บุกจับ 2 วัยรุ่น ค้ากัญชาผ่านไลน์ ส่งพัสดุบริษัทดัง เผยรายได้นับแสนต่อวัน!

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.งานสายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง ผกก.งานสายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 ร่วมกันจับกุมนายธนบรรณหรือมด นิยม อายุ 20 ปี และนายกิตติเชษฐ์หรือก๊อต แซ่เอีย อายุ 21 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งจำนวน 61.3 กิโลกรัม ใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 11 มม.จำนวน 6 นัด โดยจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 8 หน้าร้านจำหน่าย สายรัดพลาสติก หรือ สายรัดกล่องถนนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก


พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีการซื้อขายยาเสพติดประเภทกัญชา ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยเป็นกลุ่มปิด จากนั้นจะมีการส่งยาเสพติดผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนชื่อดัง เจ้าหน้าที่จึงทำการประสานขนส่งดังกล่าวและเฝ้าดู ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นพบกล่องพัสดุที่ภายในบรรจุกัญชาอัดแท่งจำนวน 25 กล่อง น้ำหนักรวม 37.2 กิโลกรัม และเฝ้าดูพฤติกรรมคนร้าย กระทั่งช่วงบ่ายคนร้ายได้นำพัสดุมาส่ง ภายในมีกัญชาอัดแท่งจำนวน 1.1 กิโลกรัม ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุม ก่อนนำตัวมาตรวจค้นห้องพักเพื่อขยายผล


จากการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 207 ภายในอาคารพีเอ็น คาร์บิน ซอยเชื่อมสัมพันธ์ 6 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก เจ้าหน้าที่พบกัญชาอัดแท่งอีกจำนวน 23 กิโลกรัม รวมทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ 61.3 กิโลกรัม สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำมาแล้ว 2 เดือน โดยสั่งซื้อกัญชาผ่านทางเครือข่ายออนไลน์มาอีกที ในราคากิโลกรัมละ 5,000 บาท และจะมีคนนำของมาทิ้งไว้ให้ จากนั้นพวกตนจะนำมาแพ็กขายต่อให้กับลูกค้าในราคากิโลกรัมละ 7,000 บาท วันหนึ่งจะขายได้ประมาณ 20 กิโลกรัม ส่วนมากเป็นลูกค้าต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเขตภาคใต้ ส่วนใบกระท่อมนำมาต้มกินกันเอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 5 กัญชาเพื่อครอบครองและจำหน่าย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป


เก๋งจะจมน้ำ หนุ่มฮีโร่โดดช่วย คำสั่งเมีย ถ้าเขาไม่รอด ไม่ต้องขึ้นมา

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “นู๋นิล ตัวเล็ก” โพสต์คลิปเหตุการณ์ชาย 4 คนกระโดดลงไปในหนองน้ำ เพื่อช่วยชีวิตคนที่ติดอยู่ในรถเก๋ง ที่ประสบอุบัติเหตุเสียหลักตกลงไปในหนองน้ำด้านหน้าโรงงานผลิตซองกันกระแทก หรือ ซองเอกสารกันกระแทก และใช้ค้อนทุบกระจก ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ลงไปช่วยเหลือคือแฟนหนุ่มของเจ้าของคลิปดังกล่าว

โดยผู้โพสต์ระบุว่า “คำสั่งเมียมึงกระโดดลงน้ำเลยนะถ้าพี่เขาไม่รอดมึงห้ามขึ้นมา แฟนGu เป็นฮีโร่เลย ทุบกระจก” หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลได้แชร์ และเข้ามาชื่นชมผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายเอเซีย41 ม.4 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

นายพิเชฐ วังคีรี อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้ที่ลงไปช่วยและเป็นแฟนของผู้ที่โพสต์คลิป เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. ตนได้พาแม่และแฟนมาเปลี่ยนล้อรถที่ร้านประดับยนต์ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับรถมาทางตรง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีรถกระบะบรรทุกปาล์มเต็มคัน ขับตัดหน้าอย่างกระชั้นชิดทำให้คนขับรถเก๋งหักหลบจนเสียหลักลงไปในหนองน้ำ

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์เป็นชาย 3 คน ลงไปช่วยก่อน จากนั้นแฟนและแม่ของตน ได้สั่งให้รีบลงไปช่วยคนที่ติดอยู่ในรถซึ่งเป็นชายสองคน ที่อยู่ในอาการตื่นตกใจ โดยพยายามที่จะเปิดประตูออกมาจากรถแต่ไม่สามารถเปิดได้ จึงได้ใช้ค้อนทุบกระจกรถเพื่อช่วยผู้ที่ติดอยู่ในรถทั้งสองคนออกมาได้อย่างปลอดภัย

หนุ่มเกือบตายวันเกิด กระสุนปลิวตกถากแขนเลือดสาด คิดว่าก้อนหิน รู้ความจริงวงแตก

วันที่ 14 ธ.ค. ร.ต.อ.นที ศิริทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีเหตุกระสุนปืนตกใส่บ้าน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 6 ต.สามโก้ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง เจ้าของกิจการร้านจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลท จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโก้

ที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนน บริเวณหน้าบ้านได้มีการตั้งโต๊ะกินเลี้ยงฉลองกันอยู่หลายคน ยพบ นายณัฐพล มีสง่า อายุ 23 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วยความตกใจ พร้อมชี้ให้ดูกระสุนปืนขนาด .38 ที่ร่วงอยู่ที่พื้นจำนวน 1 นัด และชี้ให้ดูบาดแผลที่บริเวณแขนด้านซ้ายที่มีรอยลูกปืนถากจนเป็นแผลได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถามนายณัฐพล กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเกิดของตน ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งกินฉลองวันเกิดตัวเองครบ 23 ปี อยู่กับเพื่อนๆ และญาติของภรรยาที่บ้านพัก ซึ่งขณะนั้นก็นั่งกันอยู่จำนวนหลายคน ระหว่างที่กำลังกินกันอย่างสนุกสนาน จู่ๆ ก็มีอะไรหล่นใส่แขนซ้าย อย่างแรงจนแขนของตนนั้นเป็นแผลได้รับบาดเจ็บ ตอนแรกก็เข้าใจว่ามีคนขว้างก้อนหินใส่ พยายามมองก็ไม่เห็นมีใคร และก็ช่วยกันหาว่ามีเศษหินที่คนขว้างเข้ามาหรือไม่ แต่พยายามหากันเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

ด้านนายเมืองมนต์ วังพรหม อายุ 24 ปี เพื่อนนายณัฐพล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุก็นั่งดื่มฉลองกันอยู่หลายคนจู่ๆ นายณัฐพล ก็ร้องโอ้ยเหมือนมีใครปาอะไรใส่จึงช่วยกันหาปรากฏว่าเป็นกระสุนปืนทุกคนต่างขนลุกกันหมดเลยเพราะถ้าโดนใครเต็มๆอาจไม่รอดแน่

ด้าน ร.ต.อ.นที กล่าวว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุและละแวกใกล้เคียง ก็ไม่พบว่ามีใครที่ไหน และในที่เกิดเหตุก็ไม่มีใครได้ยินเสียงปืน และไม่มีใครเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อน เบื้องต้นคาดว่ากระสุนดังกล่าว น่าจะถูกยิงมาจากไหนสักที่ซึ่งอยู่ในระยะไกล จนกระทั่งมาร่วงลงในวงงานเลี้ยงวันเกิดดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนหาที่มาของกระสุนปืนดังกล่าวต่อไป

เสี่ยเดี่ยวดับ ถูกจับตัวจ่อยิงท้ายทอย คู่อริแต่งตัวดีเขม่นกันในผับ เผ่นขึ้นรถหรูหนี

กรณี นายวีรภัทร นัดทวี หรือ ฉายา เสี่ยเดี่ยว ผักซิ่ง อายุ 32 ปี เป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายม้วนฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีราคาปลีก-ส่งรายใหญ่เเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 57/51 หมู่ 4 ต.ห้วยกะปิ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุออกเบ้าตาซ้าย อาการสาหัส และอีกคนคือนายภานุพันธ์ อินทฤทธิ์ หรือโน้ต อายุ 31 ปี ถูกยิงเข้าที่ชายโครง กระสุนฝังใน นอนหายในรวยริน หลังมีเหตุทะเลาะวิวาท และใช้อาวุธปืนยิงกันที่บริเวณสถานบันเทิงแกแล็คซี่ บางแสน ต่อมานายวีรภัทร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ขณะเดียวกันมี นายสมนึก พุฒรัตน์ อายุ 33 ปี ถูกต่อยใบหน้าบวมปูด

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกันพื้นที่เกิดเหตุ และทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานภาค 2 มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบกองเลือดขนาดใหญ่ และพบปลอกกระสุนที่คนร้ายยิงตกในที่เกิดเหตุ 3 ปลอก จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปพิสูจน์ว่า ปลอกกระสุนดังกล่าวมาจากอาวุธปืนกระบอกใด และเคยใช้ก่อเหตุที่อื่นหรือไม่ เพื่อติดตามคนที่ก่อเหตุต่อไป

สอบสวนนายสมนึก หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มของตนเอง มากับเสี่ยเดี่ยว ประมาณ 5-6 คน ก่อนหน้านี้ได้นั่งดื่มกันที่บ้านพักเสี่ยเดี่ยว และพากันมาต่อที่สถานบันเทิงชื่อดังย่านบางแสน เอสโค๊ต สถานบันเทิงภายในแกแล็คซี่บางแสน ก็เข้าไปนั่งดื่มกันต่อ

และมีเรื่องเขม่นกับอีกกลุ่มหนึ่ง มีประมาณ 3-4 คน ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆกัน อายุประมาณ 35-40 ปี แต่งตัวดี สามารถจำหน้าได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นก็กระทบกระทั่งกัน จนเกือบจะมีเรื่องในผับ

พอผับเลิก กลุ่มพวกตนเดินลงมาจากชั้น 2 เพื่อเดินไปที่ลานจอดรถ ทางกลุ่มคู่อริก็เดินตามออกมาเช่นกัน พอมาถึงจุดเกิดเหตุเกิดมีปากเสียงกันอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เกิดชกต่อยกันชุลมุน ต่อมา 1 ใน 3 ของคู่อริก็ชักปืนออกมา พร้อมกับจับเสี่ยวเดียว ยิงเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด และยิงใส่ นายโน้ต อีก 1 นัด จนเพื่อนล้มลง

ก่อนคู่อริจะไปก็ยิงสวนออกมาอีก 1 นัด หลังจากนั้นกลุ่มของคู่อริ มีรถเก๋ง โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับเข้ามาเทียบ กลุ่มคู่อริก็เดินขึ้นรถไปอย่างใจเย็น และขับออกไปจากลานจอดรถ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถ สามารถเห็นหน้าของกลุ่มที่ใช้อาวุธปืนอย่างชัดเจน และพยายามแกะป้ายทะเบียนรถเก๋งโตโยต้า อัลพาร์ด สีดำขับรถออกไปถนนสายลงชายหาดบางแสน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามกล้องวงจรปิด ว่าคนที่ยิงหลบหนีไปทางไหน เข้าตัวเมืองชลบุรี หรือไปทางอ.ศรีราชา เพื่อติดตามคนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

หนีไปเจอชุดเดลต้า! มืออาก้าบุกกราดฆ่ากำนันดัง ปะทะเดือดสนั่นบันนังสตา

วันที่ 30 พ.ย. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เพชรสถิตรอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิง นายอับดุลลาเต๊ะ ยานยา ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอบันนังสตา เจ้าของกิจการร้านจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูกรายใหญ่ เสียชีวิต บนถนนสาย 410 บ้านกาสัง หมู่ 3 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธีรพจน์ ยินดี ผกก.สภ.บันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านพักริมถนน พบศพ นายอับดุลลาเต๊ะ ยานยา อายุ 49 ปี มีตำแหน่งเป็นกำนัน และประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านของอำเภอบันนังสตา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม เข้าบริเวณศีรษะและใบหน้า ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเหลือง ทะเบียน 1 กช 6611 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ใกล้กัน บนพื้นพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่ 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ออกจากมัสยิดภายในหมู่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 80 เมตร เพื่อเดินทางมาบ้านหลังเกิดเหตุ แต่ปรากฎว่าเมื่อกำลังจะจอดรถมีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ เข้าประกบจากนั้นคนซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนอาก้าแบบพับฐาน กราดยิงใส่ร่างผู้ตายล้มฟุบแล้วลงมาจ่อยิงซ้ำเข้าที่ใบหน้า ก่อนพากันหลบหนี

แต่ระหว่างนั้นปรากฎว่า ร.ต.อ.นิพนธ์ อ่อนรักษ์ หัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษเดลต้า พร้อมกำลังรวม 6 นาย ขับรถยนต์กันกระสุนอออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ผ่านมาประสบเหตุ จึงขับรถไล่ติดตามจับกุม ทำให่คนร้ายด้ใช้อาวุธอาก้ายิงใส่จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงทิ้งรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กช 7338 ปัตตานี แล้ววิ่งเข้าป่าสวนยางหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุในรัศมี 2 กิโลเมตร คาดว่าคนร้ายจะหลบซ่อนตัว เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นกำนันที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะได้จับกุมตัวสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทนายเตือน! สาวฟิสิกส์ ก่อนพูดเรื่องแรงเสียดทาน มารู้จักโทษอาญา ด่าคนตอแหล

จากกรณี สาวฟิสิกส์ ที่มีลักษณะอาการมึนเมา เปิดประตูรถไม่ทันระวัง ทำให้หนุ่มพนักงานร้านจำหน่ายซองกันกระแทก ซองเอกสารกันกระแทกราคาปลีก-ส่งผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ขับตามมาด้านหลังชนเข้าอย่างจังได้รับบาดเจ็บ จากนั้น สาวรายนี้ได้อ้างว่าเรียนฟิสิกส์ รู้แรงเสียดทาน ไปยืนด่าคนเจ็บว่า ตอแหล อย่ามาแอ็คติงแสดงละคร จนกลายเป็นคลิปไวรัลกระหึ่ม โซเชียล

ทำให้ ทนาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ลงในเพจ ทนายคู่ใจ ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า เปิดประตูไปชนเขา แล้วยังมาด่าเขาอีกว่า “ตอแหล” และอ้างเรียนฟิสิกส์มา แรงเสียดทานนิดเดียว ทำไม่ต้องนอนเจ็บขนาดนี้ ไม่รู้หรอกนะว่าจะเก่งฟิสิกส์ หรือเก่งวิชาการด้านไหนมา ในเมื่อทำให้เขาได้รับบาดเจ็บก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ไปด่าเขาอีกว่าตอแหล แบบนี้ควรเห็นใจไหม

เพราะตาม ป.อาญามาตรา 393 การดูหมิ่นซึ่งหน้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8919/2552 การดูหมิ่นผู้อื่น หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยาม สบประมาทผู้ที่ถูกกล่าว หรือทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวอับอายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นแล้ว

เมื่อตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายคำว่า “ตอแหล” ว่า เป็นการด่าคนที่พูดเท็จ ซึ่งมีความหมายในทางเสื่อมเสีย การที่จำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวต่อผู้เสียหายจึงเป็นการด่าผู้เสียหาย เป็นการดูถูกเหยียดหยามและสบประมาทผู้เสียหายว่าเป็นคนพูดเท็จ จึงเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393

ทหารพรานหนุ่ม วัย 27 หึงโหด รัวยิงม่าย 41 ดับสยอง ก่อนลั่นไกเจาะขมับฆ่าตัว

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 9 พ.ย. พ.ต.ต.พรชัย ประพิณ สว.(สอบสวน) สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยกู้ภัยมังกรศรีบุญเรือง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหน้าร้านหนิง หนิง นาฬิกา บริเวณด้านหลังบริษัทผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องที่อยู่ติดบขส.ศรีบุญเรือง หลังรับแจ้งเหตุยิงกัน พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง ทราบชื่อคือ นางลำใย ประวัติ อายุ 41 ปี นอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วรีบนำส่ง ร.พ.ศรีบุญเรือง และส่งต่อไปที่ ร.พ.หนองบัวลำภู แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีบาดแผลถูกยิงที่ท้อง 1 นัด คางทะลุลำคอ 1 นัด และแขนซ้าย 1 นัด

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจที่เกิดเหตุ ได้รับแจ้งมีคนยิงตัวตายที่หน้าบ้านนายอำนวย ประพันธ์พินิจ อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 341/2 หมู่ที่ 13 บ้านสันติสุข ห่างจากจุดเกิดเหตุแรกประมาณ 100 เมตร พบศพ อส.ทพ.วีรพงษ์ ไตรณรงค์ อายุ 27 ปี สังกัดกรมทหารพรานที่ 22 จ.นครราชสีมา สวมกางเกงขาสั้น เสื้อคลุมลายพราง ใช้ปืนพกซีแซด ขนาด 9 ม.ม. ยิงขมับตัวเองเสียชีวิต หน้ารถปิคอัพโตโยต้า ทะเบียน บน 7746 อุดรธานี ที่ไฟหน้ารถด้านซ้ายพบรอยและกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 1 นัด หว่างขาพบปืนที่ก่อเหตุตกอยู่ ใกล้ต้นขาซ้ายพบกระสุนปืนอีก 1 นัด แพทย์เวร และตำรวจวิทยาการเข้าร่วมตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตร พร้อมเก็บหลักฐานต่าง ๆ ทั้งสองจุด

สอบสวน น.ส.ชัญญภัทร บุศบิน อายุ 20 ปี ลูกของนางลำใย เให้การว่า แม่ได้ขับรถปิคอัพสี่ประตู ยี่ห้อฟอร์ด สีทอง ทะเบียน กง 6996 หนองบัวลำภู พาตนและนายวีรพงษ์ มาที่ บขส.ศรีบุญเรือง เพื่อส่งนายวีรพงษ์ แฟนใหม่ของแม่ขึ้นรถทัวร์ไปกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างทางทั้งคู่ทะเลาะกัน เมื่อถึง บขส. ตนก็ลงไปซื้อตั๋ว

น.ส.ชัญญภัทร กล่าวต่อว่า ขณะกำลังเดินกลับมาที่รถก็เห็นทั้งสองคนมีปากเสียง แล้วนายวีรพงษ์ก็ชักปืนมายิงแม่ ตนจึงวิ่งไปบอกคนขายตั๋วช่วยแจ้งเหตุ และเรียกกู้ชีพมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่แม่ก็เสียชีวิต ส่วนสาเหตุคงเป็นเรื่องหึงหวง ซึ่งนายวีรพงษ์คบหากับแม่ได้เพียง 4 เดือนผ่านโซเชี่ยล ก่อนจะเดินทางมาหาแม่ที่บ้าน เจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นกันต่อไป

เจ้านายช็อก! ปลุกคนขับรถ เท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เปิดประตูพบเสียชีวิตแล้ว

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ร.ต.อ.นพ จิ๋วแหยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพนียด รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตที่ในบ้านพักโรงงานรับจัดซื้อเเละนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่น ม.8 ต.พัฒนานิคม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม นคร88 อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักคนงานชั้นเดียว พบศพนายทองใบ ธพตะ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/19 หมู่ที่ 14 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ในสภาพสวมโสร่งสีแดงเพียงตัวเดียว นอนตะแคงซ้ายบนที่นอนตัวแข็งทื่อ จากการชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นไม่พบบาดแผล ไม่มีร่องรอยการต่อสู้และร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง

จากการสอบสวนเจ้าของโรงงานทราบว่า นายทองใบเป็นพนักงานขับรถของโรงงาน ปกติลุงทองใบจะตื่นแต่เช้าก่อนใคร จนเมื่อเวลา 07.00 น. ก็ยังไม่เห็นลุงทองใบตื่น จึงได้ไปเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบจึงได้งัดห้องพบว่าลุงทองใบนอนตายตัวแข็งทื่อแล้ว ปกติลุงทองใบมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เมื่อวานบ่นท้องเสีย ช่วงค่ำยังคุยกันอยู่ แต่ในคืนที่ผ่านมาสภาพอากาศหนาวเย็น อุณภูมิลดลง ลุงทองใบคงเผลอหลับโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อและห่มผ้า จนเป็นเหตุถึงชีวิต

เบื้องต้นร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำร่างลุงทองใบส่ง รพ.เพื่อพิสูจน์สาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนที่จะประสานญาตินำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

บุกจับหนุ่มขโมย บิ๊กไบก์ อ้างหาเงินเที่ยว แฉเคยฉกนาฬิกาหรูเมียนักแต่งเพลงดัง!

กองปราบ บุกจับหนุ่มวัย 29 คารีสอร์ตดังสมุทรสงคราม หลังก่อเหตุขโมย บิ๊กไบก์ อ้างหาเงินเที่ยวเตร่ และไม่มีงานทำ แฉประวัติก่อเหตุโชกโชน เคยขโมยนาฬิกาหรูของ หนึ่ง จักรวาล นักแต่งเพลงชื่อดังอีกด้วย พบมีหมายจับติดตัว 4 หมาย

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายพีรวัฒน์ แซ่เต็ง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/344 ซ.พหลโยธิน 48 แยก 20 แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.437/2561 ลงวันที่ 26 ต.ค. 2561 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการาจับกุม” จับได้ที่หน้าโรงแรมสุขใจรีสอร์ตที่อยู่ตรงข้ามบริษัทนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่น ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา นายพีรวัฒน์ ได้ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบก์ จากกลุ่มขายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ทางอินเตอร์เน็ต โดยจะทำทีโทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายตามเบอร์โทรศัพท์ที่ลงในเว็บไซต์ชื่อดัง ซึ่งผู้เสียหายได้ประกาศขาย รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบก์ ก่อนจะนัดวันเวลาขอดูสินค้า ทำสัญญาซื้อขายในวันถัดไป

เมื่อถึงวันเวลานัดหมาย นายพีรวัฒน์แสดงท่าทีมีกิริยาดีและการแต่งการภูมิฐานน่าเชื่อถือ จะพูดจาหว่านล้อมจนเหยื่อหลงเชื่อ ก่อนขอผู้เสียหายขับทดลอง ซึ่งทางผู้เสียหายได้ขอซ้อนท้ายไปด้วย แต่นายพีรวัฒน์อ้างว่าจะขับไปแค่ระยะทางใกล้ๆ จากนั้นพอสบโอกาสจึงได้ขับเร่งเครื่องหนีออกไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก

โดยได้ทรัพย์สินเป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์มูลค่า 600,000 บาทไป โดยนายพีรวัฒน์ได้ก่อเหตุมาอย่างโชกโชนในพื้นที่เตาปูน กรุงเทพฯ, อ.หนองไม้แดง จ.ชลบุรี มีหมายจับติดตัวอยู่ 4 หมายในคดีลักทรัพย์และฉ้อโกง

นอกจากนี้ ยังเคยขโมยนาฬิกาหรูกว่า 200,000 บาท ของภรรยานายจักรวาล เสาธงยุติธรรม หรือ หนึ่ง จักรวาล นักแต่งเพลงชื่อดัง ขณะเป็นคนขับรถ ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่เคยถูกจับไปแล้ว และออกมาทำพฤติกรรมเช่นเดิมอีก ก่อนมาถูกจับดังกล่าว

จากการสอบสวน นายพีรวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ทำจริงโดยมีสาเหตุจากต้องการเงินไปเที่ยวเตร่เพราะตนไม่มีอาชีพ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สาวผวา! 22เด็กแว้นซิ่งหนี-พังบ้านแอบตร. ก่อนถูกจับ พบลูก “พ.ต.อ.” ร่วมแก๊งด้วย

ตำรวจ สน.พญาไท ไล่จับระทึก เด็กแว้น ซิ่งป่วนเมือง เจอต้อนเข้าซอยตันก่อนพังบ้านประชาชนเข้าไปแอบ เจ้าหน้าที่รู้ทันโดนรวบยกแก๊ง พบหนุ่มลูกอดีตตำรวจร่วมก๊วนอยู่ด้วย โดยสามารถจับกุมได้เป็นชาย 17 คน และหญิง 5 คน

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 22 ต.ค. พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเรขา รอง ผกก.จร.สน.พญาไท พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายจราจร สน.พญาไท ร่วมกันปราบปรามจับกุมกลุ่ม เด็กแว้น ที่มีการแข่งรถในทางสาธารณะ และทำการปิดล้อมภายในซอยสวนเงิน แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. โดยสามารถควบคุมตัวเยาวชนชายและหญิงได้ 22 คน และรถจักรยานยนต์ 15 คัน

ที่เกิดเหตุอยู่สุดซอยสวนเงิน 500 เมตร ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวที่อยู่ตรงข้ามร้านจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูก เลขที่ 293/20 มีรั้วรอบขอบชิด พบเยาวชนชาย 17 คน และหญิง 5 คน รวม 22 คน มีอายุตั้งแต่ 14-20 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์ 15 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มวัยรุ่นมีใบขับขี่เพียงคนเดียว ส่วนรถจักรยานยนต์ทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ มีนายณัชพล หรือ พล พรหมคง อายุ 20 ปี นักศึกษาปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกชายของ พ.ต.อ.พันธ์ศักดิ์ พรหมคง อดีตข้าราชการตำรวจ นรต.รุ่น 33

จากการสอบถาม น.ส.มัลลิกา พาวุฒิ อายุ 26 ปี ผู้อาศัยบ้านหลังดังกล่าว  กล่าวว่า ตนพักอาศัยกับครอบครัว ก่อนเกิดเหตุกลางดึกเวลาประมาณ 04.00 น. ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ดังลั่น ซึ่งตนคิดว่ามีอุบัติเหตุร้ายแรงอยู่บนถนน จากนั้นเสียงรถเริ่มดังสนั่นภายในซอยจนมาถึงที่หน้าบ้านของตน ต่อมาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปิดประตูออกมาดูเห็นเด็กวัยรุ่นและจักรยานยนต์อยู่เต็มพื้นที่หน้าบ้าน ซึ่งตกใจและกลัวมาก ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นภายในบ้านตน

ด้าน พ.ต.ท.บวรภพ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ พบกลุ่มจักรยานยนต์กว่า 30 คัน รวมตัวกันแข่งรถบริเวณแยกโรงกรองน้ำ ย่านถนน พระราม 6 ถนนราชวิถี จึงระดมกำลังปิดล้อมพร้อมขับไล่ให้กลุ่มจักรยานยนต์เลี้ยวเข้าไปในซอยดังกล่าว เนื่องจากเป็นซอยตัน

“จากนั้น กลุ่มเด็กแว้นดังกล่าวได้พังประตูหน้าบ้านของประชาชน และนำรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดแอบแล้วเก็บตัวเงียบเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม จากการตรวจสอบไม่พบอาวุธและยาเสพติด ส่วนกลุ่มเด็กแว้นมีการนัดรวมตัวผ่านเพจ นักซิ่งกลางเมือง หรือปิดเมืองมาซิ่ง ในเฟซบุ๊ก” พ.ต.ท.บวรภพ กล่าว

พ.ต.ท.บวรภพ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ส่วนข้อหาอื่นๆ จะแจ้งเพิ่มเติมในภายหลังเป็นรายบุคคล จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจะประสานให้ผู้ปกครองพร้อมกับผู้กระทำผิดเข้าอบรมตามโครงการของ สปพ.191 เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เยาวชนเหล่านี้กลับไปทำซ้ำอีก ส่วนเรื่องทำลายทรัพย์สินหรือบุกรุกนั้นต้องรอให้เจ้าของบ้านเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป