ลูกสาวกราบเท้าศพพ่อ! เครียดปัญหาครอบครัว คว้าลูกซอง ยิงตัวดับ เผยจม.ลาตาย

ลูกสาวร่ำไห้กราบเท้าศพพ่อ เครียดปัญหาครอบครัว คว้าลูกซองยาว ยิงตัวดับ ในป่าข้างบ้าน น้องสาวเผยจดหมายลาตาย ให้เมีย-ลูกกลับมาอยู่บ้านเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ดาญาน พนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย รับแจ้งเหตุคนฆ่าตัวตายในป่าหลังบ้าน ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูสระบุรี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.สระบุรี แพทย์จากโรงพยาบาลแก่งคอย

ที่เกิดเหตุพบศพ นายปัณฑ์รพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี อดีตช่างประจำโรงงานผลิตกล่องกระดาษ กล่องลูกฟูก สภาพนอนเสียชีวิตในป่าข้างบ้านที่อาศัยอยู่ ข้างกายพบปืนลูกซองยาว เบอร์ 12 ตกอยู่ พร้อมปลอกกระสุนปืน และจดหมายซึ่งเขียนด้วยกระดาษสีเหลือง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บไว้ตรวจสอบ แพทย์ชันสูตรตรวจตามร่างกายพบรอยกระสุนปืนยิงเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้ายเป็นรูทะลุหลัง 9 รู ตรวจค้นภายในกระเป๋ากางเกงพบกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 อีก 1 นัด ต่อมาลูกสาวของผู้ตาย ซึ่งเป็นลูกของภรรยาเก่าได้เข้ามากราบเท้าผู้ตายร่ำให้อย่างน่าเวทนา

จากการสอบถาม นางสุภาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) กล่าวว่า นายปัณฑ์รพลเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ตนมาทราบข่าวเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ว่าพี่ชายยิงตัวตาย จึงได้เข้ามาดู เนื่องจากผู้ตายเครียดจัดมา 2-3 วัน เป็นเรื่องของครอบครัวไม่สามารถบอกใครได้ จึงแอบเอาปืนลูกซองยาวเบอร์ 12 ไปยิงตัวตายท้ายป่าข้างบ้านโดยไม่มีใครได้ยินเสียงปืน ซึ่งในตอนนี้พี่สะใภ้ตนได้นำหลานไปอยู่ที่บ้านพี่สาว

นางสุภาภรณ์กล่าวต่อว่า ตนรู้เรื่องปัญหาทุกอย่างภายในครอบครัวของพี่ชาย แต่ไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ เกรงว่าจะเกิดผลกระทบกับพี่สะใภ้ของตน สำหรับจดหมายที่พบโดยมีข้อความเขียนว่า ขอโทษ ให้ภรรยา และลูกของผู้เสียชีวิตกลับมาอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขอโทษ เรื่องอะไร น้องสาวผู้ตายไม่ กล่าวเพียงว่า เป็นเรื่องที่เขามีปัญหากัน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเชิญญาติ และภรรยาผู้ตาย เข้าไปสอบสวนยัง สภ.แก่งคอย เพื่อสอบสวนหาหลักฐาน และสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

รวบหนุ่มเวียดนาม เจาะเซฟ ร้านอาหารดัง กวาด 1.5 แสน สารภาพเลียนแบบจากยูทูบ

รวบหนุ่มเวียดนาม เจาะเซฟ ร้านอาหารดัง กวาด 1.5 แสน สารภาพก่อเหตุมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง นำเงินไปเลี้ยงดูครอบครัว จ่ายค่ารักษาลูกที่ป่วย รับเลียนแบบการโจรกรรมจากยูทูบ

เจาะเซฟ / เมื่อวันที่ 27 มี.ค. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก พ.ต.ท.สาธิต สอนชา รอง ผกก.สส.สน.บางรัก พ.ต.ท.พิระวัตร์ วงศ์ศิริเมธีกุล พ.ต.ต.อนุพงษ์ อรุณคีรีโรจน์ สว.สส.สน.บางรัก ร.ต.อ.พันธุ์พิศณ์ วัชรินทร์พร และร.ต.อ.วุฒิชัย อธิวรปัญญา รอง สว.สส.สน.บางรัก

ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก จับกุมตัวนายทราน วัน ซัน อายุ 39 ปี สัญชาติเวียดนาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่จ 158/2562 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2562 หลังตระเวนก่อเหตุงัดแงะเจาะตู้เซฟตามร้านอาหารย่านสีลม

พร้อมของกลางเครื่องตัดเหล็กแบบไฟฟ้า 1 ตัว โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ SAMSUNG สีน้ำตาล 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ITEL สีดำ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ LENOVO สีดำ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค ยี่ห้อ TOSHIBA สีดำ 1 เครื่อง เสื้อยืดแขนยาว สีดำ 1 ตัว เสื้อเชิ้ต สีดำ 1 ตัว และกระเป๋าสะพาย สีดำ 1 ใบ จับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถสี่พระยาทาวเวอร์อินน์ แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.วันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจสน.บางรัก รับแจ้งเหตุมีคนร้ายบุกเข้าไปเจาะตู้เซฟ ภายในร้านโร้ดเฮ้าส์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกอังรีดูนังค์ ตรงข้ามร้านศูนย์รวมกล่องกระดาษและกล่องลูกฟูก แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่าตู้เซฟ 2 ตู้ ถูกคนร้ายตัดบริเวณด้านหลังเป็นช่องสี่เหลี่ยม จากการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในตู้เชฟ เป็นเงินสด ประมาณ 150,000 บาท ถูกคนร้ายขโมยไป จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

หลังจากนั้นทางพ.ต.ท.สาธิต จึงนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ติดตามร่องรอยของคนร้าย ตลอดจนตรวจสอบแผนประทุษกรรม รวมไปถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และใกล้เคียง จนได้ตำหนิรูปพรรณคนร้าย และได้ทำการสืบสวน จนทราบว่าคนร้ายที่ปรากฏตามกล้องวงจรปิด คือนายทราน วัน ซัน เป็นชาวเวียดนาม

ต่อมารวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนแกะรอย จนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีกลับไปบ้านเกิด ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ประเทศเวียดนาม ต่อมาชุดสืบสวนทราบว่าคนร้ายมาปรากฏตัวบริเวณลานจอดรถดังกล่าว จึงเร่งนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ และจับกุมบริเวณดังกล่าว พร้อมของกลางก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.บางรัก

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตระเวนก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง โดยผู้ต้องหารับว่าต้องการเงินไปใช้จ่ายเลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะต้องนำไปจ่ายค่ารักษาตัวลูกที่ป่วย เนื่องจากอาชีพที่ทำปัจจุบันเป็นพนักงานในร้านอาหารไม่เพียงพอ

ซึ่งทุกครั้งที่ก่อเหตุจะทำเพียงคนเดียว สวมผ้าปิดปาก หมวกแก็ปสีดำ และจะลงมือก่อเหตุเฉพาะร้านอาหาร ในเวลากลางคืน ซึ่งพนักงานเลิกงานกันหมดแล้ว การลงมือเจาะตู้เซฟสำเร็จนั้นได้เลียนแบบมาจากในเว็ปไซต์ยูทูบ นอกจากนี้ ยังรับอีกว่าลักลอบหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ผ่านทางช่องทางธรรมชาติทาง จ.นครพนม เพียง 4 วัน ก่อนเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องสอบสวนขยายผลอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถประสาน ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ทันที

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป และ “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป