พาอดทั้งจังหวัด! ยาบ้าส่งลูกค้าป่วยโควิดรพ.สนาม สั่งงดฝากอาหารเยี่ยม-สั่งแอพ

พาอดทั้งจังหวัด! ยาบ้าส่งลูกค้าป่วยโควิดรพ.สนาม สั่งงดฝากอาหารเยี่ยม-สั่งแอพ

ตร.บุกบ้าน ตะคุรบหนุ่มค้ายา แอบส่งยาบ้าให้ลูกค้าผู้ป่วยโควิด นอนรักษาตัวในรพ.สนาม ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ส่งงดการฝากอาหารเยี่ยมผู้ป่วย สั่งผ่านแอพด้วย

วันที่ 29 ก.ค.2564 ที่ กก.สส.ภ.จว.น่าน พล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จว.น่าน พ.ต.อ.ดเรศ กัลยา รอง ผบก. พ.ต.อ.บุญส่ง นิกรเถื่อน ผกก.สภ.ภูเพียง พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ปัญญาเนรมิตดี ผกก.สส.ภ.จว.น่าน ร่วมกันสอบสวน นายทรงพล หลังนำยาบ้ายัดซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ไปส่งให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนาม 2 อาคารที่ประชุมวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน

พล.ต.ต.มงคล เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ ผู้ต้องหาลักลอบซุกยาบ้า 10 เม็ดในซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปส่งให้ผู้ป่วยโควิดรักษาตัวอยู่รพ.สนาม 2 อาคารวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนแกะรอยจากกล้องวงจรปิด แล้วบุกเข้าจับกุมได้ที่บ้านพัก ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน สอบสวนรับสารภาพ นำยาบ้าไปส่งให้กับนายจารุกิตต์ ผู้ป่วยโควิด จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้งคู่ ในส่วนของนายจารุกิตต์ จะถูกอายัดตัวทันทีหลังรักษาตัวโรคโควิดหายแล้ว

 ส่งยารพ.สนาม

” จากเรื่องนี้ ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจที่มีการตั้งรพ.สนามในท้องที่ ให้เข้มงวดตรวจบุคคลเข้าออก และสิ่งของต่างๆที่ส่งเข้าไปให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจ และลงทะเบียนบัตรประจำตัวผู้ฝากสิ่งของเพื่อจะได้เป็นหลักฐาน และสามารถตรวจสอบ ติดตามได้ ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดน่านได้สั่งงดการฝากอาหารเยี่ยมผู้ป่วยโควิด-19 รวมไปถึงงดการสั่งอาหารผ่านแอพริเคชั่นทุกชนิด ที่รพ.สนามทุกแห่งในทันที ”

จับพ่อค้าอาหารทะเล รับขนกัญชาเกือบ 400 กก.

จับพ่อค้าอาหารทะเล รับขนกัญชาเกือบ 400 กก.

เช้านี้ที่หมอชิต – หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม วางแผนสกัดจับพ่อค้าอาหารทะเล ชาวจังหวัดราชบุรี ใกล้ร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว หันมารับจ้างส่งกัญชา น้ำหนักเกือบ 400 กิโลกรัม หวังได้ค่าจ้าง 50,000 บาท แต่ไม่ทันได้เงิน ก็ถูกจับได้ก่อน ยอมรับสารภาพทำไปเพราะไม่มีงานทำ

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง หรือ นรข.เขตนครพนม สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่วข้อง สกัดจับขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ข้ามแม่น้ำโขง จาก สปป.ลาว มายังประเทศไทย โดยขึ้นฝั่งที่ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม เจ้าหน้าที่จึงเข้าสกัดจับ พบผู้ต้องหา 2 คน ก่อนที่จะหลบหนีไปได้ 1 คน และจับกุมได้เพียง 1 คน คือ นายโสภณ เคลืออยู่ ชาวอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี พร้อมของกลาง กัญชาอัดแท่ง 398 แท่ง น้ำหนัก 398 กิโลกรัม มูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท บรรจุในกระดาษฟอยล์

ซึ่งตรวจสอบพบว่า เป็นกัญชาคุณภาพดี เกรด A สภาพสด-ใหม่ ขณะที่จากการสืบสวน พบว่าเตรียมส่งไปขายต่างประเทศ ขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนกัญชา เพราะตอนนี้ตกงาน ซึ่งผู้ว่าจ้าง บอกว่า หากขนได้สำเร็จ ก็จะให้ค่าตอบแทน 50,000 บาท แต่ก็ยังไม่ทันได้รับเงิน ก็มาถูกจับก่อน

ก่อนหน้านี้ นรข. จับกุมยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคอีสานได้มากกกว่า 140 ครั้ง ยึดกัญชาอัดแท่งได้มากกว่า 9 ตัน ยาบ้ากว่า 45 ล้านเม็ด และไอซ์ 4 ตัน ซึ่งช่วงวิกฤตโควิด-19 ขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ฉวยโอกาสว่าคนตกงานให้มารับจ้างชนยาเสพติดมากขึ้น จึงต้องเพิ่มมาตรการเข้มตามแนวชายแดนเข้มงวดมากขึ้นและตรวจตราต่อเนื่อง พร้อมสร้างความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ให้เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่

คดีพลิก หลังผลชันสูตรออก ‘ต๊อก โคกสะบ้า’ ถูกยิงดับ ตร.เร่งล่าคนร้าย

คดีพลิก หลังผลชันสูตรออก 'ต๊อก โคกสะบ้า' ถูกยิงดับ ตร.เร่งล่าคนร้าย

ล่ามือฆ่า ‘ต๊อก โคกสะบ้า’ หลังหลังผลชันสูตรออก ถูกยิง 3 นัด ลุยสอบปากคำกว่า 20 ปาก ไล่กล้องวงจรปิดกว่า 100 ตัว ลั่นไม่เกินอาทิตย์นี้ ได้ตัวแน่นอน เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 พ.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดกอง สว.(สอบสวน)สภ.นาโยง จ.ตรัง ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง และเจ้าหน้าที่ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บรรเทานาโยง) รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังผลชันสูตรพลิกศพระบุว่านายโสภณ ณ นคร หรือ “ต๊อก โคกสะบ้า” อายุ 55 ปี ถูกฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 64 เวลา 14.20 น. ตำรวจสภ.นาโยง รับแจ้งอุบัติเหตุรถจยย.พ่วงข้าง เสียหลักตกคูน้ำข้างทาง บริเวณริมถนนสายนาโยง-ย่านตาขาว พื้นที่บ้านนาปด ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง คนขี่คือนายโสภณ ณ นคร หรือ “ต๊อก โคกสะบ้า” อายุ 55 ปี อาชีพกรีดยาง และเคยเป็นผู้สมัครลงเลือกตั้งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.โคกสะบ้า เสียชีวิต

ต่อมาปรากฎว่าได้มีการชันสูตรพลิกศพ พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม เนื่องจากพบร่องรอยโดนยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด กระสุนเจาะเข้าลำตัว 3 แผล เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นเพื่อเก็บพยานหลักฐาน

โดยทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้นำ นำเครื่องเมทัล ดีเทคเตอร์ หรือเครื่องตรวจจับโลหะ สแกนหาวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง รวมทั้งค้นหาปลอกกระสุนปืนในจุดเกิดเหตุ แต่ไม่ได้พบปลอกกระสุนแต่อย่างใด

ด้านพ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง ผกก.สภ.นาโยง กล่าวว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำพยานไปประมาณ 20 ปาก และได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไปแล้วกว่า 100 ตัว ซึ่งทางตำรวจระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีกี่ราย และยังไม่ได้ออกหมายจับใคร เนื่องจากต้องรอให้คดีมีความชัดเจนมากกว่านี้

ส่วนปมเหตุในการก่อเหตุมุ่งเรื่องปัญหาส่วนตัว ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำแผนประทุษกรรม เพื่อจำลองเหตุการณ์ในการก่อเหตุ มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ไม่เกินภายในสัปดาห์นี้ ตนได้ไปแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว พยายามดูแลอย่างเต็มที่ เพราะผู้ตายเองก็เป็นคนดี รักครอบครัว รับปากจะพยายามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีมาให้ได้

กลุ่มผู้เสียหายร้องถูกหลอกลงทุน”เงินดิจิตอล” สูญเงินกว่า 46 ล้านบาท

กลุ่มผู้เสียหายร้องถูกหลอกลงทุน"เงินดิจิตอล" สูญเงินกว่า 46 ล้านบาท

กลุ่มเสียหายรวมตัวกว่า 20 คน หอบเอกสารหลักฐานร้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกหลอกลงทุน binance เสียหายกว่า 46 ล้านบาท ผู้เสียหายแฉ ถูกชักชวนผ่านแอพหาคู่ พูดคุยสร้างสัมพันธ์ ก่อนชวนลงทุนเงินดิจิตอล อ้างผลตอบแทนสูง ส่งลิงก์มาให้ลงทุน วอนตร.เร่งรัดดำเนิน
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 คน นำเอกสารหลักฐานยื่นหนังสือถึงพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุน binance การลงทุนสกุลเงินดิจิตอลมูลค่าความเสียหายกว่า 46 ล้านบาท มีผู้เสียหายเกือบ 50 คน

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มลงทุนมีการพูดคุยกับผู้ชักชวนผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ และ มีการพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ และสร้างให้เกิดความน่าเชื่อถือ ก่อนจะถูกชักชวนร่วมลงทุน binance ซึ่งเป็นพอร์ตการลงทุนสกุลเงินดิจิตอลโดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้ผู้ชักชวนจะส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายเข้าไปเทรดสกุลเงินต่างประเทศเหมือนการลงทุนทั่ว เช่น ลงทุน แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล ไปผู้เสียหายแต่ละคนจะได้ลิงก์ที่แตกต่างกัน ซึ่งผลตอบแทนก็จะแตกต่างกันด้วยขึ้นอยู่กับเงินต้นทุนที่ได้ลงทุนไป

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยอีกว่า ต่อมาเมื่อเห็นว่าได้ผลตอบแทนจริง จึงตัดสินใจลงทุนเพิ่ม หลังจากที่ลงทุนเพิ่มไปแล้วกลับไม่ได้ผลตอบแทนตามที่ตกลงกัน ผู้เสียหายบางคนได้ติดต่อไปยังผู้ชักชวนลงทุนแต่กลับไม่ได้คำตอบ จึงเข้าแจ้งความโดยก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความไปแล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเร่งรัดดำเนินคดีตามกฎหมาย