เพิ่งพ้นคุกฆ่าคนตาย! หนุ่มติดยา สังหารโหดแม่ ทิ้งร่างไร้ลมหายใจกลางทุ่ง

เพิ่งพ้นคุกฆ่าคนตาย! หนุ่มติดยา สังหารโหดแม่ ทิ้งร่างไร้ลมหายใจกลางทุ่ง

เพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าคนตาย หลังติดคุก 9 ปี หนุ่มโหดติดยา ฆ่าโหดแม่ ทิ้งร่างไว้กลางทุ่ง หลังโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ก่อนฉกเงินสด-โทรศัพท์ ขี่จยย.หนีลอยนวล

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564 พ.ต.อ.วรวุฒิ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ได้รับรายงานว่ามีคนพบศพผู้หญิงเสียชีวิต กลางทุ่งนาบ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 2 ต.หนองคู อ.บ้านแท่น จึงสั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.บ้านแท่น ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวนภูธรจังหวัดชัยภูมิ และแพทย์ รพ.บ้านแท่น ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพหญิง 1 ราย สภาพถูกเสื้อยีนส์แขนยาวรัดบริเวณลำคอ เลือดไหลออกทางปากและจมูก นอนจมกองเลือด ทราบชื่อต่อมาคือนางอรพิน อย่างสวย อายุ 52 ปี ชาว ต.หนองคู อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ

สอบถามนางดวงจันทร์ น้าของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า มีชาวบ้านพบศพคนนอนอยู่กลางทุ่งนา จึงรีบแจ้งผู้นำชุมชนให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ก่อนมีคนมาบอกว่าเป็นหลานของตน จึงรีบไปดู เชื่อว่าฆาตกรคือลูกชายของนางอรพิน คือนายทรงกด อย่างสวย อายุ 31 ปี เป็นคนฆ่าแม่ตัวเอง เนื่องจากเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำในคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา

ด้านนายบุญเต็ม อย่างสวย อายุ 62 ปี สามีผู้เสียชีวิต และพ่อของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ช่วงเช้าลูกชายบ่นว่าปวดหน้าอก หายใจไม่ออก จึงให้แม่ขับรถจักรยานยนต์พาลูกชายไปตรวจที่ รพ.บ้านแท่น ก่อนกำชับลูกชายให้ดูแลเเม่ให้ดีๆ เพราะต้องเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ให้ กระทั่งบ่ายมีคนมาบอกว่า พบภรรยาของตนนอนเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา แต่ไม่มีใครพบลูกชายและรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ 125 สีเทา-ฟ้า ทะเบียน 8 ญ 705 กรุงเทพมหานคร รวมถึงเงินสดและโทรศัพท์มือถือของภรรยาก็หายไปด้วย

นายบุญเต็ม กล่าวต่อว่า เชื่อว่าลูกชายเป็นคนฆ่าแม่ เพราะลูกชายเคยก่อเหตุฆ่าคนตายโดยเจตนามาแล้วที่ จ.นครสวรรค์ และมีโทษจำคุกถึง 9 ปี ก่อนจะพ้นโทษออกมาจากเรือนจำเมื่อเดือน มี.ค. 2563 และกลับมาอยู่บ้าน ลูกชายก็ไม่หางานทำ มีแต่กินเหล้าและเสพยาเสพติด เมื่อเสพเข้าไปก็จะมีอารมณ์ฉุนเฉียว เคยขู่จะทำร้ายฆ่าพ่อกับแม่มาแล้ว แต่ก็เอาตัวรอดมาได้จนกระทั่งเกิดเหตุในครั้งนี้

ขณะที่ พ.ต.อ.วรวุฒิ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น ได้เดินทางเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุและแจ้งกองพิสูจน์หลักฐานให้มาเก็บข้อมูล ก่อนที่จะส่งร่างผู้เสียชีวิตทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลชัยภูมิ พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งไล่ล่าลูกชายรายนี้มาสอบสวน และรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โมโหทวงค่าแรง! ผู้รับเหมา ปืนโหด ยิงลูกน้อง 4นัด ก่อนเรียกคนช่วย

โมโหทวงค่าแรง! ผู้รับเหมา ปืนโหด ยิงลูกน้อง 4นัด ก่อนเรียกคนช่วย

ผู้รับเหมา ปืนโหด รัวยิงลูกน้อง ในบ้านพักพื้นที่ จ.สงขลา เปิดปากสารภาพปม ทวงค่าแรง ตำรวจตามรวบตัวขณะขับรถจักรยานยนต์หลบหนี

วันที่ 26 ม.ค.2564 พ.ต.อ.ไพบูลย์ บุญยรัตน์ ผกก.สภ.สามบ่อ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9

ที่เกิดเหตุทราบว่า ผู้ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสชื่อ นายมนู (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาว จ.พิษณุโลก ซึ่งเดินทางมาทำงานก่อสร้างอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 เข้าที่บริเวณสะบักขวา 3 นัด ชายโครงขวา 1 นัด และนิ้วขวามีแผลอีก 1 แผล จากการใช้มือปัดป้องกระสุนปืน โดยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลระโนด นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืน .38 ตกอยู่ 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และยังพบร่องรอยการตั้งวงดื่มกินกันอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนยิงคือ นายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุ และเป็นผู้รับเหมาที่ นายมนู มาทำงานเป็นลูกน้องอยู่ด้วย โดยหลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปพร้อมอาวุธปืน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สามบ่อ จึงออกติดตาม

ก่อนจะสามารถจับกุมได้ขณะขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ บนถนนสายบ่อโพธิ์ มุ่งหน้าไป อ.ระโนด ซึ่งห่างจากบ้านพักของตนเองประมาณ 2 กิโลเมตร ทั้งนี้ ขณะเข้าทำการจับุกม นายปัญญา พยายามขับรถจักรยานยนต์หลบหนีแต่ก็ถูกตำรวจสกัดจับเอาไว้ได้ พร้อมอาวุธปืน .38 ที่ใช้ก่อเหตุและกระสุนปืนอีก 15 นัด

จากการสอบสวน นายปัญญา ยอมรับสารภาพว่า ตอนเกิดเหตุได้ตั้งวงดื่มเหล้าอยู่กับนายมนูซึ่งเป็นลูกน้อง และเพื่อนบ้านอีก 4 คน แต่คนอื่นได้ทยอยกันกลับไปแล้ว เหลือเพียงตนกับนายมนู ระหว่างที่กำลังดื่มกินและเริ่มมีอาการมึนเมา ก็ได้มีปากเสียงกับนายมนูที่ขอเบิกเงินค่าแรง 750 บาท แต่ได้ให้ไปแค่ 300 บาท

“นายมนู ไม่ยอมจะเอาทั้งหมดและได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ ไปเอามีดพร้ามาด้วยและนำมาวางไว้ข้างบ้าน ส่วนผมเข้าไปหยิบปืนมาพกติดตัวไว้ เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้าย และได้เกิดการโต้เถียงกันอีกรอบ ด้วยความโมโหและความเมาจึงได้ชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงนายมนู 4 นัดจนล้มลงกับพื้น” นายปัญญา กล่าว

นายปัญญา กล่าวต่อว่า จากนั้น ตนได้เดินไปบอก นายยงยุทธ เทพแก้ว ซึ่งเป็นรอง นายกเทศบาลตำบลบ่อตรุ ที่มีบ้านอยู่ใกล้ ๆ กัน ให้มาช่วยพานายมนูส่งโรงพยาบาล ส่วนตนก็ขับรถจักรยานยนต์พร้อมอาวุธปืนออกจากบ้านไป

ทั้งนี้ ตำรวจได้ควบคุมตัวนายปัญญาไปดำเนินคดีในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นและพกพาปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ส่วนนายมนูขณะนี้อาการยังน่าเป็นห่วง แล้วยังมีลูกที่ต้องดูแลอีก 3 คนด้วย

บัญชีสาวแสบ ยักยอกเงินเพื่อนสนิท 7 แสน หนีหัวซุกหัวซุน ถูกรวบคาคอนโด

บัญชีสาวแสบ ยักยอกเงินเพื่อนสนิท 7 แสน หนีหัวซุกหัวซุน ถูกรวบคาคอนโด

ตำรวจบก.สส.บช.น. บุกรวบสาวแสบคาคอนโด พบเป็นอดีตพนักงาน บริษัทก่อสร้างชื่อดัง เปิดบริษัทรับทำบัญชียักยอกเงินภาษีเพื่อนสนิท 7 แสนบาท

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2564 พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธิติพงษ์ สียา พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ภักดีดินแดน พ.ต.ท.เฉลิมพงษ์ ธรรมมียะ รองผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.

สั่งการให้พ.ต.ต.ศราวุฒิ พิมพ์สุภาพร สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมน.ส.ปัทมา แก้วภา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลแขวงธนบุรี ที่ 568/2563 ลงวันที่ 24 พ.ย. 2563 ข้อหา “ยักยอก” จับกุมได้ห้องพักคอนโดแห่งหนึ่งในซอยอินทามระ 47 แขวงรัชดภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 64 ชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกน.ส.ปัทมา แก้วภา ยักยอกเงินที่ตนว่าจ้างน.ส.ปัทมา ทำบัญชี และเงินที่ตนโอนไปให้เพื่อจ่ายภาษีเป็นเงิน 700,000 บาท

ก่อนหน้านี้น.ส.ปัทมา เคยทำงานอยู่ที่เดียวกัน มีความสนิทคุ้นเคยกัน โดยน.ส.ปัทมา เคยยืมเงินของตน แต่ก็คืนตามเวลามาโดยตลอด จึงเกิดความไว้วางใจว่าจ้างทำบัญชีภาษีให้บริษัทของตน จากนั้นได้ส่งหลักฐานการเงินและหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีและเงิน ให้ดำเนินการแทนมาเป็นเวลา 7-8 เดือน

ในแต่ละเดือนผู้เสียหายจะทวงถามเอกสารการจ่ายเงินภาษี แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด กระทั่งมารู้เรื่องเมื่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าส่งเอกสารมาทวงถามและตนไปขอคัดลอกเอกสารที่เกี่ยวกับการชำระภาษี จึงรู้ว่าน.ส.ปัทมา ไม่ได้นำเงินที่ตนโอนในแต่ละเดือนไปเสียภาษีตามที่ตนว่าจ้าง

จากนั้นตนจึงโทรหาและทวงถามเรื่องดังกล่าวแต่ถูกบ่ายเบี่ยงผิดนัดและไม่รับโทรศัพท์ จึงปรึกษาทนายเพื่อฟ้องร้องกับน.ส.ปัทมา และนำข้อมูลหลักฐานแจ้งต่อศาลเพื่อดำเนินคดีแขวงธนบุรีและประสานพนักงานสอบสวนสภ.แก่งคอย อายัดตัวเพิ่มตามหมายจับศาลจ.สระบุรี คดียักยอกทรัพย์ผู้อื่น

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงจัดชุดลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนพบว่าผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ในซอยอินทามระ 47 จากการตรวจสอบได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า น.ส.ปัทมา อาศัยอยู่ที่ห้องพักปิดไฟมืดไม่ออกไปไหน โดยจะออกจากห้องก็อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง หรือเฉพาะเวลากลางคืนเพื่อซื้ออาหาร และจะนำรถยนต์ไปจอดแอบไว้ที่อื่น

ต่อมาวันที่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้พลเมืองดีทำทีไปเคาะห้องของน.ส.ปัทมา เพื่ออยากจะพูดคุย เมื่อเปิดห้องออกมาชุดสืบสวนจึงเข้าทำการจับกุม

จากการสอบสวนน.ส.ปัทมา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นพนักงานบัญชีบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งย่านอโศกก่อนลาออกมาเปิดบริษัทรับทำบัญชีภาษี โดยได้รับการว่าจ้างจากผู้เสียหายให้ทำบัญชีภาษีให้ แต่ตนไม่ได้นำเงินที่ผู้ว่าจ้างไปจ่ายภาษีตามตกลง และตนนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัว

เบื้องต้นได้นำตัวส่งศาลแขวงธนบุรี ก่อนประสานให้ตำรวจสภ.แก่งคอย จ.สระบุรี มาอายัดตัว ข้อหา”ยักยอกทรัพย์ผู้อื่น” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ช้างป่าเขาอ่างฤๅไน ถูกรถพ่วงชนเจ็บสาหัส โซซัดโซเซหนีหายเข้าป่า-ทิ้งไว้แต่กองมูล

ช้างป่าเขาอ่างฤๅไน ถูกรถพ่วงชนเจ็บสาหัส โซซัดโซเซหนีหายเข้าป่า-ทิ้งไว้แต่กองมูล

ช้างป่าเขาอ่างฤๅไน ถูกรถพ่วงชนแล้วหนีเจ็บสาหัส โซซัดโซเซหนีหายเข้าป่า ทิ้งไว้แต่กองมูลและรอยเลือด

วานนี้ (14 ม.ค.64) เวลา 19.15 น. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่กำลังใช้เส้นทางผ่านบนถนนสาย 3259 (เดิม) เส้นทางสายความมั่นคง (ฉะเชิงเทรา-วังน้ำเย็น) ว่าได้พบเห็นช้างป่าถูกรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุก ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ พุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณหมู่บ้านเนินดินแดง หมู่ 13 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

จึงเดินทางไปตรวจสอบยังในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่เลยห่างมาจากด่านตรวจทหารพราน เพียงประมาณ 1 กม. มุ่งหน้าบ้านหนองคอก พร้อมประสานงานแจ้งไปยังนายเกรียงศักดิ์ มิตรประกอบโชค นายอำเภอท่าตะเกียบ เพื่อรายงานเหตุการณ์ให้รับทราบ ก่อนพากันเดินทางไปร่วมกันตรวจสอบยังในที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ต.อ.พิพัชร์ พ่วงแพ ผกก. สภ.ท่าตะเกียบ พร้อมกำลังอาสาสมัครจากหน่วยกู้ภัยพนมสารคาม จุด อ.ท่าตะเกียบ เดินทางไปด้วย

ที่เกิดเหตุพบเพียงร่องรอยของช้างป่าไม่ทราบเพศวัยประมาณ 10 ปี น้ำหนักประมาณ 3 ตัน ถูกชนอยู่บนพื้นถนน โดยมีคราบเลือด เศษชิ้นเนื้อ และมูลที่ไหลราดมากองอยู่กับพื้นเป็นจำนวนมาก และยังพบร่องรอยของป่าหญ้าริมทางที่ถูกช้างแหวกหนีเอาตัวรอดหายไปกับความมืด ส่วนรถยนต์บรรทุกพ่วงคันก่อเหตุพุ่งชนช้าง ได้ขับหลบหนีไปตามเส้นทางมุ่งหน้าบ้านหนองคอกแล้ว

ขณะเดียวกันได้มีชาวบ้านถ่ายคลิปภาพของช้างป่า หลังจากถูกรถยนต์บรรทุกพุ่งชน และนอนสลบกองอยู่บนพื้นอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะฟื้นตัวลุกขึ้นมา และได้พยายามขยับตัวยันเท้ายืนขึ้นจนสำเร็จอย่างทุลักทุเล จากนั้นจึงได้เดินโซซัดโซเซหนีเข้าป่าไปได้ในที่สุด ท่ามกลางเสียงชาวเสียงบ้านที่ครวญออกมาด้วยความสงสาร

สุดหดหู่! ลุงเห็นภาพปวดใจ ส.อบต.หื่น ขืนใจหลาน ป.6 กลางป่า ยัดเงินปิดปาก

สุดหดหู่! ลุงเห็นภาพปวดใจ ส.อบต.หื่น ขืนใจหลาน ป.6 กลางป่า ยัดเงินปิดปาก

ลุงเดินตามหาหลาน เข่าแทบทรุดเห็นภาพปวดใจ ส.อบต.หื่น วัย 63 ขืนใจหลาน ป.6 กลางป่า ยัดเงินปิดปาก บอกอย่าเอาเรื่อง

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีสมาชิก อบต.แห่งหนึ่งใน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ก่อเหตุขืนใจเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.6 ผู้ปกครองเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเป็นชาวนาไม่รู้กฎหมาย และเกรงจะเป็นอันตราย เพราะผู้ก่อเหตุเป็นคนมีฐานะ

สอบถามนายน้อย (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ลุงของเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ใน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า พ่อแม่ของหลานแยกทางกันมานาน ตนเลี้ยงหลานตั้งแต่ยังเล็ก พร้อมส่งเสียให้เรียน เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2564 เวลาประมาณ 11.00 น. ตนออกตามหาหลาน เพราะพบความผิดปกติ เนื่องจากหลานมักออกจากบ้านโดยไม่ได้บอกให้ทราบมานานนับปีนายน้อย กล่าวต่อว่า เมื่อเดินตามหาบริเวณชายป่าข้างบ้าน เห็นรถจักรยานยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ข้างชายป่า ซึ่งเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า แต่เป็นที่ดินมีเจ้าของ ตนก็เดินเข้าไปก่อนเห็นภาพคาตาถึงกับเข่าทรุด เป็นภาพนายมณี อายุ 63 ปี สมาชิก อบต. และ อสม.ประจำหมู่บ้าน เปลือยกายล้อนจ้อนคร่อมร่างหลานตัวเองกลางป่า

นายน้อย กล่าวอีกว่า จากนั้นนายมณีได้ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า แล้วบอกว่าอย่าเอาเรื่องกันเลย ก่อนจะรีบขี่รถจักรยายนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นตนได้ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่ามีลังกระดาษ ปูพื้นไว้ ลักษณะปูมานาน และต้นไม้บริเวณนั้นโล่งเตียน และพบเศษถุงยางอนามัยหล่นอยู่ โดยช่วงเย็นวันเดียวกัน นายมณีได้เอาเงินฝากคนสนิทของ อบต. เอาเงินมาให้ที่บ้านจำนวน 100,000 บาท เพื่อให้จบเรื่องกันไป

นายน้อย กล่าวต่อว่า ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเก็บเงินไว้ และอยากจะหาที่ปรึกษา เพราะไม่รู้กฎหมาย นอนคิดหลายคืน จึงไปปรึกษาเพื่อนบ้าน ได้รับคำแนะนำว่าต้องไปปรึกษาทนาย จึงเอาเรื่องทั้งหมดร้องเรียนไปที่ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ที่ผ่านมาพยายามติดตามพฤติกรรมของหลานมาโดยตลอด ตอนแรกคิดว่าหลานไปเที่ยวเล่น หรือไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะนายมณี ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่และเป็นถึง อบต. และ อสม. อายุมากแล้ว ไม่คิดว่าจะทำกับลูกหลานแบบนี้

หลังทราบเหตุการณ์ ผู้สื่อข่าวได้พานายน้อยมาแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ยงยุทธ ไผ่ล้อมวรกุล รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.หนองหงส์ อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เพื่อเอาผิดกับ อบต. คนดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจจะส่ง ด.ญ.เอ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหนองหงส์ เพื่อประสานสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำเด็ก เพื่อแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบต่อไป

ง้อแฟนไม่สำเร็จ! หนุ่มแค้นจัด บุกยิงดับกลางร้านส้มตำ ก่อนปลิดชีพตาม

ง้อแฟนไม่สำเร็จ! หนุ่มแค้นจัด บุกยิงดับกลางร้านส้มตำ ก่อนปลิดชีพตาม

ตำรวจ สภ.บางปะอิน พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุ หนุ่ม ง้อแฟนไม่สำเร็จ ควงปืนบุกยิงดับกลางร้านส้มตำ ก่อนปลิดชีพตัวเองตาม เจ้าของร้านเผยนาทีสลด

วันที่ 11 ม.ค.2564 ร.ต.อ สุชาติ จำนงค์บุญ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางปะอิน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้เสียชีวิต ภายในร้านส้มตำแห่งหนึ่งในพื้นที่ บริเวณในร้านส้มตำ ตรงข้างร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ พิษณุ พราหมณ์เทศ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.บางปะอิน, เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ที่เกิดเหตุภายในร้านพบผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อ น.ส.นีรนุช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี เป็นพนักงานของร้าน สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะ มีบาดแผลฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ข้างกันยังพบศพ นายหาญณรงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณปากกระสุนทะลุท้ายทอย ข้างตัวพบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนอยู่ในรังเพลิง 1 ปลอก และตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 ปลอก ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม น.ส.วิไลลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เจ้าของร้าน อยู่ในอาการตกใจ ทราบว่า น.ส.นีระนุช เป็นแม่ครัวของร้าน ขณะเกิดเหตุกำลังตำส้มตำอยู่ จังหวะนั้น นายหาญณงค์ ซึ่งเป็นอดีตแฟนเก่าได้เดินทางมาหาที่ร้านเพื่อขอคืนดี ก่อนจะมีปากเสียงกัน ตนจึงให้ลูกค้าที่มาซื้อของช่วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

“จังหวะนั้น นายหาญณงค์ ได้ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.นีรนุช ที่ศีรษะ และตะโกนบอกไม่ให้ใครเข้ามาช่วย ทำให้ลูกค้าต่างพากันตกใจวิ่งหนีออกจากร้าน แล้วนายหาญณงค์ได้ใช้ปืนยิงกรอกปากตัวเองอีก 1 นัดจนเสียชีวิต” น.ส.วิไลลักษณ์ กล่าวจากการสอบสวนพยานที่เกิดเหตุ ทราบว่า นายหาญณงค์ได้เข้ามาที่ร้าน 1 ครั้ง และมีปากเสียงกัน ก่อนจะย้อนกลับมาอีก กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเกิดจากความโกรธแค้นที่น.ส.นีรนุชไม่ยอมคืนดีด้วย จึงใช้ปืนก่อเหตุยิงน.ส.นีรนุชและยิงตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ น.ส.นีรนุชได้เคยมีปากเสียงกับนายหาญณรงค์มาแล้ว และได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้ด้วย

สลด! หนุ่มชาวนาวัย 26 ออกไปอุดคูน้ำ โรคลมชักกำเริบ วูบหน้าคว่ำจมดับ

สลด! หนุ่มชาวนาวัย 26 ออกไปอุดคูน้ำ โรคลมชักกำเริบ วูบหน้าคว่ำจมดับ

หนุ่มชาวนาวัย 26 โรคลมชักกำเริบ วูบหน้าคว่ำจมดับ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ สิริจรรยาธรรม สว.(สอบสวน) สภ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี รับแจ้งมีคนจมน้ำในคูนา หมู่ที่ 5 ต.น้ำตาล อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี บริเวณทุ่งนาหลังโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก จึงรุดไปทำการสอบสวนพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลอินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุเป็นบริเวณคูน้ำเข้านากว้างประมาณ 5 เมตร พบศพชายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตในคูน้ำ สวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ ทราบชื่อนายสุทธินันท์ รอดถาวร อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 8/4 หมู่ที่ 5 ต.น้ำตาล อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่อยรอยการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายออกไปอุดน้ำจากคูน้ำไม่ให้เข้านา เนื่องจากฝนตกลงมา แต่ผู้ตายมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก สันนิษฐานว่าผู้ตายเกิดอาการโรคลมชักกำเริบ และลื่นตกลงไปในคูน้ำ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาติไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป