ช่างหนุ่มโมโหจัด เพื่อนร่วมงานขโมยต้นมะละกอ ฮึดสู้ไม่ไหว-ชักปืนยิงดับ

มิตรภาพถึงวันแตกดับ ช่างหนุ่มชอบปลูกผักสวนครัวไว้กินในกระถางหน้าโรงงาน แต่เพื่อนร่วมงานมักขโมยเอาไปให้คนอื่น โดยอ้างว่าเกะกะทาง เปิดฉากด่าทะเลาะวิวาท ชกสู้ไม่ไหว-ชักปืนปากกายิงใส่

เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบสภาพศพของนายอาคม อายุ 37 ปี ภายในโรงงานโรงงานผลิต ซองใสเเปะหน้ากล่อง เเละ ซองใสหลังกาว ภายในซอยพุฒศรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ พบมีแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าอก 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายมงคลวาร อายุ 35 ปี ได้ยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ

นายมงคลวาร ให้การสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้านี้ตนกับผู้ตายเป็นเพื่อนกันมานาน ก่อนจะชักชวนผู้ตายมาทำงานที่โรงงานแห่งนี้ โดยทำหน้าที่เป็นช่างเชื่อมเหล็ก ระหว่างที่ทำงานอยู่ที่โรงงาน ตนได้นำเมล็ดพืชผักสวนครัวเข้ามาเพาะปลูกในกระถางต้นไม้เพื่อเก็บไว้กินที่หน้าโรงงาน เมื่อผักเริ่มออกผลเติบโตขึ้น ผู้ตายก็จะชอบยกกระถางผักไปให้เพื่อนที่ขายหมู่ปิ้งในซอยเดียวกัน โดยอ้างว่าเกะกะ

ตนก็เคยออกปากเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมฟัง กระทั่งก่อนเกิดเหตุ ตนทราบว่าผู้ตายได้ยกกระถางต้นมะละกอออกไปให้เพื่อนคนเดิมอีก ตนจึงหมดความอดทนและเข้าไปต่อว่า และมีปากเสียงถึงขั้นชกต่อยกัน ช่วงระหว่างล้มลงกับพื้นและกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่นั้น ตนสู้แรงไม่ไหว เพราะผู้ตายเคยเป็นนักมวยเก่า จึงได้ชักอาวุธปืนปากกาที่พกติดตัวไว้ออกมาจ่อยิงใส่หน้าอก

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากปัญหาที่ทั้งสองเกิดมีปากเสียงเรื่องที่ผู้ก่อเหตุไม่พอใจที่ผู้ตายมักขโมยผักไปให้คนอื่น กระทั่งวันนี้มาทราบว่าได้ยกกระถางต้นกล้ามะละกอไปอีก จึงนำมาสู่ชนวนเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ได้คุมตัวผู้ก่อเหตุไปที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อหัวเสือรุมต่อย ยายวัย 78 เจ็บสาหัส แน่นหน้าอก-ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ ญาติรีบส่งรพ.

ต่อหัวเสือรุมต่อย ยายวัย78 สาหัส แน่นหน้าอก-ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ ญาติรีบส่งรพ.

วันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่พยาบาล นำตัวนางเจียม รักษ์วงศ์ อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 ม.4 บ้านทุ่งทับเชือก ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เข้าห้องฉุกเฉิน ภายในโรงพยาบาลเขาพนม หลังถูกต่อหัวเสือต่อย ที่ศีรษะ แก้ม ลำคอ และหลังมือ รวม 4 แผล บาดเจ็บสาหัส มีอาการวิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก หัวใจสั่น เบื้องต้น แพทย์ได้ฉีดยาแก้แพ้ไป 4 เข็ม ก่อนให้นอนพักฟื้นเพื่อรอดูอาการ

นายจรัญ รักษ์วงศ์ อายุ 40 ปี ช่างซ่อมเครื่องจักร ประจำโรงงาน ผลิตซองกันกระแทก และซองบับเบิ่ล ลูกชายของนายเจียม กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้แม่ของตนไปเก็บผลระกำในสวน เพื่อมาใส่แกงส้ม อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร ระหว่างที่กำลังเก็บลูกระกำอยู่นั้น จู่ๆต่อตัวเสือ ที่ทำรังอยู่บนต้นระกำก็รุมต่อยแม่ของตนจน ต้องทิ้งลูกระกำ และเดินกลับมาบ้าน โดยไม่ได้ไปหาหมอ ขณะนั้นไม่มีใครรู้ว่าแม่ถูกต่อหัวเสือต่อย กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่ม แม่มีอาการ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก และเห็นรอยฟกช้ำ จึงรู้ว่าแม่ถูกต่อต่อย รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาพนมทันที โดยแพทย์ได้นำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน และให้ยาแก้แพ้ ให้ยาทา


นายจรัญ กล่าวว่า แม่อาการดีขึ้นแล้ว โชคดีที่นำตัวส่งรพ.ทันเวลา ไม่มีอาการแพ้รุนแรงแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ คาดว่าตอนที่แม่ไปเก็บผลระกำ ไม่เห็นรังต่อเพราะสายตาไม่ค่อยดี ตอนนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา เพราะต่อหัวเสือยังบินวนเวียนอยู่ ไม่รู้จะหาวิธีกำจัดรังต่อหัวเสือออกไปจากต้นระกำข้าบ้านได้อย่างไร เพื่อป้องกันตัวต่อออกมาไล่ต่อยชาวบ้าน หลังเกิดเหตุตนจึงโพสต์ข้อความและภาพในโซเชี่ยล เพื่อขอคำแนะนำจากผู้มีความรู้ช่วยหาวิธีกำจัดต่อไป

หนุ่มกรุงฯหอบเมีย-ลูก1ขวบขึ้นเชียงราย รับจ้างขนไอซ์-ยาเสียสาว 175 กิโล

หนุ่มกรุงฯหอบเมีย-ลูก1ขวบขึ้นเชียงราย รับจ้างขนไอซ์-ยาเสียสาว 175 กิโล

วันที่ 29 พ.ค. ร.ต.ท.นิคม ธรรมวงศ์ษา รอง สวป.สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการด่านตรวจ สภ.แม่พริก ตั้งด่านตรวจอยู่บนถนนพหลโยธิน หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง ได้รับการประสานงานจาก พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญรอง รอง ผบช.ภ.5 ให้สกัดจับรถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 5 กบ 9885 กทม.ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบขนยาเสพติด

จากนั้นเมื่อพบรถมิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ตามที่ได้รับแจ้งจึงเรียกขอตรวจค้น โดยมี นายอัศกร บุญฤทธิ์ อายุ 29 ปี  อดีตพนักงานโรงงาน ผลิตสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่อง พร้อมรถยนต์ของกลาง ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพมหานคร เป็นคนขับ มาพร้อมกับภรรยา และลูกอายุ 1 ขวบ จากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ให้นายเดชาวัตนำรถเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ปรากฎว่าเจอสิ่งแปลกปลอมซุกซ่อนอยู่ในลำโพงเครื่องเสียงด้านหลัง เมื่อเปิดออกดูก็พบไอซ์ 100 ก.ก. และเคตามีน หรือ ยาเค หรือยาเสียสาว อีก 75 ก.ก. จึงคุมตัวไปสอบสวนขยายผล

สอบสวนนายอัศกร รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้าง 4 แสนบาท ให้มารับรถมิตซูบิชิปาเจโร่ คันนี้ที่ห้างโลตัส อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยไม่รู้ว่าจะให้ขับไปที่ไหน แต่จะมีรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน สย 4207 กทม. ขับนำทางและคอยดูลาดเลาให้ จากนั้นก็ขับออกมาจากจ.เชียงราย จนกระทั่งมาถูกจับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ประสานด่านตรวจและจุดสกัด เฝ้าสกัดจับรถกระบะอีซูซุตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี จนกระทั่งตำรวจนครสวรรค์ สกัดจับ นายเดชาวัต สุขชู ขับรถยนต์กระบะอิซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน สย 4207 กรุงเทพมหานคร ได้ที่ด่านตรวจพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ พร้อมรถยนต์ของกลาง ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพมหานคร จึงส่งตัวให้ตำรวจ สภ.แม่พริก นำตัวไปแสอบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

จับแล้ว ไอ้ฤทธิ์ ฆ่าเผาน้องปลา สาว18 ที่แท้เพื่อนสนิทผัว พ่อรู้ลูกเป็นฆาตกร ช็อกเป็นลม

จับแล้ว ไอ้ฤทธิ์ ฆ่าเผาน้องปลา สาว18 ที่แท้เพื่อนสนิทผัว พ่อรู้ลูกเป็นฆาตกร ช็อกเป็นลม

จากกรณีพบศพ น.ส.จรินยา ช่วยพยัคฆ์ หรือ น้องปลา อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 ม.5 ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เสียชีวิตในลักษณะถูกไฟเผาไหม้เกรียมทั้งตัว กระดูกแขนขา ด้านซ้ายหัก กะโหลกซ้ายมีรอยร้าว ศพถูกทับด้วย รถจยย. ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน คบษ 382 สุราษฎร์ธานี สภาพถูกไฟเผา โดยก่อนหน้าพบศพ ที่ป่าริมถนนสายห้วยโศก-ห้วยลึก หมู่ ที่ 12 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ ญาติของ น.ส.จรินยา ได้ออกตามหาและโพสต์ผ่านโซเชี่ยลหาตัว เป็นเวลา 4 วัน ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 พ.ค. ที่กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันควบคุมตัว นายพีระพล หรือฤทธิ์ นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี อดีตพนักงานร้านจำหน่ายกล่องกระดาษ และกล่องลูกฟูก อยู่บ้านเลขที่ 223 ม.8 ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เลขที่ 153/2562 ข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ซ่อนเร้นย้ายหรือทําลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย มาสอบสวนเพิ่มเติม กอนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อดำเนินคดี

พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ จนสามารถขออำนาจศาล อนุมัติ หมายจับนายพีระพล เอาไว้ได้ โดยผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพ เนื่องจาก ยอมจำนนต่อพยานหลักฐาน ที่มัดแน่น โดยพบว่าตามร่างกายของนายพีระพล มีบาดแผลเป็นรอยข่วนหลายแห่ง เมื่อส่งตรวจดีเอ็นเอพบว่า ตรงกับที่พบในจุดเกิดเหตุ อีกทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ร้านทองพื้นที่ สภ.ขุนทะเล อ.เมืองสุราษฎร์ธานี สามารถจับภาพนายพีระพล ขณะที่ นำสร้อยทองของผู้เสียชีวิตไปขาย

นายพีระพล ให้การว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.จรินยา จริงก่อนเผาศพอำพราง โดยทำแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากต้องการชิงทรัพย์เหยื่อ และเห็นผู้เสียชีวิต ขี่จยย.ออกจากร้านรับซื้อยน้ำยางพาราเลยรีบขับรถไปจอดที่บ้านแล้วดักทำร้ายร่างกาย ด้วยการถีบรถจยย.ของ น.ส.จรินยา จนตกคูน้ำจากนั้นได้ตามไปบีบคอซ้ำจนเสียชีวิตกอนเผาศพอำพราง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิมเติมว่า สำหรับนายพีระพล นั้น มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับสามีผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นลูกค้าขายน้ำยางให้สามีผู้เสียชีวิต  และมีบ้านพักอยู่ไม่ไกลจากจุดทีพบศพ น.ส.จรินยา โดยขณะที่เจ้าหน้าที่นำตัว นายพีระพล มาสอบสวนเพิ่มเติมนั้น พ่อของผู้ต้องหาที่มารออยู่ถึงกับเป็นลมล้มพับเมื่อทราบว่าลูกชายตกเป็นผู้ต้องหา ฆาตกรรมเผาอำพรางศพ ญาติต้องช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนพากลับ

โจ๋เร่งเครื่องจยย.แซงเก๋งแต่ไม่พ้น ชนประสานงา กันเต็มแรง ดับสลด 2 ศพ

สลดโจ๋ขี่จยย.แซงเก๋งแต่ไม่พ้น ชนประสานงา กับจักรยานยนต์ที่วิ่งสวนมาอย่างจัง สุดท้ายทนพิษบาดแผลไม่ไหวตาย 2 ศพ ตร.เร่งตรวจสอบวงจรปิดที่เกิดเหตุ

ชนประสานงา / เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หน่วยกู้ชีพเทศบาลเหนือคลอง เข้าตรวจสอบเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ตรงข้ามร้านจำหน่ายเทปใส และสก๊อตเทป ราคาถูก บ้านไร่ใหญ่ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 2 คัน ไม่ทราบสีและป้ายทะเบียน ล้มบนถนน สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระจายเกลื่อน พบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย อาการไม่รู้สึกตัว จับชีพจรไม่ได้ เจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัย จึงปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนนำส่งต่อโรงพยาบาลเหนือคลอง ก่อนที่ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย จะทนพิษบาดเเผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายธวัชชัย มาศโอสถ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.2 ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง และนายนัฐพงษ์ มาศหวัง 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 313 ม.1 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเกิดเหตุนายนัฐพงษ์ขี่รถจักรยานยนต์ มาจากคลองขนาน มุ่งหน้าไปทางตลาดเหนือคลอง ส่วนนายธวัชชัยขับมาจากเหนือคลอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ นายนัฐพงษ์เร่งเครื่องขับแซงรถยนต์คันหน้า แต่แซงไม่พ้น

ขณะที่นายธวัชชัยก็ขี่รถจักรยานยนต์สวนมาพอดี จึงชนประสานงากันอย่างจัง เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ ส่วนศพผู้เสียชีวิตทางญาติจะนำศพไปทำตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

เพิ่งได้งานใหม่ กำลังไปเก็บเสื้อผ้า หนุ่ม 19 โดนยางรถพ่วงกระเด็นทับดับ เพื่อนเล่าลางสังหรณ์

วันที่ 8 พ.ค. ร.ต.ท.บุริศร์ พระคง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ เกิดล้อหลุดกระเด็นไปทับรถจยย. มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณบนสะพาน ถนนสายเลี่ยงเมือง หมู่ 9 ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร ร.พ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุพบศพ นายไพฑูรย์ กาจหาญ อายุ 19 ปี ชาว ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี สภาพนอนคว่ำหน้าคอหักจมกองเลือด มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ใกล้กันพบรถจยย.ฮอนด้าคลิก สีชมพูขาว หมายเลขทะเบียน 7กฒ 4665 กทม. สภาพพังยับเยิน ล้อหน้าอยู่ในสภาพบิดเบี้ยว และพบล้อรถพ่วงขนาดใหญ่ตกอยู่ข้างกัน ส่วนคู่กรณีเป็นคนขับรถพ่วง ทราบชื่อคือ นายศิลา นิ่มนุช อายุ 54 ปี ได้ยืนรอมอบตัวกับตำรวจ โดยมีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ทะเบียนตัวแม่ 83-0671 กาญจนบุรี ทะเบียนตัวพ่วง 83-0934 กาญจนบุรี จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ สภาพล้อหลังด้านซ้ายของตัวแม่หลุดออก

จากการสอบสวน นายศิลา ให้การว่า ตนขับรถพ่วงคันดังกล่าวไปรับEPEโฟม และโฟมกันรอย ที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และจะนำไปส่งที่ ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยมากับหลานสาวอายุ 8 ขวบ ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ขับรถขึ้นสะพาน ตนรู้สึกว่ารถเกิดอาการผิดปกติ จึงได้ขับช้าๆ เพื่อประคองจนถึงกลางสะพาน จากนั้นพบว่าล้อรถพ่วง ได้หลุดแซงไปด้านหน้า และกระแทกกับขอบสะพาน กระเด็นไปฝั่งตรงข้าม ตนจึงขับรถเข้าชิดขอบสะพาน และลงมาดูรถ ปรากฏว่าล้อด้านหลังซ้ายตัวแม่หลุดหายไป จากนั้นเดินไปดูฝั่งตรงข้าม พบ รถจยย.ล้มคว่ำและมีผู้เสียชีวิต ก่อนโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน นายสุทธิรักษ์ แผนสมบูรณ์ เพื่อนผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายมีอาชีพขับรถไถดิน เป็นคนนิสัยดี ขยันทำงาน และเป็นที่รักของเพื่อนๆ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาทำงานตามปกติ แต่ช่วงบ่ายได้ขอกลับบ้านพัก เพื่อจะมาเก็บเสื้อผ้า เนื่องจากผู้ตายเพิ่งได้งานใหม่ จึงต้องย้ายไปพักที่อื่น ซึ่งก่อนที่ผู้ตายจะเดินทางกลับ ตนยังมีลางสังหรณ์แปลกๆ ยังทักเลยว่า อย่าเพิ่งไปเก็บเสื้อผ้าเลย ค่อยไปเก็บวันหลัง จะรีบร้อนไปไหน จนมาทราบว่าเกิดเหตุสลดดังกล่าว ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับเพื่อนตน อย่างไรก็ดีตำรวจจะตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง และดำเนินคดีกับคนขับรถพ่วงตามกฎหมายต่อไป

หลานเขยปืนโหด ยิงดับน้าเขย ร่างพรุน 8 นัด ฉุน! โดนด่า เบิ้ลท่อรถจยย. เสียงดัง

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 3 พ.ค. ร.ต.ท.สารัช เภาศรี รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่บ้านพักเลขที่ 97 หมู่ 13 บ้านบ่อโพรง ต.หนองขนาน อ.เมือง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย  พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภจว.เพชรบุรี  เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี แพทย์เวรฯ ร.พ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสรรเพชญธรรมสถานเพชรบุรี

ที่เกิดเหตุ ลานหน้าบ้านพบศพ นายรัฐศักดิ์ เจริญศักดิ์สิริกุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 3 ต.ท่าแร้งออก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี อยูในสภาพถูกยิงเข้าที่หลังหูซ้าย แก้มขวา มุมปากขวา หัวไหล่ขวา ท้ายทอย ใต้ราวนมขวา หน้าท้องขวา สะโพกขวา และที่หน้าท้อง อีก 2 แผล ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ซุปเปอร์ ตกอยู่จำนวน 8 ปลอก และกระสุนที่ยังไม่ได้ยิง 1 นัด ตกกระจายอยู่

จากการสอบสวน นางขวัญเรือน ฟักเถื่อน อายุ 43 ปี ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายอภิวัฒน์ ฟักเถื่อน หรือบอล อายุ 31 ปี อดีตช่างซ่อมบำรุง ประจำโรงงานผลิตกล่องกระดาษ และกล่องลูกฟูก รายใหญ่ เป็นหลานชายของตน โดยก่อนเกิดเหตุนายบอลได้ขี่รถจยย.เข้ามาในบ้านซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน และเบิ้ลเครื่องยนต์ส่งเสียงดัง นายรัฐศักดิ์ ซึ่งเป็นน้าเขย จึงเดินไปด่าทอเพื่อให้หยุดเบิ้ลรถ และมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง

จากนั้นนายรัฐศักดิ์ได้เดินกลับเข้าบ้าน ต่อมานายบอลได้เดินตามมา และใช้ปืนยิงนายรัฐศักดิ์จำนวนหลายนัด นายรัฐศักดิ์พยายามวิ่งหนีจนรอบบ้านและมาล้มลงที่ลานดินหน้าบ้าน นายบอลวิ่งตามมา ตนได้ร้องขอไม่ให้ยิงแต่นายบอลได้ใช้ปืนยิงซ้ำที่ศีรษะของนายรัฐศักดิ์อีก 1 ครั้งจนเสียชีวิตก่อนจะขี่รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่าฟีโน่สีแดงดำ ขับหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวนายอภิวัฒน์ มาดำเนินคดีต่อไป

ชาวบ้านลืออาถรรพ์ต้นโพธิ์เพิ่งถูกตัด “ร.ต.ต.” ขับเก๋งพุ่งชนดับคาที่ เผยเพิ่งเลื่อนยศได้เดือนเดียว

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 29 เม.ย. พ.ต.ท.อนุรักษ์ ดีคล้าย สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุรถพลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บนถนนพระราม 2 ก่อนถึงหน้าโรงงานผลิตกล่องกระดาษและผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก ช่องทางด่วน ฝั่งขาออก กทม. หลังกิโลเมตรที่ 20+384 หมู่ 1 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพจากโรงพยาบาลใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจากมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ชส-4315 กรุงเทพมหานคร ตกอยู่ในร่องกลางถนนระหว่างช่องทางด่วนขาเข้ากับช่องทางด่วนขาออก กทม. สภาพพังยับเยิน หงายท้องล้อชี้ฟ้า ด้านหน้าของรถชนติดอยู่กับตอต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเกือบ 30 นาที จึงสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ ทราบชื่อคือ ร.ต.ต.จักรกริศน์ พุ่มศรีนิล อายุ 53 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยผู้เสียชีวิตเพิ่งจะได้รับการเลื่อนยศและประดับยศใหม่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุในช่องทางด่วน บนถนนพระราม 2 ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างทางนั้น พบว่ารถเก๋งได้เสียหลักชนการ์ดเลนตรงคอสะพานข้ามคลองคอกควาย ที่อยู่ก่อนถึงจุดที่พบรถเก๋งตกลงไปในร่องกลางถนนประมาณ 20 เมตร เมื่อชนแล้วรถก็ลอยเหินพุ่งไกลมาข้างหน้าแล้วก็มาตกในร่องกลางถนน โดยหน้ารถพุ่งชนอย่างแรงกับตอต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงร่องกลางถนนนั้น ก่อนที่จะพลิกหงายท้อง ทำให้ ร.ต.ต.จักรกริศน์ ซึ่งเป็นคนขับเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนนั่งข้างเป็นผู้หญิง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชัยไปก่อนหน้านี้

ขณะที่ชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ กล่าวว่า คอสะพานข้ามคลองคอกควายตรงจุดเกิดเหตุนั้น เป็นจุดอาถรรพ์มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเพิ่งจะมีผู้เสียชีวิตเมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้เอง ขณะที่ตอต้นโพธิ์ที่พบอยู่ในร่องกลางถนน ก็มีเรื่องเล่าว่าก่อนที่ต้นโพธิ์จะถูกตัดเพื่อขยายพื้นผิวก่อสร้างทางนั้น ก็เคยมีคนขับรถชนต้นโพธิ์จนเสียชีวิตมาแล้วเช่นกัน พอเจ้าหน้าที่มาทำทางขยายพื้นผิวการจราจร ก็ตัดต้นโพธิ์ออกแล้วก็ลากตอต้นโพธิ์มาไว้ตรงร่องกลางถนนเพื่อรอเอาไปทิ้ง แต่ก็ไม่วายมีอุบัติเหตุรถพุ่งชนจนมีผู้เสียชีวิตอีก เป็นเรื่องที่น่าขนลุก

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช และจะได้สอบปากคำผู้บาดเจ็บกับตรวจสอบหาภาพจากกล้องวงจรปิดบนถนนที่เกิดเหตุ หรือพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุต่อไป

เพิ่งเลิกแฟน สาวโรงงาน ขี่จยย.ทำบุญไหว้พระ ขากลับ ถูกรถเฉี่ยวคาถนน

สาวโรงงาน  /  เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สภ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต บนถนนพระราม 2 ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ช่วงเชิงสะพานข้ามทางรถไฟคอกกระบือ กม.18+400 หมู่ที่ 1 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร

จึงรายงานให้พ.ต.ท.ไพศาล ขุนณรงค์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร รับทราบพร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กง 765 สมุทรสาคร ล้มตะแคง

ใกล้กันพบศพหญิงสาวในชุดพนักงานโรงงานฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท แห่งหนึ่ง สภาพศพนอนคว่ำหน้า มีบาดแผลที่ศรีษะกะโหลกเปิด เลือดนองเต็มพื้นถนน ตรวจสอบทรัพย์สินและเอกสารในกระเป๋าสะพาย ทราบชื่อคือ น.ส.สุรีรัตน์ มาลุน อายุ 24 ปี ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 13 หมู่ 3 ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์

จากการสอบถาม น.ส.ลัดดาพร ประดับพนธ์ อายุ 27 ปี เป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอยู่ในอาการตกใจตัวสั่น ร้องไห้เสียใจ เล่าทั้งน้ำตาว่า หลังจากที่ตนกับผู้ตายเลิกงานในตอนเช้า ก็พากันขับรถจักรยานยนต์คนละคันตามกันมาเพื่อแวะมาทำบุญที่วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ เพราะผู้ตายอยากไปทำบุญให้สบายใจเนื่องจากเพิ่งจะเลิกกับแฟน

อีกทั้งตนและผู้ตายยังอยากไปทำบุญด้วยกัน เพราะผู้ตายกำลังจะย้ายไปทำงานที่ชลบุรี โดยไม่คิดว่าจะเป็นการมาทำบุญด้วยกันครั้งสุดท้าย ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับนำหน้ามาก่อน ส่วนตนขับตามหลังมาเรื่อยๆ ซึ่งมีช่วงจังหวะหนึ่งที่มีรถแซงขึ้นไป แล้วก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยร่างของเพื่อนล้มคว่ำเสียชีวิตตรงหน้า แต่ตนมองไม่ทันว่ารถคันไหนมาเฉี่ยวชน

ด้านนายกิจตรัตน์ บุญรอด อายุ อายุ 59 ปี คนขับรถประจำทางสาย 105 คลองสาน-มหาชัยเมืองใหม่ หมายเลขทะเบียน 11- 9533 กรุงเทพมหานคร ให้การว่า กำลังขับรถมุ่งหน้ามหาชัยเมืองใหม่ มีผู้โดยสารนั่งมาสองคน

ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุก็มีรถวิ่งตามกันมาหลายคัน ตนเองก็ไม่รู้ว่ารถเฉี่ยวชนกับหญิงสาวหรือไม่ แต่มองที่กระจกพบว่าด้านหลังมีฝุ่นตลบจึงจอดรถและลงมาดู ก็พบว่าหญิงสาวล้มคว่ำเสียชีวิตข้างรถจักรยานยนต์ แต่ถ้าหากตนเป็นผู้ขับรถเฉี่ยวชนจริงก็พร้อมรับผิดไม่หลบหนี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบรอบๆรถเมล์ ยังไม่พบร่องรอยเฉี่ยวชน จึงต้องรอตรวจสอบภาพจากกล้องที่ติดรถและตามเส้นทางอีกครั้ง หากพบว่าเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจริง ก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ลูกสาวกราบเท้าศพพ่อ! เครียดปัญหาครอบครัว คว้าลูกซอง ยิงตัวดับ เผยจม.ลาตาย

ลูกสาวร่ำไห้กราบเท้าศพพ่อ เครียดปัญหาครอบครัว คว้าลูกซองยาว ยิงตัวดับ ในป่าข้างบ้าน น้องสาวเผยจดหมายลาตาย ให้เมีย-ลูกกลับมาอยู่บ้านเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ดาญาน พนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย รับแจ้งเหตุคนฆ่าตัวตายในป่าหลังบ้าน ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูสระบุรี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.สระบุรี แพทย์จากโรงพยาบาลแก่งคอย

ที่เกิดเหตุพบศพ นายปัณฑ์รพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี อดีตช่างประจำโรงงานผลิตกล่องกระดาษ กล่องลูกฟูก สภาพนอนเสียชีวิตในป่าข้างบ้านที่อาศัยอยู่ ข้างกายพบปืนลูกซองยาว เบอร์ 12 ตกอยู่ พร้อมปลอกกระสุนปืน และจดหมายซึ่งเขียนด้วยกระดาษสีเหลือง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บไว้ตรวจสอบ แพทย์ชันสูตรตรวจตามร่างกายพบรอยกระสุนปืนยิงเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้ายเป็นรูทะลุหลัง 9 รู ตรวจค้นภายในกระเป๋ากางเกงพบกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 อีก 1 นัด ต่อมาลูกสาวของผู้ตาย ซึ่งเป็นลูกของภรรยาเก่าได้เข้ามากราบเท้าผู้ตายร่ำให้อย่างน่าเวทนา

จากการสอบถาม นางสุภาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) กล่าวว่า นายปัณฑ์รพลเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ตนมาทราบข่าวเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ว่าพี่ชายยิงตัวตาย จึงได้เข้ามาดู เนื่องจากผู้ตายเครียดจัดมา 2-3 วัน เป็นเรื่องของครอบครัวไม่สามารถบอกใครได้ จึงแอบเอาปืนลูกซองยาวเบอร์ 12 ไปยิงตัวตายท้ายป่าข้างบ้านโดยไม่มีใครได้ยินเสียงปืน ซึ่งในตอนนี้พี่สะใภ้ตนได้นำหลานไปอยู่ที่บ้านพี่สาว

นางสุภาภรณ์กล่าวต่อว่า ตนรู้เรื่องปัญหาทุกอย่างภายในครอบครัวของพี่ชาย แต่ไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ เกรงว่าจะเกิดผลกระทบกับพี่สะใภ้ของตน สำหรับจดหมายที่พบโดยมีข้อความเขียนว่า ขอโทษ ให้ภรรยา และลูกของผู้เสียชีวิตกลับมาอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขอโทษ เรื่องอะไร น้องสาวผู้ตายไม่ กล่าวเพียงว่า เป็นเรื่องที่เขามีปัญหากัน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเชิญญาติ และภรรยาผู้ตาย เข้าไปสอบสวนยัง สภ.แก่งคอย เพื่อสอบสวนหาหลักฐาน และสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป