หนุ่ม ขี่จยย.มาจากสมุทรปราการ หวังกลับนครพนม สุดท้ายไม่ถึงบ้าน

หนุ่ม ขี่จยย.มาจากสมุทรปราการ หวังกลับนครพนม สุดท้ายไม่ถึงบ้าน

หนุ่ม ขี่จยย.มาจากสมุทรปราการ หวังกลับนครพนม สุดท้ายไม่ถึงบ้าน ดับสลดข้างทาง ตำรวจคาดสาเหตุเบื้องต้น อาจง่วงหลับในจนรถตกลงร่องกลางถนน

เมื่อเวลา 06.40 น. วันที่ 18 ส.ค.64 พ.ต.ต.สำเนียง ศรีพรหม สารวัตรเวรสอบสวน สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนป้ายทางหลวงตกลงร่องกลางถนน บริเวณถนนสายอุดรธานี หลังโรงงานผลิตซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ สกลนคร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 50-51 ใกล้จะถึงบ้านหันน้อย หมู่ที่ 4 ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ตรวจสอบพร้อม หน่วยกู้ชีพส่งเสริมธรรมอุดรธานี จุดบริการอำเภอหนองหาน

ที่เกิดเหตุพบศพชายนอน ใกล้รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำขาว ทะเบียน สมุทรปราการ ใกล้บริเวณเกิดเหตุพบถุงเสื้อผ้า จำนวน 1 ถึง ถุงพลาสติกบรรจุปราหมึก 2 ถึง และพบรอยชนที่เสาป้ายทางหลวง

เจ้าหน้าที่ตำรวจมอบหน่วยกู้ภัยตรวจสอบหลักฐานผู้เสียชีวิต ต้องสวมใส่ชุด ppe เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เนื่องจากผู้เสียชีวิตมาจากจังหวัดเสี่ยงสูง และในเวลาต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายแสงสุรีย์ ปากดี อายุ 33 ปี ชาว อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม

สอบถามในเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายขี่รถ จยย.ออกจากจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อกลับบ้านจ.นครพนม เป็นระทางไกลมาก ขับมาถึงที่เกิดอาจเกิดอาการง่วงหลับในเป็นเหตุให้รถ จยย.เสียหลักตกลงร่องกลางถนนเป็นเหตุให้เสียชีวิตกลับยังไม่ถึงบ้าน หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้ตายไปเก็บไว้ที่ รพ.หนองหานเพื่อติดต่อญาติมารับศพนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

สั่งจำคุก 12 ปี ลูกสาวอาม่าฮวย แอบถอนเงิน 250 ล้านบาท

สั่งจำคุก 12 ปี ลูกสาวอาม่าฮวย แอบถอนเงิน 250 ล้านบาท

ศาลอาญาพระโขนงสั่งจำคุก 12 ปี นางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 55 ปี บุตรสาวของ นางฮวย ศรีวิรัตน์ อายุ 84 ปี หรือ “อาม่าฮวย” ที่แอบถอนเงินไปจากมารดากว่า 250 ล้านบาท โดยแอบ แพ็ค เทปใส เทปกาว ระหว่างที่มารดานอนพักฟื้นรักษาตัวด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบที่โรงพยาบาล ในคดีลักทรัพย์ โดยไม่รอลงอาญา

ซึ่งศาลพิเคราะห์พฤติกรรมแห่งคดีแล้ว พบว่าการกระทำความผิดของจำเลย เป็นการกระทำต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุพการี โดยใช้โอกาสที่จำเลยเป็นผู้ดูแลระหว่างโจทก์เจ็บป่วย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ อีกทั้งเงินที่จำเลยลักไปเป็นเงินจำนวนสูงมาก นับเป็นเรื่องร้ายแรง ดังนั้นแม้ปรากฏว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน กรณีก็ไม่เป็นเหตุให้รอการลงโทษ

สุดรันทด หนูน้อยวัย 11 ปี โพสต์ขอข้าวกล่องให้พ่อตาบอดกับย่า ต่ออายุ 8 ชีวิต

สุดรันทด หนูน้อยวัย 11 ปี โพสต์ขอข้าวกล่องให้พ่อตาบอดกับย่า ต่ออายุ 8 ชีวิต

สุดรันทด หนูน้อยวัย 11 ปี โพสต์ขอข้าวกล่องให้ครอบครัว 8 ชีวิต ผ่านโซเชียล เผยโควิดทำหมดทางทำกิน พ่อตาบอด-ย่าหมดหนทางค้าขาย ไร้คนเหลียวแล

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามี ชีวิตที่สุดแสนจะลำบากของครอบครัวที่มีถึง 8 ชีวิต อาศัยที่ดินของญาติพักอยู่ในบ้านปูนซอมซ่อ หลังโรงงานถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ ภายในซอยมาบยายเลีย 5 ซอยเนินพลับหวาน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มานาน ปัจจุบันประสบปัญหาจนแทบไม่มีข้าวจะมาประทังชีวิต จนหนูน้อยวัย 11 ปี หรือน้องออย นักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเนินพลับหวาน โพสต์ข้อความผ่านโลกโซเชียล เพื่อขอความเห็นใจจากสังคมในการขอรับบริจาคอาหารเพื่อมาให้ครอบครัวใช้ในการประทังชีวิต

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านหลังดังกล่าว พบนางวันุสนา นิโรจน์รัมย์ อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นย่าอยู่ภายในบ้าน พร้อมด้วย นายวีรยุทธ วารีดำ อายุ 28 ปี พ่อของเด็ก ซึ่งพิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง รวมไปถึงน้องออย โดยพบว่าทั้งหมดอยู่บนที่รกร้างเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา ซึ่งทราบว่าเป็นของญาติ พร้อมมีการก่อสร้างที่พักแบบเรียบง่ายจำนวน 2 หลัง

จากการสอบถามนางวันสุนา กล่าวว่า แต่ก่อนมีอาชีพค้าขายก๋วยเตี๋ยว ตอนช่วงกลางคืนตามสถานบันเทิงในเขตเมืองพัทยา เพื่อนำเงินมาหาเลี้ยงครอบครัวทั้ง 8 ชีวิตทั้งลูกๆ และหลาน แต่หลังจากมีโรคโควิดทำให้ค้าขายไม่ได้ จึงไม่มีเงินใช้ เพื่อซื้ออาหารมารับประทาน ขณะที่ลูกชายก็ตาบอดทั้ง 2 ข้าง แต่เดิมมาอาชีพเป็นหมอนวดที่อยู่ที่ภาคใต้ แต่เมื่อมีปัญหาโรคโควิดจึงกลับมาอยู่ร่วมกัน จากนั้นก็มาหานั่งร้องเพลงตามตลาดนัดเพื่อหารายได้ แต่สุดท้ายตลาดก็โดนปิดอีกจึงไม่มีรายได้ไปด้วย

ด้านน้องออย กล่าวว่า สงสารพ่อ ย่า และครอบครัวอย่างมาก จึงโพสต์เฟซบุ๊กดู เผื่อจะมีผู้ใจบุญให้ความสงสารบ้าง ทุกวันนี้อยู่กันด้วยความลำบาก ก็ต้องขอขอบคุณที่ทางผู้สื่อข่าวมาร่วมนำเสนอเพื่อภาครัฐจะรับรู้ และหันมาให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครับตนบ้าง

นอกจากนี้ น้องออยยังโชว์โทรศัพท์มือถือ สภาพเก่า หน้าจอแตกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่ตนใช้ในการเรียนออนไลน์ ซึ่งสอบถามผลการเรียน ทราบว่าเป็นเด็กเรียนดี เคยสอบได้ที่ 1 ที่ 2 สอบได้ต่ำสุดที่ 5 ของห้องอีกด้วย

พบร่างสาว ถูกสังหารโหด ห่อด้วยผ้าปูที่นอน ทิ้งศพริมคลอง คนหาปลาผวา

พบร่างสาว ถูกสังหารโหด ห่อด้วยผ้าปูที่นอน ทิ้งศพริมคลอง คนหาปลาผวา

พบร่างสาว ถูกสังหารโหด ห่อด้วยผ้าปูที่นอนมัดหัวท้าย ทิ้งศพริมคลอง คนหาปลาผวา คาดถูกนำมาอำพราง ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน ตร.เร่งสืบหาคนร้าย

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 2 ส.ค.64 ร.ต.อ.สมหมาย รักษ์ชูชื่น ร้อยเวร สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดี พบศพห่อด้วยผ้าปูที่นอนถูกมัดด้วยเชือกทิ้งริมคลองบ้านสะพานหยี หลังโรงงานผลิตถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ ท้องที่ ม.6 ต.นาโหนด อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เกตุขาว ผกก.สภ.เมืองพัทลุง พ.ต.ท.นาถพล บุญสนิท รอง ผกก(ป) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพัทลุง แพทย์เวร รพ.พัทลุง และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง

ในที่เกิดเหตุ ริมคลองสะพานหยี เจ้าหน้าที่พบศพถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนมัดหัวมัดท้ายด้วยเชือกไนล่อน เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดออกดูด้านในห่อซ้ำด้วยเสื้อกันฝน พบว่าเป็นศพหญิงสาว อายุ ราว 30-35 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง เข้าบริเวณชายโครงซ้ายและแขนซ้าย หลายหลาย โดยเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ตรวจในกระเป๋าเสื้อผ้าไม่พบหลักฐานว่าเป็นใครมาจากไหน เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนนำศพชันสูตรยัง รพ.พัทลุง อีกครั้ง

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ได้ออกไปวางเบ็ด แล้วเจอศพที่มัดด้วยผ้าปูที่นอนก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่ไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน และจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้ง ไว้เพื่ออำพรางคดี

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหนก่อนออกติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

พาอดทั้งจังหวัด! ยาบ้าส่งลูกค้าป่วยโควิดรพ.สนาม สั่งงดฝากอาหารเยี่ยม-สั่งแอพ

พาอดทั้งจังหวัด! ยาบ้าส่งลูกค้าป่วยโควิดรพ.สนาม สั่งงดฝากอาหารเยี่ยม-สั่งแอพ

ตร.บุกบ้าน ตะคุรบหนุ่มค้ายา แอบส่งยาบ้าให้ลูกค้าผู้ป่วยโควิด นอนรักษาตัวในรพ.สนาม ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ส่งงดการฝากอาหารเยี่ยมผู้ป่วย สั่งผ่านแอพด้วย

วันที่ 29 ก.ค.2564 ที่ กก.สส.ภ.จว.น่าน พล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จว.น่าน พ.ต.อ.ดเรศ กัลยา รอง ผบก. พ.ต.อ.บุญส่ง นิกรเถื่อน ผกก.สภ.ภูเพียง พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ปัญญาเนรมิตดี ผกก.สส.ภ.จว.น่าน ร่วมกันสอบสวน นายทรงพล หลังนำยาบ้ายัดซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ไปส่งให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนาม 2 อาคารที่ประชุมวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน

พล.ต.ต.มงคล เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ ผู้ต้องหาลักลอบซุกยาบ้า 10 เม็ดในซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปส่งให้ผู้ป่วยโควิดรักษาตัวอยู่รพ.สนาม 2 อาคารวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนแกะรอยจากกล้องวงจรปิด แล้วบุกเข้าจับกุมได้ที่บ้านพัก ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน สอบสวนรับสารภาพ นำยาบ้าไปส่งให้กับนายจารุกิตต์ ผู้ป่วยโควิด จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้งคู่ ในส่วนของนายจารุกิตต์ จะถูกอายัดตัวทันทีหลังรักษาตัวโรคโควิดหายแล้ว

 ส่งยารพ.สนาม

” จากเรื่องนี้ ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจที่มีการตั้งรพ.สนามในท้องที่ ให้เข้มงวดตรวจบุคคลเข้าออก และสิ่งของต่างๆที่ส่งเข้าไปให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจ และลงทะเบียนบัตรประจำตัวผู้ฝากสิ่งของเพื่อจะได้เป็นหลักฐาน และสามารถตรวจสอบ ติดตามได้ ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดน่านได้สั่งงดการฝากอาหารเยี่ยมผู้ป่วยโควิด-19 รวมไปถึงงดการสั่งอาหารผ่านแอพริเคชั่นทุกชนิด ที่รพ.สนามทุกแห่งในทันที ”

จับพ่อค้าอาหารทะเล รับขนกัญชาเกือบ 400 กก.

จับพ่อค้าอาหารทะเล รับขนกัญชาเกือบ 400 กก.

เช้านี้ที่หมอชิต – หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม วางแผนสกัดจับพ่อค้าอาหารทะเล ชาวจังหวัดราชบุรี ใกล้ร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว หันมารับจ้างส่งกัญชา น้ำหนักเกือบ 400 กิโลกรัม หวังได้ค่าจ้าง 50,000 บาท แต่ไม่ทันได้เงิน ก็ถูกจับได้ก่อน ยอมรับสารภาพทำไปเพราะไม่มีงานทำ

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง หรือ นรข.เขตนครพนม สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่วข้อง สกัดจับขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ข้ามแม่น้ำโขง จาก สปป.ลาว มายังประเทศไทย โดยขึ้นฝั่งที่ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม เจ้าหน้าที่จึงเข้าสกัดจับ พบผู้ต้องหา 2 คน ก่อนที่จะหลบหนีไปได้ 1 คน และจับกุมได้เพียง 1 คน คือ นายโสภณ เคลืออยู่ ชาวอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี พร้อมของกลาง กัญชาอัดแท่ง 398 แท่ง น้ำหนัก 398 กิโลกรัม มูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท บรรจุในกระดาษฟอยล์

ซึ่งตรวจสอบพบว่า เป็นกัญชาคุณภาพดี เกรด A สภาพสด-ใหม่ ขณะที่จากการสืบสวน พบว่าเตรียมส่งไปขายต่างประเทศ ขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนกัญชา เพราะตอนนี้ตกงาน ซึ่งผู้ว่าจ้าง บอกว่า หากขนได้สำเร็จ ก็จะให้ค่าตอบแทน 50,000 บาท แต่ก็ยังไม่ทันได้รับเงิน ก็มาถูกจับก่อน

ก่อนหน้านี้ นรข. จับกุมยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคอีสานได้มากกกว่า 140 ครั้ง ยึดกัญชาอัดแท่งได้มากกว่า 9 ตัน ยาบ้ากว่า 45 ล้านเม็ด และไอซ์ 4 ตัน ซึ่งช่วงวิกฤตโควิด-19 ขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ฉวยโอกาสว่าคนตกงานให้มารับจ้างชนยาเสพติดมากขึ้น จึงต้องเพิ่มมาตรการเข้มตามแนวชายแดนเข้มงวดมากขึ้นและตรวจตราต่อเนื่อง พร้อมสร้างความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ให้เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่

คดีพลิก หลังผลชันสูตรออก ‘ต๊อก โคกสะบ้า’ ถูกยิงดับ ตร.เร่งล่าคนร้าย

คดีพลิก หลังผลชันสูตรออก 'ต๊อก โคกสะบ้า' ถูกยิงดับ ตร.เร่งล่าคนร้าย

ล่ามือฆ่า ‘ต๊อก โคกสะบ้า’ หลังหลังผลชันสูตรออก ถูกยิง 3 นัด ลุยสอบปากคำกว่า 20 ปาก ไล่กล้องวงจรปิดกว่า 100 ตัว ลั่นไม่เกินอาทิตย์นี้ ได้ตัวแน่นอน เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 พ.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดกอง สว.(สอบสวน)สภ.นาโยง จ.ตรัง ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง และเจ้าหน้าที่ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บรรเทานาโยง) รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังผลชันสูตรพลิกศพระบุว่านายโสภณ ณ นคร หรือ “ต๊อก โคกสะบ้า” อายุ 55 ปี ถูกฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 64 เวลา 14.20 น. ตำรวจสภ.นาโยง รับแจ้งอุบัติเหตุรถจยย.พ่วงข้าง เสียหลักตกคูน้ำข้างทาง บริเวณริมถนนสายนาโยง-ย่านตาขาว พื้นที่บ้านนาปด ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง คนขี่คือนายโสภณ ณ นคร หรือ “ต๊อก โคกสะบ้า” อายุ 55 ปี อาชีพกรีดยาง และเคยเป็นผู้สมัครลงเลือกตั้งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.โคกสะบ้า เสียชีวิต

ต่อมาปรากฎว่าได้มีการชันสูตรพลิกศพ พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม เนื่องจากพบร่องรอยโดนยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด กระสุนเจาะเข้าลำตัว 3 แผล เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นเพื่อเก็บพยานหลักฐาน

โดยทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้นำ นำเครื่องเมทัล ดีเทคเตอร์ หรือเครื่องตรวจจับโลหะ สแกนหาวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง รวมทั้งค้นหาปลอกกระสุนปืนในจุดเกิดเหตุ แต่ไม่ได้พบปลอกกระสุนแต่อย่างใด

ด้านพ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง ผกก.สภ.นาโยง กล่าวว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำพยานไปประมาณ 20 ปาก และได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไปแล้วกว่า 100 ตัว ซึ่งทางตำรวจระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีกี่ราย และยังไม่ได้ออกหมายจับใคร เนื่องจากต้องรอให้คดีมีความชัดเจนมากกว่านี้

ส่วนปมเหตุในการก่อเหตุมุ่งเรื่องปัญหาส่วนตัว ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำแผนประทุษกรรม เพื่อจำลองเหตุการณ์ในการก่อเหตุ มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ไม่เกินภายในสัปดาห์นี้ ตนได้ไปแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว พยายามดูแลอย่างเต็มที่ เพราะผู้ตายเองก็เป็นคนดี รักครอบครัว รับปากจะพยายามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีมาให้ได้

กลุ่มผู้เสียหายร้องถูกหลอกลงทุน”เงินดิจิตอล” สูญเงินกว่า 46 ล้านบาท

กลุ่มผู้เสียหายร้องถูกหลอกลงทุน"เงินดิจิตอล" สูญเงินกว่า 46 ล้านบาท

กลุ่มเสียหายรวมตัวกว่า 20 คน หอบเอกสารหลักฐานร้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกหลอกลงทุน binance เสียหายกว่า 46 ล้านบาท ผู้เสียหายแฉ ถูกชักชวนผ่านแอพหาคู่ พูดคุยสร้างสัมพันธ์ ก่อนชวนลงทุนเงินดิจิตอล อ้างผลตอบแทนสูง ส่งลิงก์มาให้ลงทุน วอนตร.เร่งรัดดำเนิน
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 คน นำเอกสารหลักฐานยื่นหนังสือถึงพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุน binance การลงทุนสกุลเงินดิจิตอลมูลค่าความเสียหายกว่า 46 ล้านบาท มีผู้เสียหายเกือบ 50 คน

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มลงทุนมีการพูดคุยกับผู้ชักชวนผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ และ มีการพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ และสร้างให้เกิดความน่าเชื่อถือ ก่อนจะถูกชักชวนร่วมลงทุน binance ซึ่งเป็นพอร์ตการลงทุนสกุลเงินดิจิตอลโดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้ผู้ชักชวนจะส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายเข้าไปเทรดสกุลเงินต่างประเทศเหมือนการลงทุนทั่ว เช่น ลงทุน แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล ไปผู้เสียหายแต่ละคนจะได้ลิงก์ที่แตกต่างกัน ซึ่งผลตอบแทนก็จะแตกต่างกันด้วยขึ้นอยู่กับเงินต้นทุนที่ได้ลงทุนไป

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยอีกว่า ต่อมาเมื่อเห็นว่าได้ผลตอบแทนจริง จึงตัดสินใจลงทุนเพิ่ม หลังจากที่ลงทุนเพิ่มไปแล้วกลับไม่ได้ผลตอบแทนตามที่ตกลงกัน ผู้เสียหายบางคนได้ติดต่อไปยังผู้ชักชวนลงทุนแต่กลับไม่ได้คำตอบ จึงเข้าแจ้งความโดยก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความไปแล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเร่งรัดดำเนินคดีตามกฎหมาย

จับคาวัด! หนุ่มขโมยจยย.จอดหน้าโรงพักเก่า อ้างเอารถยนต์ไปซ่อม ตกงานไม่มีจ่าย

จับคาวัด! หนุ่มขโมยจยย.จอดหน้าโรงพักเก่า อ้างเอารถยนต์ไปซ่อม ตกงานไม่มีจ่าย

ตร.ขอนแก่น ตามรวบหนุ่ม 36 คาวัด หลังขโมยจยย.จอดหน้าโรงพักเก่า อ้างเอารถยนต์ไปซ่อม ไม่มีรถใช้ เพราะตกงานไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น สามารถบันทึกภาพชายอายุประมาณ 30-35 ปี สวมใส่เสื้อคอกลมแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์สีดำ กำลังจูงรถรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีเทา หมายเลขทะเบียน ขธน 820 ขอนแก่น ซึ่งก่อเหตุขโมยมา เดินผ่านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสำราญ

ต่อมา พ.ต.ท.ปรเมษฐ์ ปัดทุมแฝง รอง ผกก.สส.สภ.เวฬุวัน พ.ต.ต.วุฒิศักดิ์ ดีสวน สว.สส.สภ.เวฬุวัน พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวฬุวัน สืบทราบว่าคนร้ายได้ไปอาศัยภายในวัดบ้านนาเพียง โดยวัดดังกล่าวอยู่ใกล้เคียงกับโกดังเทปใสและเทปกาว ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น จึงนำกำลังเข้าไปภายในวัด พบคนร้ายกำลังช่วยพระประกอบหลังคาเต็นท์ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ทราบชื่อต่อมาคือนายคำเพย ราชดา หรือเต่า อายุ 36 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.หนองตูม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีเทา หมายเลขทะเบียน ขธน 820 ขอนแก่น ที่ขโมยมา

สอบสวนนายคำเพย ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลาประมาณ 07.30 น. ตนไปขโมยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ที่จอดอยู่บริเวณปากทางเข้าบ้านโคก ถนนมิตรภาพ ต.สำราญ จากนั้นได้เดินจูงและขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปไว้ที่บริเวณวัดบ้านนาเพียง ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุเพราะตนนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่และไม่มีรถใช้ เนื่องจากไม่มีเงินไปจ่ายค่าซ่อม อีกทั้งตนตกงาน ไม่รู้ว่าจะหาเงินวิธีไหน จึงวางแผนไปก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ที่อาคาร สภ.เวฬุวัน หลังเก่า เพราะจะมีรถชาวบ้านมาจอดไว้จำนวนมาก กระทั่งถูกตำรวจจับกุมตัวได้ที่สุด

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ผู้อื่น ก่อนจะส่งตัวพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หักหลบจยย.ย้อนศร! กระบะเสียหลักพุ่งตกถนน คว่ำหลายตลบ คนขับดับคาที่ เจ็บอีก 2

หักหลบจยย.ย้อนศร! กระบะเสียหลักพุ่งตกถนน คว่ำหลายตลบ คนขับดับคาที่ เจ็บอีก 2

กระบะหักหลบจยย.ย้อนศร เสียหลักพุ่งตกถนนเพิ่งสร้างใหม่ ยังไม่เปิดใช้ คนขับกระเด็นออกนอกรถ ดับคาที่ คนนั่งมาด้วยเจ็บอีก 2

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 15 มี.ค. 2564 ร.ต.อ.ดำรง ทองลบ รองสารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งตกถนนแล้วพลิกคว่ำหลายตลบ เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย บริเวณถนนตัดใหม่สายสุวรรณศร หลังโรงงานผลิต ซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ (ปราจีนบุรี-ประจันตคาม) หรือสาย 33 บ้านดงยางในหมู่ 7 ต.โนนห้อม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนรุดตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ที่เกิดเหตุเป็นถนนเพิ่งตัดใหม่ 4 ช่องการจราจร ยังไม่เปิดให้ใช้ สภาพถนนมืด ช่วงทางขึ้นไปฝั่ง อ.ประจันตคาม พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กธ 3757 กรุงเทพมหานคร ตกถนนลงไปด้านล่าง สภาพพลิกคว่ำหลายตลบ จนหลังคาและหน้ารถยุบเข้าหาตัวรถ กระจกแตก

บริเวณนอกรถใกล้ล้อฝั่งที่นั่งคนขับ พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายเฉลิม แสนที่รัก อายุ 47 ปี เป็นคนขับ อยู่บ้านเลขที่ 261 ซอยอ่อนนุช 65 แยก 15 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร สภาพนอนคว่ำหน้า ถูกรถทับจนใบหน้าผิดรูป ส่วนฝั่งตรงข้ามรถพบนายคมกฤช ทันใจ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 6 ต.เต็ง อ.คง จ.นครราชสีมา กระเด็นออกมานอกรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในตัวรถที่นั่งติดคนขับพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบเพียงชื่อนายเอ๋ (ไม่ทราบนามสกุล) หน่วยกู้ภัยได้รีบนำส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อย่างเร่งด่วน

สอบสวนนายคมกฤช กล่าวว่า พวกตนทั้งหมดรวม 3 คน มีอาชีพรับเหมาทำแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต อยู่ห้างโฮมโปรในตัวเมืองปราจีนบุรี หลังเลิกงานกำลังจะกลับที่พักที่ อ.ประจันตคาม มีนายเฉลิม หัวหน้างาน (ผู้เสียชีวิต) เป็นคนขับขี่ ตนนั่งอยู่แค็บหลัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขับย้อนศรมา คนขับจึงหักหลบ ทำให้รถเสียหลักตกถนน และพลิกคว่ำหลายตลบ ตนกระเด็นออกมานอกตัวรถ เมื่อคลานมาดูก็เห็นคนขับนอนแน่นิ่งและอีกคนติดภายใน

นายคมกฤช กล่าวอีกว่า ช่วงเกิดเหตุตกใจมาก นึกถึงแต่พระคุณพ่อและแม่ที่อยู่ให้คุ้มครอง โดยก่อนเกิดเหตุ 1 วัน นายเฉลิมได้สั่งเสียตนว่า หากกูเป็นอะไร มึงดูเลขท้ายรถกูไว้แล้วซื้อหวยด้วย