รวบผัวเมียร้อนเงินรับจ้าง 2 แสน ขนกัญชากว่า 1 ตัน สารภาพเคยทำงานผับดังตกงาน-หนี้ท่วมตัว…

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จ.นครพนม จับกุมสองสามีภรรยารับจ้างเครือข่ายยาเสพติด 2 แสนบาท ลอบขนกัญชาอัดแท่งกว่า 1 ตัน เตรียมส่งลงภาคใต้ สารภาพเคยทำงานในผับชื่อดังย่านชลบุรี แต่เจอพิษโควิด-19 ทำให้ตกงาน ต้องแบกภาระหนี้สินจำนวนมาก จึงตัดสินใจก่อเหตุ…

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ฐานปฏิบัติการชั่วคราวหน่วยตอบโต้เร็ว กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านต้อง ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.อ.มงคล หอทอง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.นครพนม พ.อ.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 ร.3 และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ โดยสามารถจับกุม นายอับดุลรอศักดิ์ สิดสาวารี อายุ 30 ปี ชาวจ.สตูล และ น.ส.กาญจนา ไขขุนทด อายุ 32 ปี ชาวจ.นครราชสีมา สองสามีภรรยา พร้อมของกลางรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น MU-7 ทะเบียน ขต 2328 ชลบุรี ภายในบรรทุกของกลางกัญชาอัดแท่ง รวม 26 กระสอบ ตรวจนับได้ จำนวน 1,118 แท่ง แท่งละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 1,118 กิโลกรัม มูลค่าของกลางไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท…

ภายหลังสืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนส่งยาเสพติดในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เจ้าหน้าที่ จึงระดมกำลัง วางแผนเข้าสกัดจับกุมตรวจค้นได้ ขณะผู้ต้องหาขับรถยนต์ไปรับของกลางกัญชาที่ลักลอบนำส่งข้ามมาทางเรือหางยาวจากประเทศเพื่อนบ้าน สปปป.ลาว ก่อนนำมาพักลำเลียงบรรทุกขึ้นรถยนต์ที่จอดรอ บริเวณแถวร้านจำหน่าย ถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ ริมแม่น้ำโขงบ้านคำผักแพว หมู่ 8 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม ในช่วงกลางคืน เจ้าหน้าที่จึงสามารถเข้าตรวจยึดและสกัดจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้ ก่อนคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย…

เบื้องต้นจากการสอบสวนนายอับดุลรอศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ปกติทำงานที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ภายหลังเจอสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตกงาน ต้องแบกภาระหนี้สินจำนวนมาก ก่อนตัดสินใจรู้จักกับเครือข่ายค้ากัญชา ให้ขับรถมารับกัญชาในพื้นที่ จ.นครพนม เพื่อนำส่งลงพื้นที่ภาคใต้ ได้ค่าจ้างประมาณ 2 แสนบาท จึงตัดสินใจเช่ารถยนต์พร้อมพาภรรยานั่งมาด้วย สุดท้ายมาถูกจับกุม…

ชายเมา! ขี่รถจักรยานยนต์หลุดโค้งชนเสาไฟฟ้าเจ็บหนัก ชาวบ้านลือเป็นอาถรรพ์

(25 พ.ย. 64) เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.ท.วัฒนา พาจันลา สว.(สอบสวน) สภ.ด่านซ้าย จ.เลย กู้ภัยสัจจะไมตรี เดินทางไปที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้าทางโค้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่สามแยกเข้าวัดบ้านนาเวียงหน้าร้านจำหน่าย ซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บชื่อนายอัมรินทร์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านนาเวียง ในสภาพที่เมาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหัวแตกเลือดอาบ กู้ภัยฯ นำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย และพบรถจักรยานยนต์ ชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำ

ส่วนชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้บาดเจ็บมีอาการเมาขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วในทางโค้งเสียหลักชนเสาไฟฟ้า จนได้รับบาดเจ็บหนัก ส่วนโค้งนี้หลายปีมาแล้วมีหญิงชรามาเป็นลมที่เสาไฟฟ้าทางโค้งต้นนี้ แล้วเสียชีวิต จากนั้นมาจะมีอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้าจนหัก และมีผู้บาดเจ็บหลายครั้ง ทั้งถนนสายในหมู่บ้านและถนนสายหลัก เชื่อว่ามีอาถรรพ์ ทั้งนี้อยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคล

สลด! จยย.ตีคู่ออกจากปั๊มพร้อมรถบรรทุก ถูกชน-เหยียบซ้ำดับ

ภาพเป็นข่าว : สลด! จยย.ตีคู่ออกจากปั๊มพร้อมรถบรรทุก ถูกชน-เหยียบซ้ำดับ

เตือนอยู่เสมอว่า รถเล็กอย่างรถจักรยานยนต์อย่าไปอยู่ใกล้ ๆ รถใหญ่ เพราะเขาจะมองไม่เห็น อาจจะกลายเป็นเหตุสลดแบบนี้ได้

เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ข้างร้านจำหน่าย ” ถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ ” ในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เกิดเหตุเป็นช่วงถนนทางออกปั๊มน้ำมัน รถบรรทุกออกมาจากปั๊มพร้อมกับรถจักรยานยนต์ ตีคู่กันมาเลย

คนขับรถบรรทุกบอกว่า ไม่เห็นเลยว่ามีรถจักรยานยนต์อยู่ข้าง ๆ มันเป็นมุมอับสายตา รถบรรทุกเลยชนแล้วเหยียบหญิงอายุ 38 ปีซ้ำ

ถึงเตือนอยู่เสมอว่า รถเล็กอย่าเข้าใกล้รถใหญ่ เขามองไม่เห็น ขี่อยู่ห่าง ๆ ให้เขาไปก่อนดีกว่า อย่าไปอยู่ในจุดอับสายตา

คู่อริซัดชายพม่าน่วม กลางงานลอยกระทงเเม่สอด

คู่อริซัดชายพม่าน่วม กลางงานลอยกระทงเเม่สอด

ตะลุมบอน! คู่อริซัดชายพม่ากลางงานลอยกระทงน่วม หน้าปูด บวม วิ่งหนีขอความช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 19 พ.ย. 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันและปราบปราม (สายตรวจ)  สภ.แม่สอด ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุมีวัยรุ่นทะเลาะวิวาทในงานจำหน่ายสินค้า ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ราคาโรงงาน  ช้อปสนุกสุขทั้งเมือง สนามกีฬาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เทศบาลนครแม่สอด ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก จึงนำกำลัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จุดนครแม่สอดเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นงานจำหน่ายสินค้า

โดยเทศบาลนครแม่สอด ให้ผู้รับเหมาจัดงานขึ้นมาในช่วงประเพณีลอยกระทง ที่เกิดเหตุพบนายอ่องมิ อายุ 30  ปี ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา นั่งอยู่บริเวณหน้างานดังกล่าว   ได้รับได้บาดเจ็บบริเวณใบหน้า มีบาดแผลฟกซ้ำ ปูด บวม หน่วยกู้ภัยรีบช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำส่งโรงพยาบาลแม่สอด

นายอ่องมิ ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ไปลอยกระทงกับเพื่อน จากนั้นแวะไปเที่ยวในงานจำหน่ายสินค้าราคาโรงงาน พบคู่อริประมาณ  4 -5 คน  เข้ามารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ  และพยายามหลบหนี เพื่อขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่ไปเที่ยวงาน  

โจรดวงกุด ลักมือถือ แต่ไปไม่รอด โดนรุมยำเละ ก่อนส่งตำรวจ

โจรดวงกุด ลักมือถือ แต่ไปไม่รอด โดนรุมยำเละ ก่อนส่งตำรวจ

โจรดวงซวย ลักมือถือนักท่องเที่ยวริมหาด แต่หนีไม่พ้น โดนรวบ แถวหน้าร้านจำหน่าย ถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ แถมยังถูกยำเละ 6 ต่อ 1 หมดสภาพ กล้องวรจรปิดบันทึกไว้ได้ และถูกคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ ตร.แจ้งข้อหาดำเนินคดีหนัก

วันที่ 17 พ.ย.2564 ร.ต.อ.ณัฏฐกิตติ์ เลิศโกศลวงศ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.แสนสุข จ.ชลบุรีกล่าวว่า ช่วงดึกวานนี้ ตำรวจรับแจ้งเหตุจับกุมคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวโทรศัพท์มือถือนักท่องเที่ยว แต่โดนจับกุมตัวไว้ได้ เจ้าหน้าที่จงไปรับตัว พบว่าผู้ก่อเหตุชื่อนายขจร (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ถูกรุมยำจากพลเมืองดีจนหมดสภาพ

จากการสอบสวนพบว่า คนร้ายขับจยย.รับจ้างในพื้นที่หาดวอนนภาบางแสน ซึ่งได้ปรับปรุงใหม่ให้นักท่องเที่ยวมานั่งพัก โดยผู้ต้องหามักจะฉวยหยิบสิ่งของมีค่าของคนอื่นไปอยู่เป็นประจำ โดยครั้งนี้ก็ได้หยิบโทรศัพท์อมถือไปแล้วขี่รถหนี

แต่ปรากฎว่าทางผู้เสียหายได้ขับตามพร้อมตะโกนให้พลเมืองดีช่วยจับ จนคนร้ายต้องจอดรถ แต่เมื่อไม่เอามือถือมาคืน ก็เลยโดนรุมทำร้าย 6 ต่อ 1 จนหมดสภาพ ก่อนพลเมืองดีช่วยกันคุมตัวไปส่งตำรวจแทน

เบื้องต้นตำรวจรอผู้เสียหายมาให้การเพิ่มเติม ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นถูกคุมตัวไว้แล้ว สภาพไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากนัก เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบโชเฟอร์รถพ่วง 18 ล้อ เมาขับชนแหลก ก่อนแวะ งีบหลับ ข้างทาง

รวบโชเฟอร์รถพ่วง 18 ล้อ เมาขับชนแหลก ก่อนแวะ งีบหลับ ข้างทาง

ตร.คุมตัวหนุ่มรถพ่วง 18 ล้อ หลังจอดหลับข้างทาง กันชนหน้าพังยับ พบเมา ฝืนขับ ชนแหลก ก่อนไม่ไหว แวะงีบ เตรีมแจ้งข้อหาดำเนิน

วันที่ 15 พ.ย.2564 ตำรวจสภ.โนนสูง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุคนนอนฟุบคาพวงมาลัยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อที่ริมถนนมิตรภาพ แถวเส้นทางโรงงาน ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 70-0323 จ.กาฬสินธุ์ ภายในรถพบร่างนายสุขสันต์ พรมจักร์ อายุ 46 ปี หลับอยู่ในรถอย่างสบายใจ

ทั้งนี้ตำรวจพบหน้ารถมีรอยเฉี่ยวชน กันชนหน้าพังเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องใส่ชุดพีพีอีเพื่อป้องกันโควิด-19 เข้าไปตรวจสอบเคาะเรียกนายสุขสันต์อยู่นานกว่าเจ้าตัวจะตื่นและลงจากรถมาโดยมีอาการเมาสุรา พูดจาวกวน ตำรวจเลยคุมตัวไว้ทันที

เบื้องต้นสันนิษฐานว่านายสุขสันต์น่าจะดื่มอย่างหนัก แล้วฝืนขับรถพ่วงมาตามเส้นทาง จนไปชนอะไรเข้าจนกันชนหน้าพังเสยหาย แล้วขับต่อไม่ไหว จึงมาจอดนอนริมถนน พลเมืองดีขับรถผ่านมาเห็นก็เลยแจ้งตำรวจไปตรวจสอบ จากนี้จะได้นำตัวไปวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่รพ.โนนสูง พร้อมตรวจสอบว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นหรือไม่ ก่อนจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับคนขับรถต่อไป

รวบสาวแสบ ตุ๋นขอรหัส OTP แฮกไลน์หลอกยืมเงิน เหยื่อสูญเงินเพียบ

รวบสาวแสบ ตุ๋นขอรหัส OTP แฮกไลน์หลอกยืมเงิน เหยื่อสูญเงินเพียบ

กองปราบ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกรวบสาวแสบ แถวร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ตุ๋นขอรหัส OTP แฮกไลน์หลอกยืมเงิน ให้การสารภาพรับก่อเหตุมานานนับปี เผย ได้เงินจำนวนมาก

.วันที่ 5 พ.ย.2564 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม น.ส.ปัทมา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 203/2564 ลงวันที่ 3 พ.ย.64

ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ” พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สมุดบัญชี 3 เล่ม และบัตรเอเทีเอ็มอีก 1 ใบ ได้ริมถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.

กองปราบ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกรวบสาวแสบ ตุ๋นขอรหัส OTP แฮกไลน์หลอกยืมเงิน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ปัทมาร่วมกับพวกโทรศัพท์ไปหาข้าราชการบำนาญอายุ 61 ปี รายหนึ่งที่ จ.สระบุรี ออกอุบายขอรหัส OTP แล้วก็แฮกไลน์ ระหว่างนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง คนร้ายก็หลอกยืมเงินญาติ ๆ และคนรู้จักไปจนทั่ว ซึ่งก็มีผู้หลงเชื่อยอมโอนมาให้จำนวนมาก ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองแค จ.สระบุรี

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตามจับกุมนายไก่ เพื่อนร่วมแก๊งของผู้ต้องหาไว้ได้พร้อมของกลางอีกหลายรายการ ก่อนจะขยายผลตามจับกุม น.ส.ปัทมา ได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า พวกตนจะสุ่มหาเหยื่อตามสื่อโซเชียลต่าง ๆ โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้สูงอายุ ที่ผ่านมามีเหยื่อหลงเชื่อหลายราย ได้เงินตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่นบาท ส่วนบัญชีธนาคารต่าง ๆ ก็เอาไว้รับโอนเงิน ซึ่งก็เป็นบัญชีที่หลอกเอามาจากผู้อื่นอีกที เพื่อทำให้ยากต่อการติดตามตัว ตนเริ่มก่อเหตุแบบนี้มาแล้วเกือบ 1 ปี ซึ่งก็ได้เงินมาแล้วจำนวนมาก

นอกจากนี้ น.ส.ปัทมา ยังรับอีกว่า ส่วนกรณีที่มี รปภ.ของโรงแรมแห่งหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “โดนหลอกลวงเอาเงินในบัญชีธนาคารจากโทรศัพท์มือถือไป 5,000 บาท” นั้นยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยได้ขอยืมโทรศัพท์จากผู้เสียหาย แล้วหลอกให้โอนเงินมาให้ แต่ก็มีการชดใช้ไปบางส่วนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ นำส่ง สภ.หนองแค ดำเนินคดีต่อไป

รวบสาวหล่อ ตระเวนลักทรัพย์ร้านค้า จนโดนตั้งฉายาให้ ต๋อยร้อยร้าน

รวบสาวหล่อ ตระเวนลักทรัพย์ร้านค้า จนโดนตั้งฉายาให้ ต๋อยร้อยร้าน

ตำรวจสน.ดอนเมือง รวบสาวหล่อ ก่อเหตุลักทรัพย์ ร้านสะดวกซื้อ แถวโรงงานผลิต ถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ รับสารภาพก่อเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน แค่ร้านนี้ร้านเดียว ขโมยของไปแล้ว 12 ครั้งเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2564 พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง พร้อมด้วยพ.ต.ท.อดิเรก ทองแกมแก้ว รองผกก.สส. พ.ต.ท.เข็มกล้า มั่นพลับ สว.สส. ร.ต.อ.กาคิน ดอกไม้ รองสว.สส. ร่วมกันจับกุมน.ส.ต๋อย เอี่ยมผึ้ง อายุ 43 ปี พร้อมของกลางโลออน นีเวีย 10 ขวด โลชั่น การ์นิเย้ 4 ขวด มีดโกน จีนเลส 4 กล่อง จับกุมได้ภายในร้าน วี.เจ. สาขาเคหะดอนเมือง แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.00 น. ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้รับแจ้งจากพนักงานร้านซี.เจ. สาขาเคหะดอนเมือง ว่าพบหญิงลักษณะเป็นทอม ท่าทางมีพิรุจ เดินวนไปมาในร้านเป็นเวลานาน และเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ามีการหยิบสิ่งของต่าง ๆ ซุกซ่อนตามร่างกาย

หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบหญิงคนดังกล่าวอยู่ภายในร้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวขอตรวจค้น พบของกลางอยู่ในกระเป๋ากางเกงทั้ง 2 ข้าง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนที่สน.ดอนเมือง

จากการสอบสวนน.ส.ต๋อย ให้การรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์จริง และยังรับสารภาพอีกว่ายังเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยจะเลือกร้านสะดวกซื้อที่มีคนพลุกพล่าน เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต และจะนำของใส่กระเป๋า หรือซุกตามร่างกายแล้วอาศัยจังหวะพนักงานเผลอเดินออกจากร้านไป สินค้าที่ได้มาก็จะนำไปขาย บางชิ้นก็จะเอาไว้ใช้เอง

อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวนยังพบว่าน.ส.ต๋อย เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วนับไม่ถ้วนจนกลุ่มผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อ ตั้งฉายา ทอมร้อยร้าน ซึ่งเฉพาะร้านซี.เจ ถูกน.ส.ต๋อย ก่อเหตุมาแล้ว 12 ครั้ง แต่ละครั้งก็จะไม่ซ้ำสาขากัน และกล้องวงจรปิดของแต่ละสาขาก็สามารถจับภาพพฤติการณ์ของคนร้ายได้ทุกครั้ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์หรือรับของโจร” ก่อนควบคุมตีวส่งพนักงานสอบสวนเดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โควิดเมืองคอนยังหนัก ผู้ป่วยพุ่ง สั่งปิดแล้ว 23 ชุมชน ห้ามคนเข้าออก

โควิดเมืองคอนยังหนัก ผู้ป่วยพุ่ง สั่งปิดแล้ว 23 ชุมชน ห้ามคนเข้าออก

วันที่ 15 ต.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่โรงงานซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ จ.นครศรีธรรมราช พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 21 อำเภอ จำนวน 369 ราย เสียชีวิต 2 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 22,464 ราย เสียชีวิตสะสมเป็น 144 ราย โดยพื้นที่ อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดถึง 96 ราย ส่วนใหญ่การแพร่ระบาดมาจากคลัสเตอร์เดิม ๆ ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้เช่นตลาดสด และการแพร่ระบาดภายในครอบครัวลามขยายในพื้นที่ในชุมชน ซึ่งจากตัวเลขการระบาดที่ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้มีประกาศปิดหรืองดเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงการแพร่เพิ่มอีก 5 ชุมชนคือ ชุมชนเพชรจริก (ซอยตาชม) ชุมชนศาลามีชัย (ซอยนายแหยม) ชุมชนจำปาขอม (ซอยอิสลามพัฒนา) ชุมชนตลาดหัวอิฐ (ซอยแม่พยอม1) และชุมชนหน้าแขวงการเดินทางนครศรีธรรมราช ทำให้ขณะนี้เทศบาลนครฯ ประกาศปิดหรืองดเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาดไปแล้วจำนวน 23 ชุมชน

โดยทางเทศบาลนครฯ ร่วมกับ สสจ.นครศรีธรรมราช ตั้งจุดตรวจจุดคัดกรอง มีเจ้าหน้าที่ อสม.ปฏิบัติงานในการเข้าออกของประชาชนอย่างเข้มงวดเพื่อง่ายในการดูแลควบคุม และสกัดไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อขยายออกไปเป็นบริเวณกว้าง พร้อมกันนี้ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขนครศรีธรรมราช ตั้งจุดบริการตามชุมชนต่างๆตรวจหาเชื้อเชิงรุกฟรีให้แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและพื้นใกล้เคียง

ตั้งกรรมการสอบ ตำรวจรีดเงินพ่อค้าสับปะรด

ตั้งกรรมการสอบ ตำรวจรีดเงินพ่อค้าสับปะรด

ความคืบหน้ากรณีที่เมื่อวานนี้มีการเสนอข่าว พ่อค้าสับปะรด อายุ 34 ปี และเพื่อนสาว ร้องเรียนว่าถูกตำรวจ สภ.ศรีราชา เรียกรับเงินคนละ 1,000 บาท แลกกับการปล่อยตัว หลังจากถูกตำรวจคุมตัวไปเพื่อดำเนินคดีในข้อหามั่วสุมดื่มสุรา หลังผู้เสียหายทั้ง 2 คน นั่งดื่มเบียร์กันบริเวณหลังร้านขายสับปะรด ริมถนนเขาแตงอ่อน พื้นที่หมู่ 1 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี บริเวณโรงงานผลิต ถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ เหตุเกิดเวลา 18.00 น. วันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา

บ่ายวานนี้ พันตำรวจเอกเอกภพ อินทวิวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้เชิญผู้เสียหายทั้ง 2 คน มาสอบปากคำอย่างละเอียดที่ สภ.ศรีราชา โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง ซึ่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวสั้นๆ ว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และหลักฐานทั้งหมด เพื่อสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในเบื้องต้น ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยมี พันตำรวจโทตรงศักดิ์ เพชรหาญ รองผู้กำกับการ สภ.ศรีราชา เป็นประธานสอบสวน หากพบว่า มีความผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาด กับตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ทีมข่าว 7HD ได้สอบถามเรื่องนี้กับพ่อค้าสับปะรด ผู้เสียหาย เผยว่า หลังเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ เมื่อกลับมาถึงร้านทราบว่า มีตำรวจนายหนึ่งมาพบผู้ใหญ่ที่นับถือ พร้อมขอให้ตนเองช่วยแก้ข่าว และลบภาพกล้องวงจรปิดที่มีการเผยแพร่ออก พร้อมฝากเงินจำนวน 3,000 บาทคืนให้ตนเอง ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่า เงินที่ให้เพิ่มมาอีก 1,000 บาทนั้นเป็นค่าอะไร จึงไม่กล้ารับไว้ พร้อมยืนยันว่า ที่ออกมาร้องเรียนไม่มีเจตนาโจมตีตำรวจ เพียงแต่ต้องการความเป็นธรรมเท่านั้น