แม่ทันตแพทย์หนุ่ม สะเทือนใจ เห็นลูกแอบร้องไห้เช้าเย็น สูญเสียเมียพร้อมลูกในท้อง

พ่อแม่ทันตแพทย์หนุ่มที่สูญเสียภรรยาและลูกในท้อง เชื่อหากตรวจก่อนและพบว่ามีการตั้งครรภ์ก่อน CT สแกน จะไม่เกิดเรื่องสลดใดๆ เกิดขึ้นกับครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ก.ย.) คุณพ่อและคุณแม่ของทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ ที่สูญเสียภรรยา เภสัชกรหญิงปวีร์ธิดา หรือ กุ๊ฟกิ๊ฟ ขณะเข้าทำการรักษาอาการปวดท้องที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ใกล้โรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ก่อนที่จะเกิดอาการแพ้ยาจากสารที่อยู่ในส่วนประกอบของสารทึบแสง ที่ใช้ฉีดสีเพื่อทำซีทีสแกนในช่วงท้องอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตในเวลาต่อมาตามที่เป็นข่าว

ส่วนคุณพ่อของทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ บอกว่า ตามอาการแล้วทางครอบครัวเชื่อว่าน่าจะมาจากอาการแพ้ท้อง ซึ่งคนที่เคยมีประสบการณ์ก็จะทราบทันที แต่ไม่เข้าใจว่าขั้นตอนทางการแพทย์ทำไมไม่มีการตรวจภาวะการตั้งก่อนสำหรับหญิงสาวที่มีครอบครัว หากมีการตรวจครรภ์และทราบว่ามีภาวะตั้งท้องแล้วเรื่องต่างก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ขณะที่ คุณแม่ของทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ เล่าว่า ช่วงที่ทราบข่าวว่าน้องกุ๊ฟกิ๊ฟ จะเข้าไปรับการตรวจรักษาก็ยังได้โทรไปคุยกับลูกสะใภ้ น้ำเสียงยังร่าเริงแจ่มใสดีตามปกติ แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงถึงกับต้องสูญเสียทั้งลูกสะใภ้และหลานในท้อง

โดยเฉพาะตอนที่ตนเองมาดูอาการในช่วงที่ย้ายขึ้นมาอยู่ในห้องไอซียู ก็ยังพบว่ามีแพทย์พยาบาลยังคุยเล่นด้วยกันเองอยู่หน้าห้องทั้งๆ ที่ช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤติของคนไข้ที่กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องทำซีพีอาร์ ยื้อชีวิต แต่กลับมีการยืนพูดเล่นหยอกล้อพูดคุยกันต่อหน้าญาติผู้ป่วย

และตอนนี้ลูกชายตนเองเหมือนคนตายทั้งเป็น คุณแม่ยังแอบเห็นลูกชายแอบร้องให้ทั้งเช้าทั้งเย็น แม้แต่เวลาทำงานเมื่อคิดถึงภรรยาก็ถึงกับต้องหยุดงานไปแบร้องให้ตัวสั่น ครอบครัวทั้งสองยังวางแผนที่จะเริ่มสร้างหลักปักฐาน และกำลังไปด้วยดีรวมทั้งยังวางแผนที่จะมีลูกด้วย แต่ก็ต้องมาสูญเสียไปทั้งภรรยาและลูก ทำให้ต้องดูแลลูกชายที่ตอนนี้ถือว่าเป็นคนที่เจ็บปวดหัวใจมากที่สุด

ซึ่งกุ๊ฟกิ๊ฟเป็นลูกสะใภ้ที่ดี กำลังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว และอยากจะมีบุตร ซึ่งลูกสะใภ้คนนี้เป็นคนดีมาก มีความกตัญญูทั้งเป็นเสาหลักดูแลพ่อแม่ตัวเอง และยังดูแลทางครอบครัวของสามีได้เป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง

ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมครั้งนี้ ก็อยากให้โรงพยาบาลเองแสดงความรับผิดชอบสิ่งที่ทำผิดพลาดไป แม้แต่คำขอโทษยังไม่มีมาจากทางฝั่งของโรงพยาบาล ส่วนคนที่เหลืออย่างพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต ที่ลูกสะใภ้เป็นเสาหลักเลี้ยงดูอยู่ใครจะรับผิดชอบต่อไป สุดท้ายก็รู้สึกเสียใจไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องชุ่ยๆ จากโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียง ที่ครอบครัวตนเองไว้วางใจ แต่สุดท้ายก็ไม่มีความรับผิดชอบเช่นนี้

ญาติรับศพคนขับรถทัวร์ – ผู้รอดชีวิตเล่าก่อนพุ่งชนรถวิ่งด้วยความเร็วสูง

คืบหน้ารถทัวร์ 2 ชั้น ชนรถบรรทุก ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ 22 ล้อ ดับ 7 ศพ บาดเจ็บเกือบ 50 คนที่โคราช ผู้ว่าฯ โคราชรุดเยี่ยม สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือพร้อมที่พักให้ญาติผู้เคราะห์ร้าย

ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางณัฐฏินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเยี่ยมให้กำลังผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ขณะนี้นอนพักรักษาตัวภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พร้อมสั่งการให้ตั้งจุดบริการประสานงานและจัดเตรียมที่พักไว้คอยอำนวยความสะดวกให้ญาติของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 ราย บาดเจ็บเกือบ 50 ราย จำนวนนี้สาหัส 5 ราย ผู้ที่มีอาการสาหัส อยู่ที่ รพ.เทพรัตน์ 2 ราย, รพ.มหาราชฯ 3 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บอื่นๆ กระจายอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ ในเขตพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา จากการสอบถามผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ในช่วงเกิดเหตุนั้น กำลังหลับ แต่เดินทางออกมาจาก จ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น ผู้ที่เดินทางมาส่วนใหญ่เป็นประชาชนในพื้นที่ ตำบลน้ำใส อ.จตุรพักตร์พิมาน จ.ร้อยเอ็ด กำลังจะมุ่งหน้าไปดูงานที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้น ทราบว่า รถทั้ง 2 คัน มีประกันคุ้มครองผู้โดยสารอยู่ ทาง คปภ.จังหวัดนครราชสีมา จะเร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิทั้งหมดให้แก่ผู้ประสบเหตุ ทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

นอกจากนี้ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับญาติของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต คอยอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ พร้อมนี้ยังได้จัดที่พักไว้ให้กับญาติไว้ ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน ต.จอหอ ด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่ต้องนำพาชีวิตบุคคลอื่นไปในสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องรับผิดชอบชีวิตบุคคลเหล่านั้นอย่างเต็มที่ ดังนั้นจำเป็นต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมทุกครั้งที่ต้องปฏิบัติงาน ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความสูญเสียขึ้น นายวิเชียร กล่าว

ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บรายหนึ่ง เปิดเผยถึงวินาทีเฉียดตายว่า ก่อนเกิดเหตุขึ้นรู้สึกว่ารถคันดังกล่าววิ่งด้วยความเร็วสูง ส่วนตัวนั่งอยู่ที่ชั้น 2 และได้หลับไป แต่คนที่นั่งด้านล่างบอกว่าคนขับรถขับเร็วมาก ก่อนมาประสบเหตุชนกับรถบรรทุก ชนเสียงดังมาก พอตั้งสติได้ตนเองก็พยายามหาตัวแฟน และหลานสาววัย 7 ขวบ ก่อนจะพากันออกมาจากนอกตั้งรถ เนื่องจากเกรงว่ารถจะระเบิด แต่ก็พบว่าตัวเองบาดเจ็บที่ขา และหน่วยกู้ภัยได้เข้ามาช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน ทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก็ได้ตั้งจุดประสานงานขอรับศพและติดต่อญาติผู้บาดเจ็บไว้ที่บริเวณตึกอุบัติเหตุ ซึ่งขณะนี้ได้มีญาติของคนขับรถทัวร์มาขอรับศพคนขับรถไปแล้ว ส่วนญาติผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรายอื่นๆ กำลังทยอยมาติดต่ออย่างต่อเนื่อง

ด้าน ร.ต.ท.อนุชา คำเมือง ร้อยเวร สภ.โพธิ์กลาง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการชันสูตรศพเทียบรูปพรรณสัณฐานว่าเป็นใครบ้าง โดยเฉพาะคนขับรถ พร้อมกันนี้ก็จะได้ทำการสอบปากคำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้โดยสารทั้งหมด เพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป

สุดอันตราย สายไฟขาดตกลงมาช็อตในน้ำท่วมขัง หวั่นคนใช้ถนนโดนดูด

ชาวเน็ตแห่แชร์คลิปสายไฟขาดตกลงมาช็อตที่น้ำ หลังฝนตกหนัก ผวาเกิดอันตราย

(20 ก.ย.) ผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า salapao5816 ได้โพสต์คลิปวิดีโอเตือนภัยเหตุการณ์สายไฟขาดและตกลงมาช็อตในน้ำขัง หลังเกิดการฝนตกอย่างหนัก ที่บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป หน้ากองบิน จ.อุบลราชธานี โดยระบุข้อความว่า “ฝนตกระมัดระวังด้วยนะครับ #หน้ากองบิน #อุบลราชธานี”คลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่อไปทั่วโลกออนไลน์ และมีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลายคนแสดงความกังวลว่าจะเกิดอันตรายไฟช็อต ขณะที่มีหลายคนเข้ามาเล่าว่าต้องสูญเสียคนรู้จักไปจากการถูกไฟฟ้าช็อตจากสายไฟที่ร่วงลงมาบนถนนในช่วงในตก

ฝันร้ายนำโชค! ปู่ถูกลอตเตอรี่ 12 ล้าน สุดฮาบอกจะเปลี่ยนเมียใหม่ เพราะชอบบ่นตอนซื้อหวย

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่ 2 ต.เขวาไร่ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ภายหลังจากทราบข่าวว่ามีผู้โชคดี ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 244083 ประจำงวดวันที่ 16 กันยายน 2563 โดยผู้โชคดีรายดังกล่าวชื่อ นายทองดำ เทียงเดช หรือ ปู่นิว อายุ 57 ปี  พนักงาน รปภ. โรงงาน ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ถูกลอตเตอรี่ 2 ใบ เป็นเงิน 12 ล้านบาท โดยเจ้าตัวและครอบครัวได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.นาเชือก แล้ว

บรรยากาศที่บ้านของนายทองดำ มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านเดินทางมาแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดื่มสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน ตลอดเวลามีญาติทางไกล ต่างก็วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีไม่ขาดสาย

นายทองดำ เทียงเดช กล่าวว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่จากคนขายเจ้าประจำที่มาขายถึงที่บ้านทุกงวด ซึ่งคนขายคนดังกล่าวก็เป็นญาติพี่น้องกัน แต่ไปอาศัยเติบโตอยู่ต่างพื้นที่ และเพิ่งจะมาขายลอตเตอรี่ได้ไม่นาน แต่ละงวดจะซื้อล็อตเตอรี่ไว้ลุ้นโชคงวดละประมาณ 20-40 ใบ

โดยก่อนหน้านี้ ฝันว่ามีคนแก่ตายในอ่างน้ำในห้องน้ำ ลักษณะหัวล้านมีผมหงอก แล้ววิญญาณของคนที่ตายก็มานั่งอยู่ข้างเตาไฟ ตนเห็นก็เกิดความกลัว จึงรีบวิ่งไปบอกหลวงพ่อที่วัด แต่ก็หาหลวงพ่อไม่เจอ จึงคิดจะวิ่งไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อจะบอกว่ามีคนมาตายในบ้าน หาไปหามาก็เห็นหลวงพ่อขับรถไถอยู่ไกลๆ ที่ข้างวัด

พอเช้ามาก็ไปกินกาแฟกับหลวงพ่อที่วัด เลยบอกกับหลวงพ่อว่า เมื่อคืนตนฝันว่ามีคนแก่มาตายในบ้าน ตามหาหลวงพ่ออยู่ทั้งคืน ต่อมาก็มีคนมาขายลอตเตอรี่ เลยซื้อเลขที่บ้าน 83 87 79 เอาไว้ ทีนี้เงินตัวเองไม่พอ เลยบอกคนขายให้ไปเอาเงินที่น้องสาวที่เปิดร้านชำอยู่กลางหมู่บ้าน จากนั้นก็โทรศัพท์บอกน้องสาวให้เอาเงินให้คนขายลอตเตอรี่ไป อีกอย่างตนคิดว่าเป็นเพราะตะกรุดที่ห้อยคออยู่ เป็นตะกรุดวัดบ้านโกทา ของหลวงพ่อบัว ที่ตนนับถือให้โชคลาภ เพราะตนเป็นคนชอบทำบุญ ช่วยงานที่วัดตลอด ผลบุญจึงส่งให้รับโชคก้อนใหญ่

หลังจากนี้เงินที่ได้มาก็จะแบ่งให้ลูกๆ ทั้ง 3 คน ซึ่งลูกๆ ก็โตมีงานมีการทำกันหมดแล้ว ตนเองแก่แล้วก็ไม่รู้จะใช้อะไร ที่ผ่านมาลูกๆ ก็ส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ส่วนภรรยาก็ว่าจะเปลี่ยนใหม่ เพราะซื้อลอตเตอรี่ทีไรก็บ่นให้ตลอด ตนเลยพูดทีเล่นทีจริงว่าถ้าถูกรางวัลที่ 1 จริงๆ ก็จะหาเมียใหม่ แต่ก็พูดเล่นเฉยๆ เพราะอยู่ด้วยมาทั้งชีวิต

ด้าน นายบำเพ็ญ เทียงเดช อายุ 53 ปี คนขายลอตเตอรี่ กล่าวว่า ตนเพิ่งจะขายลอตเตอรี่งวดนี้เป็นงวดที่ 10 เวลาเปิดแผงจะมาสักการะหลวงพ่อบัว วัดบ้านโกทา ก่อนทุกครั้ง ขอให้ขายดี และให้โชคลาภกับลูกค้าที่มาซื้อ ซึ่งตนเกิดที่ อ.นาเชือก แต่ไปเติบโตอยู่ต่างจังหวัด ก่อนจะไปทำงานเป็นเชฟร้านอาหารที่พัทยา และกลับมาอยู่มหาสารคามก่อนโควิดระบาด 1 เดือน จึงเริ่มขายล็อตเตอรี่มาเรื่อย ๆ และเอาล็อตเตอรี่มาขายให้กับปู่นิวทุกงวด เพราะปู่นิวซื้อง่าย ชอบใบไหนก็หยิบเลย งวดนี้มีเลขที่ลงท้ายด้วย 83 จำนวน 5 ใบ มีลูกค้าคนอื่นเอาไปหมด เหลือไว้ 2 ใบ คือใบที่ถูกรางวัลที่ 1 และบ้านเลขที่ 83 เป็นบ้านเลขที่ของปู่นิว แกเลยซื้อไว้ทุกงวด เหมือนเราเอาโชคมาให้แกถึงบ้าน ก็รู้สึกดีใจกับปู่นิว ซึ่งเป็นทั้งญาติเป็นทั้งลูกค้า 

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้โชคดีอีกรายเป็นแม่ค้าขายส้มตำอยู่ที่หน้า สภ.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ชื่อ นางปรานอม จันทราช โดยได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เขวาใหญ่ สาเหตุที่ซื้อเลขลงท้าย 83 เพราะเป็นทะเบียนรถคันใหม่ของพี่สาว คนขายที่มาขายให้มีทั้งเลข 83 และ 38 จึงได้ซื้อทั้ง 4 ใบ ก็ปรากฏว่าเลขที่ลงท้าย 83 เป็นรางวัลที่ 1 รวมผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ที่มหาสารคามงวดนี้มี 2 ราย กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับไปคนละ 12 ล้าน รวม 24 ล้านบาท 

ฉุนแย่งลูกค้า! โชเฟอร์ตุ๊กตุ๊กกระหน่ำยิงเพื่อนร่วมวินเจ็บสาหัส ตำรวจล็อกตัวทันควัน

เกิดเหตุโชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊กกระหน่ำยิงกันเอง บริเวณคิวรถตุ๊กตุ๊กข้างสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ บาดเจ็บสาหัส 1 คน สาเหตุมาจากแย่งผู้โดยสาร

ร.ต.อ.สุชาติ แก้วรัตน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันที่บริเวณคิวรถตุ๊กตุ๊ก ข้างสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เกิดเหตุพบร่าง นายเสาร์ อายุ 40 ปี โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊ก ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ริมถนนทาง บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป โดยถูกกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าบริเวณหน้าอกและกลางหลัง 9 นัด

หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่และทีมแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลหาดใหญ่ รีบปฐมพยาบาลช่วยเหลือและพาตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ เนื่องจากอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ในขณะที่ตอนเกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวาย เพราะมีญาติของคนเจ็บมาโวยวายด้วยความโมโหที่เห็นนายเสาร์ถูกยิง จนตำรวจต้องกันออกไป

ส่วนคนที่ยิงก็เป็นโชว์เฟอร์ขับรถตุ๊กตุ๊กคิวเดียวกัน ชื่อ นายเชาวลิตร อายุ 40 ปี ได้ถูก ด.ต.สุวิทย์ กำลัง เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษกองบังคับการสืบสวนภาค 9 ที่เดินอยู่ในบริเวณเกิดเหตุได้เข้าล็อกตัวเอาไว้ได้พร้อมอาวุธปืนของกลาง .38 ที่ใช้ยิงและสนับมือ 1 อัน ก่อนที่จะส่งตัวให้กับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับตัวไปสอบสวนดำเนินคดี

จากการสอบสวนญาติคนเจ็บและพยานแวดล้อมทราบว่า ทั้งคนยิงและคนเจ็บมีเรื่องบาดหมางกันมาตลอดจากปัญหาแย่งผู้โดยสาร ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าก็ทะเลาะท้าต่อยกันอีกครั้ง และขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีรถไฟเข้าสู่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่พอดี

โดยนายเสาร์กำลังเดินไปรอเรียกผู้โดยสารบริเวณทางออกสถานีรถไฟ และถูกนายเชาวลิตรเดินตามมาและใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงไม่ยั้งถึงสองโม่จำนวน 9 นัด จนนายเสาร์ ล้มฟุบลงกับพื้น ส่วนนายเชาวลิต หลังก่อเหตุก็ยังยืนอยู่ใกล้ๆ และถูก ด.ต.สุวิทย์ ฉวยจังหวะเข้าล็อกตัวเอาไว้ได้

“สัปเหร่อไฮโซ” ช่วยเหลือหนุ่มถูกเก๋งชนนิ้วเท้าขาด แฉคู่กรณีลงมาโวยวายไม่สนคนเจ็บ

สัปเหร่อไฮโซ เดินตามหานิ้วเท้าให้หนุ่มมมอเตอร์ไซค์ เก๋งคู่กรณีลงมาโวยวาย ก่อนเปลี่ยนขับรถอีกคันออกไปหน้าตาเฉย

(9 ก.ย 63) เมื่อเวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายเนรมิต ศรีเมือง อายุ 52 ปี ฉายา สัปเหร่อไฮโซ ระบุว่าเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2563 เวลาประมาณ 20.30 น. ตนเองได้ขับรถเก๋งส่วนตัว เพื่อจะไปงานวันเกิดผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ โดยใช้เส้นทางซอยสามัคคี มุ่งหน้าถนนติวานนท์ ได้เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียนบึงกาฬ ทราบชื่อคนขี่ นายสมบัติ อายุ 25 ปี พนักงานขนส่ง ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว เฉี่ยวชนกับรถเก๋งมิตซูบิชิสีขาว ก่อนที่รถจักรยานยนต์ จะเสียหลักกระเด็นมาชนรถของตนเอง

ทำให้นายสมบัติคนขี่จักรยานยนต์นั้น ได้รับบาดเจ็บนิ้วเท้าขวาขาดกระเด็นออกมา ปากก็ร้องเรียกหาให้ช่วยเก็บนิ้วให้ด้วย นายเนรมิตจึงเดินตามหานิ้วเท้าแล้วเก็บมาขณะที่ชายคนขับรถเก๋งคู่กรณีและผู้หญิงที่นั่งมาในรถกลับลงมาเอะอะโวยวาย จะเข้ามาต่อยและทำร้ายนายสมบัติ แทนที่จะช่วยเหลือ นายเนรมิตจึงเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ พร้อมห้ามปรามชายคนดังกล่าว ก่อนที่จะมีหญิงวัยกลางคน ได้ขับรถอีกคันมาที่เกิดเหตุและไล่ให้ชายที่หัวร้อนคนนี้ขึ้นรถคันที่เพิ่งมาจอด แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ชายคนนี้เป็นคนขับรถคันเกิดเหตุ ซึ่งเหตุดังกล่าวชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ต่างพากันงุนงง ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้นำคนเจ็บส่ง รพ.กรมชลประทานแต่แพทย์ไม่สามารถที่จะทำการต่อนิ้วเท้าที่ขาดให้ได้

เวลาต่อมา ร.ต.ท.ภาณุพงศ์ เพียงทำ  รองสว. (สอบสวน) ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวจึงรีบรุดมายังที่เกิดเหตุ โดยที่หญิงสาวที่นั่งมาในรถคู่ชายคนขับหัวร้อน รับสมอ้างว่าเป็นคนขับรถยนต์ที่เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของนายสมบัติ จนรถไปชนท้ายรถนายเนรมิต สัปเหร่อไฮโซ  ซึ่งทาง ร.ต.ท.ภานุพงศ์ จะได้สอบสวนและตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและพยานแวดล้อม หากพบว่าคนขับรถเก๋งมีการสับเปลี่ยนตัวคนขับก็จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมทั้งจะได้นัดคู่กรณีที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการต่อไป

หนุ่ม รปภ.เครียดหนัก โควิด-19 ระบาดทำเงินไม่พอใช้ ตัดสินใจกระโดดเจ้าพระยาจมดับ

หนุ่ม รปภ. โรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป เครียดหนัก ตั้งแต่โควิด-19 ระบาด ทำให้เงินไม่พอใช้จ่าย ตัดสินใจกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาจนเสียชีวิต

วานนี้ (2 ก.ย. 63) เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.ท.พันธ์พงศ์ ภูริวัฒนพงศ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งว่ามีพลเมืองดีพบผู้เสียชีวิตลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้วัดโพธิ์ทองบน ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการนำเรือไปนำร่างของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเพศชายสวมใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ โดยนำขึ้นมาบริเวณที่ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน เพื่อให้ทางแพทย์เวรชันสูตร

เบื้องต้นทราบชื่อคือ นายธงชัย อายุ 28 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ เป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.ของบริษัทแห่งหนึ่ง และจากการตรวจสอบของทางแพทย์เวร สภาพศพไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน    

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิตที่พบนี้เป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการรับแจ้งเมื่อช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้ขับขี่รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน กทม. มาจอดบริเวณกลางสะพานนนทบุรี ก่อนที่จะกระโดดจากสะพานลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและสูญหายไป

โดยทางญาติหลังทราบข่าวว่า พบร่างของนายธงชัยแล้ว ก็เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมกับให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่โดยทราบว่าผู้เสียชีวิตนั้นบ่นถึงปัญหาเกี่ยวกับค่าใช่จ่ายในแต่ละเดือน จึงเกิดอาการเครียดกับรายได้ที่ไม่พอใช้จ่ายหลังจากประสบปัญหาพิษโควิด-19 ระบาดที่ผ่านมา ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการคิดสั้นในครั้งนี้   

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามข้อมูลรายละเอียดกับทางญาติและภรรยาของผู้เสียชีวิตไว้ โดยทางญาติแจ้งว่าก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตได้มีการพูดถึงปัญหาค่าใช้จ่ายที่ไม่พอใช้ในแต่ละเดือนซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิต เพื่อชันสูตรต่อไป

หนุ่มคลั่งบอกจะผ่าท้องเมียตั้งครรภ์ 7 เดือน ทำลูกกรอก ยิงยายดับก่อนฆ่าตัวตายตาม

หนุ่มยิงยายตาย ก่อนยิงตัวเองต่อหน้าแม่และเมียท้อง 7 เดือน ปกติรักลูกเมียมาก สั่งเสียไว้ก่อนอาการทางจิตกำเริบ

(29 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.อ.รณภพ ทิพย์สุวรรณ รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านผือ ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่หน้าบ้าน หมู่ 9 บ้านโนนวารี ต.บ้านผือ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา ออกไปสอบสวนเหตุ พร้อม พ.ต.ท.จันทวี ชาวชายโขง รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ พรสงวนทรัพย์ สวป. ร.ต.อ.มนต์ชัย พลายแสง รอง สว.สส. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.บ้านผือ อาสากู้ภัยส่งเสริมธรรม อาสากู้ภัยทางหลวง  

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมาก กำลังมุงดูศพ นางหนูจันทร์ อายุ 67 ปี เสียชีวิตจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณใต้ราวนมขวา 1 นัด กระสุนฝังใน นอนหงายเสียชีวิตอยู่ริมถนนสายบ้านผือ-น้ำโสม ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้  สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อสีน้ำตาล ผ้าถุงลาย ใกล้ศพพบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1กธ 3996 อุดรธานี ของผู้ตายจอดอยู่ มีตะกร้าสีส้มใส่กระติบข้าวเหนียว และอาหารเตรียมไปวัด วางอยู่บนเบาะ  

ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุคือ นายปรีชา อายุ 29 ปี หลานชายของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ถือปืนวิ่งหลบหนีไปที่ทุ่งนาหลังบ้าน ไปนั่งอยู่ที่คันนาใต้ต้นหว้า ห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำ นางปรีดา อายุ 50 ปี นางแก่นจัน อายุ 21 ปี แม่และเมียของนายปรีชา ให้มาเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธปืนและมอบตัว แต่นายปรีชาไม่ยอมแถมยังพูดพล่ามต่างๆ นานา ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้น นายปรีชา ได้ใช้ปืนสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด .38 ที่ใช้ยิงนางหนูจันทร์ ยิงตัวเองเสียชีวิตต่อหน้าแม่และเมีย โดยกระสุนเข้าที่ขมับซ้ายทะลุขมับขวา สภาพศพใส่เสื้อโปโลสีม่วง กางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายศีรษะจุ่มน้ำ ขาพาดคันนา พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ตกอยู่ในซอกแขนด้านขวา 

สอบสวน นางปรีดา แม่นายปรีชาผู้ก่อเหตุ ให้การว่า นายปรีชาเป็นลูกชายคนโต เปิดอู่ซ่อมรถยนต์อยู่ข้างบ้าน โดยได้กินอยู่กับ นางแก่นจัน อายุ 21 ปี ชาวลาว ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ลูกชายเคยมีอาการทางจิตประสาท และได้พาไปรักษาและกินยาจนอาการดีขึ้น แต่เมื่อวานนี้ นายปรีชา มีอาการกำเริบ บอกว่าจะผ่าท้องเมียนำลูกมาทำลูกกรอก แถมไม่หลับนอนเดินอาละวาดทั้งคืน ส่วนเรื่องที่ลูกชายยิง นางหนูจันทร์ ที่เป็นยาย น่าจะโกรธที่นางหนูจันทร์ มาอบรมสั่งสอน เพราะลูกชายอาละวาดทั้งคืน ทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน จนทำให้ลูกชายโมโหยิง นางหนูจันทร์ ส่วนอาวุธปืนไม่ทราบว่าลูกชายเอามาจากไหน  

นางแก่นจัน อายุ 21 ปี ชาว สปป.ลาว ภรรยานายปรีชา ให้การด้วยน้ำตานองหน้า ได้มาอยู่กินกับสามีมาได้ 1 ปี ซึ่งสามีเป็นคนขยันทำมาหากิน รักเมีย ตั้งแต่ตั้งครรภ์ก็ไม่เคยให้ตนทำงานหนัก และสามีบอกอยากเห็นหน้าลูกเร็วๆ แต่พอสามีมีอาการกำเริบเมื่อวานนี้ ก็ให้บัตรเอทีเอ็มกับตนสั่งว่า ให้เก็บไว้เลี้ยงลูก เพราะกลัวว่าจะไม่ได้อยู่ กลัวตนและลูกจะลำบาก แต่เมื่อคืนนี้สามีอาการกำเริบบอกว่าจะผ่าท้องตนเอาลูกไปทำลูกกรอก และก็ไม่ยอมนอนทั้งคืน กระทั่งมาก่อเหตุยิงยายและยิงตัวเอง 

ส่วน นายปริญญา อายุ 39 ปี ลูกชายนางหนูจันทร์  ให้การว่า นายปรีชา เคยอาละวาด พ่อแม่ห้ามไม่ฟัง  จึงเรียกญาติรวมทั้งนางหนูจันทร์ มาอบรมสั่งสอนให้เชื่อฟังพ่อแม่ ก่อนเกิดเหตุแม่เตรียมอาหารกำลังจะขี่รถจักรยานยนต์ไปวัด แต่พบนายปรีชายืนอยู่หน้าบ้าน จึงได้จอดรถลงมาพูดสั่งสอนสั่งสอนนายปรีชาที่อาละวาดพ่อแม่และเมียเมื่อคืน โดยสั่งสอนให้เลิกอาละวาด ให้เชื่อฟังพ่อแม่ เพราะคนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงไม่ได้หลับไม่ได้นอน ซึ่งแม่ของตนพูดด้วยความหวังดี แต่ทำให้นายปรีชาโกรธ และใช้ปืนยิงแม่ 1 นัดบริเวณใต้ราวนมขวา จนแม่ล้มทั้งยืนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้าน 

นายหนูเที่ยง หงส์ทอง นายก อบต.บ้านค้อ อ.บ้านผือ ญาติของผู้เสียชีวิตทั้งสอง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปี  พ่อแม่นายปรีชามาปรึกษาว่า นายปรีชาไปเปิดอู่ซ่อมรถที่ สปป.ลาว และเสพติดยาบ้าจนมีอาการหลอน จึงนำตัวกลับมาบ้าน ตนจึงแนะนำให้พาไปรักษาที่โรงพยาบาล จ.ขอนแก่น จนมีอาการดีขึ้น และได้มาเปิดอู่ซ่อมรถข้างบ้าน ที่ผ่านมา นายปรีชา จะมีอาการกำเริบเป็นครั้งคราว รวมทั้งเมื่อวานและเมื่อคืนนี้ บอกว่าจะผ่าท้องเมียเอาลูกมาทำลูกกรอก พอตอนเช้านางหนูจันทร์ ได้มาสั่งสอนหลานก่อนไปวัด แต่ก็มาถูกยิงตาย นายปรีชาได้เข้าไปหลบในบ้าน พอตำรวจมาก็หนีไปทุ่งนา และยิงตัวตายตาม  

ร.ต.อ.รณภพ ทิพย์สุวรรณ รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านผือ เปิดเผยว่า นายปรีชา ผู้ก่อเหตุมีอาการทางประสาท มีประวัติการรักษา หากอาการกำเริบมักจะอาละวาดเป็นประจำ พ่อแม่ได้เรียกตำรวจออกไประงับเหตุ นำตัวไปสงบสติอารมณ์เป็นประจำ แต่วานนี้นายปรีชา อาการกำเริบอาละวาดอีก และไม่ยอมนอนทั้งคืน แต่ไม่มีใครแจ้งตำรวจให้ระงับเหตุ อีกทั้งมีอาวุธปืน ทำให้ก่อเหตุยิงยายและยิงตัวเองตายตามเพื่อหนีความผิด