จับแล้ว! ผัวฆ่าเมียฝังดิน วิญญาณเข้าฝันพ่อขอให้ช่วย

ตำรวจจับกุมสามีที่ก่อเหตุฝังดินศพภรรยา ที่ จ.ตาก ได้แล้ว หลังจากที่หลบหนีไปทำงานอยู่ที่ยะลา ถูกคุมตัวส่งไปดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุ

จากคดี นางปราณี อายุ 54 ปี ถูกฆ่าฝังดินบริเวณสวนลำไยพื้นที่หมู่ 4 ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่หายออกจากบ้านไปนานกว่า 3 เดือน และวิญญาณมาเข้าฝัน นายทึ่ง อายุ 81 ปี ซึ่งเป็นพ่อ ว่าถูกฆ่าฝังขอให้ไปช่วยเหลือ ปรากฏว่าเจอจริงๆ ซึ่งผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นคนฆ่าคือ นายอนุชา อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นสามีหลังเกิดเหตุได้หายตัวไป

ล่าสุด ในวันนี้ (11 ต.ค.) เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม นายอนุชา ได้แล้วขณะที่หลบหนีไปทำงานอยู่ที่ จ.ยะลา โดยทางทหารพรานตำรวจชุดสืบสวน สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ร่วมกันจับกุมได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งใกล้พื้นที่โรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูกอ.บันนังสตา ซึ่งได้หลบหนีมาทำงานอยู่กับนายจ้างเก่า

และได้ถูกส่งตัวมาควบคุมไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ ชั่วคราว ระหว่างรอส่งตัวกลับ กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.วังเจ้า ได้นำรถตู้มารับตัวกลับไปดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายอนุชา ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่า นางปราณี ภรรยา ในคืนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ไปตั้งวงกินเหล้าที่บ้านเพื่อนรวมกัน 4 คน หมดไป 3 ขวด และพาภรรยานั่งซ้อนท้ายขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน

แต่ระหว่างทางด้วยความเมาและทางขรุขระ ภรรยาพลัดตกจากรถบาดเจ็บ ซึ่งตนก็ยังอุ้มขึ้นรถจักรยานยนต์กลับไปถึงบ้าน และยังคุยได้ปกติบอกว่าหิวน้ำ ตนจึงเอาน้ำมาให้กินและเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนหลับไป กระทั่งตื่นมาตี 5 ก็พบว่าภรรยาตัวแข็งทื่อและเสียชีวิตแล้ว

ในจังหวะนั้นรู้สึกกลัวมากและสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่คนเดียว และกลัวติดคุกจึงนำศพไปฝังในสวนลำไย หลังจากนั้นจึงได้เดินทางมาทำงานกับเจ้านายเก่า ที่ จ.ยะลา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุม



ฝรั่งวิ่งป่าราบ! เจองูจงอางเลื้อยบุกต่อหน้า คอหวยจับตาเลขที่บ้าน

มิสเตอร์จอห์น วิ่งหนีกระเจิงขึ้นชั้น 2 ของบ้าน หลังเจองูจงอาง พร้อมบ่นออกมาเสียงดังว่า “โอ้มายก็อต สเน็ก สเน็ก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (10 ต.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยตากร่วมใจสงเคราะห์ รับการประสานจากตำรวจ สภ.แม่สอด ช่วยจับสัตว์เลื้อยคลานที่บ้านเลขที่ 9/184 ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ข้างร้านจำหน่ายฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านตึก 3 ชั้น ภายในห้องโถง หลังกล่องพลาสติกพบงูจงอางตัวเขื่องยาวกว่า 1 เมตรขดตัวซ่อนอยู่ กู้ภัยใช้ไม้แหย่เพื่อให้งูออกมาจากนั้นช่วยกันใช้ไม้กดเพื่อให้ห่วงรัดคองูท่ามกลางความตื่นเต้นของเจ้าของบ้าน หลังจากจับงูได้จึงนำใส่ถุงเพื่อไปปล่อยในจุดที่ปลอดภัยสำหรับงูและประชาชน

บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของชาวฝรั่งตัวใหญ่ทราบชื่อ มิสเตอร์จอห์น แต่เมื่อเจองูรีบหนีขึ้นไปอยู่ชั้นสองเนื่องจากกลัวอันตราย

ทางด้านภรรยาบอกว่ากำลังนั่งอยู่พบว่าเจ้าจงอางเลื้อยเข้ามาในห้อง ต่างคนต่างตกใจโดยเฉพาะสามีชาวฝรั่งรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดไปอยู่ชั้นสอง จนกระทั่งกู้ภัยจับงูได้จึงลงมาดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ  พร้อมบ่นออกมาเสียงดังว่า “โอ้มายก็อต สเน็ก สเน็ก”

ทั้งนี้ คอหวยที่ทราบข่าวต่างพากันจับตามองเลขทะเบียนบ้านหลังดังกล่าว



เปิดคลิปก่อนชนแค่ 1 ชั่วโมง รถตู้นักศึกษาเทคโนฯ พุ่งชนท้ายสิบล้อ ตาย 3 เจ็บ 7

เปิดคลิปเศร้า ก่อนชน 1 ชั่วโมง เหตุรถตู้นักศึกษาเทคโนโลยีฯ จากลำพูน กำลังมุ่งหน้าเข้าเมืองกรุง แต่พุ่งชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ตาย 3 ศพ บาดเจ็บอีก 7 

จากกรณีอุบัติเหตุหมู่รถยนต์ตู้ของวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน ที่ชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ หน้าร้านจำหน่ายเทปขุ่น สก๊อตเทป บนถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธินสายลำปาง – ตาก ขาออก จ.ลำปาง เขต ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อกลางดึกของวันนี้ (8 ต.ค.)

ส่งผลทำให้มีนักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปรับทุนการศึกษาที่กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 3 คน เป็นนักศึกษาหญิงทั้งหมด ส่วนผู้โดยสาร ซึ่งเป็นนักศึกษาคนอื่นๆ บาดเจ็บ รวม 13 คน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 ต.ค.) บรรดาเพื่อนทั้งในสถาบันและต่างสถาบันที่รู้จักผู้เสียชีวิต ทั้ง 3 คน ต่างโพสต์แสดงความรู้สึกต่อการจากไปของเพื่อนทั้ง 3 คน ที่ประสบอุบัติเหตุดังกล่าว โดยหลายคนต่างตะลึง และไม่เชื่อว่า จะเป็นเหตุการณ์ที่ทั้ง 3 คน จะมาด่วนจากไป

ทั้งนี้ บรรดาเพื่อนๆ ก็มาพบคลิปที่ถูกถ่ายจากโทรศัพท์มือถือของ นางสาวบุษกร อายุ 17 ปี หรือ น้องยีปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต มีการถ่ายภาพไว้ขณะนั่งรถยนต์ตู้คันดังกล่าว โดยนั่งอยู่บริเวณด้านหน้ารถติดอาจารย์ซึ่งเป็นคนขับ

ภาพดังกล่าว เป็นภาพขณะรถยนต์ตู้คันที่ประสบเหตุวิ่งอยู่บนถนน โดยทราบว่า กำลังวิ่งเข้าเขตพื้นที่ จ.ลำปาง แล้ว ซึ่งเป็นภาพก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งเมื่อบรรดาเพื่อนๆ เห็นคลิปภาพดังกล่าวแล้ว ต่างรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างมาก เพราะมีการร้องเพตามไปด้วย

ขนลุก! รถ 6 ล้อ ติดเครื่องเองทั้งที่ไม่มีคนขับ ก่อนวิ่งพุ่งใส่กองเพลิงวอดทั้งคัน

หลอนกันกลางวันแสกๆ รถ 6 ล้อ ติดเครื่องและวิ่งพุ่งเข้ากองเพลิงเอง ชาวบ้านวิจารณ์เหมือนแม่ย่านางรถอยากไปผุดไปเกิดใหม่

จากกรณีที่วานนี้ (4 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในชุมชนบ้านพลงใน เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง ทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านถูกเผาไปทั้งหมด รวมถึง รถ 6 ล้อคันหนึ่ง ที่จอดอยู่ในโรงจอดภายในโรงจอดรถหน้าบ้าน ถูกเผาวอดเสียหายเกือบทั้งคัน

หลังเกิดเหตุได้เกิดเสียงร่ำลือถึงอาถรรพ์สิ่งลี้ลับที่มีคนเห็นกับตาว่า รถ 6 ล้อ คันดังกล่าว ขณะถูกไฟลุกไหม้ลามมาที่ส่วนหน้าของรถ รถสตาร์ทติดเครื่องเองขับเดินหน้าพุ่งชนกำแพง ที่ไฟกำลังลุกไหม้โหมแรง โดยที่ไม่มีคนหรือบุคคลใดขึ้นไปขับแต่อย่างใด จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วของคนในชุมชนว่า “ผีหลอกกลางวันแสกๆ” 

ล่าสุด (5 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ เพื่อสอบถามคนในละแวกและผู้อยู่ในเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านหลังดังกล่าว โดยชาวบ้านต่างพากันร่ำลือถึงอาถรรพ์แม่ย่านางรถ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-6140 ระยอง ที่สตาร์ทรถติดเครื่องวิ่งชนกำแพงที่ไฟกำลังลุกไหม้ โดยไม่มีคนขึ้นไปขับรถสักคน

หลายคนสงสัยว่าแม่ย่านางรถอยากไปผุดไปเกิด ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดเพลิงไหม้ แล้วพุ่งชนให้รถถูกไฟไหม้ทั้งคันเพื่อไปเกิดใหม่ เป็นความแปลกประหลาดเหมือนผีหลอกกลางวัน ที่ไม่รู้จะพิสูจน์อย่างไร 

ด้าน นายพรเทพ หรือ ต๋อง อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นผู้ถ่ายคลิปขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ และเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ขณะที่รถ 6 ล้อ สตาร์ทเครื่องยนต์ติดเครื่องโดยไม่มีคนขึ้นไปบนรถแต่อย่างใด จนรถถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งคันใช้การไม่ได้

นายพรเทพ เล่าว่า ตนเป็นญาติกับ น.ส.อัมพร เจ้าของบ้านที่ถูกไฟไหม้ ซึ่งตนได้ปลูกบ้านอยู่ติดกัน ขณะเกิดเหตุได้ถ่ายคลิปช่วงไฟกำลังลุกไหม้ พร้อมกับตะโกนเรียกเพื่อนบ้านในชุมชน ให้ออกมาช่วยกันดับไฟ และในขณะที่ไฟเริ่มลามมาที่หัวรถ 6 ล้อ ก็พบกับความตกตะลึงกับสิ่งที่ตนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อรถสตาร์ทติดเครื่องแล้ววิ่งไปชนกำแพงห้องเอง “ขอยืนยันว่า เห็นจริงๆ”

ทีมข่าวได้สอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างก็พูดเหมือนกับนายพรเทพว่าเห็นรถติดเครื่องยนต์วิ่งไปชนกำแพงเองโดยไม่มีคนขับ และเมื่อวิ่งชนกำแพงแล้ว ผนังกำแพงได้พังแตกออกมา ไฟก็ยิ่งลุกลามมาที่รถจนไหม้ทั้งคัน 

ด้าน นางกาหลง อายุ 54 ปี เล่าว่า รถ 6 ล้อ คันดังกล่าวเป็นรถของบริษัทเทปใส เทปกาวแห่งหนึ่ง ที่ น.ส.อัมพร ซึ่งเป็นลูกสาว และเป็นเจ้าของบ้านทำงานอยู่ ได้นำมาจอดไว้ใช้สำหรับขนของเข้าโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง สิ่งที่พบเจอตนก็เห็นว่ารถวิ่งไปชนกำแพงเองโดยไม่มีคนขับ ซึ่งก็ยังแปลกใจกับสิ่งที่พบเห็น

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบสวนนางอัมพร เจ้าของบ้าน สรุปได้ว่าเกิดจากหม้อแปลงไฟในห้องนอนลัดวงจร เป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบเห็นและกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้นถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของพวกเขาพบเห็น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือความเดือดร้อนของเจ้าของบ้าน ที่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ ลูกเด็กเล็กแดงและผู้ใหญ่ ร่วมกว่า 10 ชีวิต ต้องเดือดร้อนจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้ ที่เหลือเพียงเสื้อผ้าที่ติดตัวกันคนละชุด เท่านั้น หม้อหุงข้าวสักหม้อก็ไม่เหลือไว้ใช้

คลิปนาทีอุทาหรณ์ มอเตอร์ไซค์ขี่ฝ่าไม้กั้น รถไฟวิ่งมาพอดีชนปลิวทั้งคนทั้งรถ

(4 ต.ค.62) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาของวันที่ 3 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกชะงาย พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดพัทลุงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในบ้านเลขที่ 136 ม.1 ต.โคกชะงาย อ.เมือง จ.พัทลุง หลัง นายพิรุน อายุ 32 ปี หนุ่มโรงงานที่ตัดเทป ตัวตัดเทป หอบลูกชายวัย 5 ขวบ มาบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบนโรงพักว่าตนได้ตีเมีย ให้ตำรวจเข้าไปตรวจ

เมื่อไปที่เกิดเหตุพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ประตูหน้าและประตูห้องในบ้านเปิดอยู่ มีเสียงทีวีดังออกมาจากในห้อง เมื่อเดินเข้าไปในบ้านทางด้านซ้ายของประตูเจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ น.ส.วรรณรวี อายุ 28 ปี สวมเสื้อกล้ามสีขาวกางเกงขาสั้นสีดำนอนหงาย มีบาดแผลแหกฉกรรจ์บริเวณแก้มข้างขวาใบหน้าเละ มีเลือดไหลนองบนพื้น และบริเวณเท้าทั้ง 2 ข้างพบบาดแผลโดนของมีคมบาด เจ้าหน้าที่เดินตรวจสอบบริเวณข้างบ้านพบจอบและท่อนไม้ที่มีรอยเลือดตั้งอยู่ตรงประตูด้านข้าง คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตไปให้แพทย์ชันสูตรเพิ่มเติมที่ รพ.พัทลุง

ทางด้านนางจารึก อายุ 50 ปี แม่ของผู้ตายเป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช ได้เล่าว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรไปแจ้งว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ตอนนั้นตนกำลังนอนดูเฟสบุ๊คของลูกสาวอยู่เพราะความเป็นห่วงลูก เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ 2 วัน ลูกสาวอีกคนที่อยู่พัทลุงได้โทรบอกว่าผู้ตายได้พาหลานไปค้างที่บ้านพร้อมบอกว่าทะเลาะกันกับนายพิรุน เมื่อรู้ว่าลูกสาวโดนทำร้ายจนเสียชีวิต ตนตกใจและเสียใจมากรีบเดินทางมาจาก จ.นครศรีธรรมราช เพื่อมาดูหน้าลูกครั้งสุดท้าย

สาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะมาจากปมหึงหวง เพราะผู้ตายเป็นคนค่อนข้างหน้าตาดี ส่วนสาเหตุที่แท้จริงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกครั้ง ทางด้านของนายพิรุน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เปิดภาพชีวิตสุดหรู “เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ” โพสต์อวดความรวย ก่อนหลอกสาวแต่งงาน

จากกรณีข่าวฮือฮอที่ น.ส.ดา (นามสมมติ) ชาว จ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านคดี ระบุว่าถูก นายท็อป (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นนักธุรกิจรวยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรู โดยจ้างออร์แกไนซ์ มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงาน กว่า 3.5 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าบ่าวจะเบี้ยวไม่จ่ายเงิน ทำให้ตัวเองต้องตกที่นั่งลำบาก ต้องชดใช้หนี้แต่เพียงผู้เดียว 

ดวงฤทัย เวดดิ้ง จ.บุรีรัมย์

น.ส.ดา เผยว่า ตนไม่ใช่เหยื่อรายแรกที่ถูกหลอก ได้โทรไปถามแฟนเก่าของอดีตสามี และทราบว่านายท็อปเคยไปหลอกลวงเงินคนอื่นมาแล้ว 

เมื่อตรวจสอบไปยังอินสตาแกรมของ นายท็อป (นามสมมติ) ซึ่งแม้จะไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่เดือน มกราคม 2561 แต่ภาพเก่าๆ ที่เจ้าตัวเคยโพสต์เอาไว้ เป็นภาพการใช้ชีวิตที่มีความหรูหรา ร่ำรวย นั่งเครื่องบินส่วนตัว รับประทานอาหารแพงๆ พักโรงแรมหรู เดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ 

ซึ่งทางเพจ เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v13 มีการแฉประวัติเสี่ยกำมะลอรายนี้ว่า ได้โกหกว่าเป็นที่ปรึกษาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จริงๆ แล้วทำอาชีพขายของอยู่ที่ตลาดลำลูกกา จ.ปทุมธานี รับเห็ดและเทปขุ่น สก๊อตเทปมาขาย และเคยโกงเงินค่าเห็ดร่วมแสน

ป้าหลานมหาภัย! อ้างถูกทิ้งกลางทาง ตำรวจโดนหลอกให้เลี้ยงข้าว-แถมค่ารถกลับบ้าน

ตำรวจเจอป้าและหลานถูกทิ้งกลางทางที่วังน้ำเขียว ช่วยค่ารถส่งกลับประจวบคีรีขันธ์ สุดท้ายคดีพลิกกลายเป็นช่วยคุณป้ามหาภัย หลังพบพฤติกรรมตระเวนหลอกต้มตุ๋นตำรวจพื้นที่อื่นมาแล้ว

จากกรณีเพจสีสันโคราช นำเสนอเรื่องราวดีๆ ของตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่ช่วยเหลือคุณป้า ซึ่งอ้างว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน กับหลานชายอีก 1 คน ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่จุดบริการประชาชน ริมถนนสาย 304 ปักธงชัย-วังน้ำเขียว ฝั่งตรงข้ามโรงงานกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน หลายชั่วโมง พร้อมกับบอกว่า มีคนนำป้าหลานมาปล่อยเอาไว้ และบอกให้รออยู่ที่นี่ จะกลับไปนำเงินมาให้เป็นค่ารถเดินทางกลับ จ.ประจวบคีรี ขันธ์ จำนวน 1,500 บาท จึงนั่งรอจนเย็น โทรศัพท์ติดต่อกลับไปก็ปิดเครื่อง ไม่มีใครนำเงินค่าเดินทางมาให้สักที

กระทั่งทาง ร.ต.อ.ธีรภัทร์ และ ร.ต.อ.ณรงฤทธิ์  ตัดสินใจมอบเงิน จำนวน 2,000 บาทให้กับป้า เพื่อเป็นค่ารถเดินทางกลับบ้านที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับเลี้ยงข้าวให้รับประทานกันจนอิ่ม ก่อนส่งขึ้นรถโดยสารประจำทางสายราชสีมา-ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา

ซึ่งประชาชนที่ทราบเรื่องต่างเข้ามาแสดงความชื่นชมและยกนิ้วให้กับเรื่องราวดีๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจวังน้ำเขียว ที่ทำให้ประชาชนอุ่นใจและเข้าช่วยเหลือยามทุกข์ยากในทุกสถานการณ์

ล่าสุด วันนี้ (1 ต.ค.) พ.ต.ท.สมมาตย์ มั่งไธสง รอง ผกก.ป.สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้ส่งข้อมูลอินบ็อกมายังเพจ เพื่อให้ช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยประชาชน และผู้เกี่ยวข้องอย่าหลงเชื่อคุณป้ามหาภัยรายนี้

โดยระบุข้อความว่า “รบกวน ด้วยครับ พฤติการณ์ ป้าหลาน ที่ สภ.วังน้ำเขียว เหมือนกันกับที่มา สภ.ครบุรี เมื่อหลายเดือนก่อนเลย ตำรวจได้เรี่ยไรเงินช่วยส่งกลับบ้าน อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ แบบนี้แย่เลย มาหลอกมาต้มตำรวจ คนเดิมเลย แต่เด็กไม่เหมือนคนเก่า น่าสงสัยในพฤติการณ์ป้าคนนี้จังเลย ฝากแอดมินด้วยครับผม #ฝากเตือนสังคมใครเห็นผู้หญิงในภาพรีบแจ้งตำรวจด่วน”

ขนหัวลุก เด็กสาวปริศนาเคาะประตูป้อมแจ้งอุบัติเหตุ เรียกกู้ภัยไปเก็บศพตัวเอง

(27 ก.ย.62) เมื่อเวลา 12.00 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พบเจอเรื่องราวแปลกๆ เหนือธรรมชาติ กับสิ่งลี้ลับของวิญญาณอาถรรพ์ มีเด็กสาวมาเคาะประตูป้อมสำนักงานของหน่วยกู้ภัยหลวงปูทิม อิสริโก มาบตาพุด จ.ระยอง ให้ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ รถจยย.ชนท้าย รถยนต์กระบะ ที่ถนนสายมาบยา มาบตาพุด ระยอง มีผู้บาดเจ็บเป็นหญิงจำนวน 2 คน นอนหมดสติในที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยรวม 6 คน ได้รุดไปที่เกิดเหตุ 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เล่าว่า เมื่อไปถึง พบร่างผู้บาดเจ็บเป็นหญิงรวม 2 คน นอนหมดสติอยู่ที่พื้นถนน หน้าร้านจำหน่ายกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน คนหนึ่งสวมเสื้อสีเขียว กางเกงขาสั้นลายขวาง นอนหงายอยู่ที่พื้นถนน ส่วนอีกคน สวมเสื้อสีขาว กางเกงสีดำขายาวแทบขาว นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเข้าทำการช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าทั้ง 2 ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และในขณะที่พลิกร่างผู้เสียชีวิต ที่เป็นหญิงสวมชุดสีขาวกางเกงดำแทบขาว กู้ภัยที่รับแจ้งเหตุก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ร่างของหญิงสาวชุดสีขาว เป็นคนเดียวกับที่ตนได้พูดคุย และรับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุที่บริเวณดังกล่าวนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุญาตให้นำร่างผู้เสียชีวิต ส่งชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้งที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

นายสมชาติ ศรีษาคร หน่วยกู้ภัยหลวงปู่ทิม อิสริโก มาบตาพุด ระยอง ผู้เหมือนเป็นคนที่สัมผัสได้ในเรื่องของจิตวิญญาณ ได้เล่าว่า ขณะนั้นตนได้นอนพัก อยู่ในห้องด้านหลังของป้อมกู้ภัย แต่เหมือนสัมผัสได้ว่า มีดวงวิญญาณมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ป้อมกู้ภัย ประจวบเหมาะกับจะลุกมาเข้าห้องน้ำพอดี ก็ได้ยินเสียงคนมาเคาะประตูที่หน้าป้อม จึงเดินออกมาดู และสอบถามลูกข่ายที่นอนอยู่หน้าป้อม ว่ามีผู้หญิงมาแจ้งเหตุใช่ไหม ลูกข่ายคนดังกล่าวได้แจ้งว่าใช่ แต่ไม่รู้เขาหายไปไหนแล้ว จากนั้นไม่เกิน 2 นาที ก็ได้มีเสียงโทรศัพท์แจ้งมาว่าอุบัติเหตุที่ถนนสายมาบยา ขอให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปตรวจสอบ ซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่าเป็นอุบัติเหตุระหว่างรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถกระบะ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต ลูกข่ายที่รับแจ้งยืนยันว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็นคนเดียวกันกับที่มาแจ้งเหตุ เคาะกระจกแง้มประตูพูดคุยด้วยที่ป้อมกู้ภัย ซึ่งกู้ภัยทุกคนที่ไปช่วยเหลือก็ถึงกับอึ้งไปตามกันเลยทีเดียว

นายวิสันต์ นามสงสาร เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย หลวงปู่ทิม อิสริโก มาบตาพุด จ.ระยอง ผู้พบเจอกับดวงวิญญาณ ดังกล่าว ได้เล่าว่าขณะกำลังนอนหลับอยู่ที่เก้าอี้ไม้ยาวสำหรับนั่งกินข้าว ก็มีหญิงสาวผมสั้น มาเคาะหน้าต่างก่อนที่จะมาเคาะประตู ซึ่งตนก็ได้แง้มประตู ออกไปถามว่ามีอะไร หญิงคนดังกล่าวแจ้งว่า มีอุบัติเหตุที่ถนนมาบยา ขอให้ไปช่วยเหลือด้วย และขณะที่ตนหันหลังเพื่อจะเรียกเพื่อนที่นอนอยู่ใกล้กันว่ามีอุบัติเหตุ เพียงนิดเดียวหันมาอีกที หญิงผมสั้นคนดังกล่าวก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน จากนั้นนายสมชาติ ก็เปิดประตูออกมาถามตนว่ามี ผู้หญิงมาแจ้งอุบัติเหตุไหม ซึ่งตนก็แจ้งว่ามี แต่ก็ยัง งง ว่าสมชาติรู้ได้อย่างไร แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็ต้องตะลึงและตกใจกับร่างผู้เสียชีวิต เป็นคนเดียวกับที่ตนพูดคุย จึงรู้ว่าผีมาเรียกให้ไปเก็บศพนั่นเอง 

ความแปลกในสิ่งลี้ลับยังไม่จบ ยังมี น.ส.มะลิวัลย์ คนแคล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกคน เล่าว่า โทรศัพท์ที่มาแจ้งในอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเสียงเด็กโทรมา แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุสอบถามว่าใครเป็นผู้แจ้งไป ก็ไม่พบใครแสดงตัว ส่วนอาถรรพ์ที่เพื่อนๆ กู้ภัยได้พบเจอตนก็ขอยืนยันว่า ส่วนตัวตนเชื่อในเรื่องที่เกิดขึ้น และอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นนี้ ยิ่งทำให้ตนเชื่ออีกว่าน้องที่เสียชีวิต เขาตายตรงกับวันเกิดของเขาพอดี ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าขณะที่เขาประสบอุบัติเหตุจนถึงแก่ความตาย จิตวิญญาณของเขายังคงคิดว่าเขายังไม่ตาย จึงมาขอความช่วยเหลือดังเรื่องราวที่กล่าวมา 

แม่ร้องกองปราบ ตร.ล้อมจับเด็กแว้นเกินกว่าเหตุ ทำลูกชายวัย 14 เสียชีวิต ผ่าน 2 ปีคดียังเงียบ

นางสุกัญญา นราชัย แม่ของด.ช.ปรเมษฐ์ อายุ14 ปีที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เมื่อปี 2560 จากการปิดล้อมจับกุมกลุ่มวัยรุ่นซิ่งรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะ หน้าโรงงานผลิตที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ย่านสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก นำหลักฐานเป็นหนังสือคำร้องทุกข์ที่เคยร้องตามหน่วยงานต่าง ๆ / ภาพถ่ายวันที่ ด.ช.ปรเมษฐ์ ประสบอุบัติเหตุและภาพถ่ายของนายสมภพ วัย 18 ปี ที่รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อปี 2561  มาแสดงเป็นหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ติดตามจับกุมเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในวันดังกล่าว เชื่อว่าทำเกินกว่าเหตุ

ย่านสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก นำหลักฐานเป็นหนังสือคำร้องทุกข์ที่เคยร้องตามหน่วยงานต่าง ๆ / ภาพถ่ายวันที่ ด.ช.ปรเมษฐ์ ประสบอุบัติเหตุและภาพถ่ายของนายสมภพ วัย 18 ปี ที่รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อปี 2561  มาแสดงเป็นหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ติดตามจับกุมเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในวันดังกล่าว เชื่อว่าทำเกินกว่าเหตุ

นางสุกัญญา บอกว่า ได้รวบรวมหลักฐานมอบให้ตำรวจสน.ลำผักชี ไปตรวจสอบข้อจริง จนสามารถสเก็ตช์ภาพผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน แต่เวลาผ่านมากว่า 2 ปี ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคนที่ทำเกินกว่าเหตุตัวจริงเป็นใคร ตลอด 2 ปี ได้นำเรื่องนี้ไปร้องกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ยอมรับว่าเหตุที่เกิดขึ้น นอกจากภาพการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และพยานที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน ก็ไม่มีหลักฐานอื่นอีก

พยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าในวันนั้น ตำรวจใช้รถบรรทุกปิดถนน ก่อนจะขับรถไล่ชน จนผู้เสียหายรถล้ม และยังใช้กระบองไล่ตีด้วย ไม่ได้เกิดจากการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรแต่อย่างใด  ส่วนตัวเชื่อว่าที่คดีไม่มีความคืบหน้า อาจเป็นเพราะผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจในพื้นที่ด้วยกัน จึงพยายามช่วยเหลือ ตัดสินใจมาร้องทุกข์กองปราบที่เป็นหน่วยงานกลางให้ช่วยคลี่คลายคดี โดย ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำ รวบรวมหลักฐาน ก่อนพิจารณาดำเนินการต่อไป

หนุ่มสกุลดัง ซิ่งเบนซ์พุ่งอัดท้ายรถเมล์ รถเข้าไปอยู่ใต้ท้อง ปรากฏเจ็บแค่คิ้วแตก

  หนุ่มวัย 34 ขับรถเบนซ์พุ่งชนท้ายรถเมล์ ขณะติดไฟแดงวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้รับบาดเจ็บคิ้วแตก อ้างถนนลื่น เบรกรถไม่ทัน

วันที่ 3 กันยายน 2562 ไบรท์ทีวี รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถเมล์ เมื่อเวลา 02.40 น. จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านจำหน่ายแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก ถนนพหลโยธิน แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. โดยเจ้าหน้าที่ สน.พญาไท ลงพื้นที่ตรวจสอบพบรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นซีเอลเอส 250 สีขาว ลักษณะด้านหน้ารถมุดใต้ท้องรถเมล์ สาย 97

          โดย นายบดินทร์ภัทร์ ศรีอินทร์สุทธิ์ อายุ 34 ปี คนขับรถเบนซ์ ได้รับบาดเจ็บคิ้วซ้ายแตก เปิดเผยว่า ตนเองกลับจากไปกินข้าวที่ร้านโอเดอร์ ย่านสนามเป้า กำลังจะกลับบ้านที่นนทบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ช่วงก่อนเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ชัย ซึ่งเป็นเนินสะพานข้ามคลองสามเสน พบรถเมล์จอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ ตนจึงพยายามเบรกเพื่อหักหลบแต่ไม่ทัน จึงพุ่งชนดังกล่าว เนื่องจากถนนลื่น

  ด้าน นายบุญเสริม จิตรจำนง อายุ 56 ปี คนขับรถเมล์ กล่าวว่า ขณะจอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ในช่องเลนขวาสุด อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังที่ท้ายรถจึงลงมาดูก็พบรถเบนซ์พุ่งชนคาอยู่ ซึ่งขณะนั้นบนรถเมล์มีผู้โดยสารหญิง 1 คน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

        ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า จากการตรวจร่างกายนายบดินทร์ภัทร์ คนขับรถเบนซ์ พบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ อยู่ที่ 21 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงมีการแจ้งเพียง 1 ข้อหา คือขับรถโดยประมาท

รถเบนซ์ชนรถเมล์

ภาพจาก ไบรท์ทีวี

        จากรายงานระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถเบนซ์ พบชื่อผู้ครอบครองคือ นางสาวสุพร ศรีอินทร์สุทธิ์ นามสกุลเดียวกันกับ ดร.ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ส.ส.เขต 6 อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย