เชื่อบิ๊กไบค์ 2 ศพให้โชคต่อ มีอีกเลขตรงข้ามจุดเกิดเหตุ บังเอิญเหมือนเลขเด็ดพ่อเฒ่า

ชาวบ้านเชื่อเลขอาถรรพ์ตัวแทนตัวตายเลข 18 และ 81 จุดเกิดเหตุบิ๊กไบค์โหม่งแท่งปูนตาย ยังแม่นอีก หลังให้โชค 58 ออกเลขท้ายตรงเป๊ะงวดที่แล้วเต็มๆ

(13 ส.ค.62) สืบเนื่องจากอุบัติเหตุรถบิ๊กไบค์ซูซูกิ รุ่น Z 800 ที่ มีชาวต่างชาติเป็นคนขับส่วนสาวไทยเป็นคนซ้อน เกิดเสียหลักชนแท่งปูนที่เป็นท่อระบายน้ำ บนถนนสายศูนย์การค้าบ้านฉาง-เนินสำเหร่ แถวโรงงานผลิต เทปใส เทปกาว เมื่อวันที่ 24 ก.ค.62 ที่ผ่านมา แล้วศพผู้ตายไปนอนทับเลข 58 จนทำให้ชาวบ้านนำไปซื้อสลากล็อตเตอรี่ กระทั่งออกรางวัลเลขท้ายงวดวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ตรงเป๊ะ ทำเอาชาวบ้านฉางแทบทั้งอำเภอ มีโชคไปตามๆ กัน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสมพร อายุ 50 ปี โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊กรับจ้างหน้าตลาดบ้านฉาง เล่าถึงความอาถรรพ์หลังจากที่โชคดีงวดที่แล้วว่าวิญญาณฝรั่งและสาวไทยที่ต้องเสียชีวิต เชื่อว่าเป็นตัวตายตัวแทนเพราะจุดเกิดเหตุเคยมีเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้มาก่อน และครั้งนี้ผู้เสียชีวิตก็ยังให้โชคลาภแก่ชาวบ้าน ซึ่งหลังจากเกิดเหตุชาวบ้านก็ไม่กล้าที่ผ่านไปช่วงดึกๆ จนทำให้จุดดังกล่าวยิ่งวังเวง ที่สำคัญผู้ทราบข่าวก็จะไม่กล้าผ่านไปเพราะเกรงจะเป็นตัวตายตัวแทนรายต่อไป

ส่วนที่มาที่ไปของเลข 18 ที่ปรากฎอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นเลขที่ผู้รับเหมาทำเอาไว้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเลข 58 ที่ศพของผู้หญิงไปเสียชีวิตทับอยู่ ต่อมาเลข 58 ก็ถูกลบไป หลงเหลือไว้แต่เลข 18 ทำให้ร่ำลือกันไปอีกว่า เป็นเลขที่วิญญาณทิ้งเอาไว้ให้โชคอีกรอบ

นายสุธน วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หน้าโรงเรียนวัดบ้านฉาง เล่าว่า หลังจากที่ตนเคยพานักข่าวไปชี้เลข 58 แล้วผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ออกเลขท้ายตรงเป๊ะซึ่งตนก็ถูกแต่ไม่มาก แล้วก็ได้ทำบุญซื้อโลงศพอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตทั้งคู่ไปแล้ว ส่วนบริเวณรอบๆแท่งปูนมีทั้งขวดน้ำแดง ของเซ่นไหว้ ที่ชาวบ้านถูกเลขรางวัลนำมาเซ่นไหว้ เชื่อว่า งวดต่อไปวิญญาณของทั้งคู่อาจให้โชคอีกก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับดวงวาสนาของแต่ละคน

ด้านนายเข้ม สมฤทธิ์ อายุ 47 ปี ผู้ดูแลหมู่บ้านตรงจุดเกิดเหตุกล่าวว่า หลังจากที่ปี 60 บิ๊กไบค์เคยประสบอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่เสียชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง ล่าสุดเป็นฝรั่งกับสาวไทยก็ขี่บิ๊กไบค์ อยู่ๆ ขับมาชนทับที่เดิม เสียชีวิตทั้งสองคน ตนก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณตัวแทนตัวตายถึงตอนนี้ตนก็ไม่กล้าออกมาช่วงเวลากลางคืนอีกเลยเพราะกลัว จะเป็นไปตามคำล่ำลือ และเคยมีคนมาบอกตนว่าเห็นฝรั่งมาเดินวนเวียนที่ข้างแท่งปูนอีกด้วย

และที่เป็นเรื่องแปลกอย่างมากคือ เลข 18 ก็มาตรงกับเลขเดียวกันที่ พ่อเฒ่าวัย 73ปี ในอำเภอบ้านค่าย ดื่มยาฆ่าหญ้าฆ่าตัวตาย และก่อนที่จะตัดสินใจฆ่าตัวตายก็ได้ ให้เลข 18 และ 82 กับลูกหลาน เอาไว้ซื้อสลาก บอกว่าหากถูกรางวัล ก็เอาไว้ใช้จ่ายยามที่ตนลาจากโลกนี้ไปแล้ว 

เจ้าของสวนสะดุ้ง เจอระเบิดสังหารพร้อมใช้งานแขวนบนต้นไม้ เจ้าของแอบทิ้งหนีผิด

(4 ส.ค. 62) กลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง รับแจ้งจากนางโสภา ทำซองตัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง ระยอง ว่าพบวัตถุระเบิดซุกอยู่บนต้นมะม่วงภายในสวนลำไย ของชาวบ้าน แถวโรงงานผลิต กล่องใส่เอกสาร กล่องเอกสารสำเร็จรูป ขอให้ไปตรวจสอบ

หลังรับแจ้ง จึงรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และเร่งไปยังที่เกิดเหตุ โดยทาง พ.ต.อ.จักร์รินทร์ ทั่วสุภาพ ผกก.สภ.บ้านฉาง สั่งการให้ พ.ต.ต. สิทธิศักดิ์ ธรรมสุขรรค์ สว.สส พร้อมด้วย ร.ต.อ.สัมฤทธิ์ ฝักแก้ว รองสารวัตรปราบปราม สภ.บ้านฉางขอสนับสนุนกำลังจากหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ในที่เกิดเหตุ พบถุงพลาสติกใสห้อยอยู่ในโพรงต้นมะม่วงสูงกว่าพื้นดิน ประมาณ 3 เมตร ภายในถุงมีลูกระเบิด สมัยสงครามโลก ชนิดขว้างสังหาร แบบลูกเกลี้ยงพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บกู้

นางโสภา ทำซองตัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าของสวนลำไยว่า ขณะที่กำลังมาสำรวจพื้นที่ภายในสวนลำไยเพื่อเตรียมให้เจ้าหน้าที่มารังวัด เห็นถุงพลาสติกห้อยมาจากโพรงต้นมะม่วง จะไปนำถุงออกมา แต่พบว่าภายในถุงมีวัตถุต้องสงสัย จึงแจ้งให้ตนทราบ เมื่อไปดู พบว่าวัตถุมีลักษณะคล้ายระเบิด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า กลุ่มวัยรุ่น หรือผู้ที่ครอบครองระเบิด เกรงกลัวความผิด เนื่องจากกรณีที่เกิดเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเข้มงวดกวดขันอย่างหนัก มีการตั้งด่านในหลายจุด ผู้ครอบครองกลัวความผิดจึงนำมาซุกซ่อนไว้

หนุ่มใหญ่หายหน้าไปหลายวัน เพื่อนบ้านแจ้งตำรวจพบขึ้นอืดกว่า 6 วันแล้ว

เวลา 20.30 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงสามพัน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ขอกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการงัดบ้านหลังหนึ่ง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายกับผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน หลังไม่พบเห็นมานานกว่า 6 วันแล้ว

จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง โดยพบว่าประตูบ้านถูกปิดล็อกจากด้านใน และไม่มีช่องทางอื่นที่จะเข้าไปได้ จึงตัดสินใจช่วยกันงัดประตูบ้านจนเปิดออก ทำให้ทุกคนถึงกับผงะ เนื่องจากได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงโชยออกมาจากภายในมุ้ง ซึ่งมีพัดลมเปิดทิ้งไว้ เมื่อตรวจสอบภายในมุ้งก็พบศพชายวัยกลางคน ทราบชื่อต่อมาคือ นายสำรี ทับกฤต อายุ 55 ปี สภาพศพ นอนอืด ไม่สวมเสื้อ คว่ำหน้าเสียชีวิต ข้าวของภายในบ้านยังอยู่ครบ ไม่พบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สินหรือร่องรอยการต่อสู้ คาดตายมาแล้วหลายวัน

เบื้องต้นไม่มีญาติพี่น้องมาแสดงตนในที่เกิดเหตุ เพราะทำงานกันอยู่ต่างจังหวัด จึงเตรียมนำศพส่งชันสูตรหาสาเหตุการตายที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง จากการสอบถาม นายฉลอง โชคกุลพิพัฒน์ อายุ 48 ปี เพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่าปกติผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ตรงข้ามกับร้าน กระดาษห่อสินค้า กระดาษน้ำตาล ซึ่งเป็นบ้านของพี่สาวเพียงลำพัง มีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยครั้งล่าสุดที่ได้เจอกันคือช่วงเย็นวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ก็ไม่มีทีท่าเจ็บป่วยหรือมีอาการผิดปกติแต่อย่างใด และจากนั้นก็ไม่พบเห็นอีกเลย ชาวบ้านต่างพากันคิดว่าไปทำงานรับจ้างที่อื่น

กระทั่งวันนี้ทางญาติของผู้ตายได้โทรมาจากจังหวัดชลบุรีให้ช่วยไปดูที่บ้านให้หน่อย เนื่องจากพยายามติดต่อผู้ตายหลายครั้งแล้วโทรติดแต่ไม่มีคนรับ จึงได้ชวนนางอำนวยเพื่อนบ้านอีกคน เดินไปเรียกผู้ตายที่หน้าบ้าน ตะโกนอยู่นานก็ไม่มีเสียงขานรับ พอดึงประตูก็พบว่าถูกล็อกจากด้านใน และขณะเดียวกันก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาเป็นระยะ จึงเกรงว่าจะมีเหตุร้าย จึงรีบโทรแจ้งตำรวจ และกู้ภัยมาตรวจสอบ ก่อนพบว่านายสำรีนอนตายขึ้นอืดมาแล้วกว่า 6 วัน

2 สาวบุกร้องตำรวจ อ้างโดนดำเนินคดีไม่เป็นธรรม เพราะโทรแจ้ง กทม.

2 สาวผู้เสียหายเข้าร้องขอความเป็นธรรม ชี้ถูกแจ้งความดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม หลังโทรแจ้ง กทม.ให้ตรวจสอบโรงกลึง เพราะฝ่าฝืนคำสั่งศาลปล่อยมลพิษ

เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) น.ส.สมจิตร พร้อมด้วย น.ส.สมหมาย สองพี่น้องได้นำเอกสารหลักฐานที่ถูกเจ้าของโรงงานกลึงโลหะที่ตรงข้ามกับโรงงานผลิต โฟมกันรอย อีพีอีโฟม ย่านบางขุนเทียน กทม. ดำเนินคดี ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน มาร้องขอความเป็นธรรม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ว่าเป็นการแจ้งข้อหาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

น.ส.สมจิตร กับ น.ส.สมหมาย เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่ตนเองไปร้องต่อศาลปกครองให้ตรวจสอบกรณีพิพาทกับโรงงานกลึงโลหะที่ปล่อยมลพิษ ซึ่งต่อมาศาลปกครองตัดสินคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้โรงงานปล่อยควันพิษอีก แต่โรงงานก็ยังฝ่าฝืน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมลพิษในโรงงานอุตสาหกรรม ก็ยังปล่อยปละละเลย

ตนเองจึงโทรศัพท์ไปแจ้ง สายด่วน 1555 ของ กทม. แต่หลังจากนั้นกลับถูกเจ้าของโรงงานไปแจ้งความดำเนินคดีตนเองที่สน.สำราญราษฎร์ ในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานโดยกล่าวหาว่า ที่ตนเองไปแจ้งข้อมูลกับสายด่วนนั้น ไม่เป็นความเป็นจริง

ขณะที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ก็รับเรื่องไว้ จนออกหมายจับตนเองทั้งที่ไม่ใช่ท้องที่รับผิดชอบ เมื่อสอบถามไปทางตำรวจว่ามีการไปตรวจสอบโรงงานดังกล่าวหรือไม่ ตำรวจแจ้งว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเพราะกฎหมายไทยเป็นระบบกล่าวหา และมีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่สายด่วนที่รับแจ้งเหตุแล้ว ทำให้ตนเองตกเป็นผู้ต้องหาทันที

ตนจึงเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของตำรวจสน.สำราญราษฎร์ ที่รับแจ้งความทั้งที่ไม่ใช่ท้องที่รับผิดชอบของตนเอง และยืนยันว่าปัจจุบันโรงงานกลึงโลหะแห่งนี้ ก็ยังคงปล่อยมลพิษ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านละแวกใกล้เคียง แม้ว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก็ตาม

ไฟไหม้วอดวาย อดีตผับชื่อดัง ใกล้ตลาดเรือบิน เมืองปากน้ำ

เกิดเพลิงไหม้ผับเก่าชื่อดัง ใกล้กับตลาดเรือบิน จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่เร่งดับเพลิง คาดเป็นเพราะการรื้อถอนดัดแปลง เจ้าของอาคารยังไม่มาแสดงตัว

(30 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดนัดเรือบิน ถ.เทพารักษ์ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ย่านร้านจำหน่าย ซองใสเเปะหน้ากล่อง เเละ ซองใสหลังกาว พบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นสถานบันเทิง ลักษณะเป็นกลุ่มควันสีเทาเป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้สภาพจราจรบริเวณโดยรอบติดขัด

เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า ร้านดังกล่าวอดีตเคยเปิดเป็นสถานบันเทิงชื่อดัง แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรื้อถอนและดัดแปลงใหม่ จากการตรวจสอบทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีพนักงานทำงานอยู่ภายในร้าน ก่อนที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ คาดว่าจะมาจากกลุ่มวัสดุที่อยู่ระหว่างการรื้อถอน

เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตำรวจได้กั้นพื้นที่ในจุดเกิดเหตุแล้ว หลังจากเพลิงสงบลง ยังไม่พบเจ้าของร้านเข้าแสดงตัวแต่อย่างใด ซึ่งระหว่างนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียดต่อไป

ช่างหนุ่มโมโหจัด เพื่อนร่วมงานขโมยต้นมะละกอ ฮึดสู้ไม่ไหว-ชักปืนยิงดับ

มิตรภาพถึงวันแตกดับ ช่างหนุ่มชอบปลูกผักสวนครัวไว้กินในกระถางหน้าโรงงาน แต่เพื่อนร่วมงานมักขโมยเอาไปให้คนอื่น โดยอ้างว่าเกะกะทาง เปิดฉากด่าทะเลาะวิวาท ชกสู้ไม่ไหว-ชักปืนปากกายิงใส่

เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบสภาพศพของนายอาคม อายุ 37 ปี ภายในโรงงานโรงงานผลิต ซองใสเเปะหน้ากล่อง เเละ ซองใสหลังกาว ภายในซอยพุฒศรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ พบมีแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าอก 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายมงคลวาร อายุ 35 ปี ได้ยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ

นายมงคลวาร ให้การสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้านี้ตนกับผู้ตายเป็นเพื่อนกันมานาน ก่อนจะชักชวนผู้ตายมาทำงานที่โรงงานแห่งนี้ โดยทำหน้าที่เป็นช่างเชื่อมเหล็ก ระหว่างที่ทำงานอยู่ที่โรงงาน ตนได้นำเมล็ดพืชผักสวนครัวเข้ามาเพาะปลูกในกระถางต้นไม้เพื่อเก็บไว้กินที่หน้าโรงงาน เมื่อผักเริ่มออกผลเติบโตขึ้น ผู้ตายก็จะชอบยกกระถางผักไปให้เพื่อนที่ขายหมู่ปิ้งในซอยเดียวกัน โดยอ้างว่าเกะกะ

ตนก็เคยออกปากเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมฟัง กระทั่งก่อนเกิดเหตุ ตนทราบว่าผู้ตายได้ยกกระถางต้นมะละกอออกไปให้เพื่อนคนเดิมอีก ตนจึงหมดความอดทนและเข้าไปต่อว่า และมีปากเสียงถึงขั้นชกต่อยกัน ช่วงระหว่างล้มลงกับพื้นและกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่นั้น ตนสู้แรงไม่ไหว เพราะผู้ตายเคยเป็นนักมวยเก่า จึงได้ชักอาวุธปืนปากกาที่พกติดตัวไว้ออกมาจ่อยิงใส่หน้าอก

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากปัญหาที่ทั้งสองเกิดมีปากเสียงเรื่องที่ผู้ก่อเหตุไม่พอใจที่ผู้ตายมักขโมยผักไปให้คนอื่น กระทั่งวันนี้มาทราบว่าได้ยกกระถางต้นกล้ามะละกอไปอีก จึงนำมาสู่ชนวนเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ได้คุมตัวผู้ก่อเหตุไปที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อหัวเสือรุมต่อย ยายวัย 78 เจ็บสาหัส แน่นหน้าอก-ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ ญาติรีบส่งรพ.

ต่อหัวเสือรุมต่อย ยายวัย78 สาหัส แน่นหน้าอก-ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ ญาติรีบส่งรพ.

วันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่พยาบาล นำตัวนางเจียม รักษ์วงศ์ อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 ม.4 บ้านทุ่งทับเชือก ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เข้าห้องฉุกเฉิน ภายในโรงพยาบาลเขาพนม หลังถูกต่อหัวเสือต่อย ที่ศีรษะ แก้ม ลำคอ และหลังมือ รวม 4 แผล บาดเจ็บสาหัส มีอาการวิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก หัวใจสั่น เบื้องต้น แพทย์ได้ฉีดยาแก้แพ้ไป 4 เข็ม ก่อนให้นอนพักฟื้นเพื่อรอดูอาการ

นายจรัญ รักษ์วงศ์ อายุ 40 ปี ช่างซ่อมเครื่องจักร ประจำโรงงาน ผลิตซองกันกระแทก และซองบับเบิ่ล ลูกชายของนายเจียม กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้แม่ของตนไปเก็บผลระกำในสวน เพื่อมาใส่แกงส้ม อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร ระหว่างที่กำลังเก็บลูกระกำอยู่นั้น จู่ๆต่อตัวเสือ ที่ทำรังอยู่บนต้นระกำก็รุมต่อยแม่ของตนจน ต้องทิ้งลูกระกำ และเดินกลับมาบ้าน โดยไม่ได้ไปหาหมอ ขณะนั้นไม่มีใครรู้ว่าแม่ถูกต่อหัวเสือต่อย กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่ม แม่มีอาการ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก และเห็นรอยฟกช้ำ จึงรู้ว่าแม่ถูกต่อต่อย รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาพนมทันที โดยแพทย์ได้นำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน และให้ยาแก้แพ้ ให้ยาทา


นายจรัญ กล่าวว่า แม่อาการดีขึ้นแล้ว โชคดีที่นำตัวส่งรพ.ทันเวลา ไม่มีอาการแพ้รุนแรงแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ คาดว่าตอนที่แม่ไปเก็บผลระกำ ไม่เห็นรังต่อเพราะสายตาไม่ค่อยดี ตอนนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา เพราะต่อหัวเสือยังบินวนเวียนอยู่ ไม่รู้จะหาวิธีกำจัดรังต่อหัวเสือออกไปจากต้นระกำข้าบ้านได้อย่างไร เพื่อป้องกันตัวต่อออกมาไล่ต่อยชาวบ้าน หลังเกิดเหตุตนจึงโพสต์ข้อความและภาพในโซเชี่ยล เพื่อขอคำแนะนำจากผู้มีความรู้ช่วยหาวิธีกำจัดต่อไป

หนุ่มกรุงฯหอบเมีย-ลูก1ขวบขึ้นเชียงราย รับจ้างขนไอซ์-ยาเสียสาว 175 กิโล

หนุ่มกรุงฯหอบเมีย-ลูก1ขวบขึ้นเชียงราย รับจ้างขนไอซ์-ยาเสียสาว 175 กิโล

วันที่ 29 พ.ค. ร.ต.ท.นิคม ธรรมวงศ์ษา รอง สวป.สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการด่านตรวจ สภ.แม่พริก ตั้งด่านตรวจอยู่บนถนนพหลโยธิน หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง ได้รับการประสานงานจาก พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญรอง รอง ผบช.ภ.5 ให้สกัดจับรถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 5 กบ 9885 กทม.ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบขนยาเสพติด

จากนั้นเมื่อพบรถมิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ตามที่ได้รับแจ้งจึงเรียกขอตรวจค้น โดยมี นายอัศกร บุญฤทธิ์ อายุ 29 ปี  อดีตพนักงานโรงงาน ผลิตสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่อง พร้อมรถยนต์ของกลาง ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพมหานคร เป็นคนขับ มาพร้อมกับภรรยา และลูกอายุ 1 ขวบ จากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ให้นายเดชาวัตนำรถเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ปรากฎว่าเจอสิ่งแปลกปลอมซุกซ่อนอยู่ในลำโพงเครื่องเสียงด้านหลัง เมื่อเปิดออกดูก็พบไอซ์ 100 ก.ก. และเคตามีน หรือ ยาเค หรือยาเสียสาว อีก 75 ก.ก. จึงคุมตัวไปสอบสวนขยายผล

สอบสวนนายอัศกร รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้าง 4 แสนบาท ให้มารับรถมิตซูบิชิปาเจโร่ คันนี้ที่ห้างโลตัส อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยไม่รู้ว่าจะให้ขับไปที่ไหน แต่จะมีรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน สย 4207 กทม. ขับนำทางและคอยดูลาดเลาให้ จากนั้นก็ขับออกมาจากจ.เชียงราย จนกระทั่งมาถูกจับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ประสานด่านตรวจและจุดสกัด เฝ้าสกัดจับรถกระบะอีซูซุตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี จนกระทั่งตำรวจนครสวรรค์ สกัดจับ นายเดชาวัต สุขชู ขับรถยนต์กระบะอิซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน สย 4207 กรุงเทพมหานคร ได้ที่ด่านตรวจพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ พร้อมรถยนต์ของกลาง ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพมหานคร จึงส่งตัวให้ตำรวจ สภ.แม่พริก นำตัวไปแสอบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

จับแล้ว ไอ้ฤทธิ์ ฆ่าเผาน้องปลา สาว18 ที่แท้เพื่อนสนิทผัว พ่อรู้ลูกเป็นฆาตกร ช็อกเป็นลม

จับแล้ว ไอ้ฤทธิ์ ฆ่าเผาน้องปลา สาว18 ที่แท้เพื่อนสนิทผัว พ่อรู้ลูกเป็นฆาตกร ช็อกเป็นลม

จากกรณีพบศพ น.ส.จรินยา ช่วยพยัคฆ์ หรือ น้องปลา อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 ม.5 ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เสียชีวิตในลักษณะถูกไฟเผาไหม้เกรียมทั้งตัว กระดูกแขนขา ด้านซ้ายหัก กะโหลกซ้ายมีรอยร้าว ศพถูกทับด้วย รถจยย. ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน คบษ 382 สุราษฎร์ธานี สภาพถูกไฟเผา โดยก่อนหน้าพบศพ ที่ป่าริมถนนสายห้วยโศก-ห้วยลึก หมู่ ที่ 12 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ ญาติของ น.ส.จรินยา ได้ออกตามหาและโพสต์ผ่านโซเชี่ยลหาตัว เป็นเวลา 4 วัน ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 พ.ค. ที่กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันควบคุมตัว นายพีระพล หรือฤทธิ์ นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี อดีตพนักงานร้านจำหน่ายกล่องกระดาษ และกล่องลูกฟูก อยู่บ้านเลขที่ 223 ม.8 ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เลขที่ 153/2562 ข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ซ่อนเร้นย้ายหรือทําลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย มาสอบสวนเพิ่มเติม กอนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อดำเนินคดี

พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ จนสามารถขออำนาจศาล อนุมัติ หมายจับนายพีระพล เอาไว้ได้ โดยผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพ เนื่องจาก ยอมจำนนต่อพยานหลักฐาน ที่มัดแน่น โดยพบว่าตามร่างกายของนายพีระพล มีบาดแผลเป็นรอยข่วนหลายแห่ง เมื่อส่งตรวจดีเอ็นเอพบว่า ตรงกับที่พบในจุดเกิดเหตุ อีกทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ร้านทองพื้นที่ สภ.ขุนทะเล อ.เมืองสุราษฎร์ธานี สามารถจับภาพนายพีระพล ขณะที่ นำสร้อยทองของผู้เสียชีวิตไปขาย

นายพีระพล ให้การว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.จรินยา จริงก่อนเผาศพอำพราง โดยทำแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากต้องการชิงทรัพย์เหยื่อ และเห็นผู้เสียชีวิต ขี่จยย.ออกจากร้านรับซื้อยน้ำยางพาราเลยรีบขับรถไปจอดที่บ้านแล้วดักทำร้ายร่างกาย ด้วยการถีบรถจยย.ของ น.ส.จรินยา จนตกคูน้ำจากนั้นได้ตามไปบีบคอซ้ำจนเสียชีวิตกอนเผาศพอำพราง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิมเติมว่า สำหรับนายพีระพล นั้น มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับสามีผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นลูกค้าขายน้ำยางให้สามีผู้เสียชีวิต  และมีบ้านพักอยู่ไม่ไกลจากจุดทีพบศพ น.ส.จรินยา โดยขณะที่เจ้าหน้าที่นำตัว นายพีระพล มาสอบสวนเพิ่มเติมนั้น พ่อของผู้ต้องหาที่มารออยู่ถึงกับเป็นลมล้มพับเมื่อทราบว่าลูกชายตกเป็นผู้ต้องหา ฆาตกรรมเผาอำพรางศพ ญาติต้องช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนพากลับ

โจ๋เร่งเครื่องจยย.แซงเก๋งแต่ไม่พ้น ชนประสานงา กันเต็มแรง ดับสลด 2 ศพ

สลดโจ๋ขี่จยย.แซงเก๋งแต่ไม่พ้น ชนประสานงา กับจักรยานยนต์ที่วิ่งสวนมาอย่างจัง สุดท้ายทนพิษบาดแผลไม่ไหวตาย 2 ศพ ตร.เร่งตรวจสอบวงจรปิดที่เกิดเหตุ

ชนประสานงา / เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หน่วยกู้ชีพเทศบาลเหนือคลอง เข้าตรวจสอบเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ตรงข้ามร้านจำหน่ายเทปใส และสก๊อตเทป ราคาถูก บ้านไร่ใหญ่ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 2 คัน ไม่ทราบสีและป้ายทะเบียน ล้มบนถนน สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระจายเกลื่อน พบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย อาการไม่รู้สึกตัว จับชีพจรไม่ได้ เจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัย จึงปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนนำส่งต่อโรงพยาบาลเหนือคลอง ก่อนที่ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย จะทนพิษบาดเเผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายธวัชชัย มาศโอสถ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.2 ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง และนายนัฐพงษ์ มาศหวัง 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 313 ม.1 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเกิดเหตุนายนัฐพงษ์ขี่รถจักรยานยนต์ มาจากคลองขนาน มุ่งหน้าไปทางตลาดเหนือคลอง ส่วนนายธวัชชัยขับมาจากเหนือคลอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ นายนัฐพงษ์เร่งเครื่องขับแซงรถยนต์คันหน้า แต่แซงไม่พ้น

ขณะที่นายธวัชชัยก็ขี่รถจักรยานยนต์สวนมาพอดี จึงชนประสานงากันอย่างจัง เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ ส่วนศพผู้เสียชีวิตทางญาติจะนำศพไปทำตามประเพณีทางศาสนาต่อไป