เจ้าของร้านเสริมสวยอยู่ดีๆ คลุ้มคลั่ง ลุกขึ้นมารัดคอเพื่อน ก่อนบุกยึดร้านสะดวกซื้อ

(29 ต.ค.62) เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.วิชัย อนันต์ทรัพย์ยิ่ง รอง สวป.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีบุคคคลุ้มคลั่ง ยึดร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่ มาร์ท เลขที่ 228/57 สาขาเขาตาโล ซอย 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อพบประชาชนมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีพนักงานร้านยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านหน้าเช่นกัน ภายในร้านสะดวกซื้อพบผู้ชายอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งตะโกนโวยวาย รื้อค้นสินค้า กระจัดกระจาย เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามจะเข้าไปใกล้ก็จะขว้างปาเทปใส เทปกาวใส่ จนได้รับความเสียหายหลายรายการ เจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดีจึง เปลี่ยนวิธีโดยการปีนขึ้นทางชั้นสองแล้วลงเข้าไปทางด้านหลังร้าน แล้วให้เจ้าหน้าที่อีกชุดหลอกล่อทางด้านหน้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนใช้จังหวะเผลอบุกเข้าชาร์จตัวอย่างรวดเร็ว จนสามารถสยบคลั่งชายคนดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

สอบถามนายกิตติกร อายุ 36 ปี เพื่อนคู่ขา ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายวรายุส์ อายุ 43 ปี เป็นเจ้าของร้านเสริมสวยอยู่ติดกับร้านสะดวกซื้อ ก่อนหน้านี้ได้นอนอยู่ด้วยกันอยู่ดีๆ ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา และพยายามจะทำร้ายตนโดยการรัดคอและรัดขา ส่วนสาเหตุตนเองคาดว่าเพื่อนน่าจะเสพยาเสพติดมา จากนั้นก็ได้วิ่งเข้าไปคลั่งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะมีคนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยจับตัวไว้ได้ดังกล่าว

เบื้องต้นได้ควบคุมตัว นายวรายุส์ ผู้ที่คลุ้มคลั่งและเพื่อน ไปยังสภ.บางละมุง เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะต้องทำการตรวจสารเสพติดในร่างกายต่อไป

เปิดใจแม่เด็ก 4 ขวบ “ดราม่ารถเฉี่ยว” ยอมรับตกใจและเห็นใจคู่กรณี

แม่เด็กชายวัย 4 ขวบ จากคลิปวิ่งข้ามถนนกะทันหัน ทำรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บ กระทั่งชาวเน็ตออกมาตำหนิผู้ปกครอง ยอมรับว่าตกใจ และรู้สึกเห็นใจคู่กรณีที่ถูกแจ้งข้อหา

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดีย จ.ระยอง ได้วิพากษ์วิจารณ์ถกเถึยงถึงภาพจากกล้องวงจรปิด อุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนเด็ก 4 ขวบ พื้นที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด หน้าร้านจำหน่ายเทปใส เทปกาว โดยหลายฝ่ายต่างพากันเห็นใจคนขับรถยนต์คู่กรณี เนื่องจากหลักฐานเผยให้เห็นว่า เด็กน้อยวิ่งตัดหน้าข้ามถนนอย่างกะทันหัน แต่สำหรับในทางกฎหมายนั้น คนขับรถเข้าข่ายมีความผิด ถูกแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาท ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุดังกล่าว บริเวณร้านขายรถมือสอง ซึ่งเป็นเจ้าของกล้องวงจรปิด โดยได้พบผู้ดูแลร้าน เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากถนนใหญ่ เมื่อออกไปดูก็พบเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาทำการช่วยเหลือนำเด็กที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

หลังจากนั้นตนจึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ดูไปพร้อมๆ กับพ่อของเด็ก ทำให้ทราบว่าเด็กๆ พากันเดินมาจากห้องพักที่อยู่ในซอยใกล้กับจุดเกิดเหตุ เดินเล่นออกมาเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร หลังจากนั้นเด็กๆ พยายามจะวิ่งข้ามถนน เพื่อไปซื้อขนมที่ร้านขายของฝั่งตรงข้าม แต่จังหวะที่รถยนต์คู่กรณีขับมาที่เลนขวาพอดี เคราะห์ดีที่รถคันดังกล่าวไม่ได้ใช้ความเร็วมากนัก เพราะใกล้จะถึงแยกไฟแดง อีกทั้งรถในเลนซ้ายก็ยังไม่มีคันไหนขับตามมา ทำให้เด็กไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ขณะที่ทางด้าน นางมาบปอง อายุ 34 ปี แม่ของเด็กชายวัย 4 ขวบ ที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ในขณะเกิดเหตุตนกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวที่ห้องเช่า ส่วนลูกได้ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ในซอยเดียวกันตามปกติ แต่ตนไม่คิดว่าลูกจะเดินออกไปไกลจากบ้าน และไปจนถึงหน้าปากซอย

จากนั้นลูกก็ชวนเพื่อนรุ่นเดียวกันข้ามถนน เพื่อจะไปซื้อถนนที่ฝั่งตรงข้าม พอตนมาทราบว่าลูกถูกรถชนก็ตกใจ จึงรีบวิ่งไปดู และพาไปโรงพยาบาล พบว่าลูกบาดเจ็บ มีอาการขาหัก, กรามบวม, คางแตก แต่หลังจากตรวจร่างกาย หมอก็อนุญาตให้กลับมาพักต่อบ้านได้ ขณะที่คนขับรถและครอบครัวฝ่ายคู่กรณีก็ติดตามมาดูแล พร้อมกับแสดงความรับผิดชอบอย่างดี แต่ตนก็รู้สึกเห็นใจที่เกิดเหตุเช่นนี้ เพราะความประมาทและปล่อยปละละเลยลูกไปเช่นนั้น

สาวขนลุกถ่ายภาพติดวิญญาณที่สนามฟุตซอล กลั้นใจท้าพิสูจน์จนรู้ความจริง

สาวโพสต์ภาพขนลุกคล้ายถ่ายติดวิญญาณชายร่างสูงใหญ่กว่าโกล์สนามฟุตซอล กลั้นใจกลับไปพิสูจน์ความจริง ที่แท้เป็นแค่แสงและเงา รวมถึงการหักเหของแสงเท่านั้น

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ด Oil J. Homjabok ซึ่งเป็นภาพถ่ายขนหัวลุกที่คล้ายมีชายปริศนารูปร่างสูงใหญ่เกินปกติอยู่ข้างโกล์ฟุตบอลภายในสนามฟุตซอลของสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดนครราชสีมา ใกล้กันกับโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า

เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนและแฟนหนุ่มไปวิ่งที่สนามสวนสาธารณะดังกล่าวทุกวัน ซึ่งทุกครั้งและแวะสนามฟุตซอลเพื่อถ่ายภาพ แต่ในช่วงค่ำของวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา กลับถ่ายติดบุคคลลึกลับมาได้ พร้อมยืนยันว่าในสนามฟุตซอลดังกล่าวมีเพียงตนและแฟนหนุ่มเท่านั้น ซึ่งทั้งสองคนรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก และหาใครรู้ว่าเป็นบุคคลใดรบกวนช่วยแจ้ง เพราะตนและแฟนจะได้ทำบุญไปให้

ล่าสุด เมื่อคืนวานนี้ (25 ต.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Oil J. Homjabok ได้กลับไปที่สนามฟุตซอลดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อท้าพิสูจน์ ก่อนจะพบว่า มันเป็นแค่แสงและเงา รวมถึงการหักเหของแสงเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาสร้างกระแสใดๆ และขออภัยทุกคนที่ทำให้ตื่นตกใจ

อ่างไรก็ตาม แม้เจ้าของเฟซบุ๊กจะไป้ทาพิสูจน์ความจริงแล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนๆ หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่ายังหลอนอยู่ดี แม้จะเข้าใจแล้วว่าเป็นไม่ใช่ภาพถ่ายติดวิญญาณแต่อย่างใด

เป็นเรื่อง! โซเชียลจวกเละ ครูอินเดียสั่งนักเรียนใส่กล่องกระดาษครอบหัว กันโกงข้อสอบ

การสอบที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองฮาเวรี รัฐคาร์นาตากา ของอินเดีย ได้รับความสนใจจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมาก เพราะนักเรียนที่อยู่ในห้องสอบดังกล่าว ต่างใส่กล่องกระดาษพันเทปใส เทปกาว ครอบศีรษะตัวเองไว้ โดยเปิดช่องสำหรับมองข้อสอบไว้เพียงด้านเดียว ซึ่งครูที่ควบคุมการสอบคงเกรงว่านักเรียนจะลอกข้อสอบกัน

แต่พอหลังจากโพสต์รูปดังกล่าวลงในโซเชียลมีเดีย แทนที่จะได้รับคำชมว่าเป็นวิธีป้องกันการโกงที่ได้ผล กลับถูกชาวเน็ตวิจารณ์อย่างหนัก เพราะหลายคนมองว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล และละเมิดสิทธิ์ของนักเรียนอีกด้วย

หลังจากนั้น โรงเรียนดังกล่าว ออกจดหมายขอโทษต่อสาธารณชน และบอกว่า การให้นักเรียนสวมกล่องกระดาษที่ศีรษะเป็นแค่การทดลองเท่านั้น และนักเรียนก็ถอดกล่องออกมาหลังจากถ่ายรูปไม่นาน

นอกจากนี้ โรงเรียนนี้ยังสัญญาว่าจะไม่นำวิธีการนี้มาใช้อีก

ด้านนายซูเรช กูมาร์ หัวหน้าฝ่ายงานการศึกษาของรัฐคาร์นาตากา โพสต์ลงในทวิตเตอร์หลังจากทราบเรื่องนี้ว่า เป็นวิธีการคุมสอบที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง ครูคนใดก็ตาม ไม่มีสิทธิ์ปฏิบัติกับนักเรียนเหมือนไม่ใช่มนุษย์เช่นนี้

สาวนอนกล่อมลูกขวัญผวา คนข้างห้องพังฝาผนังทะลุ ลุกมาดูเจอผู้ชายยืนจ้องตา

(17 ต.ค.62) เมื่อเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเสม็ด ได้รับแจ้งมีเหตุต่างด้าวทุบผนังห้องทะลุกับห้องหญิงสาวที่กำลังเลี้ยงลูกวัย 2 ขวบ อยู่บนบ้าน หมู่ 3 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นางสาวอาริยา อายุ 19 ปี สาวโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า กำลังเลี้ยงลูกวัย 2 ขวบยืนอยู่ที่หน้าบ้านด้วยอาการตกใจ

สอบถามนางสาวอาริยาเล่าว่าตนอาศัยอยู่กับนายไพทูรย์ สูงสันทัด อายุ 23 ปี(สามี)ขณะที่ตนกำลังนอนเล่นอยู่กับลูกบนห้อง  มีชาวกัมพูชาข้างห้องกำลังดื่มสุรากันเสียงดังจนลูกนอนไม่หลับแล้วสามีตนจึงได้เอาลูกไปเล่นที่ด้านล่าง  แต่แล้วจู่ๆก็ได้ยินเสียงกระเบื้องแตกตนจึงตกใจลุกมาดูพบหนุ่มชาวกัมพูชายืนจ้องตนอยู่ด้วยความกลัวและตกใจ จึงตะโกนให้คนมาช่วยแล้วรีบโทรแจ้งตำรวจให้มาจรวจสอบทันที    

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายซันเนียม รี อายุ 26 ปี แรงงานชาวกัมพูชาที่อยู่ในอาการมึนเมา เล่าว่าตนถูกอีกฝ่ายเคาะผนังเสียงดังจึงทุบผนังจนแตกดังกล่าว ด้านตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนเพิ่มเติมและผู้เสียหายให้เจรจาชดใช้ค่าเสียหายพร้อมกับขอโทษ ทางด้านนางสาวอาริยา ก็ได้ให้ซ่อมแซมผนังและก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรเพราะว่าผู้ก่อเหตุคงทำไปเพราะความโมโหและเมาด้วย

รถบรรทุกคว่ำ คนงานกระเด็นร่วงจากสะพานลงมาพื้นล่าง เหลือเชื่อกระดูกไม่หัก

(15 ต.ค.62) รถบรรทุกชนราวสะพาน คนงานต่างด้าวนั่งกระบะหลัง กระเด็นตกสะพานบาดเจ็บสาหัสเมื่อเวลา 12.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 4 ล้อ เสียหลักพลิกตะแคงบนสะพานข้ามทางรถไฟ ถ.พระราม 2 ขาเข้า คนบนรถกระเด็นตกสะพานลงไปด้านล่าง นอนบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านจำหน่ายกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล ส่วนรถพลิกตะแคงกีดขวางช่องทางซ้ายของทางคู่ขนาน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

พ.ต ท.วุฒิชัย ทวีกาญจนวัฒน์ สว.จร.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุว่าจากการสอบถาม คนขับวัย 64 ปี ทราบว่าขับรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ มาตามปกติ ช่วงขับขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟต้องหักหลบรถอีกคันกะทันหัน รถเกิดเสียหลักลื่นสะบัดไปชนราวสะพาน ชนเสาไฟส่องสว่างบนสะพานตกลงไปด้านล่าง และคนงานชาวเมียนมาวัย 27 ปี ที่นั่งกระบะหลังก็กระเด็นตกลงไปด้านล่างด้วยได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง รพ.สมุทรสาคร ต่อมาแพทย์เอกซเรย์ไม่พบอาการกระดูกหักแต่ยังให้นอนดูอาการที่ รพ. 1 คืน หลังเกิดเหตุทำให้การจราจรติดขัดมาก เพราะเสาไฟและเศษวัสดุรวมทั้งคนเจ็บตกลงมาขวางช่องทางคู่ขนานของ ถ.พระราม 2 ทำให้รถที่จะกลับรถใต้สะพานข้ามทางรถไฟผ่านไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องรีบเคลื่อนย้ายจนสามารถเปิดการจราจรตามปกติในเวลาต่อมา

จับแล้ว! ผัวฆ่าเมียฝังดิน วิญญาณเข้าฝันพ่อขอให้ช่วย

ตำรวจจับกุมสามีที่ก่อเหตุฝังดินศพภรรยา ที่ จ.ตาก ได้แล้ว หลังจากที่หลบหนีไปทำงานอยู่ที่ยะลา ถูกคุมตัวส่งไปดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุ

จากคดี นางปราณี อายุ 54 ปี ถูกฆ่าฝังดินบริเวณสวนลำไยพื้นที่หมู่ 4 ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่หายออกจากบ้านไปนานกว่า 3 เดือน และวิญญาณมาเข้าฝัน นายทึ่ง อายุ 81 ปี ซึ่งเป็นพ่อ ว่าถูกฆ่าฝังขอให้ไปช่วยเหลือ ปรากฏว่าเจอจริงๆ ซึ่งผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นคนฆ่าคือ นายอนุชา อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นสามีหลังเกิดเหตุได้หายตัวไป

ล่าสุด ในวันนี้ (11 ต.ค.) เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม นายอนุชา ได้แล้วขณะที่หลบหนีไปทำงานอยู่ที่ จ.ยะลา โดยทางทหารพรานตำรวจชุดสืบสวน สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ร่วมกันจับกุมได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งใกล้พื้นที่โรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูกอ.บันนังสตา ซึ่งได้หลบหนีมาทำงานอยู่กับนายจ้างเก่า

และได้ถูกส่งตัวมาควบคุมไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ ชั่วคราว ระหว่างรอส่งตัวกลับ กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.วังเจ้า ได้นำรถตู้มารับตัวกลับไปดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายอนุชา ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่า นางปราณี ภรรยา ในคืนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ไปตั้งวงกินเหล้าที่บ้านเพื่อนรวมกัน 4 คน หมดไป 3 ขวด และพาภรรยานั่งซ้อนท้ายขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน

แต่ระหว่างทางด้วยความเมาและทางขรุขระ ภรรยาพลัดตกจากรถบาดเจ็บ ซึ่งตนก็ยังอุ้มขึ้นรถจักรยานยนต์กลับไปถึงบ้าน และยังคุยได้ปกติบอกว่าหิวน้ำ ตนจึงเอาน้ำมาให้กินและเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนหลับไป กระทั่งตื่นมาตี 5 ก็พบว่าภรรยาตัวแข็งทื่อและเสียชีวิตแล้ว

ในจังหวะนั้นรู้สึกกลัวมากและสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่คนเดียว และกลัวติดคุกจึงนำศพไปฝังในสวนลำไย หลังจากนั้นจึงได้เดินทางมาทำงานกับเจ้านายเก่า ที่ จ.ยะลา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุม



ฝรั่งวิ่งป่าราบ! เจองูจงอางเลื้อยบุกต่อหน้า คอหวยจับตาเลขที่บ้าน

มิสเตอร์จอห์น วิ่งหนีกระเจิงขึ้นชั้น 2 ของบ้าน หลังเจองูจงอาง พร้อมบ่นออกมาเสียงดังว่า “โอ้มายก็อต สเน็ก สเน็ก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (10 ต.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยตากร่วมใจสงเคราะห์ รับการประสานจากตำรวจ สภ.แม่สอด ช่วยจับสัตว์เลื้อยคลานที่บ้านเลขที่ 9/184 ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ข้างร้านจำหน่ายฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านตึก 3 ชั้น ภายในห้องโถง หลังกล่องพลาสติกพบงูจงอางตัวเขื่องยาวกว่า 1 เมตรขดตัวซ่อนอยู่ กู้ภัยใช้ไม้แหย่เพื่อให้งูออกมาจากนั้นช่วยกันใช้ไม้กดเพื่อให้ห่วงรัดคองูท่ามกลางความตื่นเต้นของเจ้าของบ้าน หลังจากจับงูได้จึงนำใส่ถุงเพื่อไปปล่อยในจุดที่ปลอดภัยสำหรับงูและประชาชน

บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของชาวฝรั่งตัวใหญ่ทราบชื่อ มิสเตอร์จอห์น แต่เมื่อเจองูรีบหนีขึ้นไปอยู่ชั้นสองเนื่องจากกลัวอันตราย

ทางด้านภรรยาบอกว่ากำลังนั่งอยู่พบว่าเจ้าจงอางเลื้อยเข้ามาในห้อง ต่างคนต่างตกใจโดยเฉพาะสามีชาวฝรั่งรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดไปอยู่ชั้นสอง จนกระทั่งกู้ภัยจับงูได้จึงลงมาดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ  พร้อมบ่นออกมาเสียงดังว่า “โอ้มายก็อต สเน็ก สเน็ก”

ทั้งนี้ คอหวยที่ทราบข่าวต่างพากันจับตามองเลขทะเบียนบ้านหลังดังกล่าว



เปิดคลิปก่อนชนแค่ 1 ชั่วโมง รถตู้นักศึกษาเทคโนฯ พุ่งชนท้ายสิบล้อ ตาย 3 เจ็บ 7

เปิดคลิปเศร้า ก่อนชน 1 ชั่วโมง เหตุรถตู้นักศึกษาเทคโนโลยีฯ จากลำพูน กำลังมุ่งหน้าเข้าเมืองกรุง แต่พุ่งชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ตาย 3 ศพ บาดเจ็บอีก 7 

จากกรณีอุบัติเหตุหมู่รถยนต์ตู้ของวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน ที่ชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ หน้าร้านจำหน่ายเทปขุ่น สก๊อตเทป บนถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธินสายลำปาง – ตาก ขาออก จ.ลำปาง เขต ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อกลางดึกของวันนี้ (8 ต.ค.)

ส่งผลทำให้มีนักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปรับทุนการศึกษาที่กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 3 คน เป็นนักศึกษาหญิงทั้งหมด ส่วนผู้โดยสาร ซึ่งเป็นนักศึกษาคนอื่นๆ บาดเจ็บ รวม 13 คน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 ต.ค.) บรรดาเพื่อนทั้งในสถาบันและต่างสถาบันที่รู้จักผู้เสียชีวิต ทั้ง 3 คน ต่างโพสต์แสดงความรู้สึกต่อการจากไปของเพื่อนทั้ง 3 คน ที่ประสบอุบัติเหตุดังกล่าว โดยหลายคนต่างตะลึง และไม่เชื่อว่า จะเป็นเหตุการณ์ที่ทั้ง 3 คน จะมาด่วนจากไป

ทั้งนี้ บรรดาเพื่อนๆ ก็มาพบคลิปที่ถูกถ่ายจากโทรศัพท์มือถือของ นางสาวบุษกร อายุ 17 ปี หรือ น้องยีปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต มีการถ่ายภาพไว้ขณะนั่งรถยนต์ตู้คันดังกล่าว โดยนั่งอยู่บริเวณด้านหน้ารถติดอาจารย์ซึ่งเป็นคนขับ

ภาพดังกล่าว เป็นภาพขณะรถยนต์ตู้คันที่ประสบเหตุวิ่งอยู่บนถนน โดยทราบว่า กำลังวิ่งเข้าเขตพื้นที่ จ.ลำปาง แล้ว ซึ่งเป็นภาพก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งเมื่อบรรดาเพื่อนๆ เห็นคลิปภาพดังกล่าวแล้ว ต่างรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างมาก เพราะมีการร้องเพตามไปด้วย

ขนลุก! รถ 6 ล้อ ติดเครื่องเองทั้งที่ไม่มีคนขับ ก่อนวิ่งพุ่งใส่กองเพลิงวอดทั้งคัน

หลอนกันกลางวันแสกๆ รถ 6 ล้อ ติดเครื่องและวิ่งพุ่งเข้ากองเพลิงเอง ชาวบ้านวิจารณ์เหมือนแม่ย่านางรถอยากไปผุดไปเกิดใหม่

จากกรณีที่วานนี้ (4 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในชุมชนบ้านพลงใน เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง ทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านถูกเผาไปทั้งหมด รวมถึง รถ 6 ล้อคันหนึ่ง ที่จอดอยู่ในโรงจอดภายในโรงจอดรถหน้าบ้าน ถูกเผาวอดเสียหายเกือบทั้งคัน

หลังเกิดเหตุได้เกิดเสียงร่ำลือถึงอาถรรพ์สิ่งลี้ลับที่มีคนเห็นกับตาว่า รถ 6 ล้อ คันดังกล่าว ขณะถูกไฟลุกไหม้ลามมาที่ส่วนหน้าของรถ รถสตาร์ทติดเครื่องเองขับเดินหน้าพุ่งชนกำแพง ที่ไฟกำลังลุกไหม้โหมแรง โดยที่ไม่มีคนหรือบุคคลใดขึ้นไปขับแต่อย่างใด จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วของคนในชุมชนว่า “ผีหลอกกลางวันแสกๆ” 

ล่าสุด (5 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ เพื่อสอบถามคนในละแวกและผู้อยู่ในเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านหลังดังกล่าว โดยชาวบ้านต่างพากันร่ำลือถึงอาถรรพ์แม่ย่านางรถ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-6140 ระยอง ที่สตาร์ทรถติดเครื่องวิ่งชนกำแพงที่ไฟกำลังลุกไหม้ โดยไม่มีคนขึ้นไปขับรถสักคน

หลายคนสงสัยว่าแม่ย่านางรถอยากไปผุดไปเกิด ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดเพลิงไหม้ แล้วพุ่งชนให้รถถูกไฟไหม้ทั้งคันเพื่อไปเกิดใหม่ เป็นความแปลกประหลาดเหมือนผีหลอกกลางวัน ที่ไม่รู้จะพิสูจน์อย่างไร 

ด้าน นายพรเทพ หรือ ต๋อง อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นผู้ถ่ายคลิปขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ และเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ขณะที่รถ 6 ล้อ สตาร์ทเครื่องยนต์ติดเครื่องโดยไม่มีคนขึ้นไปบนรถแต่อย่างใด จนรถถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งคันใช้การไม่ได้

นายพรเทพ เล่าว่า ตนเป็นญาติกับ น.ส.อัมพร เจ้าของบ้านที่ถูกไฟไหม้ ซึ่งตนได้ปลูกบ้านอยู่ติดกัน ขณะเกิดเหตุได้ถ่ายคลิปช่วงไฟกำลังลุกไหม้ พร้อมกับตะโกนเรียกเพื่อนบ้านในชุมชน ให้ออกมาช่วยกันดับไฟ และในขณะที่ไฟเริ่มลามมาที่หัวรถ 6 ล้อ ก็พบกับความตกตะลึงกับสิ่งที่ตนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อรถสตาร์ทติดเครื่องแล้ววิ่งไปชนกำแพงห้องเอง “ขอยืนยันว่า เห็นจริงๆ”

ทีมข่าวได้สอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างก็พูดเหมือนกับนายพรเทพว่าเห็นรถติดเครื่องยนต์วิ่งไปชนกำแพงเองโดยไม่มีคนขับ และเมื่อวิ่งชนกำแพงแล้ว ผนังกำแพงได้พังแตกออกมา ไฟก็ยิ่งลุกลามมาที่รถจนไหม้ทั้งคัน 

ด้าน นางกาหลง อายุ 54 ปี เล่าว่า รถ 6 ล้อ คันดังกล่าวเป็นรถของบริษัทเทปใส เทปกาวแห่งหนึ่ง ที่ น.ส.อัมพร ซึ่งเป็นลูกสาว และเป็นเจ้าของบ้านทำงานอยู่ ได้นำมาจอดไว้ใช้สำหรับขนของเข้าโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง สิ่งที่พบเจอตนก็เห็นว่ารถวิ่งไปชนกำแพงเองโดยไม่มีคนขับ ซึ่งก็ยังแปลกใจกับสิ่งที่พบเห็น

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบสวนนางอัมพร เจ้าของบ้าน สรุปได้ว่าเกิดจากหม้อแปลงไฟในห้องนอนลัดวงจร เป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบเห็นและกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้นถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของพวกเขาพบเห็น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือความเดือดร้อนของเจ้าของบ้าน ที่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ ลูกเด็กเล็กแดงและผู้ใหญ่ ร่วมกว่า 10 ชีวิต ต้องเดือดร้อนจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้ ที่เหลือเพียงเสื้อผ้าที่ติดตัวกันคนละชุด เท่านั้น หม้อหุงข้าวสักหม้อก็ไม่เหลือไว้ใช้