หนุ่มขับกระบะเสียหลัก แหกโค้งหมุนขึ้นฟุตปาธ พุ่งชนป้ายรถเมล์พังยับ

หนุ่มขับกระบะเสียหลัก แหกโค้งหมุนขึ้นฟุตปาธ พุ่งชนป้ายรถเมล์พังยับ

เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 21 ก.ย. ร.ต.ท.พิเชฐศักดิ์ ปิยรัตินสถิตย์ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนป้ายรถเมล์พังเสียหาย บริเวณถนนรามอินทรา ขาออก แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานรถยกและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนรามอินทรา ใกล้วงเวียนบางเขน พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ฒข 8240 กทม. สภาพข้างรถด้านขวาพังเสียหาย ยางล้อหน้าขวาแตก ลักษณะรถพุ่งปีนขึ้นฟุตปาธชนฟาดกับป้ายรถเมล์พังเสียหายยับเยิน โดยมีนายเอกวุฒิ เอี่ยมจิตต์ อายุ 23 ปี พนักงานโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่นเป็นคนขับรถยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

นายเอกวุฒิ ให้การว่า ตนขับรถคันไปหาเพื่อนย่านสะพานใหม่ ระหว่างที่ขับรถกลับไปส่งเพื่อนอีกคน ย่านลาดปลาเค้า โดยใช้เส้นถนนรามอินทรา เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถเสียหลักหมุนปีนขี้นฟุตปาธ ก่อนพุ่งชนกับป้ายรถเมล์ ส่วนตนเองและเพื่อนที่นั่งมาด้วยปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

ทำกับข้าวไว้รอกินด้วยกัน! แฟนสาวช็อก ผจก.หนุ่มซิ่งเก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลนคว่ำดับ

แฟนสาวสุดช็อก ผจก.หนุ่ม ซิ่งเก๋ง กลับบ้านรถเสียหลักพุ่งข้ามเลนคว่ำ ร่างกระเด็นเสียชีวิตคาที่ เผยสุดเศร้าเตรียมทำกับข้าวมื้อเย็นไว้กินด้วยกัน ก่อนมาทราบข่าวสลด ระบุเคยเตือนแล้วว่าอย่าขับรถเร็ว

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ร.ต.อ.สมาน พรหมประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ บนถนนสายเลี่ยงเมืองสี่แยกอินโดจีนก่อนถึงโรงงานผลิตม้วน EPE โฟมหรือโฟมกันรอยคุณภาพดีรายใหญ่แยกสกัดน้ำมัน พื้นที่ ม.6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ทะเบียน กพ305 พิษณุโลก สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้า กระจกแตกละเอียด เสียหายพังยับเยินไปทั้งคัน ห่างกันพบศพ นายจักรกฤษณ์ วงษ์เพิก อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/22 ม.1 ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ เลือดไหลนองทั่วพื้น เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างส่งนิติเวชโรงพยาบาลวังทอง

ต่อมา น.ส.สายฝน จั่นหนู แฟนสาวของผู้เสียชีวิต พร้อมกับเพื่อนๆ ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ถึงกับร่ำไห้กอดกันด้วยความโศกเศร้าเสียใจ พร้อมให้การกับตำรวจว่า นายจักรกฤษณ์ทำงานเป็น ผู้จัดการฝ่ายงานบริการโชว์รูมฟอร์ดสองแคว สาขาบึงราชนก ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากเลิกงานกำลังจะขับรถกลับบ้านพักที่หมู่บ้านเอื้ออาทรบึงพระ แต่คาดว่า น่าจะขับมาด้วยความเร็ว จึงทำให้รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ก่อนจะพุ่งข้ามเลนอีกฝั่งหนึ่งจนร่างกระเด็นออกมานอกตัวรถเสียชีวิตดังกล่าว

แฟนสาว กล่าวด้วยความเศร้าโศกว่า ตนเคยเตือนแฟนหนุ่มว่าให้ขับรถอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นคนชอบแต่งรถและชอบขับรถเร็ว โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนได้เตรียมทำกับข้าวไว้รอเพื่อจะกินด้วยกัน แต่ไม่คาดคิดว่าแฟนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

‘เสี่ยลภ’ เปิดปากแล้วยิง ‘น้องเนิส’ ตายคาเก๋ง วงจรปิดจับภาพขับกระบะไล่กวด

‘เสี่ยลภ’ โทรหาแม่เปิดปากแล้วยิง น้องเนิส ตายคาเก๋ง บอกจะเข้ามอบตัว ตร.ปิดล้อมบ้านพัก วงจรปิดจับภาพนาทีขับกระบะยกสูงไล่ตามเก๋งฮอนด้าซิตี้ ของผู้ตาย

จากกรณีเกิดเหตุพบศพ น.ส.นภธร กนกเกษมโสภณ อายุ 23 ปี สวมกางเกงขาสั้น นอนศีรษะเอียงไปทางเบาะนั่งข้างขับ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนตามร่างกาย เสียชีวิตภายในรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ ป้ายทะเบียนแดง โดยที่หน้าต่างด้านซ้ายคนขับมีรูกระสุนทะลุ 1 รู และที่ขอบประตูด้านผู้โดยสารด้านล่างมีรูกระสุนทะลุ 1 รู นั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิง น.ส.นภธร หรือเนิร์ส กนกเกษมโสภณ อายุ 24 ปี ชาวนครปฐม เสียชีวิตในรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายแดง เมื่อช่วงเวลา 02.56 น. บริเวณเเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับผลิตกล่องเมล่อนคุณภาพดีรายใหญ่

เผยปมสังหาร น้องเนิส
จากการสืบสวนของฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม และสืบสวนภูธรจังหวัดนครปฐม รวมถึงการสอบพยานบุคคลและพยานแวดล้อม ยืนยันว่าคนร้ายที่ลงมือยิง น.ส.นภธรคือ นายวัลลภ หรือเสี่ยลภ แฟนของ น.ส.นภธรที่คบหากันมากว่า 9 เดือน จากปมหึงหวง

แหล่งข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม เข้าตรวจแวดล้อมบ้านหลังหนึ่งใน ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตามทะเบียนบ้านที่อยู่ของนายวัลลภ พบแม่ของนายวัลลภออกมาพบ และนำเข้าตรวจหา อย่างไรก็ตาม แม่ของนายวัลลภระบุว่า ลูกชายไม่ได้กลับมา แต่โทรศัพท์มาบอกว่า “ผมได้ยิงเนิสตายแล้ว จะเข้ามอบตัว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.เมืองนครปฐม พนักงานสอบสวนได้เร่งสอบพยานบุคคลที่เป็นเพื่อนสนิท และนาย ต. ที่นายวัลลภเข้าใจผิดว่านาย ต. เป็นกิ๊กกับ น.ส.นภธร ซึ่งพยานทั้งหมดให้ถ้อยคำยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้คือนายวัลลภ ห้วยหงษ์ทอง โดยกล้องวงจรปิดพบว่า รถกระบะแบบสูงขับไล่รถเก๋งสีขาวของน.ส.นภธรมาตลอดทาง และเร่งเครื่องแซงตอนเวลา 02.52 น.

ครูสาวเล่านาทีชีวิต! สวมหัวใจสิงห์ สู้โจรหื่นบุกขืนใจ นานถึง 6 นาที ก่อนแกล้งตาย

จากกรณี น.ส.ดี (นามสมมุติ) ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูกในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถูกคนร้ายบุกพังประตูบ้านเข้าไปในบ้านหวังจะข่มขืน แต่ครูได้ต่อสู้ขัดขืนจนถูกต่อยท้องถึง 3 ครั้ง จากนั้นใช้ท่อนแขนกดหน้าอกแล้วใช้มือปิดปากพยายามขืนใจ กระทั่ง น.ส.ดี แกล้งตาย คนร้ายตกใจจึงรีบหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 10 ก.ย. ได้มีเพื่อนครู และลูกศิษย์ของ น.ส.ดี เดินทางมาให้กำลังใจที่บ้านพักใน ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นจำนวนมาก หลังได้รับทราบข่าวที่เกิดขึ้นกับครู โดย น.ส.ดี เล่าเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงคนร้ายงัดประตูเหล็ก จึงได้แอบอยู่ที่หน้าต่างห้องนอน ซึ่งอยู่ติดกับประตูเหล็ก และเห็นคนร้ายรูปร่างสูงใหญ่ สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า สวมถุงมือ เดินย่องมาใต้หน้าต่างห้องนอน จากนั้นคนร้ายได้งัดประตูหน้าบ้านเข้ามาในบ้าน และงัดประตูห้องนอนเข้ามาในห้องนอนที่ตนนอนอยู่

น.ส.ดี กล่าวต่อว่า เมื่อคนร้ายงัดเข้ามาในห้องนอนแล้ว ก็พุ่งเข้ามาหาตน จึงเกิดการต่อสู้กัน โดยตนได้ใช้นิ้วมือทั้ง 2 ข้างดึงเข้าไปที่ช่องไหปลาร้าของคนร้าย พร้อมทั้งกัดนิ้วมือของคนร้าย แต่กลับถูกบีบคอปิดปากปิดจมูกจนล้มลงไปบนที่นอน หลังจานั้นคนร้ายได้ใช้กำปั้นชกที่ท้องหลายครั้ง ทำให้ตนถึงกับอ่อนแรง ซึ่งตนสู้กับคนร้ายนานถึง 6 นาที กระทั่งเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงได้ตั้งสติและแกล้งทำเป็นว่าสิ้นลมหายใจ เมื่อคนร้ายคิดว่าตนตายจึงรีบวิ่งหนีออกไปจากบ้าน จากนั้นตนจึงได้นำเอาโทรศัพท์ เข้าไปในห้องน้ำและล็อคประตูไว้ ก่อนโทรไปบอกน้องชายซึ่งมีบ้านอยู่ตรงข้ามกันให้ทราบเหตุ และแจ้งให้เพื่อนที่เป็นตำรวจ สภ.โดนเอาว์ ทราบเรื่อง เพื่อให้มาช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.นัทธวัฒน์ ศิลปศาสตร์ รอง สว.สส.ภ.3 พร้อมกำลังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาร่องรอยเบาะแสของคนร้าย โดยตรวจสอบรอบบริเวณบ้านและกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ 4 ตัวภายในบ้าน แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบเบาะแสรูปภาพของคนร้ายแต่อย่างใด ส่วนรอบบริเวณบ้านพบร่องรอยว่า คนร้ายปีนรั้วบ้านเข้ามาทางด้านทิศใต้ของบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นคนในพื้นที่ทำให้รู้ข้อมูลในบ้านของผู้เสียหายเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ได้เก็บข้อมูลเบาะแสทั้งหมดไว้เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป

จับได้แล้ว 2ผัวเมีย”โจรอุ้มหมา” หลังลักทรัพย์กว่า 15 ปี กวาดไปกว่า 20 ล้าน

โจรอุ้มหมา จากคดีโจรผัวเมียอุ้มหมาตระเวนลักทรัพย์ทั่วประเทศมานานกว่า 15 ปี มีเหยื่อหลายสิบรายได้ทรัพย์สินไปไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท จากการตรวจสอบทราบชื่อนายอภิชาติ บุญเรือง อายุ 42 ปี และน.ส.อุษา เกษมณี หรือฑิญาตา บุญเรือง อายุ 38 ปี สองสามีภรรยา ก่อนออกหมายจับแล้วติดตามไล่ล่าตัว

ล่าสุดทั้งคู่อุ้มหมาไปทำทีเป็นสั่งซื้ออุปกรณ์การเกษตรจำนวนมากเเถวร้านจำหน่ายน้ำสลัดเเละชีสดิปหลากรสราคาปลีก-ส่งรายใหญ่ที่ย่านปทุมธานี พูดคุยตีสนิทก่อนฉวยจังหวะที่เจ้าของร้านไปจัดเตรียมสินค้าตามสั่ง ฉกทองไปกว่า 20 บาท เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง โดยตำรวจภาค 1 สืบจนบุกถึงบ้านพักสุดหรูที่ปากเกร็ด ยึดรถเก๋งหลายคัน ทรัพย์สินอีกจำนวนมาก แต่โจรผัวเมียหนีรอดไปได้หวุดหวิด

สำหรับความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ตำรวจ บช.ภ.1 ได้ติดตามจับกุมนายอภิชาติ และน.ส.อุษา ได้แล้ว หลังหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ซอยเพิ่มศิลป์ ซอยพหลโธิน 52 ทาวเฮาส์ 2 ชั้น กรุงเทพมหานคร โดยในช่วงเย็น พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภาค 1 เตรียมแถลงจับกุมอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ที่บช.ภ.1

ตร.แจงแล้วคลิปจับโชเฟอร์แท็กซี่รุนแรง จับล็อก-นอนกดกับพื้น ยันทำตามขั้นตอน

ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.โพสต์ชี้แจงแล้วเหตุตำรวจจับโชเฟอร์แท็กซี่รุนแรง หลังโลกโซเชี่ยลวิจารณ์การทำงาน ยืนยันปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่าง ไม่ให้กระทบต่อความเดือดร้อนต่อประชาชนส่วนรวม

จากกรณีการเผยเเพร่คลิปวิดิโอเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนขับรถแท็กซี่ก่อนถึงร้านจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทและอุปกรณ์เเพ็คกิ้งราคาปลีก-ส่งรายใหญ่ โดยโลกโซเชี่ยลต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 20 ส.ค. เฟซบุ๊ก ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. โพสต์ข้อความชี้เเจงกรณีดังกล่าวระบุว่า ตามที่มีคลิปวิดิโอการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.หลักสอง จับกุมคนขับรถยนต์โดยสารสาธารณะ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พื้นที่ สน.หลักสอง ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น

แอดมินได้รับคำชี้แจงจาก ร.ต.อ.วัชรเกียรติ์ ทองมูล ตำแหน่ง รอง สว.จร.สน.หลักสอง หลังจากได้ดิดต่อ ร.ต.อ.วัชรเกียรติ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่และปรากฎอยู่ในคลิปดังกล่าว พี่วัชรเกียรติฝากชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่ผ่านเพจของเราดังนี้ครับ

“กระผม ร.ต.อ.วัชรเกียรติ์ ทองมูล ตำแหน่ง รอง สว.จร.สน.หลักสอง ขอเรียนชี้แจงให้ทุกท่านทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในคลิปดังนี้

กระผมเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิป โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นจากมีกลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่จอดรถในเขตห้ามจอด (ขาวแดง) เป็นเวลานาน เพื่อรอรับผู้โดยสารจนทำให้การจราจรติดขัดทั้งทางด้านถนนกาญจนาภิเษก และผู้ใช้บริการจากห้างเดอะมอลล์บางแค ไม่สามารถออกจากห้างได้ เพราะกลุ่มขับขี่แท็กซี่ได้จอดกีดขวางเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปฏิบัติและดำเนินการต่อผู้ขับขี่แท็กซี่ที่จอดในเขตห้าม (ขาวแดง) ทั้งหมด3ขั้นตอนคือ

1.ประชาสัมพันธ์ผู้ใช้บริการรถโดยสารและผู้ขับขี่รถแท็กซี่ห้ามจอดรถบริเวณดังกล่าวเพราะมันกระทบต่อความเดือดร้อนต่อประชาชนส่วนรวม

2.ว่ากล่าวตักเตือนกับผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่กระทำความผิด

3.ดำเนินกวดขันจับกุมออกใบสั่ง

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการมาครบถ้วนทุกข้อ ดังที่กล่าวมาแล้วแต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งบริเวณดังกล่าวมีประชาชนร้องเรียนเป็นจำนวนมากถึงปัญหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดคือการบังคับล้อ เพื่อคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนผู้สุจริตชนโดยส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

จากเหตุการณ์ดังกล่าวบุคคลที่โดนเจ้าหน้าที่จับกุมนั้นเกิดขึ้นจาก ชายคนดังกล่าวได้ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกทั้งกล่าวหาว่า “พวกมึงหาแดกกันแบบนี้เหรอ พวกมึงแกล้งจับกู” ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่

กระผมจึงแจ้งว่าเขาต้องถูกจับในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งเชิญตัวชายคนดังกล่าวไปสน. แต่ชายคนดังกล่าวขัดขืนที่ถูกเชิญตัวมา สน.จึงเกิดการจับกุมดังกล่าวตามคลิป

ซึ่งขณะจับกุมได้กระทำไปตามหลักยุทธวิธีตำรวจทุกประการมิได้กระทำโดยลุแก่อำนาจแต่อย่างใด และชายที่นำคลิปมาโพสบนสื่อสังคมออนไลน์ ก็เป็นกลุ่มผู้ขับขี่แท็กซี่ที่กระทำความผิดที่จอดรถในเขตห้าม (ขาวแดง) ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันจับกุมในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

กระผมไม่ได้รู้จักกับผู้ถูกจับกุมตามคลิปและผู้มาโพสคลิปดังกล่าวแต่อย่างใด จึงไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกัน ดังนั้นกระผมขอชี้แจงให้ทุกท่านเสพสื่ออย่างมีสติ และเข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้กระทำตามขั้นตอนและตามหลักยุทธวิธี

ดังนั้นขอเรียนว่าในวันพรุ่งนี้กระผมจะไปดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับผู้โพสต์คลิปที่ทำให้กระผมและผู้ปฏิบัติงานในคลิปเสียหายจึงขอเรียนให้ทุกๆท่านทราบเป็นข้อมูลครับ”

ขอบคุณพี่ ร.ต.อ.วัชรเกียรติที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่อพี่น้องประชาชน มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ตลบมุ้งรวบ ไอ้โหดฆ่าแฟน หนีคดี3ปี เคยชกท้อง-เวียนเทียนข่มขืนสาว ตั้งแต่อายุ 14

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 22 ส.ค.ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส พ.ต.ท.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป.

พร้อมกำลังเข้าจับกุม นายพรสิน มงคลมะไฟ อายุ 35 ปี อดีตพนักงานโรงงานผลิตสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องรายใหญ่เเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 5 ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ 38/2558 ลงวันที่ 14 มี.ค. 2558 และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง” ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 434/2551 ลงวันที่ 28 ส.ค. 2551

พ.ต.อ.อรุณ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุฆ่าน.ส.กฤษณา ศรีพาย หรืออ้อย ผู้ตาย ซึ่งเป็นแฟนสาว เมื่อวันที่ 13 มี.ค.58 เวลาประมาณ 23.00 น. นายพรสินไปหาผู้ตายที่บ้าน เนื่องจากจับได้ว่ามีผู้ชายมาติดพัน เลยเกิดความหึงหวง ถึงขั้นมีปากเสียงกัน

ผู้ต้องหาโมโหเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ก่อนหยิบเอาสร้อยทองคำไปด้วย 3 เส้น และขี่รถจยย.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.ผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวต่อว่า ส่วนความผิดคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ก.ค.2551 ผู้เสียหาย ซึ่งขณะเกิดเหตุมีอายุ 14 ปี พร้อมญาติลูกพี่ลูกน้องได้ไปหาเพื่อนที่บ้านห้วยปลาโด หมู่ 5 ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อไปถึงมีกลุ่มผู้ต้องหากำลังนั่งดื่มสุราอยู่ที่บ้านเกิดเหตุ

ต่อมาญาติของผู้เสียหายที่ไปด้วยกันได้ออกไปข้างนอกกับเพื่อนชาย ปล่อยให้ ผู้เสียหายนั่งอยู่กับกลุ่มผู้ต้องหาประมาณ 3 คน ในขณะที่ผู้เสียหายเผลอ นายพรสินเดินเข้ามาแล้วใช้หมัดชกที่ท้องจนหมดสติไป จากนั้นถูกลากตัวไปหลังบ้าน แล้วกลุ่มผู้ต้องหาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันข่มขืนเสร็จแล้วก็หลบหนีไป

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวอีกว่า ต่อมาสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ อพาร์ตเมนท์ไม่มีชื่อ ภายในซ.ประชาอุทิศ 21 แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพ จึงร่วมกันวางแผนและเข้าจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ในคดีฆ่าผู้อื่นฯ และขอให้การปฏิเสธ ในคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นฯ จึงนำตัวส่งให้สภ.ภูกระดึง ดำเนินคดีต่อไป

รวบโจ๋วัย 16 บุกลักทรัพย์กุฏิเจ้าอาวาส หาเงินแลกยาบ้า เสพวันละ 150 เม็ด

วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.ท.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอำนาจเจริญ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดสำราญ ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ หลังจากได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นเข้ามาลักทรัพย์ที่กุฏิของเจ้าอาวาส

เมื่อไปถึงได้ตรวจสอบภาพของคนร้ายที่กล้องวงจรปิดภายในกุฏิของเจ้าอาวาสจับไว้ได้ ทำให้ทราบว่าคนร้ายรายดังกล่าวคือ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี โดยทราบว่า นายบี ได้ไปเปิดห้องเช่า อยู่ที่โรงแรมทุ่งตะวันรีสอร์ทที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายเทปใสหรือสก๊อตเทปติดกล่องคุณถาพดี ราคาถูก ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงแรมดังกล่าว

ที่โรงแรมดังกล่าวพบนายบี อยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น ซึ่งระหว่างที่ตรวจค้นนายบี ได้แสดงอาการพิรุธลุกลี้ลุกลน โดยใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงข้างขวา เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้นพบยาบ้า 1 เม็ด จากนั่นจึงได้ควบคุมตัวนายบี ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ

พ.ต.ท.เทวราช เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเพิ่งเข้าไปลักทรัพย์ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดสำราญจริง ได้โทรศัพท์มือถือซัมซูง 1 เครื่อง และไอโฟน  6เอส อีก 1 เครื่้อง ก่อนนำโทรศัพท์ไอโฟน 6เอส ไปจำนำในราคา 3,000 บาท และนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ

นอกจากนี้ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ตามวัดต่างๆ ที่ได้มีการมาแจ้งความว่ามีการเกิดเหตุลักทรัพย์ขึ้น ทั้งหมด 4 วัด โดยจะนำของที่ได้จากการขโมยไปแลกเป็นยาบ้ากับ นายหลุยส์ ซึ่งเป็นชาวลาว ที่อำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี แต่ละวันผู้ต้องหาต้องเสพยาบ้าอย่างต่ำวันละ 100-150 เม็ด โดยวันนี้เพิ่งเสพยาบ้าไปก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับทั้งหมด 60 เม็ด และขณะกำลังสอบปากคำผู้ต้องหาก็แสดงอาการเมายาบ้าอย่างหนัก หลังจากนั้นจึงนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กระบะชนหงายท้องพังยับ! หนุ่มเชื่อบารมีพระหลวงพ่อโสธรทำให้รอดตาย

วันที่ 15 ส.ค. ร.ต.อ.สมบัติ วังวล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารแล้วพลิกคว่ำ บนถนนสายสระแก้ว-ปราจีนบุรี หลักก.ม. 198-190 หน้าร้านจำหน่าย EPE โฟมหรือโฟมกันรอยเเละอุปกรณ์เเพ็คกิ้งราคาถูกอยู่ติดร้านอาหารเรือนวณิชชา หมู่ 4 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณทางโค้งฝั่งขาเข้าจ.ปราจีนบุรี พบรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างลพบุรี-ตลาดโรงเกลือ ทะเบียนป้ายเหลือง 10-1743 สระบุรี จอดอยู่ริมถนนสภาพกันชนหน้าหลุดกระเด็น มีนายทักษวัตต์ แสงสาตรา อายุ 45 ปี เป็นคนขับ บนรถยังมีผู้โดยสารอยู่เต็มคัน ส่วนริมถนนฝั่งตรงข้ามมีรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน กจ 1552 ปราจีนบุรี สภาพพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่กลางล่องน้ำพังยับเยิน มีนายสาธร แพนลา อายุ 27 ปี เป็นคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่อยู่ในอาการตกใจ

นายสาธร ให้การว่า ขับรถกระบะออกมาจากโรงงานแพนเพื่อกลับบ้าน ขณะขับมาตามถนนเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพยายามจะแซงรถคันหน้า แต่รถเกิดสะบัดไปเกี่ยวรถตู้เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนพลิกคว่ำหงายท้อง โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เชื่อบารมีของหลวงพ่อโสธร รุ่น 2 ที่แม่ให้มาแขวนคอไว้คุ้มครองให้รอดตาย ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากยางรถหมดสภาพไร้ดอกยาง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายให้มา

 

จนท.กระทรวงพาณิชย์ กลับห้องถึงกับช็อก! สายยูกระจุย โดนยกเค้าแทบเกลี้ยง

วันที่ 8 ส.ค. พ.ต.ท.วุฒิ พระเดชวงษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจาก น.ส.บุษปภัทร เดือนพงษ์ อายุ 55 ปี เจ้าหน้าที่กลุ่มงานพัสดุ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ว่าห้องพักของตนซึ่งอยู่อาคารหลังที่ 14 โครงการรังสิตซี้ตี้ที่อยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทรายใหญ่ ถนนรังสิต-ปทุมธานี ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ถูกคนร้ายงัดขโมยทรัพย์สินไปหลายรายการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 3 ห้อง 264/31 อาคารหลังที่ 14 พบ น.ส.บุษปภัทร ยืนรอเจ้าหน้าที่พร้อมชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูที่กุญแจที่คล้องประตูห้อง ซึ่งถูกคนร้ายตัดขาดและลูกบิดของประตูถูกงัดจนได้รับความเสียหาย เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องสภาพถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย โดยมีทรัพย์สินหายไปคือทีวีสีซัมซูง ขนาด 14 นิ้ว 1 เครื่อง ที่วีดิจิตอลยี่ห้ออัลทรอน ขนาด 24 นิ้ว 1 เครื่องหายไป และตะกร้าใส่เสื้อผ้าอีก 1 ใบ พร้อมอุปกรณ์ซ่อมเครื่องไฟฟ้า

น.ส.บุษปภัทร กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์จะกลับมาพักที่ห้องอาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยวันนี้กลับมาถึงดึกหน่อยเนื่องจากรถติดมาก เมื่อมาถึงก็จะเปิดประตูเข้าห้องก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสายยูที่คล้องกุญแจถูกตัดขาดและบานพับประตูเหล็กถูกงัดจนขาด โดยคนร้ายได้เข้าไปขโมยทรัพย์สินจำนวนหลายรายการ

เบื้องต้น พ.ต.ท.วุฒิ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บลายนี้วมือคนร้าย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป