ออกหมายจับ’ดนุสรณ์’ ค้นห้องเจอกล่องลูกปืน-สูทชุดยิง พยานชี้มีพัสดุปริศนามาส่งก่อนออกไปรัวปืน

วันที่ 18 ก.พ. จากกรณี นายดนุสรณ์ หรือเจ พนักงานโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว บุกยิง น.ส.ปิยานุช อายุ 28 ปี อดีตภรรยา พนักงานคลินิกเสริมความงาม ซึ่งเพิ่งจดทะเบียนหย่ากันเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เสียชีวิตภายในคลินิกเสริมความงาม ชั้น 4 ห้างดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี นอกจากนั้นยังมีเพื่อนพนักงานถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน แล้วหลบหนีไป

ล่าสุดเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ นายดนุสรณ์ 5 ข้อหา คือ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, 2.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, 3.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, 4.พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, 5.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

หลังศาลพิจารณาแล้วออกหมายจับ นายดนุสรณ์ เลขที่ จ.154/2563 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในห้องพักนายดนุสรณ์ ย่านทราชเทวี พบชุดที่ใช้ก่อเหตุ กล่องกระสุนปืน รองเท้า อยู่ภายในห้อง เมื่อสอบถามผู้ดูแลห้องพัก ทราบว่า นายดนุสรณ์ได้พาแฟนใหม่ไปส่งที่ทำงานเมื่อช่วงเวลา 12.00 จากนั้นกลับมาที่ห้องพักซึ่งเห็นเดินวนไปวนมาในห้องพัก ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. มีพัสดุมาส่งให้นายดนุสรณ์ ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมารับพัสดุปริศนาเข้าไปในห้อง

จากนั้นนายดนุสรณ์ ก็ออกจากห้องพักมาขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ซึ่งคาดว่าน่าจะไปก่อเหตุ โดยพบกล่องพัสดุถูกแกะทิ้งไว้ในถังขยะ ต่อมาเวลาประมาณ 15.30 น. นายดนุสรณ์ ขี่รถจักรยานยนต์กลับข้ามาจอดแล้วรีบวิ่งขึ้นห้องพักไปแบบมีท่าทางลุกลี้ลุกลน ก่อนจะขึ้นเปลี่ยนชุดวิ่งออกจากห้องพักไป ซึ่งคาดว่าน่าจะไปก่อเหตุแล้วหนีกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหลบหนีไป


เกือบตาย! จู่ๆ สายไฟร่วงรัดคอ แผลเหวอะ เมียช่วยโดนด้วย จยย.คว่ำ วอนมารับผิดชอบ

สายไฟร่วงรัดคอ วันที่ 29 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายจีรศักดิ์ ใจกล้า อายุ 34 ปี และ น.ส.พรรณี ดุลยรัตน์ อายุ 30 ปี ว่า ถูกสายปริศนารัดคอได้รับบาดเจ็บพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ ชลเวช จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

ที่โรงพยาบาลดังกล่าวพบ นายจีรศักดิ์ กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียง มีบาดแผลที่ลำคอ โดยมี น.ส.พรรณี ภรรยา เฝ้าไข้อยู่ข้างๆ และได้รับบาดเจ็บที่มือทั้ง 2 ข้าง ซึ่งมีผ้าพันแผลไว้เช่นกัน จากการสอบถามทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา นายจีรศักดิ์ ได้ขี่รถจยย. จะไปทำงานที่โรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว แห่งหนึ่งภายในนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ โดยมี น.ส.พรรณี ซ้อนท้าย พอมาถึงไฟแดงแยกท้องคุ้งก็เลี้ยวซ้ายลงไปตามถนนศุขประยูร–ดอนหัวฬ่อ หมู่ 12 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี

ครู่เดียวก็มีสายอะไรก็ไม่ทราบร่วงลงมารัดคอ นายจีรศักดิ์ อย่างแรง จนหายใจไม่ออกทำให้ตกใจ ระหว่างนั้น น.ส.พรรณี เอามือช่วยปัดออกให้พ้นคอจึงถูกรัดมือไปด้วย จนรถจยย.ล้มลง หลังจากนั้นกู้ภัยก้มารับตัวไปส่งโรงพยาบาล โดยมีภาพที่เกิดเหตุที่เพื่อนๆ ถ่ายเอาไว้ส่งมาให้ดู จึงทราบว่า มีไฟชอร์ตสายไฟฟ้าบริเวณเสาไฟ ทำให้สายสื่อสารต่างๆ โดนไหม้ไปด้วย และได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ฤทธิเดช ชอบจิตร์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ดอนหัวฬ่อ เอาไว้แล้ว

นายจีรศักดิ์ เผยว่า ตอนแรกมีรถจยย.วัยรุ่นที่อยู่ข้างหน้าหลบทัน แต่ตนไม่เห็นมารู้อีกทีก็ถูกสายไฟพันคอแล้ว ตอนสายไฟร่วงลงมาปาดคอเจ็บมาก เหมือนมีดมากรีดคอ คิดว่าคงต้องตายแล้ว ฝากผู้เกี่ยวข้องให้มารับผิดชอบด้วย ตนมีลูกยังเล็กและคนกับภรรยาก็ทำงานเป็นรายวัน ขาดงานไปก็ไม่มีเงิน อยากให้ช่วยมาดูแลหน่อย

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูที่เกิดเหตุ ก็พบว่ามีหน่วยงานสายสื่อสารหลายบริษัท มีการซ่อมเดินสายใหม่ และมีสายเก่าระโยงระยางร่วงลงพื้นเต็มไปหมด ที่เสาไฟฟ้าข้างทางก็พบว่ามีรอยไฟไหม้เสียหายเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และจะได้ประสานงานไปยังการไฟฟ้าและเจ้าของสายสื่อสารต่างๆ มาสอบสวน เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป