สลด กระบะขนโต๊ะใหญ่คืนวัด จังหวะเข้าโค้ง โต๊ะไหล-คนตกเสียชีวิตคาที่

สลด กระบะขนโต๊ะใหญ่คืนวัด จังหวะเข้าโค้ง โต๊ะไหล-คนตกเสียชีวิตคาที่

รถกระบะขนโต๊ะใหญ่ไปคืนวัด จังหวะรถเลี้ยวโค้ง ทั้งคนทั้งโต๊ะร่วงตกถนน ทำหนุ่มใหญ่เสียชีวิตคาที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 ต.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. เกิดอุบัติเหตุคนตกจากรถเสียชีวิต บริเวณถนนสายเข้าวัดทวนทอง ม. 5 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายวีระ อายุ 58 ปี นอนอยู่บริเวณข้างถนน ก่อนถึงโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก นอกจากนี้ ยังมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ตกอยู่ 2 ตัว

ห่างกันไปพบรถกระบะนิสสันบิ๊กเอ็มตอนเดียว สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 7994 ชลบุรี จอดอยู่ ที่รถกระบะบรรทุกโต๊ะขนาดใหญ่อยู่อีก 1 ตัว มีนายเอกลักษณ์ อายุ 28 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  

จากการสอบถาม นายเอกลักษณ์ ทราบว่า ขณะขับรถกระบะคันดังกล่าวขนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่มาจำนวน 3 ตัว เพื่อนำไปคืนที่วัดทวนทอง โดยมี นายวีระ ผู้ตาย นั่งมาบนโต๊ะไม้ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่บรรทุกมาเกิดไหลร่วงจากกระบะ ตัวนายวีระที่นั่งอยู่ก็ร่วงลงไปกับโต๊ะทันที ตนจึงจอดรถแล้วขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา แต่ไม่ทันนายวีระได้เสียชีวิตดังกล่าว 

งูเหลือมโผล่ชักโครก กัดก้นสาวใหญ่ เจ้าตัวฮึดสู้ จับหักคอด้วยมือเปล่า ตายอนาถคาห้องน้ำ

วันที่ 20 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้าน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเเถวย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ เพื่อพบกับนางบุญส่ง อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน หลังจากในโลกออนไลน์แชร์ข่าวกันว่า นางบุญส่งถูกงูเหลือมยาวประมาณ 2 เมตร กัดแก้มก้นและนิ้วมือขวาจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนางบุญส่งได้สู้กับงู จนหักคองูตัวดังกล่าวด้วยมือเปล่าจนงูตาย
นางบุญส่ง เล่าว่า เมื่อประมาณ 21.00 น. ของเมื่อวานนี้ ขณะที่ตนกำลังจะเข้าไปปลดทุกข์ในห้องน้ำภายในบ้าน ขณะที่กำลังนั่งลง ตนต้องตกใจอย่างสุดขีด เมื่อมีงูเหลือมขนาดยาวประมาณ 2 เมตร ฉกและกัดเข้าที่แก้มก้นอย่างแรง ด้วยความเจ็บปวดและตกใจ ตนจึงรีบลุกขึ้นจากโถส้วม แล้วใช้มือดึงงูออกจากแก้มก้น แต่ด้วยความดุร้ายของงูชนิดนี้ กลับแว้งกัดเข้าที่นิ้วมือของตน ด้วยความตกใจและกลัวที่มาพร้อมกัน ตนจึงใช้มืออีกข้างหนึ่งหัดคองูเหลือมตัวนั้น จนงูตายในทันที
โดยบ้านหลังนี้ตนอาศัยอยู่มานานกว่า 10 ปี ไม่เคยเจอสัตว์เลื้อยคลานเข้าบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่พอเจอแบบนี้ก็ทำให้ตนถึงกับผวา และหวาดระแวงทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ จนแทบไม่กล้าจะเปิดโถส้วม ตนจึงบอกให้แฟนหาตะแกรง มาปิดตามปากท่อระบายน้ำที่เป็นช่องทางเข้าทุกจุดของบ้าน เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลานที่จะมาพร้อมกับฤดูฝน และคลายความกังวลของบ้าน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นเคราะห์ดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก

สุดเหี้ยม ! เด็กหญิง 5 ขวบ ถูกฆ่าข่มขืนมัดมือมัดเท้าทิ้งพงหญ้า ฝีมือคนใกล้ตัว

พบศพเด็กหญิง 5 ขวบ ถูกฆ่ามัดมือมัดเท้าทิ้งพงหญ้า อ.แม่สอด จ.ตาก พบน้าที่เป็นญาติห่าง ๆ ลงมือฆ่าข่มขืน อ้างทำเพราะเสพยาเยอะจนเกิดอารมณ์

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก พบศพเด็กหญิงชาวเมียนมาอายุ 5 ขวบ มีร่องรอยการถูกทำร้าย และมีเชือกมัดมือมัดเท้าและปลดเสื้อผ้าออก รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ตายได้หายออกไปจากบ้านพร้อมนายซาริม น้าชาย แต่ขากลับนายซาริมกลับมาคนเดียว ทำให้พ่อแม่เด็กระดมญาติและเพื่อนบ้านไปค้นหาจนพบศพ บริเวณป่าหญ้ารก หลังโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป

          ทั้งนี้ น้าชายของเด็กเคยติดคุกที่ประเทศเมียนมา 7 ปี ข้อหาข่มขืน ก่อนจะมาอยู่กับครอบครัวของผู้ตาย และจากคำให้การของชาวบ้านระบุว่า ชาวบ้านต่างบอกว่าน้าชายของเด็กมีพฤติกรรมติดยาบ้า และเกิดอาการคลุ้มคลั่งตลอด

          ล่าสุด แนวหน้า รายงานว่า นายซาริม ยอมรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่ฆ่าข่มขืน เนื่องจากเสพยาเสพติดแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศรุนแรง จึงออกอุบายพาเด็กไปเดินเล่นเพื่อพยายามจะข่มขืน แต่เด็กต่อสู้ดิ้นรนจึงบีบคอจนแน่นิ่งก่อนลงมือข่มขืน แต่ยังไม่สำเร็จความใคร่ พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว จึงนำศพไปทิ้งในพงหญ้า จนชาวบ้านสงสัยจึงรุมประชาทัณฑ์ และจับส่งตัวให้ตำรวจนำมาเค้นสอบจนรับสารภาพดังกล่าว

“หมอปลา” ทำพิธีไล่สัมภเวสี-พังศาลเพียงตาทางโค้ง ลั่นวิธีแก้อุบัติเหตุคือสร้างลูกระนาด

“หมอปลา” ตอกเหรียญตราครุฑพังศาลเพียงตาตรงทางโค้ง ลั่นวิธีแก้อุบัติเหตุคือสร้างลูกระนาด หรือทำสัญลักษณ์จราจร

วันนี้ ( 15 ต.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 8  บ.หนองมะแซว  ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ หลังจากครอบครัวผู้ป่วยมีอาการประหลาด แจ้งไปยังหมอปลา ให้มาช่วยรักษาอาการ ของนางสังวาลย์ อายุ 51 ปี อดีตพนักงานฝ่ายผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ซึ่งมีอาการเซื่องซึม ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร และไม่ชอบอาบน้ำมากว่า 2 ปีแล้ว โดยมีอาการหลังจากไปนอนอยู่ที่กระท่อมภายในสวนยางพาราของตนเองกับสามีคือ นายวัฒนา อายุ 51 ปี เมื่อ 2 ปีก่อน จากนั้นพ่อแม่ของผู้ป่วย จึงนำตัวมารักษาที่บ้าน  ขณะที่สามีนานๆ ครั้งถึงจะกลับมาเยี่ยมภรรยาสักครั้งหนึ่ง  ครอบครัวเคยพาไปรักษาที่ รพ.ศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี มาหลายครั้ง และรักษากับหมอไสยศาสตร์ต่างๆ หลายครั้ง อาการก็เริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังไม่หายขาด

หลังจากหมอปลาเดินทางมาถึง เพื่อสอบถามข้อมูลและเรื่องราวเบื้องต้น จึงทราบว่าที่สวนยางพารา มีการตั้งศาลไม้มุงสังกะสีอยู่ บริเวณหน้าสวนยางพารา ซึ่งติดกับถนนลาดยางที่เป็นทางโค้ง หมอปลาจึงนั่งรถซาเล้งไปกับชาวบ้านเพื่อไปพิสูจน์ หากศาลดังกล่าวมีสัมภเวสีสิงอยู่ หมอปลาจะมีอาการหาว ทันใดที่หมอปลาเดินทางไปถึงบริเวณศาลดังกล่าว ที่สร้างมากว่า 30 ปีแล้ว จึงมีอาการหาว น้ำมูกน้ำตาไหลขึ้นมาทันที ก่อนที่จะให้ชาวบ้านหาเหรียญที่มีตราครุฑมาให้ และได้ทำพิธีตอกเหรียญตราครุฑลงกับต้นไม้ที่อยู่กับศาล และทำลายศาลนั้นทิ้งทันที โดยบริเวณทางโค้งถนนลาดยางที่ติดกับศาลดังกล่าวนี้ ชาวบ้านบอกว่ามีอุบัติเหตุรถหลุดโค้ง และชนกันหลายครั้งในระยะ 200-300 เมตร ระหว่างโค้งและใกล้กับโค้ง มีผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิต 2 ราย หลังขับรถ จยย.ผ่านโค้งไปประมาณ 80 เมตร แล้วเกิดข้ามเลนไปชนประสานงากับรถกระบะเสียชีวิต

จากนั้นหมอปลาได้บอกกับครอบครัวของผู้ป่วยว่า ที่ทำลายศาลเพราะว่า หากตั้งศาลไว้บริเวณนี้ ผีสัมภเวสีที่ตายจากอุบัติเหตุต่างๆ จะมาอาศัยอยู่  ซึ่งเคยบอกแล้วว่าถ้ามาที่ศาลแล้วตนไม่มีอาการอะไร ก็แสดงว่าไม่มีอะไร แต่พอมาถึงตนเองก็มีอาการหาวจึงต้องทำลาย  

จากนั้นหมอปลาพาผู้สื่อข่าวและชาวบ้านไปหาฝาหม้อดินเผาที่ครอบครัวของผู้ป่วยบอกว่า ได้เอาฝาหม้อไปทิ้งไว้ที่ไร่นาห่างจากหมู่บ้านหลายกิโลเมตร หลังพ่อของผู้ป่วย คือ นายดุจ อายุ 74 ปี ฝันเมื่อคืนนี้ว่า มีคนแก่มาเข้าฝันบอกว่าให้เอาฝาหม้อไปคืนที่เดิม ซึ่งฝาหม้อดังกล่าวผู้ป่วยได้เก็บมาจากไร่นามาเมื่อ 2 ปีก่อน  จึงมีความเชื่อว่า อาจจะเป็นเพราะฝาหม้อลูกสาวจึงป่วย จึงเอาไปทิ้งไว้ที่เดิมเมื่อเช้า  หมอปลาจึงต้องไปพิสูจน์ หากฝาหม้อมีสัมภเวสีสิงอยู่ ก็จะมีอาการให้เห็น แต่พอไปหาฝาหม้อเจอ หมอปลาไม่มีอาการใดๆ และบอกว่าฝาไม่มีอะไร และได้เอากลับมาบ้านผู้ป่วยให้ดูและจะเอาไปไว้ที่วัด  

จากนั้นในช่วง 1-2 ทุ่มคืนนี้ หมอปลาจะกลับมาทำพิธีไล่สัมภเวสี ตามความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยและผู้ป่วยสบายใจ ซึ่งระหว่างนี้หมอปลาได้ขอตัวไปตั้งกล้องถ่ายผีโพง หรือ ผีกระสือ ที่เป็นดวงไฟที่ชาวบ้านมักจะเห็นอยู่บ่อยๆ ในพื้นที่ และเชื่อว่าเป็นผีกระสือ หรือผีโพงตามความเชื่อ ก่อนจะกลับมาทำพิธีไล่ผีสัมภเวสีให้ดังกล่าว

นางสาวอวยพร กล่าวว่า สองปีก่อนผู้ป่วยอาศัยอยู่ที่กระท่อมสวนยางพารา และจะมาส่งลูกเรียนหนังสือทุกเช้า อาการแรกๆ เริ่มกินจุ กินทั้งวันจนอ้วน จากนั้นไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ซักผ้า แช่ไว้เป็นเดือน ปัจจุบันต้องบังคับให้อาบ แรกๆ ชอบไปนั่งกับคนที่อยู่กันเยอะๆ เพื่อไปฟัง แต่ไม่พูดไม่คุยเหมือนเดิม และเก็บตัวมาตลอด อาการเริ่มผอมลง พาไปรักษาทั้งที่ รพ.ศรีมหาโพธิ์หลายครั้ง และหาหมอไสยศาสตร์หลายครั้ง ก็เริ่มดีขึ้นมาบ้าง จนหมอปลามา ซึ่งไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร จึงต้องพึ่งไสยศาสตร์และหมอปลาในครั้งนี้ และคาดหวังว่าอาการจะดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่หมอปลาเดินทางมาถึงบ้านนางสังวาลย์ ผู้ป่วย ก็พบว่ามีหญิงสาวมาพร้อมกับสามี โดย น.ส.สุภาภรณ์ อายุ 31 ปี มีอาการเซื่องซึม รู้สึกว่าร่างกายตนเองมีอะไรวิ่งเคลื่อนไหวอยู่ในร่างกาย บริเวณท้องอยู่ตลอดเวลาและก็ร่ายรำเป็นบางครั้ง มีอาการป่วยมาร่วมกว่า 10 ปีแล้วเช่นกัน มาหาให้หมอปลาดูอาการ ระหว่างนั้นหมอปลาได้จับบริเวณต้นคอด้านหลังของหญิงสาวดังกล่าว จึงได้กรีดร้องคล้ายเจ็บปวด ซึ่งหมอปลาจะได้ทำพิธีไล่ผีสัมภเวสีให้หญิงสาวรายนี้ด้วยในคืนนี้พร้อมกัน ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อว่า อาการประหลาดดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับ 2 คน คล้ายๆ กัน เป็นไปได้ว่าอาจถูกผีโพง หรือ ผีกระสือ หรือวิญญาณสัมภเวสี เข้าสิง ตามความเชื่อของชาวบ้าน ก็เป็นได้

ต่อมาเวลาประมาณ 1 ทุ่ม หลังจากหมอปลาได้เดินทางไปสังเกตุการณ์จุดที่ชาวบ้านพบแสงไฟประหลาดลอยไปลอยมาบริเวณทุ่งนารอบหมู่บ้าน ซึ่งก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ ก่อจะกลับมาทำพิธีไล่สัมภเวสีให้ผู้ป่วย รวม 3 ราย  ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูจำนวนมาก ระหว่างที่หมอปลาทำพิธี ก็พบว่าผู้ป่วย 1 ใน 3 ราย คือ น.ส.สุภาภรณ์ กลับเกิดอาการหวีดร้องเจ็บปวดโหยหวนเพียงคนเดียว หมอปลาจึงต้องเร่งทำพิธีให้ดื่มน้ำมนต์และนำสายสิญจน์ มาคล้องศีรษะให้ผู้ป่วย จนกรีดร้อง ทำตาขวางอย่างน่ากลัวอยู่หลายครั้ง โดยมีอาการเกร็งมือเกร็งขา โดยมีสามีคอยจับรั้งมือและขาไว้ จนเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงอาการจึงค่อยๆ สงบ โดยหมอปลา ได้บอกกับสามีผู้ป่วยว่า ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียหมดแรง ประมาณ 3-4 วัน ให้หายาพาราไว้ทานด้วยเกรงจะมีไข้ขึ้นและอาการต่างๆ ที่ผ่านมาก็จะหายเอง

นายอัครพล สามีผู้ป่วยกล่าวว่า ภรรยาดำเนินชีวิตปกติ แต่มีอาการรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรวิ่งอยู่ตามท้องตามร่างกาย เวลาพาไปหาหมอไสยศาสตร์หรือพระให้ช่วยรักษา ก็จะกรีดร้องแบบนี้  แต่ครั้งนี้ตนมาโดยบังเอิญ จะมาดูหมอปลาทำพิธี เลยให้หมอปลาดูให้  ตนไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้ แต่ก็ต้องเชื่อเพราะเห็นกับตาและประสบกับตัวเอง ต้องขอบคุณหมอปลามากที่มาช่วยรักษา

นายจีรพันธ์  เพชรขาว หรือ หมอปลา  กล่าวว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากความเชื่อของคนภาคอีสาน ที่ปู่ย่าตายายรับพวกผีมาบูชา ซึ่งเมื่อถึงเวลาผีจะต้องไปเกิด แล้วเราเอามาบูชา มันไม่สมควร คนเราต้องมีเวียนว่ายตายเกิด แต่เมื่อบูชานานๆ แล้ว สิ่งที่ไม่ดี เหมือนว่าพลังงานเยอะเกินก็เข้ามาแฝงลูกแฝงหลาน ที่ทำให้น้องเขาหายช้า เนื่องจากว่าเป็นมาหลายปี แต่ที่หนักคือช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ถือว่ามันรุนแรง ทำให้ทำงานไม่ได้ ทำให้การใช้เวลาช่วยเหลือน้องค่อนข้างจะช้า กดไล่ตามเส้น

ส่วนคาถาที่สวด ก็เป็นคาถาคนอีสานธรรมดานี่แหละ แต่ถ้าใครสวดได้ไหม ถ้าคนมีศีลก็จะสวดได้ แต่ว่าจะออกไม่ออกนั้นขึ้นอยู่กับร่างกายและสิ่งที่อยู่ในตัวมันรุนแรงขนาดไหน มาดูเคสคุณยายสังวาลย์คิดว่าหนัก มาเจออีกเคสสาวยิ่งหนักกว่า จะมาอีสานทั้งทีก็เอาให้มันคุ้มในการช่วยเหลือคน การสร้างโรงสร้างศาลไม่ใช่การแก้ปัญหา การแก้ปัญหาของการลดอุบัติเหตุ คือการทำลูกระนาด หรือทำสัญลักษณ์จราจรไว้ในการลดอุบัติเหตุ เราต้องคิดวิเคราะห์ใหม่ ว่าส่งผลดีหรือไม่ วิญญาณต้องไปเกิด มีเวียนว่ายตายเกิด วิญญาณที่เวียนว่ายตายเกิดไม่ได้ คือวิญญาณที่สร้างกรรมไว้เยอะ เราต้องสวดส่งให้เขาได้ไปผุดไปเกิด ไม่ใช่สร้างศาลให้เขาอยู่

นักเรียนช่างยนต์วัย 19 เผชิญหน้าคู่อริหน้าร้านเหล้า ถูกแทงตายกลางถนน 2 ศพ

นักเรียนเทคนิคช่างยนต์ เผชิญหน้าคู่อริหน้าร้านเหล้า พยายามเลี่ยงไม่อยากมีเรื่อง สุดท้ายถูกแทงตาย 2 ศพ เจ็บ 1 ราย
(12 ต.ค.63) เมื่อเวลา 03.00 น. พ.ต.ท.กวี ช่วยสร้าง สารวัตรสอบสวนสภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งเหตุวัยรุ่นแทงกันเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จุดเกิดเหตุหน้าโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ถนนด้านหลังมหาวิทยาลัยรังสิต ม.7 ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.ปากคลองรังสิต อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุพบประชาชนมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมากและพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย นอนอยู่กลางถนนทราบชื่อ นายธนาทิพย์ อายุ 19 ปี นักเรียนชั้น ปวช.ปี 3 ช่างยนต์ ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่มือซ้าย 1 แผล และชายโครงด้านขวา 1 แผล และนายธีรภัทร อายุ 19  ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่ข้างลำตัวด้านซ้ายจำนวน 1 แผล  ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิ๊กสีชมพูดำหมายเลขทะเบียน 957 พิจิตร ล้มคว่ำอยู่ ข้างกันพบอาวุธมีดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 2 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เพื่อทำการตรวจสอบ ที่พื้นถนนยังพบมีรอยเลือดหยดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ  นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเจ้าหน้าที่กู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไปก่อนแล้ว

จากการสอบสวนเพื่อนผู้ตายให้การว่า พวกตนประมาณ 6 คนทั้งชายหญิง ได้มานั่งดื่มกินกันอยู่ที่ร้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จากนั้นได้เจอกลุ่มคู่อริเก่า ตะโกนด่า และท้าทาย พวกตนจึงได้เดินออกไปเคลียร์ เพราะไม่อยากมีเรื่อง และพยายามจะเดินออก แต่กลับถูกคู่อริ ที่มากันประมาณ 10 กว่าคน รุมทำร้ายด้วยการชกต่อย ก่อนที่จะมีคนใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงเพื่อนของตนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
นางสมพิศ อายุ 63 ปี ย่าของนายธนาทิพย์ อายุ 19 ปี กล่าวว่า มีเพื่อนๆ ของฟลุ๊คโทรไปแจ้งว่าหลานถูกแทงเสียชีวิต จึงได้เดินทางมาดู โดยฟลุ๊คได้ออกจากบ้านเพื่อมาอาศัยอยู่กับเพื่อน ได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว ก่อนจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิต
พ.ต.ท.กวี ช่วยสร้าง สารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต  เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุบันทึกภาพเป็นหลักฐานสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเบื้องต้น ทราบว่าทั้งสองกลุ่มเคยมีเรื่องกันมาก่อนกระทั่งมาพบกันจึงทำร้ายร่างกายถึงขั้นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
อย่างไรก็ตามได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามเส้นทางเพื่อหาจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีทางกฏหมายและให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

แม่ทันตแพทย์หนุ่ม สะเทือนใจ เห็นลูกแอบร้องไห้เช้าเย็น สูญเสียเมียพร้อมลูกในท้อง

พ่อแม่ทันตแพทย์หนุ่มที่สูญเสียภรรยาและลูกในท้อง เชื่อหากตรวจก่อนและพบว่ามีการตั้งครรภ์ก่อน CT สแกน จะไม่เกิดเรื่องสลดใดๆ เกิดขึ้นกับครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ก.ย.) คุณพ่อและคุณแม่ของทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ ที่สูญเสียภรรยา เภสัชกรหญิงปวีร์ธิดา หรือ กุ๊ฟกิ๊ฟ ขณะเข้าทำการรักษาอาการปวดท้องที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ใกล้โรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ก่อนที่จะเกิดอาการแพ้ยาจากสารที่อยู่ในส่วนประกอบของสารทึบแสง ที่ใช้ฉีดสีเพื่อทำซีทีสแกนในช่วงท้องอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตในเวลาต่อมาตามที่เป็นข่าว

ส่วนคุณพ่อของทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ บอกว่า ตามอาการแล้วทางครอบครัวเชื่อว่าน่าจะมาจากอาการแพ้ท้อง ซึ่งคนที่เคยมีประสบการณ์ก็จะทราบทันที แต่ไม่เข้าใจว่าขั้นตอนทางการแพทย์ทำไมไม่มีการตรวจภาวะการตั้งก่อนสำหรับหญิงสาวที่มีครอบครัว หากมีการตรวจครรภ์และทราบว่ามีภาวะตั้งท้องแล้วเรื่องต่างก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ขณะที่ คุณแม่ของทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ เล่าว่า ช่วงที่ทราบข่าวว่าน้องกุ๊ฟกิ๊ฟ จะเข้าไปรับการตรวจรักษาก็ยังได้โทรไปคุยกับลูกสะใภ้ น้ำเสียงยังร่าเริงแจ่มใสดีตามปกติ แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงถึงกับต้องสูญเสียทั้งลูกสะใภ้และหลานในท้อง

โดยเฉพาะตอนที่ตนเองมาดูอาการในช่วงที่ย้ายขึ้นมาอยู่ในห้องไอซียู ก็ยังพบว่ามีแพทย์พยาบาลยังคุยเล่นด้วยกันเองอยู่หน้าห้องทั้งๆ ที่ช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤติของคนไข้ที่กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องทำซีพีอาร์ ยื้อชีวิต แต่กลับมีการยืนพูดเล่นหยอกล้อพูดคุยกันต่อหน้าญาติผู้ป่วย

และตอนนี้ลูกชายตนเองเหมือนคนตายทั้งเป็น คุณแม่ยังแอบเห็นลูกชายแอบร้องให้ทั้งเช้าทั้งเย็น แม้แต่เวลาทำงานเมื่อคิดถึงภรรยาก็ถึงกับต้องหยุดงานไปแบร้องให้ตัวสั่น ครอบครัวทั้งสองยังวางแผนที่จะเริ่มสร้างหลักปักฐาน และกำลังไปด้วยดีรวมทั้งยังวางแผนที่จะมีลูกด้วย แต่ก็ต้องมาสูญเสียไปทั้งภรรยาและลูก ทำให้ต้องดูแลลูกชายที่ตอนนี้ถือว่าเป็นคนที่เจ็บปวดหัวใจมากที่สุด

ซึ่งกุ๊ฟกิ๊ฟเป็นลูกสะใภ้ที่ดี กำลังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว และอยากจะมีบุตร ซึ่งลูกสะใภ้คนนี้เป็นคนดีมาก มีความกตัญญูทั้งเป็นเสาหลักดูแลพ่อแม่ตัวเอง และยังดูแลทางครอบครัวของสามีได้เป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง

ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมครั้งนี้ ก็อยากให้โรงพยาบาลเองแสดงความรับผิดชอบสิ่งที่ทำผิดพลาดไป แม้แต่คำขอโทษยังไม่มีมาจากทางฝั่งของโรงพยาบาล ส่วนคนที่เหลืออย่างพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต ที่ลูกสะใภ้เป็นเสาหลักเลี้ยงดูอยู่ใครจะรับผิดชอบต่อไป สุดท้ายก็รู้สึกเสียใจไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องชุ่ยๆ จากโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียง ที่ครอบครัวตนเองไว้วางใจ แต่สุดท้ายก็ไม่มีความรับผิดชอบเช่นนี้

ญาติรับศพคนขับรถทัวร์ – ผู้รอดชีวิตเล่าก่อนพุ่งชนรถวิ่งด้วยความเร็วสูง

คืบหน้ารถทัวร์ 2 ชั้น ชนรถบรรทุก ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ 22 ล้อ ดับ 7 ศพ บาดเจ็บเกือบ 50 คนที่โคราช ผู้ว่าฯ โคราชรุดเยี่ยม สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือพร้อมที่พักให้ญาติผู้เคราะห์ร้าย

ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางณัฐฏินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเยี่ยมให้กำลังผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ขณะนี้นอนพักรักษาตัวภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พร้อมสั่งการให้ตั้งจุดบริการประสานงานและจัดเตรียมที่พักไว้คอยอำนวยความสะดวกให้ญาติของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 ราย บาดเจ็บเกือบ 50 ราย จำนวนนี้สาหัส 5 ราย ผู้ที่มีอาการสาหัส อยู่ที่ รพ.เทพรัตน์ 2 ราย, รพ.มหาราชฯ 3 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บอื่นๆ กระจายอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ ในเขตพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา จากการสอบถามผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ในช่วงเกิดเหตุนั้น กำลังหลับ แต่เดินทางออกมาจาก จ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น ผู้ที่เดินทางมาส่วนใหญ่เป็นประชาชนในพื้นที่ ตำบลน้ำใส อ.จตุรพักตร์พิมาน จ.ร้อยเอ็ด กำลังจะมุ่งหน้าไปดูงานที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้น ทราบว่า รถทั้ง 2 คัน มีประกันคุ้มครองผู้โดยสารอยู่ ทาง คปภ.จังหวัดนครราชสีมา จะเร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิทั้งหมดให้แก่ผู้ประสบเหตุ ทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

นอกจากนี้ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับญาติของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต คอยอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ พร้อมนี้ยังได้จัดที่พักไว้ให้กับญาติไว้ ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน ต.จอหอ ด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่ต้องนำพาชีวิตบุคคลอื่นไปในสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องรับผิดชอบชีวิตบุคคลเหล่านั้นอย่างเต็มที่ ดังนั้นจำเป็นต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมทุกครั้งที่ต้องปฏิบัติงาน ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความสูญเสียขึ้น นายวิเชียร กล่าว

ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บรายหนึ่ง เปิดเผยถึงวินาทีเฉียดตายว่า ก่อนเกิดเหตุขึ้นรู้สึกว่ารถคันดังกล่าววิ่งด้วยความเร็วสูง ส่วนตัวนั่งอยู่ที่ชั้น 2 และได้หลับไป แต่คนที่นั่งด้านล่างบอกว่าคนขับรถขับเร็วมาก ก่อนมาประสบเหตุชนกับรถบรรทุก ชนเสียงดังมาก พอตั้งสติได้ตนเองก็พยายามหาตัวแฟน และหลานสาววัย 7 ขวบ ก่อนจะพากันออกมาจากนอกตั้งรถ เนื่องจากเกรงว่ารถจะระเบิด แต่ก็พบว่าตัวเองบาดเจ็บที่ขา และหน่วยกู้ภัยได้เข้ามาช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน ทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก็ได้ตั้งจุดประสานงานขอรับศพและติดต่อญาติผู้บาดเจ็บไว้ที่บริเวณตึกอุบัติเหตุ ซึ่งขณะนี้ได้มีญาติของคนขับรถทัวร์มาขอรับศพคนขับรถไปแล้ว ส่วนญาติผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรายอื่นๆ กำลังทยอยมาติดต่ออย่างต่อเนื่อง

ด้าน ร.ต.ท.อนุชา คำเมือง ร้อยเวร สภ.โพธิ์กลาง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการชันสูตรศพเทียบรูปพรรณสัณฐานว่าเป็นใครบ้าง โดยเฉพาะคนขับรถ พร้อมกันนี้ก็จะได้ทำการสอบปากคำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้โดยสารทั้งหมด เพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป

สุดอันตราย สายไฟขาดตกลงมาช็อตในน้ำท่วมขัง หวั่นคนใช้ถนนโดนดูด

ชาวเน็ตแห่แชร์คลิปสายไฟขาดตกลงมาช็อตที่น้ำ หลังฝนตกหนัก ผวาเกิดอันตราย

(20 ก.ย.) ผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า salapao5816 ได้โพสต์คลิปวิดีโอเตือนภัยเหตุการณ์สายไฟขาดและตกลงมาช็อตในน้ำขัง หลังเกิดการฝนตกอย่างหนัก ที่บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป หน้ากองบิน จ.อุบลราชธานี โดยระบุข้อความว่า “ฝนตกระมัดระวังด้วยนะครับ #หน้ากองบิน #อุบลราชธานี”คลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่อไปทั่วโลกออนไลน์ และมีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลายคนแสดงความกังวลว่าจะเกิดอันตรายไฟช็อต ขณะที่มีหลายคนเข้ามาเล่าว่าต้องสูญเสียคนรู้จักไปจากการถูกไฟฟ้าช็อตจากสายไฟที่ร่วงลงมาบนถนนในช่วงในตก

ฝันร้ายนำโชค! ปู่ถูกลอตเตอรี่ 12 ล้าน สุดฮาบอกจะเปลี่ยนเมียใหม่ เพราะชอบบ่นตอนซื้อหวย

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่ 2 ต.เขวาไร่ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ภายหลังจากทราบข่าวว่ามีผู้โชคดี ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 244083 ประจำงวดวันที่ 16 กันยายน 2563 โดยผู้โชคดีรายดังกล่าวชื่อ นายทองดำ เทียงเดช หรือ ปู่นิว อายุ 57 ปี  พนักงาน รปภ. โรงงาน ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ถูกลอตเตอรี่ 2 ใบ เป็นเงิน 12 ล้านบาท โดยเจ้าตัวและครอบครัวได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.นาเชือก แล้ว

บรรยากาศที่บ้านของนายทองดำ มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านเดินทางมาแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดื่มสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน ตลอดเวลามีญาติทางไกล ต่างก็วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีไม่ขาดสาย

นายทองดำ เทียงเดช กล่าวว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่จากคนขายเจ้าประจำที่มาขายถึงที่บ้านทุกงวด ซึ่งคนขายคนดังกล่าวก็เป็นญาติพี่น้องกัน แต่ไปอาศัยเติบโตอยู่ต่างพื้นที่ และเพิ่งจะมาขายลอตเตอรี่ได้ไม่นาน แต่ละงวดจะซื้อล็อตเตอรี่ไว้ลุ้นโชคงวดละประมาณ 20-40 ใบ

โดยก่อนหน้านี้ ฝันว่ามีคนแก่ตายในอ่างน้ำในห้องน้ำ ลักษณะหัวล้านมีผมหงอก แล้ววิญญาณของคนที่ตายก็มานั่งอยู่ข้างเตาไฟ ตนเห็นก็เกิดความกลัว จึงรีบวิ่งไปบอกหลวงพ่อที่วัด แต่ก็หาหลวงพ่อไม่เจอ จึงคิดจะวิ่งไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อจะบอกว่ามีคนมาตายในบ้าน หาไปหามาก็เห็นหลวงพ่อขับรถไถอยู่ไกลๆ ที่ข้างวัด

พอเช้ามาก็ไปกินกาแฟกับหลวงพ่อที่วัด เลยบอกกับหลวงพ่อว่า เมื่อคืนตนฝันว่ามีคนแก่มาตายในบ้าน ตามหาหลวงพ่ออยู่ทั้งคืน ต่อมาก็มีคนมาขายลอตเตอรี่ เลยซื้อเลขที่บ้าน 83 87 79 เอาไว้ ทีนี้เงินตัวเองไม่พอ เลยบอกคนขายให้ไปเอาเงินที่น้องสาวที่เปิดร้านชำอยู่กลางหมู่บ้าน จากนั้นก็โทรศัพท์บอกน้องสาวให้เอาเงินให้คนขายลอตเตอรี่ไป อีกอย่างตนคิดว่าเป็นเพราะตะกรุดที่ห้อยคออยู่ เป็นตะกรุดวัดบ้านโกทา ของหลวงพ่อบัว ที่ตนนับถือให้โชคลาภ เพราะตนเป็นคนชอบทำบุญ ช่วยงานที่วัดตลอด ผลบุญจึงส่งให้รับโชคก้อนใหญ่

หลังจากนี้เงินที่ได้มาก็จะแบ่งให้ลูกๆ ทั้ง 3 คน ซึ่งลูกๆ ก็โตมีงานมีการทำกันหมดแล้ว ตนเองแก่แล้วก็ไม่รู้จะใช้อะไร ที่ผ่านมาลูกๆ ก็ส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ส่วนภรรยาก็ว่าจะเปลี่ยนใหม่ เพราะซื้อลอตเตอรี่ทีไรก็บ่นให้ตลอด ตนเลยพูดทีเล่นทีจริงว่าถ้าถูกรางวัลที่ 1 จริงๆ ก็จะหาเมียใหม่ แต่ก็พูดเล่นเฉยๆ เพราะอยู่ด้วยมาทั้งชีวิต

ด้าน นายบำเพ็ญ เทียงเดช อายุ 53 ปี คนขายลอตเตอรี่ กล่าวว่า ตนเพิ่งจะขายลอตเตอรี่งวดนี้เป็นงวดที่ 10 เวลาเปิดแผงจะมาสักการะหลวงพ่อบัว วัดบ้านโกทา ก่อนทุกครั้ง ขอให้ขายดี และให้โชคลาภกับลูกค้าที่มาซื้อ ซึ่งตนเกิดที่ อ.นาเชือก แต่ไปเติบโตอยู่ต่างจังหวัด ก่อนจะไปทำงานเป็นเชฟร้านอาหารที่พัทยา และกลับมาอยู่มหาสารคามก่อนโควิดระบาด 1 เดือน จึงเริ่มขายล็อตเตอรี่มาเรื่อย ๆ และเอาล็อตเตอรี่มาขายให้กับปู่นิวทุกงวด เพราะปู่นิวซื้อง่าย ชอบใบไหนก็หยิบเลย งวดนี้มีเลขที่ลงท้ายด้วย 83 จำนวน 5 ใบ มีลูกค้าคนอื่นเอาไปหมด เหลือไว้ 2 ใบ คือใบที่ถูกรางวัลที่ 1 และบ้านเลขที่ 83 เป็นบ้านเลขที่ของปู่นิว แกเลยซื้อไว้ทุกงวด เหมือนเราเอาโชคมาให้แกถึงบ้าน ก็รู้สึกดีใจกับปู่นิว ซึ่งเป็นทั้งญาติเป็นทั้งลูกค้า 

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้โชคดีอีกรายเป็นแม่ค้าขายส้มตำอยู่ที่หน้า สภ.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ชื่อ นางปรานอม จันทราช โดยได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เขวาใหญ่ สาเหตุที่ซื้อเลขลงท้าย 83 เพราะเป็นทะเบียนรถคันใหม่ของพี่สาว คนขายที่มาขายให้มีทั้งเลข 83 และ 38 จึงได้ซื้อทั้ง 4 ใบ ก็ปรากฏว่าเลขที่ลงท้าย 83 เป็นรางวัลที่ 1 รวมผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ที่มหาสารคามงวดนี้มี 2 ราย กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับไปคนละ 12 ล้าน รวม 24 ล้านบาท 

ฉุนแย่งลูกค้า! โชเฟอร์ตุ๊กตุ๊กกระหน่ำยิงเพื่อนร่วมวินเจ็บสาหัส ตำรวจล็อกตัวทันควัน

เกิดเหตุโชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊กกระหน่ำยิงกันเอง บริเวณคิวรถตุ๊กตุ๊กข้างสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ บาดเจ็บสาหัส 1 คน สาเหตุมาจากแย่งผู้โดยสาร

ร.ต.อ.สุชาติ แก้วรัตน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันที่บริเวณคิวรถตุ๊กตุ๊ก ข้างสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เกิดเหตุพบร่าง นายเสาร์ อายุ 40 ปี โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊ก ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ริมถนนทาง บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป โดยถูกกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าบริเวณหน้าอกและกลางหลัง 9 นัด

หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่และทีมแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลหาดใหญ่ รีบปฐมพยาบาลช่วยเหลือและพาตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ เนื่องจากอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ในขณะที่ตอนเกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวาย เพราะมีญาติของคนเจ็บมาโวยวายด้วยความโมโหที่เห็นนายเสาร์ถูกยิง จนตำรวจต้องกันออกไป

ส่วนคนที่ยิงก็เป็นโชว์เฟอร์ขับรถตุ๊กตุ๊กคิวเดียวกัน ชื่อ นายเชาวลิตร อายุ 40 ปี ได้ถูก ด.ต.สุวิทย์ กำลัง เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษกองบังคับการสืบสวนภาค 9 ที่เดินอยู่ในบริเวณเกิดเหตุได้เข้าล็อกตัวเอาไว้ได้พร้อมอาวุธปืนของกลาง .38 ที่ใช้ยิงและสนับมือ 1 อัน ก่อนที่จะส่งตัวให้กับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับตัวไปสอบสวนดำเนินคดี

จากการสอบสวนญาติคนเจ็บและพยานแวดล้อมทราบว่า ทั้งคนยิงและคนเจ็บมีเรื่องบาดหมางกันมาตลอดจากปัญหาแย่งผู้โดยสาร ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าก็ทะเลาะท้าต่อยกันอีกครั้ง และขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีรถไฟเข้าสู่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่พอดี

โดยนายเสาร์กำลังเดินไปรอเรียกผู้โดยสารบริเวณทางออกสถานีรถไฟ และถูกนายเชาวลิตรเดินตามมาและใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงไม่ยั้งถึงสองโม่จำนวน 9 นัด จนนายเสาร์ ล้มฟุบลงกับพื้น ส่วนนายเชาวลิต หลังก่อเหตุก็ยังยืนอยู่ใกล้ๆ และถูก ด.ต.สุวิทย์ ฉวยจังหวะเข้าล็อกตัวเอาไว้ได้