สาวโพสต์อุทาหรณ์ ปวดฟันซื้อ “ยาไอบูโพรเฟน” มากินเอง แพ้ยาหนักผิวไหม้ทั้งตัว

โลกออนไลน์แห่แชร์อีกหนึ่งเหตุการณ์อุทาหรณ์สำคัญ กรณีของการซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ของสาวหคนหนึ่งมีอาการปวดฟังคุด จึงซื้อยาแก้ปวด “ไอบูโพรเฟน” มารับประทานเอง สุดท้ายแพ้ยาอย่างรุนแรง จนมีอาการผิวหนังไหม้แทบทั้งตัว

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Aum Aim” ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นกับตนเอง โดยเล่าว่า

ประสบการณ์ครั้งใหญ่ที่ทำให้ฉันได้จดจำ

19/05/2020 มีอาการปวดฟันคุดมากเลยไปซื้อยาไอบูโพรเฟนข้างโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูปมากินเองไม่ได้ปรึกษาหมอ วันแรกซื้อมากินไป 2 เม็ด พอเช้ากินอีก 1 เม็ด เที่ยง 1 เม็ด หลังจากนั้นก็มีอาการปวดตา เจ็บปาก แสบคอ กินอะไรลงไปก็ไม่ได้แสบร้อนไปหมด

เวลาประมาน 10 โมงเช้าของวันที่ 19/05/2020 เริ่มไม่ไหวแล้ว ให้แฟนพามาหาหมอ ผื่นขึ้นเต็มคอ มาหาหมอโรงพยาบาลมาบตาพุด หมอก็ส่งตัวมารักษาตามสิทธิ์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เข้าห้องฉุกเฉินเดินเรื่องนอนไอซียู 7 คืน รวมแล้วรักษาตัว 14 วัน สรุปแล้วแพ้ยาตัวนี้

วันนี้ 01/06/2020 วันดีได้ออกโรงพยาบาลแล้วจ้า #ผิวหนังที่ไหม้ลอกหมดแล้วค่ะรอแค่ฟื้นฟูร่างกายตัวเอง

สลด! ไฟไหม้ฟาร์มหมูบุรีรัมย์ ย่างสดแม่พันธุ์ตายคาโรงเรือนนับ 100 ตัว คาดเสียหายหลายล้าน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ตรงข้านโรงงานซองพลาสติกกันกระแทก ซองกันกระแทกพลาสติก ในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ หมูแม่พันธุ์ถูกย่างสดตายคาโรงเรือนกว่า 100 ตัว หลายตัวดิ้นหนีเปลวเพลิงรอดตายทุลักทุเล เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.เทศบาลหลายแห่ง ระดมฉีดน้ำระงับเหตุ เบื้องต้นคาดเสียหายหลายล้านบาท

เมื่อคืนนี้ (31 พ.ค.) เวลาประมาณ 22.00 น. ร.ต.อ.สำรวย อบกลาง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากผู้ขับรถสัญจรผ่านถนนโชคชัย-เดชอุดม ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ฟาร์มหมู ที่ตั้งอยู่ริมถนนบริเวณบ้านนาใหม่ ตำบลหัวถนน อำเภอนางรอง จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต. และเทศบาลทั้งในพื้นที่ อ.นางรอง อ.หนองกี่ และ อ.โนนสุวรรณ รวมถึงหน่วยกู้ภัย ร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุพบไฟกำลังโหมลุกไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ คาดว่าน่าจะมีหมูจำนวนหลายร้อยตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ช่วยกันระดมฉีดน้ำดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้อย่างจ้าละหวั่น โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

หลังเพลิงสงบพบว่าโรงเรือนถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่ามีหมูแม่พันธุ์ถูกไฟย่างสดไหม้เกรียมนอนตายคาโรงเรือนกว่า 100 ตัว เป็นที่สลดใจ ทั้งนี้ ยังพบหมูแม่พันธุ์หลายตัวที่สามารถวิ่งหนีเปลวเพลิงออกมาได้ในสภาพตื่นตกใจ

ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ในครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายทั้งโรงเรือน และแม่พันธุ์สุกร คาดว่าน่าจะหลายล้านบาท ซึ่งก็ต้องรอการประเมินอีกครั้งเช่นเดียวกัน

“เจ้าแม็กซ์” พ้นมลทินถูกโยงเอี่ยวแก๊งยา ออกจากเรือนจำกอดลูกเมีย-กราบเท้าแม่ยาย

พ้นมลทินโดนโยงเอี่ยวแก๊งยาเสพติด “เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ” นักมวยชื่อดัง ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำแล้ว ครอบครัวมารอรับสุดอบอุ่น

วานนี้ (27 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.45 น. ที่หน้าเรือนจำจังหวัดระนองตรงข้ามโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ครอบครัวของนายอัจฉริยะ วิโรจน์สุโนบล หรือ เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ อำนาจมวยไทยยิม นักมวยแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (WBCเอเชีย) รุ่นซูเปอร์ไลทเวต ได้มาเฝ้ารอรับตัวเจ้าแม็กซ์ ขณะจะถูกปล่อยตัวเป็นอิสรภาพ หลังถูกกล่าวหาว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และถูกจำคุกนานกว่า 14 เดือน

นายอัจฉริยะ วิโรจน์สุโนบล หรือ เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ อำนาจมวยไทยยิม นักมวยแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (WBCเอเชีย) รุ่นซูเปอร์ไลทเวต ได้มาเฝ้ารอรับตัวเจ้าแม็กซ์ ขณะจะถูกปล่อยตัวเป็นอิสรภาพ หลังถูกกล่าวหาว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และถูกจำคุกนานกว่า 14 เดือน

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2562 ตำรวจ สภ.เมืองระนอง จับกุมขบวนการขนยาเสพติด 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า 3.4 ล้านเม็ด ที่ จ.ระนอง และมี 1 ในผู้ต้องหาหญิงชัดทอดถึงเจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ จนนำไปสู่การจับกุมตัว

แต่ศาลชั้นต้นตัดสินพ้นผิด เนื่องจากผู้ต้องหาชี้ผิดตัวและไม่รู้จักเจ้าแม็กซ์ ทั้งฝ่ายจำเลยมีเอกสารที่นำมาหักล้างคลิปวีดีโอบนเฟซบุ๊ก และเอกสารการจองโรงแรมที่ยืนยันว่าเจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดระนอง ในช่วงเวลาที่มีการจับกุมแต่อย่างใด และอัยการเชื่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงไม่อุทธรณ์ภายใน 30 วัน ส่งผลให้เจ้าแม็กซ์ได้รับอิสรภาพทันที ภายหลังถูกจองจำเป็นเวลาร่วม 14 เดือน

เมื่อ เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ อำนาจมวยไทยยิม ก้าวพ้นจากเรือนจำจังหวัดระนอง ได้เข้ากราบสักการะศาลพระภูมิประจำเรือนจำ โดยมี ภรรยา น.ส.นลินตา จีรเดชชนดล อายุ 31 ปี พร้อมด้วยบุตรชาย ด.ช.มาเวล อายุ 5 ปี ยืนเกาะรั้วประตูรอรับด้วยความตื่นเต้นดีใจ พร้อมนางภัทรภร ชำนาญศิลป์ อายุ 62 ปี ผู้เป็นแม่ยาย ก่อนเจ้าแมกซ์จะวิ่งเข้าโผกอดลูก กราบเท้าแม่ยาย ซึ่งภรรยาปล่อยโฮร้องไห้ทันทีที่สามีได้รับอิสรภาพ

เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ กล่าวว่า ดีใจ เหมือนกำลังฝันไป และได้ตื่นจากฝัน โดยทางเจ้าหน้าที่เรือนจำมาบอกว่าตนได้กลับบ้านวันนี้ ตนยังไม่เชื่อตัวเองเลยว่าจะได้ออกมาและมีวันนี้ได้ ส่วนอนาคตยังไม่ได้วางแผน แต่ตนก็ฝึกซ้อมร่างกายมาตลอด

ด้าน น.ส.นลินตา จีรเดชชนดล ภรรยาเจ้าแม็กซ์ กล่าวว่า ตนรอมา 1 ปี กับ 2 เดือน และเชื่อในความยุติธรรม อย่างไรก็เชื่อว่าพี่แม็กซ์ต้องได้รับอิสรภาพแน่นอน เป็นการรอคอยที่ทรมานมาก และดีใจมาก ทุกคนต้องขอขอบคุณทั้งทนาย ผู้สื่อข่าวทุกสำนัก ผู้อุปถัมภ์และผู้ให้คำปรึกษามาตลอด

นอกจากนี้ เจ้าแม็กซ์ยังเข้าสวมกอดกับเพื่อนรัก นายเอกกวี แก้วมณี หรือ ปฐมสิทธิ์ เกษตรพัฒนา อายุ 39 ปี อดีตแชมป์เปี้ยน IBF 2 สมัย และเจ้าของยิมเอกทวีมวยไทย จ.นครปฐม ที่เดินทางมารับด้วยตนเอง พร้อมสวมกอด ทนายที่ จ.ระนอง ที่มาช่วยติดตามคดีร่วมกับทนายวรกร พงศ์ธนกร ที่ดูแลคดีนี้มาโดยตลอด ก่อนจะร่ำลากันและขึ้นรถยนต์เดินทางออกจาก จ.ระนอง และเดินทางกลับบ้านทันที เพื่อไปพักผ่อนและอาศัยที่ จ.นครราชสีมา ต่อไป

ต้นโพธิ์ใบสีทอง งวดที่แล้วรวยถ้วนหน้า เจ้าของนานั่งหลับเสียงกระซิบบอกหวยข้างหู

ณ ที่นาของ บ้านนาพูนทรัพย์ หมู่ที่ 14 ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานีหลังโรงงาน กล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ พื้นที่นาของนายทองดี 55 ไร่ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2.5 กิโลเมตร คนชอบตัวเลขหรือต้องการดูความแปลกของต้นโพธิ์ ที่ออกใบเป็นสีทองเหลืองอร่ามสวยงาม ถือว่าหาดูยากมาก ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็เดินทางมาจากทุกสารทิศ ดูความแปลกของใบโพธิ์ที่เป็นสีทอง ทำเอาตามถนนแน่นไปด้วยรถยนต์ ยิ่งงวดที่ผ่านมาลือกันว่ามีคนมาส่องเลขเด็ดถูกกันเกือบทั้งหมู่บ้าน

(24 พ.ค.63) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บริเวณที่นาของ นายดี เหมุทัย อายุ 92 ปี พบกับชาวบ้านแห่มากราบไหว้เพื่อขอพรขอโชคลาภกับต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อายุนับ 100 ปี ส่วนที่แปลกมีต้นโพธิ์เกิดขึ้นอีกต้น ใกล้โคนต้นใหญ่มีใบเป็นสีทองเหลืองอร่าม สวยงามมาก ชาวบ้านก็เข้าส่องหาตัวเลขตามใบโพธิ์สีทอง บางคนต้องใช้โทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูป บางคนบอกว่าเห็นเลข 3-5 เลข 5 ชัดมาก ต ส่วนอีกกลุ่มมองเห็นที่โคนต้นโพธิ์ว่าเห็น 3-9 และ 8-9 แต่ละคนที่มาจะเห็นตัวเลขแตกต่างกัน

นายดี เจ้าของที่นากล่าวว่าสำหรับต้นโพธิ์ต้นใหญ่อายุประมาณ 100 ปี เกิดมาก็เห็นแล้ว ส่วนต้นเล็กที่ออกใบมาแปลกๆ เป็นสีทองเหลืองอร่าม อายุ 16 ปี คนที่พบคนแรกเป็นลูกเขยและลูกสาว ก่อนวันหวยออกครั้งที่ผ่านมา และยังส่องเห็นตัวเลข 95 ทำเอาได้เฮกันเกือบทั้งหมู่บ้าน

พอคนทราบข่าวก็แห่มาดูความแปลกวันละประมาณ 300 คน เป็นเรื่องความเชื่อ ประมาณวันพระที่ผ่านมา มีคนมาบวงสรวง ตนมาร่วมแต่ไม่ได้เข้ามาใกล้ นั่งอยู่ห่างๆ แล้วเกิดนั่งหลับไป รู้สึกเหมือนกับมีคนมาบอกว่าหวยออกแล้ว 778 และ 568 เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

รวบจอมโจรสาว ตระเวนลักทรัพย์ ได้นาฬิกาหรู 3 เรือน ทั้งที่ข้อเท้ายังติดกำไล EM

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 เม.ย. พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส. ร.ต.อ.สุนทร หงษ์โยธี รอง.สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ จ.172/2563 เข้าจับกุม น.ส.จารุทรรศน์ ศรีบ้าน อายุ 37 ปี ผู้ช่วยคลินิกทำฟันแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 43/47 ม.4 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี


โดบจับกุมได้บริเวณหน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นอกจากนี้ยังพบว่าที่ข้อเท้าขวาของ น.ส.จารุวรรณ ยังติดเครื่อง EM อยู่ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปตรวจค้นหาของกลางเพิ่มเติมที่บ้านพัก


จากการตรวจค้นห้องนอนพบนาฬิกายี่ห้อแท็ก ฮอยเออร์ 1 เรือน นาฬิกายี่ห้อคาร์เทียร์ 1 เรือน ตั๋วจำนำนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ 1 ใบ ราคา 55,000 บาท จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง หลังจากนั้นได้นำตัวไปที่บ้านเกิดเหตุเลขที่ 21 ซอยสามัคคี 48 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี เพื่อชี้จุดเกิดเหตุ โดยกล่าวหาว่าลักทรัพย์ในเคหะสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น


น.ส.จารุทรรศน์ ศรีบ้าน ให้การรับสารภาพว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ตนนั่งแท็กซี่มาลงปากซอยที่เกิดเหตุ แล้วเดินเข้ามาในซอย จนมาถึงบ้านที่เกิดเหตุสังเกตเห็นไม่มีคนอยู่ในบ้าน จึงลองเปิดประตูรั้วดูปรากฏว่าไม่ได้ล็อก จึงเดินเข้าไปพบว่าประตูบ้านไม่ได้ล็อกอีก ก่อนเข้าไปในบ้านเปิดตู้รื้อค้นทรัพย์สินได้นาฬิกา 3 เรือน จึงรีบออกจากบ้านมาหน้าปากซอย เรียกรถแท็กซี่ให้มาส่งห้าแยกปากเกร็ด จ.นนทบุรี แล้วนำนาฬิกาโรเล็กซ์ไปจำนำทันที ได้เงินมา 55,000 บาท จนถูกตำรวจตามมาจับกุมตัวได้


พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้สั่งการให้ติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ จนพบภาพคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุว่า คือน.ส.จารุทรรศน์ ศรีบ้าน ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 27 ก.พ.63 ก่อนถูกตำรวจจับกุมตัวเมื่อวันที่ 22 มี.ค.63 ดำเนินคดี และได้ประกันตัวศาลจังหวัดนนทบุรี โดยติดเครื่อง EM แล้ววันที่ 17 เม.ย.63 มาก่อเหตุลักทรัพย์ บ้านเลขที่ 21 ซอยสามัคคี 48 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี ของน.ส.กนกวรรณ เจริญวิทิตกุล อายุ 52 ปี จนถูกจับดำเนินคดีอีกครั้ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ.63 น.ส.จารุทรรศ์ ผู้ต้องหารายนี้ได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพักของนายไมตรีกับนางแช่มช้อย ซึ่งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนกวาดเอาทรัพย์สินทั้งเงินสดทองรูปพรรณ มูลค่ากว่า 300,000 บาท


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าคนร้ายคือ น.ส.จารุทรรศ์ จึงขอหมายจับจากศาลจังหวัดนนทบุรี จนศาลอนุมัติหมายจับ จนวันที่ 21 มี.ค.63 เจ้าหน้าสืบทราบว่าผู้ต้องหาสาวใหญ่รายนี้ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่คลินิกทำฟันแห่งหนึ่งเลขที่ 5/93 -94 หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังชุดสืบสวนเข้าจับกุมตัว น.ส.จารุทรรศ์ ไว้ได้


ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง จึงติดตามทรัพย์สินของนายไมตรีกับนางแช่มช้อย กลับคืนมาได้บางส่วน เช่น สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น หนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น สร้อยข้อมือหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น เงินสด 49,500 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 11 จำนวน 1 เครื่อง โดยทรัพย์สินบางส่วนที่หายไปผู้ต้องหานำไปใช้จ่ายส่วนตัว

หนุ่มเข้าวัดทำบุญ ก่อนโดดหอพัก ฆ่าตัวดับสลด สาวเล่าช็อก เห็นต่อหน้าต่อตา

วันที่ 31 มี.ค. ร.ต.ท.ดล ชูเกลี้ยง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งคนกระโดดตึกฆ่าตัวตายติดกับโรงงาน ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค ภายในซอยเทพกุญชร22 ม.11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ รองผกก.สอบสวน สภ.คลองหลวง แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นตึกหอพักสูง 4 ชั้น ไม่มีชื่อ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายจอแล อู สัญชาติพม่า อายุ 34 ปี สภาพแขนขาหักศีรษะแตก มีเลือดไหลนองพื้น มีประชาชนใกล้เคียงยืนมุงดู

น.ส.จุฑามาศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านมินิมาร์ท ภายในตึกหลังดังกล่าว กล่าวว่า ขณะที่ตนนั่งซักผ้าอยู่ที่ข้างร้าน ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อมีคนตกลงมาต่อหน้า อย่างไม่คาดคิด ถึงกับแทบช็อกพยายามตั้งสติเรียกแม่ให้ออกมาดูและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านนายแชร์ สัญชาติพม่า อายุ 22 ปี กล่าวว่า ผู้ตายเป็นน้าชายของตน เมื่อวานนี้ได้นอนอยู่ด้วยกัน จนเมื่อเวลา 20.00 น. ตนได้ออกไปทำงานตามปกติ ที่ตลาด น้าชายก็ไปด้วย ซึ่งน้าชายจะสติไม่ค่อยดีและชอบดื่มเหล้า และน้าชายก็ได้หายไป มาทราบอีกครั้ง เพราะมีคนโทรศัพท์ไปบอกว่า น้าชายกระโดดตึก ซึ่งตนพักอยู่ชั้น 4 กับน้าชาย

ส่วนพยานรายหนึ่งซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างบอกว่า เมื่อช่วงเช้ายังเห็นผู้ตายไปทำบุญที่วัดทวีการะอนันต์ ซึ่งอยู่ใกล้กับหอพักที่เกิดเหตุดังกล่าว และเห็นหน้ากันอยู่เป็นประจำ

ทาง ร.ต.ท.ดล ชูเกลี้ยง พนักงานสอบสวน หลังจากตรวจสอบร่วมชันสูตรศพที่เกิดเหตุแล้ว ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊งนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งเชิญ นายแชร์ สัญชาติพม่า หลานชายผู้ตายไปสอบปากคำอีกครั้งที่ สภ.คลองหลวง

พิษเศรษฐกิจ! เจ้าของพรีเวดดิ้งชื่อดัง ผูกคอดับ หนีหนี้กว่า 50 ล้าน ร่างทรงบอกตรง

ผูกคอดับ วันที่ 20 มี.ค. พ.ต.ต.จิรวัฒน์ อ่องสา สารวัตร (สอบสวน) สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งพบผู้ผูกคอเสียชีวิตอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านชั้น 2 ของร้านพรีเวดดิ้งแห่งหนึ่งติดกับร้านจำหน่าย เทปใส,เทปกาว ซึ่งเป็นร้านให้เช่าชุดแต่งงาน และจัดงานแต่งครบวงจร ถนนศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นครึ่ง 2 คูหา ซึ่งเปิดเป็นสตูดิโอ สำหรับถ่ายรูป พรีเวดดิ้ง ที่บริเวณกระจกหน้าร้านได้มีกระดาษเขียนข้อความว่า เป็นหนี้จ่ายด้วย และคำด่าที่หยาบคายมาติดอยู่ 4 แผ่น ส่วนที่ระเบียงด้านหน้าชั้น 2 พบศพ นายสมเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี เจ้าของสตูดิโอดังกล่าว ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับโครงเหล็กป้ายหน้าร้าน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน จากการตรวจสอบภายในห้องพบกระดาษที่คาดว่าผู้ตายน่าจะเขียนข้อความสั่งเสียเอาไว้ว่า “ขอโทษน้าและนันทาด้วยนะ ฝากแม่และฝนด้วยนะ เจอกันชาติอื่นๆ” เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายณรงค์ศักดิ์ กิตติไกรรันต์ อายุ 60 ปี เจ้าของอาคารที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ผู้ตายเพิ่งมาเช่าอาคารเพื่อเปิดเป็นสตูดิโอ ให้เช่าชุดแต่งงาน และจัดงานแต่งแบบครบวงจร ได้ประมาณ 3 เดือน แต่ระหว่างนั้นไม่เคยชำระค่าน้ำและค่าไฟและค่าเช่าอาคารเลย รวมทั้งถูกตัดไฟฟ้าแล้ว วันนี้จึงไปจ่ายค่าไฟฟ้า เนื่องจากประตูเหล็กม้วนด้านหน้าใช้ระบบไฟฟ้า และตั้งใจที่จะมาทวงถาม

พบว่าประตูเหล็กม้วนด้านหน้าปิดอยู่ จึงคิดว่าผู้เช่าน่าจะขนข้าวของหนีไปแล้ว เพราะไม่เคยมาจ่ายค่าเช่าเลย จึงประตูเข้าไปตรวจสอบ พบว่าประตูห้องที่ชั้น 2 ด้านหน้าถูกล็อกจากด้านใน จึงได้ให้ช่างปีนลงมาจากระเบียงชั้น 3 ลงมาเพื่อเข้าทางหน้าต่างในห้องชั้น 2 เพื่อไปปลดล็อก กระทั่งพบศพดังกล่าว ช่างจึงวิ่งลงมาตามให้ตนขึ้นไปดู และก่อนหน้านี้ทราบว่าผู้ตายมีหนี้สินอยู่หลายสิบล้าน และมีหมายศาลมาติดไว้ที่ร้านเก่าที่เปิดอยู่ในย่านถนนปู่เจ้าสมิงพรายเป็นจำนวนเงินสูงถึง 50 กว่าล้านบาท

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ นางจงกลนี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี แม่ของผู้ตายได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พอทราบว่าลูกชายผูกคอตายถึงกับเข่าอ่อน พร้อมทั้งเล่าว่า ตนติดต่อลูกชายไม่ได้มากว่า 1 สัปดาห์แล้ว และได้ตระเวนตามหาตามสถานที่ต่างๆ แต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งหมดหวังต้องหันไปพึ่งร่างทรงให้ดูว่าลูกชายตนอยู่ที่ไหน และร่างทรงได้บอกว่าลูกชายตนน่าจะกลับมาอยู่ที่ร้านในย่านถนนศรนครินทร์ ตนจึงได้เดินทางมาดู จนมาทราบเรื่องดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเครียดเรื่องหนี้สินที่ถูกฟ้องร้องอยู่ในขณะนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะมีปัญหาเรื่องหนี้สินกว่า 50 ล้านบาทที่ถูกฟ้องอยู่ในขณะนี้ และถูกเจ้าหนี้มาตามทวงรวมทั้งเขียนข้อความใส่กระดาษมาปิดไว้ที่กระจกหน้าร้าน ทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดหาทางออกไม่ได้ จึงตัดสินใจเขียนจดหมายสั่งเสีย ก่อนที่จะผูกคอตัวเอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


สาวเผาตัวดับปริศนาคาห้องนอน พี่เห็นศพสุดสลดร่ำไห้-แม่ช็อกหนัก

สลดสาวเผาตัวเองคาห้องนอนดับปริศนา ขณะพี่สาวกับแม่ไม่อยู่ ช็อกกลับเจอไฟไหม้เห็นศพ ญาติเผยไม่รู้เกิดจากสาเหตุอะไร อาจจะป่วยซึมหรือเรื่องส่วนตัว ส่วนตร.ฟันธงฆ่าตัวตายโดยการจุดไฟเอาตัวเอง

เมื่อค่ำวานนี้ ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุมีคนเผาตัวเองฆ่าตัวตาย อยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง บ้านดงล้ำพัฒนา หมู่ 14 ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ชินาธิป บัวเข็ม รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จึงออกไปสอบสวนเหตุ พร้อมด้วย แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และ อาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวสภาพเก่า ภายในแบ่งกั้นเป็นห้องนอน ตรวจสอบภายในห้องนอนห้องที่ 2 พบร่างของ น.ส.วิภารัตน์ โยธะคง อายุ 36 ปีพนักงานร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ อยู่ ถ.เชิดสมบัติ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เสียชีวิตอยู่บนที่นอนขนาด 6 ฟุต ที่วางบนพื้นห้อง บนเตียงนอนช่วงติดฝาผนัง ที่มีร่องรอยถูกไฟเผา มีรอยเขม่าควันไฟสีดำติดอยู่ที่ข้างผนังห้อง โดยมีร่างของผู้เสียชีวิตนอนตะแคงคว่ำหน้าบนที่นอน เสื้อผ้าและกางเกงด้านหลัง ถูกไฟไหม้ละลายติดตามร่างกาย ตรวจสอบไม่พบน้ำมันเชื้อเพลิง คาดว่าผู้ตายคงจะจุดไฟเผาผ้าห่ม แล้วคลุมร่างตัวเองไว้ จนถูกไฟไหม้เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ได้นำศพไปที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

นางเล็ก โสทะหา อายุ 60 ปี อยู่บ้านดงล้ำพัฒนา หมู่ 14 ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี แม่ของผู้เสียชีวิต ทราบข่าวได้เดินทางมา ดูร่างของลูกสาวด้วยความเสียใจ ไม่คิดว่าลูกสาวมาคิดสั้นอย่างนี้ โดยบอกว่า ตนมีลูก 5 คน ผู้ตายเป็นคนสุดท้อง ปกติจะอยู่บ้านในเมือง ที่ผ่านมาลูกสาวเคยทำงานโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ แล้วออกจากงาน จึงมาอยู่กับตนที่บ้านหลังนี้ มาช่วยตนทำงานอยู่ วันก่อนก็ยังช่วยตนทำงานเป็นปกติ ไม่ได้บ่นว่าเครียดอะไร วันนี้พี่สาวกลับมาก็ยังเห็นดีๆอยู่ ที่ผ่านมา ตนก็เคยดุด่าลูกว่า ถ้าไม่หางานทำก็จะให้ไปทำพาสปอร์ตไปทำงานต่างประเทศกับพี่ชาย

“ตอนเกิดเหตุตนทำงานอยู่ใกล้ๆ สนามบิน แล้วพี่สาวก็โทรมาบอกว่าน้องเผาตัวเอง เพราะคนข้างบ้านโทรไปบอกพี่สาวว่าที่บ้านไฟไหม้ ซึ่งพี่สาวก็คิดว่าไฟไหม้บ้านไม่คิดว่าลูกคนเล็กจะฆ่าตัวตาย แต่สาเหตุนั้นตนไม่รู้จริงๆ เพราะลูกจะเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่เมื่อก่อเหตุแบบนี้คงเพราะเขาไม่มีงานทำ ก่อนหน้าเขาบอกว่าจะไปขายของ แต่ก็ไม่ได้ไปขาย เขาก็บ่นเรื่องนี้ แต่วานนี้เขาก็ไปช่วยทำงานอยู่ ก็ไม่เห็นว่ามีอาการผิดปกติอะไร ไมได้ซึมเศร้า ไม่ได้บ่นอะไรเลย ไม่รู้จริงๆ ว่าเพราะอะไร ทำให้คิดสั้นอย่างนี้”

ด้าน น.ส.ลัดดา โยธะคง อายุ 39 ปี พี่สาวของผู้ตาย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งออกจากบ้านไปทำธุระ ยังบอกกับน้องว่า พี่จะออกไปทำธุระเดี๋ยวจะกลับมา ไปส่งหลานอีกคนไปหาแม่เขา ตอนจะออกไปยังบอกให้น้องปิดประตูหน้าบ้าน ไมได้คิดว่าน้องจะมาตัดสินใจอย่างนี้ ส่วนเรื่องที่น้องเครียดเรื่องอะไร ตนก็ไม่รู้ วานนี้ก็บอกแต่ว่าจะกลับบ้าน แม่ก็บอกว่าจะกลับไปทำอะไร พอกลับมาก็ปิดประตูอยู่แต่ในห้อง ไม่ได้ออกมาพบใคร ตนก็เข้านอนตามปกติ ปกติทุกวันตนจะอยู่กับน้อง แต่วันนี้ตนออกไปกับแม่ตั้งแต่เช้า และเขาก็เป็นคนไม่ค่อยพูด จึงไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร และจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ใครถามอะไรก็ไม่เคยบอก แฟนน้องก็ไม่มี เลยไม่ทราบว่าเพราะเรื่องอะไร น้องจึงมาคิดสั้นอย่างนี้ ถ้าใช่คงจะเป็นเรื่องที่กำลังตกงาน

นายชัชวาลย์ ลือคำหาญ อายุ 29 ปี เพื่อนบ้านที่สนิทกับผู้ตาย บอกว่า ตนกับผู้ตายรู้จักกันมานานตั้งแต่เล็กๆ ก็สนิทกัน ก่อนหน้าจะเกิดเหตุเคยคุยกันเขาก็บ่นเครียดเรื่องไม่มีงานทำ หลังจากออกจากงานที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงออกจากงาน ก่อนจะเกิดเหตุ มีคนแถวนี้เห็นควันออกมา ก็คิดว่ามีคนเผาขยะ เลยวิ่งมาดูก็เห็นควันออกจากบ้าน คิดว่าไฟไหม้บ้าน ก็วิ่งเข้าไปเห็นตัวเขาถูกไฟไหม้ จึงเอาน้ำมาดับ ตอนนั้นเขาหมดสติไปแล้ว เพราะไฟไหม้เกือบหมดทั้งตัว ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพให้รีบออกมาช่วย แต่ก็ไม่ทัน เพราะเขาเสียชีวิตไปแล้ว

หลังจากนั้นพี่สาวเขาก็มา พบว่าน้องเขาตายก็ร้องไห้ ส่วนที่เขาเผาตัวเองก็ไม่รู้ว่าเขาใช้อะไรเผาตัว ว่าจะใช้น้ำมันราด หรือมีแก๊สอะไรหรือไม่ แต่ตำรวจบอกว่าเขาฆ่าตัวตาย แล้วตอนนั้นเขาก็อยู่บ้านเพียงคนเดียวด้วย ก่อนหน้าที่เขามาจากวัดประมาณสักหกโมงเย็น เขาขี่รถมาที่บ้านตน มาถามว่าแถวนี้มีคนเฒ่าคนแก่ที่เล่นของหรือไม่ ตนก็บอกว่าไม่มี แล้วเขาก็ขี่รถออกไปอ้อมบ้านแล้วจึงเข้าไปบ้าน แล้วก็มาทราบว่าเขาเผาตัวเองฆ่าตัวตาย ไม่ได้คิดว่าเขาจะมาทำอะไรแบบนี้

แค้นสุดๆ! เมียโมโหทะเลาะหนัก บีบคอผัว ตายคามือ ก่อนเดินขึ้นโรงพักมอบตัว

แค้นสุดๆ! เมียโมโหทะเลาะหนัก บีบคอผัว ตายคามือ ก่อนเดินขึ้นโรงพักมอบตัว หลังเวลาเมาผัวชอบทะเลาะเป็นประจำ รับตรงๆ โมโหพลั้งมือบีบคอจนตาย

บีบคอผัว วันที่ 10 มี.ค. ร.ต.อ.(หญิง) บุญสิตา หาสิน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกฆ่าตาย ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งติดกับโรงงาน ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค ซอยฑีฆามารค ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.ชลบุรี และกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์

ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าแบ่งซอยเป็นห้องๆ ภายในห้องนอนพบศพ นายพิภพ ขยันการ อายุ 48 ปี อาชีพประมงและขับวินจยย. หน้าศาล เบอร์ 4 นอนเสียชีวิตสภาพลำคอเขียวช้ำ ใส่กางเกงยีนสีดำ เสื้อยืดสีน้ำเงิน มีร่องรอยการต่อสู้และที่หน้าห้องพบกระเป๋าพลาสติกมีเสื้อผ้าใส่ไว้

จากการสอบถามญาติๆ และเพื่อนทราบว่า ผู้ตายอยู่กินและพักอยู่กับ น.ส.ตรีรัตน์ จำนอง อายุ 41 ปี อาชีพแม่บ้าน และเวลาผู้ตายกินเหล้าเมาแล้วจะทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันข้าวของแตกกระจาย แต่ก็ไม่มีใครออกมาดู กระทั่งมีคนผ่านมาเห็นประตูเปิดแง้มอยู่จึงพบสภาพดังกล่าว

ต่อมา น.ส.ตรีรัตน์ ได้เดินทางไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่ยอมพูดอะไร บอกเพียงแต่ว่าทะเลาะกันแล้วผู้ตายตบตีก่อน จึงโมโหพลั้งมือบีบคอจนเสียชีวิตคามือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กู้ภัยนำศพไปผ่าพิสูจน์หาหลักฐานเพิ่มเติมที่ ร.พ.ชลบุรี และจะได้สอบสวน น.ส.ตรีรัตน์ เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่แท้พ่อค้า ฆ่าตำรวจ สุดอำมหิต อ้างถูกรถเหยียบ เผยปมฉุนโหด ก่อนหนีกบดาน

จากกรณีพบศพ ด.ต.สมพงษ์ ชำนาญศิลป์ ผบ.หมู่ ป.สภ.สำนักทอง จ.ระยอง เสียชีวิตบนถนนสุขุมวิท ก่อนถึงทางเข้าวัดคลองทุเรียน ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง สภาพศพถูกของแข็งตีเข้าที่กกหูขวาและ ตามลำตัวจนแผลเหวอะ ด้านภรรยาและเพื่อนเผยเพิ่งกลับจากสังสรรค์ เชื่อถูกฆ่า ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มี.ค. พ.ต.อ.สุรพณ มงคลยุทธ รองผบก.ภ.จว.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิสิษฐ์ พูลทรัพย์ ผกก.สภ.บ้านกร่ำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.จรรยา ราแรง อายุ 36 ปี, นายเพชร พิมเสน อายุ 47 ปี และ นายคมสันต์ อินยา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย ด.ต.สมพงษ์ ชำนาญศิลป์ พร้อมตรวจยึดรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บจ-5568 อ่างทอง ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ บก.ภ.จว.ระยอง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเพชร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกลับจากการขาย กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ที่ตลาดนัดเขาไร่ยา จ.จันทบุรี พร้อมด้วย นางจรรยา ซึ่งเป็นภรรยา และนายคมสันต์ น้องชายคนละพ่อกัน ขณะขับรถได้เล่นโทรศัพท์มือถือจนรถเสียหลักแฉลบไปอีกช่องทางหนึ่ง เป็นจังหวะที่รถยนต์ของ ด.ต.สมพงษ์ขับมาพอดี

นายเพชร ให้การต่อว่า หลังจากนั้น ก็มีการขับปาดหน้ากันไปมา จนกระทั่งมีการบังคับให้จอด ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะถือท่อนเหล็กลงมาแล้วก็ชกต่อยกันชุลมุนอยู่กลางถนน โดยมีน.ส.จรรยาร้องห้าม หลังจากนั้น นายคมสันต์ได้วิ่งมาทางด้านหลังแล้วใช้เหล็กตีเข้าที่ท้ายทอย ทำให้ด.ต.สมพงษ์สลบล้มแน่นิ่งไปบนกลางถนน ก่อนที่มีรถบรรทุกสิ่งของมาเหยียบทับร่าง ตนจึงรีบให้นายคมสันต์ขับรถหนีไปกบดานที่บ้านพักที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง กระทั่งมาถูกจับกุมตัวที่ห้องพักดังกล่าว

ด้าน นายคมสันต์ ให้การว่า ตนนั่งหลับมาในรถ กระทั่งน.ส.จรรยาปลุกให้ตื่นพร้อมกับบอกว่า นายเพชรกำลังมีเรื่อง จึงรีบลงไปช่วย และรีบวิ่งเข้าไปใช้เหล็กตีเข้าที่ท้ายทอย จนด.ต.สมพงษ์ล้มนิ่งไปกับถนน เป็นจังหวะเดียกับที่รถบรรทุกวิ่งมาทับร่างผู้เสียชีวิตพอดี จึงรีบพากันหลบหนีกลับที่บ้านพัก ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความกลัวของน ส.จรรยาที่พยายามห้ามอยู่ตลอด

ขณะที่ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ติดตามกล้องวงจรปิดจนสามารถนำไปจนเจอเบาะแสของคนร้าย จากการสอบสวนนายเพชร และนายคมสันต์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือรุมทำร้าย ด.ต.สมพงษ์จริง เพราะถูกท้าทายหลังมีการขับรถกันไปมา ส่วน น.ส.จรรยาเป็นคนลงมาห้าม จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม

ส่วนข้อหาเบื้องต้นยังต้องรอสรุปผลอย่างเป็นทางการของแพทย์ว่า เสียชีวิตก่อนหรือหลังรถทับ ถ้าเสียชีวิตก่อนก็จะเป็นข้อหาฆ่าผู้อื่น หากเสียชีวิตหลังจากถูกรถทับ ก็จะเป็นข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งจะมีการทำแผนในวันนี้เวลา 16.00 น.