พ่อเคลียร์ปัญหาให้ลูกชาย โจ๋คู่อริเดือดไม่จบ รุมตื้บ ฟันหัว โคม่ายังไม่ฟื้น!

ฟันหัว – วันที่ 1 ม.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพชายมีบาดแผลบริเวณศีรษะ พร้อมข้อความระบุ “แชร์ให้โลกรู้ว่าคนชั่วต้องได้รับผิด ฝากแชร์หน่อยนะคะ พ่อหนูอาการสาหัส เย็บหลายร้อยเข็ม” และข้อความ “พ่อคะ อย่าเป็นอะไรมากเลยนะคะ รอหนูก่อนนะ กฎหมายจะเอาผิดคนชั่วให้ได้ หนูเชื่อว่าต้องเอาคนทำผิดมาลงโทษให้ได้ สู้นะพ่อ”

จากการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2562 ต่อเนื่องวันที่ 1 ม.ค.2563 นายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ถูกวัยรุ่นในหมู่บ้านใช้มีดฟันศีรษะและทำร้ายร่างกาย ในหมู่บ้านติดกับร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป บ้านโคกกว้าง ม.10 .โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก

นางสะอ้าน แก้วเศษ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ขณะนอนดูทีวีในบ้าน ก็ได้ยินเสียงเอะอะคล้ายคนทะเลาะวิวาทบนถนนหน้าบ้าน จึงรีบลุกมาดู พบชายวัยรุ่นกำลังใช้มีดสปาต้าฟันร่างของนายอุทิศ โดยมีเพื่อนบ้านอีกคนเข้าห้ามปรามเอาร่างบังตัวนายอุทิศเอาไว้

“ยายเห็นวัยรุ่น 3 คนรุมทำร้ายนายอุทิศ โดย 1 ใน 3 ใช้มีดฟันที่ศีรษะ ครั้งแรกยายห้ามไม่ทัน พอเขาจะฟันซ้ำครั้งที่สอง ยายจึงตะโกนห้ามและว่าอย่าทำ มันเป็นการกระทำที่รุนแรง ระวังจะถูกจับเข้าคุก ยายก็ถูกวัยรุ่นตะคอกกลับว่า ยายไม่รู้เรื่อง อย่ายุ่ง จากนั้นก็มีชาวบ้านมาที่เกิดเหตุมากขึ้น วัยรุ่นทั้ง 3 คนจึงวิ่งหลบหนีไป”

นายชัชวาลย์ กมลกุล หรือ กิ๊ฟ อายุ 20 ปี ลูกชายของนายอุทิศ กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดเกิดจากเมื่อคืนวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีงานบวชในหมู่บ้าน เจ้าภาพจ้างหมอลำมาฉลองและจัดการแสดงภายในวัดประจำหมู่บ้าน การแสดงหมอลำจบลงเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 30 ธ.ค. ก็เดินกลับบ้าน จู่ๆ มีเพื่อนบ้านชื่อนายบุ๋ม เดินเข้ามาถามพร้อมกับชกต่อยหลายครั้งว่าทำร้ายหลานกูทำไม ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนไม่รู้รายละเอียด จึงตอบกลับไปว่าไม่รู้เรื่อง และชกต่อยคืน

จนถูกนายบุ๋ม นายโจ และนายหมู อายุ 20-25 ปี เข้ามารุมทำร้าย จนต้องวิ่งหนีกลับบ้าน ทั้ง 3 คนยังวิ่งไล่ตาม และบุกเข้าไปทำร้ายถึงในบ้าน จนเพื่อนบ้านและผู้ใหญ่บ้านมาห้ามและเคลียร์กัน เรื่องก็จบกันไปเรียบร้อย

ต่อมาวันที่ 31 ธ.ค. ที่บ้านจัดกินเลี้ยงฉลองปีใหม่ ก็มีเด็กอายุประมาณ 10 ขวบขับขี่รถจักรยานยนต์มาหาที่บ้านบอกว่ากลุ่มนายบุ๋ม นายโจ และนายหมู เรียกไปเคลียร์กันที่หน้าร้านเกม ซึ่งอยู่ใกล้กับศาลาเอนกประสงค์ของหมู่บ้าน แต่ญาติพี่น้องและพ่อห้ามไม่ให้ไป กระทั่งหลังเคานต์ดาวน์ก็มีคนมาเรียกไปคุยเรื่องเดิมอีก ครั้งนี้พ่อหงุดหงิด เพราะเรื่องที่ทั้ง 3 คนจะเคลียร์มันจบไปเรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายต่างไม่ยุ่งกัน

“พ่อจึงเดินถือท่อนไม้ไปหาทั้ง 3 คนที่หน้าร้านเกม  ผมเป็นห่วงพ่อจึงเดินตามไป ก็เห็นทั้ง 3 คนรุมทำร้ายพ่อ นายโจ เป็นคนใช้มีดสปาต้าฟันศีรษะ ส่วนนายบุ๋มและนายโจ พากันรุมเตะ เห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งมาเรียกญาติพี่น้องที่บ้าน พอไปถึงพ่อก็นอนจมกองเลือดแล้ว ญาติพี่น้องจึงหามใส่รถส่งโรงพยาบาลจนถึงขณะนี้พ่อยังไม่ฟื้น”

น.ส.อำนวย กุลตรี อายุ 43 ปี ญาติผู้บาดเจ็บกล่าวว่า พี่เขยถูกทำร้ายที่ศีรษะเย็บร้อยกว่าเข็ม สลบยังไม่ฟื้น ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอด 24 ชม. ในครอบครัวคุยกันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด โดยได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฝาง ให้เอาผิดกับวัยรุ่นทั้ง 3 คนในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า

รวมถึงถ้าพี่เขยฟื้นจากการบาดเจ็บ ก็ต้องรอดูว่าจะกลับมาทำมาหากินได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ วัยรุ่นทั้ง 3 ต้องรับผิดชอบครอบครัวของพี่เขยด้วย เนื่องจากพี่เขยมีอาชีพขับรถดูดส้วม เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวมาทั้งชีวิต ถ้าทำงานไม่ได้ก็ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูครอบครัวพี่เขย ไปตลอดชีวิต


กระบะหักหลบ จยย. ข้ามเลนประสานงารถตู้อย่างจัง เจ็บระนาว10

วันที่ 25 ธ.ค. ร.ต.ท.สราวุฒิ ศิลป์สาย รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ศรีมหาโพธิ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญปราจีนบุรี ว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนประสานงากับรถตู้โดยสารรับส่งพนักงาน บริเวณถนนสาย 3079 บ้านโคกไม้แดง มุ่งหน้า นิคม 304 มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังจากรับแจ้งจึงออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณถนนสายดังกล่าว ก่อนถึงหน้า อบต.ท่าตูม เล็กน้อย พบรถกระบะ นิสสัน นาวาร่า สีส้ม ทะเบียน บพ 5478 ปราจีนบุรี ขนส่ง เทปใส,เทปกาว สภาพด้านหน้าพังยับทั้งแถบ โดยมี นายธีระพันธ์ ดาศรี อายุ 29 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ยังพบรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ยี่ห้อโตโยต้า คอมมูลเตอร์ สีขาว ทะเบียน นข 4101 ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นรถตู้รับส่งพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งในเขตนิคม 304 สภาพด้านหน้าฝั่งคนขับพังยับเยินเช่นกัน โดยมีนายศิโรฒม์ เพชรสง อายุ 33 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ภายในรถยนต์ตู้ยังพบผู้โดยสารซึ่งเป็นพนักงานที่มากับรถ ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 8 ราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯได้ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายอีกครั้ง รวมผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 2 คัน จำนวน 10 ราย

นายศิโรฒม์ คนขับรถตู้ กล่าวว่า ตนกำลังพาพนักงานทั้งหมดไปโรงแรมแคนทารี โดยขับมาจากโคกขวาง ซึ่งขณะนั้นวิ่งอยู่เลนซ้าย เนื่องจากช่วงนั่นรถกำลังเยอะเป็นช่วงคนงานกำลังเลิกงาน พอมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะ ที่วิ่งสวนทางมา หักข้ามเลน ข้ามมาชนประสานงาเข้าอย่างเต็มแรง ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุตนเห็นแล้ว แต่ไม่รู้จะหลบไปทางไหนเนื่องจากรถอีกเลนก็วิ่งสวนเลนมา

ด้าน นายธีระพันธ์ คนขับกระบะ กล่าวว่า ตนได้ขับรถออกมาจากทาง ต.ท่าตูม เพื่อที่จะไปบ้านเพื่อน จะไปเก็บซองผ้าป่าที่จะเอาไปบ้านช่วงวันหยุดปีใหม่ พอมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขับมาปาดหน้า ทำให้ต้องหักหลบข้ามไปอีกฝั่งของถนน และไปชนกับรถคู่กรณีจนมีสภาพอย่างที่เห็น


คนร้ายใช้น้ำผสมพริกสาดหน้าลุงขับวิน ชิงรถมอเตอร์ไซค์หนีกลางวันแสกๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ธ.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น.ที่บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 (ซอยต้นสน) ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นายพาน อายุ 71 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้า ก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ชิงรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำแดง หมายเลขทะเบียน กก818 นนทบุรี ก่อนจะขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว พลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ขับรถติดตามแต่ไม่ทัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. เวลา 14.30 น. ผู้เสียหายได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ธนวัฒน์ ลีบาง( รองสว.สอบสวน ) สภ.ปากเกร็ด ภาพในกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง กางเกงขายาว ใส่หมวกแก๊ป เดินผ่านโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป มุ่งหน้าไปหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะปากเกร็ด 20

จากการสอบถาม นายพาน ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขับวินจยย.อยู่ปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ตามปกติ มีผู้โดยสารเข้ามาบอกว่าให้ไปส่งที่ซอย 14/2 เข้าไปประมาณ 20 เมตร และให้ตนเลี้ยวซ้ายแต่ทางซ้ายเป็นป่าเป็นซอยตันและเปลี่ยว หลังจากจอดรถตนจึงเปิดหมวกขึ้นเพื่อจะบอกราคาค่าโดยสาร แต่คนร้ายได้เปิดกระเป๋าหยิบขวดน้ำที่เตรียมมาจากกระเป๋ามาสาดใส่หน้าตนทำให้แสบตาจนลืมไม่ขึ้น ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงตกใจมาก

จากนั้นคนร้ายได้หยิบปืนขึ้นมาจากเอวเป็นปืนแม็กกาซีนมีผ้าพันที่ด้าม ถามว่า “รถคันนี้จะให้ดีๆ ไหม” ตอนนั้นได้เเต่ดึงเสื้อเอามาเช็ดตาเพราะว่าแสบตาจนทนไม่ไหว คนร้ายขึ้นคร่อมรถและขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว

จากที่เห็นคนร้ายอายุไม่น่าเกิน 30 ปี สูงประมาณ 170 ซม. รถของตนซื้อเงินสดมา ราคา 52,000 บาท ฝากบอกตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ให้ช่วยติดตาม เพราะกลางวันแสกๆ ไม่น่าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ตอนนี้ไม่ได้ขับรถขาดรายได้ ต่อไปคงต้องไปหาซื้อรถมือ 2 เก่าๆ ขับ รถใหม่เข็ดแล้วกลัวโดนจี้อีกแก่แล้วคงไม่มีแรงสู้คนร้าย

ด้าน น.ส.สมศรี อายุ 59 ปี อาชีพแม่บ้าน กล่าวว่า เคยใช้บริการวินลุงบ่อยเพราะลุงเป็นคนขับรถช้า ชอบจ้างให้ไปซื้อของเป็นประจำ ลุงอัธยาศัยดี ตนยอมรับว่าสงสารลุงเพราะลุงเป็นคนดี ตนอาศัยอยู่ในซอยนี้เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรก ตั้งแต่มาอยู่ประมาณ 5-6 ปี อยากขอให้คนร้ายสงสารลุงกว่าจะทำงานแลกเงินแต่ละบาท เพราะลุงวิ่งวินกว่าจะได้ตังค์มันยากและใช้เวลานาน ถ้าใครเอารถของลุงไปขอให้เอามาคืน เพราะอายุลุงก็เยอะแล้วให้เห็นใจกันบ้าง

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหายต่อไป


โซเชียลน้ำตาซึม ผัวเมียมีเงินติดตัว 20 บาท ขอแค่ข้าวราดน้ำแกง กลายเป็นมื้อที่อิ่มใจ

(22 พ.ย.62) โลกออนไลน์ต่างประทับใจเรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Natthawut Nilwong ที่โพสต์เล่าเหตุการณ์ที่บังเอิญไปพบเจอผัวเมียคู่หนึ่ง เดินวนไปวนมาอยู่หน้าร้านข้าวแกงที่อยู่ติดกับร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป ตัวตัดเทป เมื่อเดินออกมาดูก็พบว่า ทั้งคู่มีเงินเพียง 20 บาท ด้วยความหิวจึงยื่นเงินให้แม่ค้า แล้วถามว่ามีเงินเท่านี้ มีอะไรที่พอจะกินได้ 2 คนบ้าง

เมื่อแม่ค้าบอกข้าวราดแกง จานละ 40 บาท ผู้หญิงจึงบอกว่า “หนูมีแค่นี้ขอข้าวเปล่าราดน้ำแกงก็ได้” เจ้าของโพสต์พอได้ยินก็เดินเข้าไปหาอย่างไม่ลังเลเลย บอกทั้งคู่ว่า “อยากกินอะไรสั่งเลยครับ กินให้อิ่ม เดี๋ยวผมจ่ายให้”

ทั้งสองคนจึงหันมายิ้มขอบคุณและพูดว่า ขอให้เจริญๆ พร้อมบอกว่าตนเองกับแฟนเนื้อตัวมอมแมม ไม่ขอกินในร้าน แต่ขอให้ตักใส่ถ้วยโฟม จะไปนั่งกินที่ริมทางเท้าข้างๆดีกว่า เจ้าของโพสต์จึงบอกไปว่าอยากเอาอะไรใส่ถุงไปกินอีกก็สั่งเลย แต่ทั้งคูบอกว่าไม่เอา แค่นี้อิ่มแล้ว ซึ่งการได้เห็นคนแปลกหน้าทั้งสองอิ่มท้อง ก็ทำให้ตนเองมีความสุขมาก

โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์ สร้างความประทับใจให้กับชาวโซเชียลที่ได้อ่านเรื่องราวดีๆ แบบนี้ เพราะน้ำใจเล็กน้อยที่หยิบยื่นให้กันนั้นทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น

เจ้าของร้านเสริมสวยอยู่ดีๆ คลุ้มคลั่ง ลุกขึ้นมารัดคอเพื่อน ก่อนบุกยึดร้านสะดวกซื้อ

(29 ต.ค.62) เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.วิชัย อนันต์ทรัพย์ยิ่ง รอง สวป.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีบุคคคลุ้มคลั่ง ยึดร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่ มาร์ท เลขที่ 228/57 สาขาเขาตาโล ซอย 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อพบประชาชนมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีพนักงานร้านยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านหน้าเช่นกัน ภายในร้านสะดวกซื้อพบผู้ชายอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งตะโกนโวยวาย รื้อค้นสินค้า กระจัดกระจาย เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามจะเข้าไปใกล้ก็จะขว้างปาเทปใส เทปกาวใส่ จนได้รับความเสียหายหลายรายการ เจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดีจึง เปลี่ยนวิธีโดยการปีนขึ้นทางชั้นสองแล้วลงเข้าไปทางด้านหลังร้าน แล้วให้เจ้าหน้าที่อีกชุดหลอกล่อทางด้านหน้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนใช้จังหวะเผลอบุกเข้าชาร์จตัวอย่างรวดเร็ว จนสามารถสยบคลั่งชายคนดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

สอบถามนายกิตติกร อายุ 36 ปี เพื่อนคู่ขา ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายวรายุส์ อายุ 43 ปี เป็นเจ้าของร้านเสริมสวยอยู่ติดกับร้านสะดวกซื้อ ก่อนหน้านี้ได้นอนอยู่ด้วยกันอยู่ดีๆ ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา และพยายามจะทำร้ายตนโดยการรัดคอและรัดขา ส่วนสาเหตุตนเองคาดว่าเพื่อนน่าจะเสพยาเสพติดมา จากนั้นก็ได้วิ่งเข้าไปคลั่งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะมีคนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยจับตัวไว้ได้ดังกล่าว

เบื้องต้นได้ควบคุมตัว นายวรายุส์ ผู้ที่คลุ้มคลั่งและเพื่อน ไปยังสภ.บางละมุง เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะต้องทำการตรวจสารเสพติดในร่างกายต่อไป

เปิดใจแม่เด็ก 4 ขวบ “ดราม่ารถเฉี่ยว” ยอมรับตกใจและเห็นใจคู่กรณี

แม่เด็กชายวัย 4 ขวบ จากคลิปวิ่งข้ามถนนกะทันหัน ทำรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บ กระทั่งชาวเน็ตออกมาตำหนิผู้ปกครอง ยอมรับว่าตกใจ และรู้สึกเห็นใจคู่กรณีที่ถูกแจ้งข้อหา

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดีย จ.ระยอง ได้วิพากษ์วิจารณ์ถกเถึยงถึงภาพจากกล้องวงจรปิด อุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนเด็ก 4 ขวบ พื้นที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด หน้าร้านจำหน่ายเทปใส เทปกาว โดยหลายฝ่ายต่างพากันเห็นใจคนขับรถยนต์คู่กรณี เนื่องจากหลักฐานเผยให้เห็นว่า เด็กน้อยวิ่งตัดหน้าข้ามถนนอย่างกะทันหัน แต่สำหรับในทางกฎหมายนั้น คนขับรถเข้าข่ายมีความผิด ถูกแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาท ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุดังกล่าว บริเวณร้านขายรถมือสอง ซึ่งเป็นเจ้าของกล้องวงจรปิด โดยได้พบผู้ดูแลร้าน เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากถนนใหญ่ เมื่อออกไปดูก็พบเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาทำการช่วยเหลือนำเด็กที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

หลังจากนั้นตนจึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ดูไปพร้อมๆ กับพ่อของเด็ก ทำให้ทราบว่าเด็กๆ พากันเดินมาจากห้องพักที่อยู่ในซอยใกล้กับจุดเกิดเหตุ เดินเล่นออกมาเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร หลังจากนั้นเด็กๆ พยายามจะวิ่งข้ามถนน เพื่อไปซื้อขนมที่ร้านขายของฝั่งตรงข้าม แต่จังหวะที่รถยนต์คู่กรณีขับมาที่เลนขวาพอดี เคราะห์ดีที่รถคันดังกล่าวไม่ได้ใช้ความเร็วมากนัก เพราะใกล้จะถึงแยกไฟแดง อีกทั้งรถในเลนซ้ายก็ยังไม่มีคันไหนขับตามมา ทำให้เด็กไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ขณะที่ทางด้าน นางมาบปอง อายุ 34 ปี แม่ของเด็กชายวัย 4 ขวบ ที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ในขณะเกิดเหตุตนกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวที่ห้องเช่า ส่วนลูกได้ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ในซอยเดียวกันตามปกติ แต่ตนไม่คิดว่าลูกจะเดินออกไปไกลจากบ้าน และไปจนถึงหน้าปากซอย

จากนั้นลูกก็ชวนเพื่อนรุ่นเดียวกันข้ามถนน เพื่อจะไปซื้อถนนที่ฝั่งตรงข้าม พอตนมาทราบว่าลูกถูกรถชนก็ตกใจ จึงรีบวิ่งไปดู และพาไปโรงพยาบาล พบว่าลูกบาดเจ็บ มีอาการขาหัก, กรามบวม, คางแตก แต่หลังจากตรวจร่างกาย หมอก็อนุญาตให้กลับมาพักต่อบ้านได้ ขณะที่คนขับรถและครอบครัวฝ่ายคู่กรณีก็ติดตามมาดูแล พร้อมกับแสดงความรับผิดชอบอย่างดี แต่ตนก็รู้สึกเห็นใจที่เกิดเหตุเช่นนี้ เพราะความประมาทและปล่อยปละละเลยลูกไปเช่นนั้น

สาวขนลุกถ่ายภาพติดวิญญาณที่สนามฟุตซอล กลั้นใจท้าพิสูจน์จนรู้ความจริง

สาวโพสต์ภาพขนลุกคล้ายถ่ายติดวิญญาณชายร่างสูงใหญ่กว่าโกล์สนามฟุตซอล กลั้นใจกลับไปพิสูจน์ความจริง ที่แท้เป็นแค่แสงและเงา รวมถึงการหักเหของแสงเท่านั้น

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ด Oil J. Homjabok ซึ่งเป็นภาพถ่ายขนหัวลุกที่คล้ายมีชายปริศนารูปร่างสูงใหญ่เกินปกติอยู่ข้างโกล์ฟุตบอลภายในสนามฟุตซอลของสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดนครราชสีมา ใกล้กันกับโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า

เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนและแฟนหนุ่มไปวิ่งที่สนามสวนสาธารณะดังกล่าวทุกวัน ซึ่งทุกครั้งและแวะสนามฟุตซอลเพื่อถ่ายภาพ แต่ในช่วงค่ำของวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา กลับถ่ายติดบุคคลลึกลับมาได้ พร้อมยืนยันว่าในสนามฟุตซอลดังกล่าวมีเพียงตนและแฟนหนุ่มเท่านั้น ซึ่งทั้งสองคนรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก และหาใครรู้ว่าเป็นบุคคลใดรบกวนช่วยแจ้ง เพราะตนและแฟนจะได้ทำบุญไปให้

ล่าสุด เมื่อคืนวานนี้ (25 ต.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Oil J. Homjabok ได้กลับไปที่สนามฟุตซอลดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อท้าพิสูจน์ ก่อนจะพบว่า มันเป็นแค่แสงและเงา รวมถึงการหักเหของแสงเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาสร้างกระแสใดๆ และขออภัยทุกคนที่ทำให้ตื่นตกใจ

อ่างไรก็ตาม แม้เจ้าของเฟซบุ๊กจะไป้ทาพิสูจน์ความจริงแล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนๆ หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่ายังหลอนอยู่ดี แม้จะเข้าใจแล้วว่าเป็นไม่ใช่ภาพถ่ายติดวิญญาณแต่อย่างใด

เป็นเรื่อง! โซเชียลจวกเละ ครูอินเดียสั่งนักเรียนใส่กล่องกระดาษครอบหัว กันโกงข้อสอบ

การสอบที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองฮาเวรี รัฐคาร์นาตากา ของอินเดีย ได้รับความสนใจจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมาก เพราะนักเรียนที่อยู่ในห้องสอบดังกล่าว ต่างใส่กล่องกระดาษพันเทปใส เทปกาว ครอบศีรษะตัวเองไว้ โดยเปิดช่องสำหรับมองข้อสอบไว้เพียงด้านเดียว ซึ่งครูที่ควบคุมการสอบคงเกรงว่านักเรียนจะลอกข้อสอบกัน

แต่พอหลังจากโพสต์รูปดังกล่าวลงในโซเชียลมีเดีย แทนที่จะได้รับคำชมว่าเป็นวิธีป้องกันการโกงที่ได้ผล กลับถูกชาวเน็ตวิจารณ์อย่างหนัก เพราะหลายคนมองว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล และละเมิดสิทธิ์ของนักเรียนอีกด้วย

หลังจากนั้น โรงเรียนดังกล่าว ออกจดหมายขอโทษต่อสาธารณชน และบอกว่า การให้นักเรียนสวมกล่องกระดาษที่ศีรษะเป็นแค่การทดลองเท่านั้น และนักเรียนก็ถอดกล่องออกมาหลังจากถ่ายรูปไม่นาน

นอกจากนี้ โรงเรียนนี้ยังสัญญาว่าจะไม่นำวิธีการนี้มาใช้อีก

ด้านนายซูเรช กูมาร์ หัวหน้าฝ่ายงานการศึกษาของรัฐคาร์นาตากา โพสต์ลงในทวิตเตอร์หลังจากทราบเรื่องนี้ว่า เป็นวิธีการคุมสอบที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง ครูคนใดก็ตาม ไม่มีสิทธิ์ปฏิบัติกับนักเรียนเหมือนไม่ใช่มนุษย์เช่นนี้

สาวนอนกล่อมลูกขวัญผวา คนข้างห้องพังฝาผนังทะลุ ลุกมาดูเจอผู้ชายยืนจ้องตา

(17 ต.ค.62) เมื่อเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเสม็ด ได้รับแจ้งมีเหตุต่างด้าวทุบผนังห้องทะลุกับห้องหญิงสาวที่กำลังเลี้ยงลูกวัย 2 ขวบ อยู่บนบ้าน หมู่ 3 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นางสาวอาริยา อายุ 19 ปี สาวโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า กำลังเลี้ยงลูกวัย 2 ขวบยืนอยู่ที่หน้าบ้านด้วยอาการตกใจ

สอบถามนางสาวอาริยาเล่าว่าตนอาศัยอยู่กับนายไพทูรย์ สูงสันทัด อายุ 23 ปี(สามี)ขณะที่ตนกำลังนอนเล่นอยู่กับลูกบนห้อง  มีชาวกัมพูชาข้างห้องกำลังดื่มสุรากันเสียงดังจนลูกนอนไม่หลับแล้วสามีตนจึงได้เอาลูกไปเล่นที่ด้านล่าง  แต่แล้วจู่ๆก็ได้ยินเสียงกระเบื้องแตกตนจึงตกใจลุกมาดูพบหนุ่มชาวกัมพูชายืนจ้องตนอยู่ด้วยความกลัวและตกใจ จึงตะโกนให้คนมาช่วยแล้วรีบโทรแจ้งตำรวจให้มาจรวจสอบทันที    

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายซันเนียม รี อายุ 26 ปี แรงงานชาวกัมพูชาที่อยู่ในอาการมึนเมา เล่าว่าตนถูกอีกฝ่ายเคาะผนังเสียงดังจึงทุบผนังจนแตกดังกล่าว ด้านตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนเพิ่มเติมและผู้เสียหายให้เจรจาชดใช้ค่าเสียหายพร้อมกับขอโทษ ทางด้านนางสาวอาริยา ก็ได้ให้ซ่อมแซมผนังและก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรเพราะว่าผู้ก่อเหตุคงทำไปเพราะความโมโหและเมาด้วย

รถบรรทุกคว่ำ คนงานกระเด็นร่วงจากสะพานลงมาพื้นล่าง เหลือเชื่อกระดูกไม่หัก

(15 ต.ค.62) รถบรรทุกชนราวสะพาน คนงานต่างด้าวนั่งกระบะหลัง กระเด็นตกสะพานบาดเจ็บสาหัสเมื่อเวลา 12.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 4 ล้อ เสียหลักพลิกตะแคงบนสะพานข้ามทางรถไฟ ถ.พระราม 2 ขาเข้า คนบนรถกระเด็นตกสะพานลงไปด้านล่าง นอนบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านจำหน่ายกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล ส่วนรถพลิกตะแคงกีดขวางช่องทางซ้ายของทางคู่ขนาน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

พ.ต ท.วุฒิชัย ทวีกาญจนวัฒน์ สว.จร.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุว่าจากการสอบถาม คนขับวัย 64 ปี ทราบว่าขับรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ มาตามปกติ ช่วงขับขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟต้องหักหลบรถอีกคันกะทันหัน รถเกิดเสียหลักลื่นสะบัดไปชนราวสะพาน ชนเสาไฟส่องสว่างบนสะพานตกลงไปด้านล่าง และคนงานชาวเมียนมาวัย 27 ปี ที่นั่งกระบะหลังก็กระเด็นตกลงไปด้านล่างด้วยได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง รพ.สมุทรสาคร ต่อมาแพทย์เอกซเรย์ไม่พบอาการกระดูกหักแต่ยังให้นอนดูอาการที่ รพ. 1 คืน หลังเกิดเหตุทำให้การจราจรติดขัดมาก เพราะเสาไฟและเศษวัสดุรวมทั้งคนเจ็บตกลงมาขวางช่องทางคู่ขนานของ ถ.พระราม 2 ทำให้รถที่จะกลับรถใต้สะพานข้ามทางรถไฟผ่านไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องรีบเคลื่อนย้ายจนสามารถเปิดการจราจรตามปกติในเวลาต่อมา