป็นความจริง  

ส่วนกรณีหวย 30 ล้านระหว่างหมวดจรูญ กับครูปรีชา ตนก็ติดตามคดีเหมือนกัน ก็คิดว่าสุดท้ายความจริงก็คงเป็นความจริง   และไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาอย่างไรก็ต้องเคารพการตัดสินของศาล

ครอบครัวเมียผู้กองขอบคุณทุกฝ่าย ช่วยทำความจริงปรากฏ แม่ลั่น ขอให้ชดใช้กรรมที่ก่อไว้

จากที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พร้อมชุดสืบสวนได้ประชุมความคืบหน้า ผลการตรวจเขม่าดินปืนเบื้องต้นนั้น พบว่ามีติดอยู่ที่มือของ รอง สว.สส.สน.วังทองหลาง และมีติดอยู่ที่บริเวณมือผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้ง 2 คน อาจจะเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนดังกล่าวขณะเกิดเหตุ จากการสอบสวน ร.ต.อ.ทรงกลด ให้การรับสารภาพแล้วว่าหลังจากมีปากเสียงกัน ระหว่างที่กลับมาที่บ้านภรรยาได้เข้ามาด่าทอ จึงเกิดบันดาลโทสะชักอาวุธปืนขู่ จากนั้นผู้ตายได้มายื้อแย่งกันเป็นเหตุทำให้ปืนลั่นใส่ผู้ตายเสียชีวิต เบื้องต้นได้นำตัวของ ร.ต.อ.ทรงกลด สามีผู้ตายมาสอบปากคำ เบื้องต้นให้การภาคเสธ ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างดำเนินการ

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางไปที่บ้านของผู้ตาย ซึ่งทางญาติได้นำร่าง น.ส.พิมชฎาพร พนักงานโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูปมาตั้งบำเพ็ญกุศล โดยนางทองใสย แม่ผู้เสียชีวิตได้ทราบข่าวว่าสาเหตุเป็นอย่างที่ตนคิดว่าลูกสาวไม่ได้เป็นคนฆ่าตัวตายเอง และได้รับโทรศัพท์จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบความคืบหน้าทางคดี และได้รับโทรศัพท์จากญาติโทรมาให้กำลังใจตลอดทั้งวัน

นางทองใสย แม่ผู้เสียชีวิต บอกว่าเมื่อรู้ข่าวว่าสิ่งที่ตนและครอบครัวสงสัยเป็นความจริงรู้สึกอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย รวมไปถึงสื่อมวลชนที่ช่วยติดตามคดีจนสามารถทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร โดยเมื่อรู้ว่าร.ต.อ.ทรงกลด เป็นคนก่อเหตุตนรู้สึกโกรธมาก อยากถามจริงๆ ว่าทำไมไม่ใช้เหตุผลในการหาทางออกของปัญหา และเมื่อเกิดเหตุยังไม่ยอมสารภาพว่าเป็นคนทำ จะต้องให้ทางญาติร้องเรียนจนความจริงปรากฎ โดยตนและญาติขอให้ ร.ต.อ.ทรงกลด ชดใช้กรรมที่ก่อไว้

ทลายเครือข่าย “แก๊งดาวเรือง” เปิดร้านทองบังหน้า ฟอกเงินค้ายา 2 แสนล้าน

ตำรวจเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายฟอกเงิน 2 แสนล้านบาท จากการค้ายาเสพติดทั่วประเทศ ยึดยาบ้ากว่า 7 แสนเม็ด จับกุมเจ้าของร้านทอง-ธุรกิจน้ำมัน รวม 300 คน

(19 มิ.ย.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ เปิดปฏิบัติการบุกค้นร้านทองข้างโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เช่น นครปฐม กาญจนบุรี ภาคใต้ และจังหวัดทางภาคเหนือ เป็นการขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด รายสำคัญ 4 เครือข่าย ซึ่ง 1 ใน 4 มีเครือข่ายดาวเรือง รวมอยู่ด้วย

เนื่องจากพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าวใช้วิธีการฟอกเงินด้วยการนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดโอนเข้าบัญชีร้านทอง เพื่อซื้อทองคำแท่ง ซึ่งพบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดดาวเรืองฟอกเงินที่ร้านทอง ย่านวังบูรพา นอกจากนี้ขบวนการค้ายาเสพติดยังฟอกเงินด้วยการซื้อขายน้ำมัน และธุรกิจอื่นๆ มูลค่าในการฟอกเงินครั้งนี้เกือบ 2 แสนล้านบาท

สำหรับขบวนการค้ายาเสพติดดาวเรือง เป็นขบวนการที่ค้าทั้งยาไอซ์ และยาบ้า จากข้อมูลพบว่าทำมาสักระยะแล้ว ซึ่งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดมีข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งยังพบว่าผู้บงการของเครือข่ายนี้ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศ และพบว่ามีบางส่วนสั่งการมาจากในเรือนจำ ซึ่งมีการประสานกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาตลอด

นอกจากนี้ ขยายผลยังพบร้านทองย่านเยาวราช 2-3 ร้าน ที่รับฟอกเงินให้กับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งจากการสอบปากคำเจ้าของร้านทองที่ถูกจับกุม บางส่วนรับสารภาพ

สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้มีหมายจับ 400 หมายจับ สามารถจับกุมได้เกือบ 300 คน ซึ่งมีทั้งเจ้าของร้านทอง เจ้าของธุรกิจน้ำมัน และผู้รับเปิดบัญชีรับโอนเงิน และกดเงิน ยึดยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด ไอซ์เกือบ 5 กิโลกรัม ยึดทรัพย์กว่า 259 รายการ มูลค่า 70 ล้านบาท อยู่ระหว่างเร่งตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ พร้อมทั้งขยายผลไปยังผู้บงการต่อไป

ผลชันสูตรศพเจ้าของฟาร์มไก่ ถูกผัวฆ่าทิ้งบ่อ เสียชีวิตเพราะศีรษะถูกกระแทก

(12 มิ.ย. 63) ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ลูกชายของนางสุกัญญา อายุ 66 ปี ผู้เสียชีวิตที่ถูกนายสนั่น สามี อายุ 83 ปี ทำร้ายจนเสียชีวิต และนำร่างไปทิ้งที่บ่อน้ำบาดาลเก่าภายในฟาร์มและเป็นบริเวณบ้านพักตัวเองหลังโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ในต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กระทั่งเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่สามารถนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากบ่อ และส่งชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ

ด้านลูกชายนางสุกัญญาได้เดินทางมารับศพผู้เป็นแม่ พบว่ายังคงอยู่ในอาการตกใจ และไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลใดๆ กับผู้สื่อข่าวที่ไปรอ พร้อมร้องขอความเป็นส่วนตัวขณะกำลังทำเอกสาร รวมถึงขั้นตอนการนำเสื้อผ้าไปเปลี่ยนให้ผู้เป็นแม่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้นำร่างของนางสุกัญญาขึ้นรถตู้ก่อนขับรถออกไปทันที

ทั้งนี้มีข้อมูลว่าร่างของนางสุกัญญา ทางญาติจะนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดดอนตูม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพนั้น ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า ศีรษะได้รับบาดเจ็บจากของเเข็งไม่มีคมกระเเทก จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

เจอตัวแล้ว “น้องมายด์” สาวประเภทสองฆ่าแฟนหนุ่มหมกห้องพัก หนีเข้ากรุงเทพฯ

กองปราบตามรวบ “น้องมายด์” สาวประเภทสอง มีดแทงแฟนหนุ่มดับ ในห้องพักเมืองขอนแก่น ยังให้การปฏิเสธ

ตำรวจกองปราบปรามสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เข้าจับกุม นายธันพิชา หรือ มายด์ อายุ 28 ปีพนักงานโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.109/2563 ในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา นายธันพิชา หรือ มายด์ ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง นายมานพ อายุ 27 ปี จนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในห้องเช่า ไม่มีชื่อ ซ.โพธิสาร 1 ถ.โพธิสาร บ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับในเวลาต่อมา พร้อมกับแกะรอยไล่ล่าติดตามจับกุม กระทั่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาได้สืบทราบว่าภายหลังก่อเหตุนายธันพิชา ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงได้ประสานข้อมูลเบาะแสมายัง กก.3 บก.ป. จนมีการนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายธันพิชา ให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ค่อนข้างยืนยันชัดเจนว่า นายธันพิชา เป็นผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนเตรียมประสานไปยัง สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อรับตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามทางกองบังคับการปราบปรามจะแถลงข่าวคดีนี้ ในวันนี้ (11 มิถุนายน 2563) เวลา 11.00 น. ต่อไป

เทรนเนอร์ฟิตเนสหึงแฟนคุยกับแฟนเก่า พลั้งมือบีบคอ เจอจ้วงดับคาคอนโด

วันนี้ 8 มิ.ย.63 เวลาประมาณ 05.00 น. เกิดเหตุชายถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต เหตุเกิดที่อาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งหลังโรงงานซองพลาสติกกันกระแทก ซองกันกระแทกพลาสติก ภายในซอยพหลโยธิน 67 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียม สูง 8 ชั้น บริเวณหน้าอาคาร A พบศพ นายคฑาวุธ อายุ 32 ปีอาชีพเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนส และเจ้าของธุรกิจขายอะไหล่รถจักรยานยนต์ สภาพศพสวมเสื้อยืด แขนสั้น สีขาว นุ่งกางเกงขาสั้น สีดำ มีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่ขาขวา 1 แผล นอนหงายจมกองเลือด

จากการตรวจสอบบริเวณหน้า ชั้น 4 พบรอยเลือดจำนวนมาก และภายในห้องพักพบมีดปลอกผลไม้ ปลายแหลม ยาว 3-4 นิ้วเปื้อนเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือนางสาวรุ่งทิวา รำมะนู อายุ 33 ปีแฟนสาวของผู้เสียชีวิต ยืนรอพบตำรวจเพื่อให้ปากคำ

จากการสอบสวน นางสาวรุ่งทิวา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเช้าวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา แฟนหนุ่มผู้ตายมาสอบถามตนเรื่องสร้อยคอทองคำ 1 บาทที่หายไปนาน ตนจึงช่วยกันหาภายในห้องพักแต่ไม่เจอ ตอนช่วงเวลาเย็น ผู้ตายออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อนๆและกลับเข้าห้องพักช่วงเวลา 4 ทุ่มและมีการสอบถามเรื่องสร้อยคอทองคำอีกแต่ก็ไม่มีเหตุทะเลาะอะไรกันซึ่งต่างคนต่างนอนหลับพักผ่อน

กระทั่งช่วงเวลา 01.00 น. อดีตแฟนเก่าตนที่เลิกลากันไปนาน 8 ปีแล้ว ได้โทรศัพท์มาหาเนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องปัญหาส่วนตัว อดีตแฟนเก่าจึงเข้ามาสอบถามเพราะเป็นห่วง ขณะนั้นแฟนหนุ่มผู้ตายที่นอนข้างๆตนตื่นขึ้นมาพบได้ยินที่ตนกับอดีตแฟนคุยกัน ทำให้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน

แฟนหนุ่มผู้ตายโมโหจึงเข้ามาบีบคอตนอย่างรุนแรง ตนจึงพยายามต่อสู้เพื่อป้องกันตัว แต่สู้แรงแฟนหนุ่มไม่ไหว จึงวิ่งไปหยิบมีดปลอกผลไม้ในครัวมาแทงเข้าที่ขาแฟนหนุ่มได้รับบาดเจ็บ จากนั้นผู้ตายจะวิ่งหนีออกนอกห้องและล้มลงหมดสติ จึงได้เรียกทางญาติให้มาช่วยนำแฟนหนุ่มส่งโรงพยาบาล กระทั่งมาเสียชีวิตบริเวณหน้าคอนโดมิเนียม

เบื้องต้น ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนและบันทึกจับกุมส่งให้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีต่อไป

สาวโพสต์อุทาหรณ์ ปวดฟันซื้อ “ยาไอบูโพรเฟน” มากินเอง แพ้ยาหนักผิวไหม้ทั้งตัว

โลกออนไลน์แห่แชร์อีกหนึ่งเหตุการณ์อุทาหรณ์สำคัญ กรณีของการซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ของสาวหคนหนึ่งมีอาการปวดฟังคุด จึงซื้อยาแก้ปวด “ไอบูโพรเฟน” มารับประทานเอง สุดท้ายแพ้ยาอย่างรุนแรง จนมีอาการผิวหนังไหม้แทบทั้งตัว

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Aum Aim” ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นกับตนเอง โดยเล่าว่า

ประสบการณ์ครั้งใหญ่ที่ทำให้ฉันได้จดจำ

19/05/2020 มีอาการปวดฟันคุดมากเลยไปซื้อยาไอบูโพรเฟนข้างโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูปมากินเองไม่ได้ปรึกษาหมอ วันแรกซื้อมากินไป 2 เม็ด พอเช้ากินอีก 1 เม็ด เที่ยง 1 เม็ด หลังจากนั้นก็มีอาการปวดตา เจ็บปาก แสบคอ กินอะไรลงไปก็ไม่ได้แสบร้อนไปหมด

เวลาประมาน 10 โมงเช้าของวันที่ 19/05/2020 เริ่มไม่ไหวแล้ว ให้แฟนพามาหาหมอ ผื่นขึ้นเต็มคอ มาหาหมอโรงพยาบาลมาบตาพุด หมอก็ส่งตัวมารักษาตามสิทธิ์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เข้าห้องฉุกเฉินเดินเรื่องนอนไอซียู 7 คืน รวมแล้วรักษาตัว 14 วัน สรุปแล้วแพ้ยาตัวนี้

วันนี้ 01/06/2020 วันดีได้ออกโรงพยาบาลแล้วจ้า #ผิวหนังที่ไหม้ลอกหมดแล้วค่ะรอแค่ฟื้นฟูร่างกายตัวเอง

สลด! ไฟไหม้ฟาร์มหมูบุรีรัมย์ ย่างสดแม่พันธุ์ตายคาโรงเรือนนับ 100 ตัว คาดเสียหายหลายล้าน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ตรงข้านโรงงานซองพลาสติกกันกระแทก ซองกันกระแทกพลาสติก ในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ หมูแม่พันธุ์ถูกย่างสดตายคาโรงเรือนกว่า 100 ตัว หลายตัวดิ้นหนีเปลวเพลิงรอดตายทุลักทุเล เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.เทศบาลหลายแห่ง ระดมฉีดน้ำระงับเหตุ เบื้องต้นคาดเสียหายหลายล้านบาท

เมื่อคืนนี้ (31 พ.ค.) เวลาประมาณ 22.00 น. ร.ต.อ.สำรวย อบกลาง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากผู้ขับรถสัญจรผ่านถนนโชคชัย-เดชอุดม ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ฟาร์มหมู ที่ตั้งอยู่ริมถนนบริเวณบ้านนาใหม่ ตำบลหัวถนน อำเภอนางรอง จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต. และเทศบาลทั้งในพื้นที่ อ.นางรอง อ.หนองกี่ และ อ.โนนสุวรรณ รวมถึงหน่วยกู้ภัย ร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุพบไฟกำลังโหมลุกไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ คาดว่าน่าจะมีหมูจำนวนหลายร้อยตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ช่วยกันระดมฉีดน้ำดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้อย่างจ้าละหวั่น โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

หลังเพลิงสงบพบว่าโรงเรือนถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่ามีหมูแม่พันธุ์ถูกไฟย่างสดไหม้เกรียมนอนตายคาโรงเรือนกว่า 100 ตัว เป็นที่สลดใจ ทั้งนี้ ยังพบหมูแม่พันธุ์หลายตัวที่สามารถวิ่งหนีเปลวเพลิงออกมาได้ในสภาพตื่นตกใจ

ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ในครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายทั้งโรงเรือน และแม่พันธุ์สุกร คาดว่าน่าจะหลายล้านบาท ซึ่งก็ต้องรอการประเมินอีกครั้งเช่นเดียวกัน