หนุ่มกรุงฯหอบเมีย-ลูก1ขวบขึ้นเชียงราย รับจ้างขนไอซ์-ยาเสียสาว 175 กิโล

หนุ่มกรุงฯหอบเมีย-ลูก1ขวบขึ้นเชียงราย รับจ้างขนไอซ์-ยาเสียสาว 175 กิโล

วันที่ 29 พ.ค. ร.ต.ท.นิคม ธรรมวงศ์ษา รอง สวป.สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการด่านตรวจ สภ.แม่พริก ตั้งด่านตรวจอยู่บนถนนพหลโยธิน หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง ได้รับการประสานงานจาก พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญรอง รอง ผบช.ภ.5 ให้สกัดจับรถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 5 กบ 9885 กทม.ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบขนยาเสพติด

จากนั้นเมื่อพบรถมิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ตามที่ได้รับแจ้งจึงเรียกขอตรวจค้น โดยมี นายอัศกร บุญฤทธิ์ อายุ 29 ปี  อดีตพนักงานโรงงาน ผลิตสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่อง พร้อมรถยนต์ของกลาง ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพมหานคร เป็นคนขับ มาพร้อมกับภรรยา และลูกอายุ 1 ขวบ จากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ให้นายเดชาวัตนำรถเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ปรากฎว่าเจอสิ่งแปลกปลอมซุกซ่อนอยู่ในลำโพงเครื่องเสียงด้านหลัง เมื่อเปิดออกดูก็พบไอซ์ 100 ก.ก. และเคตามีน หรือ ยาเค หรือยาเสียสาว อีก 75 ก.ก. จึงคุมตัวไปสอบสวนขยายผล

สอบสวนนายอัศกร รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้าง 4 แสนบาท ให้มารับรถมิตซูบิชิปาเจโร่ คันนี้ที่ห้างโลตัส อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยไม่รู้ว่าจะให้ขับไปที่ไหน แต่จะมีรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน สย 4207 กทม. ขับนำทางและคอยดูลาดเลาให้ จากนั้นก็ขับออกมาจากจ.เชียงราย จนกระทั่งมาถูกจับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ประสานด่านตรวจและจุดสกัด เฝ้าสกัดจับรถกระบะอีซูซุตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี จนกระทั่งตำรวจนครสวรรค์ สกัดจับ นายเดชาวัต สุขชู ขับรถยนต์กระบะอิซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน สย 4207 กรุงเทพมหานคร ได้ที่ด่านตรวจพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ พร้อมรถยนต์ของกลาง ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพมหานคร จึงส่งตัวให้ตำรวจ สภ.แม่พริก นำตัวไปแสอบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ขอโทษพ่อทั้งน้ำตา สาววัย 13 กลับบ้านแล้ว พ่อรับเสียใจทำลูกหนีออกจากบ้าน

จากกรณี นายยงยุทธ จินดาสุข อายุ 61 ปี อดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่า ด.ญ.เพ็ญ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หายออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา และไม่สามารถติดต่อได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น .

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก พล.ต.ต.พิเชษฐ์ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ว่าหลังจากปรากฏข่าว ตนได้สั่งเจ้าหน้าที่ทุกโรงพักรวมทั้งชุดสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ สืบสวนติดตามหาทันทีและได้ประสานไปยังพ่อของเด็ก และทราบต่อมาว่าน้องเพ็ญ ได้กลับมาบ้านแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 555/111 หมู่บ้านดีญ่า หมู่ 4 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ก็พบ นายยงยุทธ และ น้องเพ็ญ อยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว โดย นายยงยุทธ ได้กล่าวขอบคุณผู้สื่อข่าวที่นำเสนอข่าวจนลูกสาวเห็นข่าวและกลับมาที่บ้านเอง พร้อมทั้งขอโทษตนด้วย

นายยงยุทธ เปิดเผยว่า ตนยอมรับผิดที่โกรธลูกสาว เพราะไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วกลับบ้านดึก จึงได้ต่อว่าและพลั้งปากไล่ลูกออกจากบ้าน ด้วยความโมโหไม่ฟังเหตุผลของลูกเลย ทำให้ลูกสาวได้หนีออกไปจากบ้านในตอนนั้น เสียใจมาก เป็นห่วงเพราะลูกสาวอายุยังน้อย หวั่นเกิดอันตรายหรือถูกล่อลวงได้ ต่อไปจะไม่ดุด่าลูกสาวด้วยอารมณ์แล้วจะใช้เหตุผลพูดจากัน

ด้าน น้องเพ็ญ กล่าวว่า ตอนที่ถูกพ่อต่อว่า เรื่องกลับบ้านดึกนั้น ตนก็ได้บอกกับพ่อถึงสาเหตุที่กลับบ้านดึกแต่พ่อไม่ฟัง ถึงกับไล่ตนออกจากบ้าน ด้วยความน้อยใจ จึงได้ออกจากบ้านไปทันที แล้วไปหาป้าที่ขายของอยู่ที่การเคหะหนองหอย ติดกับร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติกและสายรัดกล่องราคาถูกอ.เมืองเชียงใหม่

“ตอนไปนั้นก็ไม่มีเงินติดตัวซักบาท จึงไปช่วยป้าขายของ และวันนี้คิดว่าจะกลับบ้านมาขอโทษพ่อ ทำให้พ่อเป็นห่วง ประกอบกับมีข่าวออนไลน์ออกมาด้วย จึงได้รีบติดต่อมายังพ่อและรีบกลับบ้านมาขอโทษพ่อทันที รู้แล้วว่าพ่อรักและห่วงที่ไล่ออกจากบ้าน เพราะพ่อพูดไปด้วยความเป็นห่วง หนูเสียใจมาก ต่อไปจะไม่ทำนิสัยแบบนี้อีกแล้ว “หนูขอโทษพ่อ” น้องเพ็ญ กล่าว

หักหลบเก๋ง 6 ล้อขนส่ง “เคอรี่” พุ่งตกสะพานข้ามแม่น้ำ สูง 30 เมตร

รถบรรทุก 6 ล้อ บริษัท “เคอรี่” ตกสะพานข้ามแม่น้ำปี สูง 30 เมตร ที่นครศรีธรรมราช พลิกตะแคง คนขับ-แฟนสาว เจ็บ เผยเจอเก๋งขับแซงเข้ามาในเลน ด้วยความตกใจ เลยหักหลบ โดยไม่ได้เหยียบเบรก …

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 15 มี.ค. พ.ต.ท.สัมพันธ์ วัฒนสงค์ สว.(สอบสวน) สภ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถบรรทุกหกล้อตกสะพานแม่น้ำตาปีมีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายเอเชียฝั่งขาล่อง หมู่ 7 ต.ถ้ำพรรณรา หลังรับแจ้งเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยมูลนิธิประชาร่วมใจถ้ำพรรณรา พบประชาชนจำนวนมาก จอดรถข้างทางทั้งสองฝั่ง ลงมาดูเหตุการณ์ ตำรวจจราจรต้องคอยมาอำนวยความสะดวก เนื่องจากรถที่ผ่านไปมาติดยาว

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกหกล้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 64-5311 กรุงเทพมหานคร ไถลตกลงไประหว่างช่องว่างของสะพานทั้งสองฝั่ง ลงไปติดอยู่บนเนินดิน ใกล้กับแม่น้ำตาปี ที่ความสูงราว 30 เมตร สภาพรถพังยับ กระจกแตก ที่นั่งคนขับกระเด็นออกจากตัวรถ ชิ้นส่วนอะไหล่กระจายเกลื่อน ส่วนคนเจ็บ เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจช่วยกันนำส่ง รพ.ถ้ำพรรณรา

ทราบชื่อ นายธวัชชัย คลองเมืองแสง อายุ 36 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี คนขับ ได้รับบาดแผล มีแผลถลอกตามร่างกาย เท้าทั้งสองข้างมีแผลฉีกขาด มีอาการแน่นหน้าอก ปวดศีรษะ อีกคนคือ น.ส.สุณีรัตน์ กลับแก้ว อายุ 21 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ แฟนสาวที่นั่งมาด้วย ตามร่างกายมีแผลถลอกและฉีกขาด มีอาการแน่นหน้าอก แพทย์ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนให้กลับบ้านได้

สอบสวน นายธวัชชัย พนักงานขับรถให้การว่า ขับรถรับส่งพัสดุบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส มากับแฟนสาว ออกจากบริษัท จ.สมุทรปราการ เพื่อนำพัสดุไปส่งให้ลูกค้า แถวโรงงานจำหน่ายสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่อง จ.สงขลา ตอนเช้าตรู่ มีรถเก๋งขับแซงเข้ามาในเลนที่ตนกำลังขับอยู่ ด้วยความตกใจ จึงหักพวงมาลับหลบโดยที่ไม่ได้เหยียบเบรก ทำให้รถเสียหลักไถลตกลงไปในช่องว่างระหว่างสะพานทั้งสองฝั่ง ที่มีความสูงราว 30 เมตร ก่อนจะพลิกตะแคงพังเสียหาย ไปติดอยู่บนเนินดินใกล้กับแม่น้ำ ทำให้ตนกับแฟนสาวที่นั่งมาด้วยบาดเจ็บเล็กน้อย โชคดีที่ช่วงนี้น้ำในแม่น้ำตาปีตื้น มองเห็นเนินทราย ไม่เช่นนั้นคงจะจมลงไปอยู่ในแม่น้ำ และเสียชีวิตก็ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

หนุ่มไปกินเลี้ยงงานแต่ง แต่กลับไม่ถึงบ้าน ควบเก๋ง ส่ายไปมา เสยท้ายสิบล้อสนั่น พังยับ

หนุ่มไปกินเลี้ยงงานแต่ง แต่กลับไม่ถึงบ้าน ควบเก๋ง ส่ายไปมา เสยท้ายสิบล้อสนั่น พังยับ

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 5 มี.ค. พ.ต.ท.ผดุงศักดิ์ ไชยโย สว.(สอบสวน) สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ-กู้ภัย อบต.หนองหล่ม กู้ชีพ-กู้ภัยเทศบาลห้างฉัตรแม่ตาล และกู้ภัยสว่างนครลำปาง นำอุปกรณ์ตัดถ่างรุดเข้าตรวจสอบเหตุรถเก๋งชนท้ายรถสิบล้อ ริมถ.จามเทวีลำปาง-ห้างฉัตร (สายเก่า) หน้าโรงงานทำตะเกียบ ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 70-6541 เชียงใหม่ จอดอยู่ข้างทาง ท้ายรถมีร่องรอยการถูกชน ใกล้กันพบรถเก๋งฮอนด้า ซิตตี้ สีเทา หมายเลขทะเบียน 2กม1810 กรุงเทพฯ จอดอยู่ในสภาพ หน้ารถพังยับ ภายในรถพบคนขับถูกอัดก๊อบปี้ เสียชีวิตติดคาซากรถ กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่าง งัดนำร่างออกมา ทราบชื่อคือ นายธีรพงศ์ มาละใจ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 ม.9 บ้านป่าไคร้ ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

จากการสอบสวนเบื้องต้น คนขับรถบรรทุกสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่อง ให้การว่า ขณะกำลังขับรถมุงหน้ากลับ จ.เชียงใหม่ พอมาถึงจุดเกิดเหตุ สังเกตกระจกมองข้าง พบรถเก๋งคันดังกล่าวขับตามหลังในลักษณะส่ายไปมาที่กลางถนน จึงขับรถชิดเข้าเลนซ้ายสุด สักพักมีเสียงชนดังสนั่นที่ท้ายรถ จึงรีบจอดรถและลงมาดู ก่อนพบว่า รถเก๋งได้ขับเข้ามาชนท้ายรถจนพังเสียหาย จากนั้นได้โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ

ส่วนผู้เสียชีวิต พบว่า เพิ่งกลับจากกินเลี้ยงงานแต่งในตัวเมืองลำปาง กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านที่ ต.หนองหล่ม แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บุกจับ 2 วัยรุ่น ค้ากัญชาผ่านไลน์ ส่งพัสดุบริษัทดัง เผยรายได้นับแสนต่อวัน!

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.งานสายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง ผกก.งานสายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 ร่วมกันจับกุมนายธนบรรณหรือมด นิยม อายุ 20 ปี และนายกิตติเชษฐ์หรือก๊อต แซ่เอีย อายุ 21 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งจำนวน 61.3 กิโลกรัม ใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 11 มม.จำนวน 6 นัด โดยจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 8 หน้าร้านจำหน่าย สายรัดพลาสติก หรือ สายรัดกล่องถนนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก


พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีการซื้อขายยาเสพติดประเภทกัญชา ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยเป็นกลุ่มปิด จากนั้นจะมีการส่งยาเสพติดผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนชื่อดัง เจ้าหน้าที่จึงทำการประสานขนส่งดังกล่าวและเฝ้าดู ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นพบกล่องพัสดุที่ภายในบรรจุกัญชาอัดแท่งจำนวน 25 กล่อง น้ำหนักรวม 37.2 กิโลกรัม และเฝ้าดูพฤติกรรมคนร้าย กระทั่งช่วงบ่ายคนร้ายได้นำพัสดุมาส่ง ภายในมีกัญชาอัดแท่งจำนวน 1.1 กิโลกรัม ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุม ก่อนนำตัวมาตรวจค้นห้องพักเพื่อขยายผล


จากการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 207 ภายในอาคารพีเอ็น คาร์บิน ซอยเชื่อมสัมพันธ์ 6 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก เจ้าหน้าที่พบกัญชาอัดแท่งอีกจำนวน 23 กิโลกรัม รวมทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ 61.3 กิโลกรัม สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำมาแล้ว 2 เดือน โดยสั่งซื้อกัญชาผ่านทางเครือข่ายออนไลน์มาอีกที ในราคากิโลกรัมละ 5,000 บาท และจะมีคนนำของมาทิ้งไว้ให้ จากนั้นพวกตนจะนำมาแพ็กขายต่อให้กับลูกค้าในราคากิโลกรัมละ 7,000 บาท วันหนึ่งจะขายได้ประมาณ 20 กิโลกรัม ส่วนมากเป็นลูกค้าต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเขตภาคใต้ ส่วนใบกระท่อมนำมาต้มกินกันเอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 5 กัญชาเพื่อครอบครองและจำหน่าย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป


ทหารพรานหนุ่ม วัย 27 หึงโหด รัวยิงม่าย 41 ดับสยอง ก่อนลั่นไกเจาะขมับฆ่าตัว

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 9 พ.ย. พ.ต.ต.พรชัย ประพิณ สว.(สอบสวน) สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยกู้ภัยมังกรศรีบุญเรือง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหน้าร้านหนิง หนิง นาฬิกา บริเวณด้านหลังบริษัทผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องที่อยู่ติดบขส.ศรีบุญเรือง หลังรับแจ้งเหตุยิงกัน พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง ทราบชื่อคือ นางลำใย ประวัติ อายุ 41 ปี นอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วรีบนำส่ง ร.พ.ศรีบุญเรือง และส่งต่อไปที่ ร.พ.หนองบัวลำภู แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีบาดแผลถูกยิงที่ท้อง 1 นัด คางทะลุลำคอ 1 นัด และแขนซ้าย 1 นัด

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจที่เกิดเหตุ ได้รับแจ้งมีคนยิงตัวตายที่หน้าบ้านนายอำนวย ประพันธ์พินิจ อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 341/2 หมู่ที่ 13 บ้านสันติสุข ห่างจากจุดเกิดเหตุแรกประมาณ 100 เมตร พบศพ อส.ทพ.วีรพงษ์ ไตรณรงค์ อายุ 27 ปี สังกัดกรมทหารพรานที่ 22 จ.นครราชสีมา สวมกางเกงขาสั้น เสื้อคลุมลายพราง ใช้ปืนพกซีแซด ขนาด 9 ม.ม. ยิงขมับตัวเองเสียชีวิต หน้ารถปิคอัพโตโยต้า ทะเบียน บน 7746 อุดรธานี ที่ไฟหน้ารถด้านซ้ายพบรอยและกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 1 นัด หว่างขาพบปืนที่ก่อเหตุตกอยู่ ใกล้ต้นขาซ้ายพบกระสุนปืนอีก 1 นัด แพทย์เวร และตำรวจวิทยาการเข้าร่วมตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตร พร้อมเก็บหลักฐานต่าง ๆ ทั้งสองจุด

สอบสวน น.ส.ชัญญภัทร บุศบิน อายุ 20 ปี ลูกของนางลำใย เให้การว่า แม่ได้ขับรถปิคอัพสี่ประตู ยี่ห้อฟอร์ด สีทอง ทะเบียน กง 6996 หนองบัวลำภู พาตนและนายวีรพงษ์ มาที่ บขส.ศรีบุญเรือง เพื่อส่งนายวีรพงษ์ แฟนใหม่ของแม่ขึ้นรถทัวร์ไปกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างทางทั้งคู่ทะเลาะกัน เมื่อถึง บขส. ตนก็ลงไปซื้อตั๋ว

น.ส.ชัญญภัทร กล่าวต่อว่า ขณะกำลังเดินกลับมาที่รถก็เห็นทั้งสองคนมีปากเสียง แล้วนายวีรพงษ์ก็ชักปืนมายิงแม่ ตนจึงวิ่งไปบอกคนขายตั๋วช่วยแจ้งเหตุ และเรียกกู้ชีพมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่แม่ก็เสียชีวิต ส่วนสาเหตุคงเป็นเรื่องหึงหวง ซึ่งนายวีรพงษ์คบหากับแม่ได้เพียง 4 เดือนผ่านโซเชี่ยล ก่อนจะเดินทางมาหาแม่ที่บ้าน เจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นกันต่อไป

ทลายแหล่งผลิตเหล้าปลอม! ผสมเองกรอกลงขวดยี่ห้อดังส่งขายผับทั่วประเทศ

วันที่ 17 ต.ค. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว นายธรรมศักดิ์ ลออเอี่ยม ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต และนายวิวัฒน์ เขาสกุล ผอ.สำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 114/9 หมู่ 13 หมู่บ้านคัลเล่อร์ที่อยู่เเถวบริษัทผลิตสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องรายใหญ่ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ภายหลังสืบทราบว่า ลักลอบจำหน่วยสุราต่างประเทศผิดกฎหมาย จากการเข้าตรวจค้นพบ นาย ลี ซี เกียง อายุ 48 ปี ชาวมาเลเซีย และ นายสิทธิพงษ์ วันทา 30 ปี กำลังช่วยกันกรอกส่วนผสมสุราต่างประเทศยี่ห้อต่างๆ ลงขวดเปล่าที่เตรียมไว้พร้อมฝาปิดผนึกและแสตมป์อากรของกรมสรรพสามิต โดยมีกล่องบรรจุสุราต่างประเทศยี่ห้อต่างๆจำนวนมากวางอยู่เต็มห้อง เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมทันที พร้อมของกลางสุราต่างประเทศยี่ห้อดังที่บรรจุขวดแล้วเตรียมส่งขายให้ลูกค้าจำนวนมาก

สอบสวนทั้งคู่รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายเดวิท สัญชาติมาเลเซีย จ้างวันละ 1 พันบาทต่อคน โดยนำส่วนผสมสุราต่างประเทศที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียมาผสมกับส่วนผสมอื่นๆและน้ำเปล่าเทบรรจุใส่ขวดและปิดฝาปิดแสตมป์อากรสรรพสามิต เอาใส่กล่องบรรจุใส่ลังซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดขนขึ้นมาจากภาคใต้ จากนั้นนำส่งขายให้ลูกค้า ที่สั่งซื้อทางไลน์ที่ใช้ชื่อไลน์ว่า “มาซ่า” ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสถานบันเทิงตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในประเทศไทย ส่วนสถานที่การผลิตจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การเข้าจับกุมในครั้งนี้ได้ร่วมกับตำรวจพื้นที่ร่วมกันติดตามมาพักใหญ่แล้ว จนทราบเป็นที่แน่ชัดและสถานที่นี้เป็นการขยายผลเบื้องต้น ซึ่งเราคงต้องมีการติดตามต่อไป เพราะว่าผู้กระทำผิดที่จับกุมได้ในครั้งนี้เคยกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาหลายครั้งแล้ว เท่าที่เช็กประวัติมาเบื้องต้น ซึ่งอาจเป็นทีมงานเดิมส่วนตัวการใหญ่คงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่สืบค้นสักระยะหนึ่งโดยต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้เพื่อขายซึ้งสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต ก่อนควบคุมตัวสองผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งสำนักงานคุมครองผู้บริโภค เพื่อทำการสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แทงไม่หนำใจ! ลากเอ็ม 16 กราดยิงถล่มบ้านอริพรุน สาวถูกลูกหลงสาหัส

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ์ ธนพศุตม์กุล ร้อยเวรสอบสวน สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจากนายวานิช สุขสง่า อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 6 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่า มีคนร้ายขับรถกระบะบุกเข้ามาในบ้านที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติกหรือสายรัดกล่องราคาปลีก-ส่ง แล้วใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มบ้าน มีเพื่อนบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่นำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังหลบซ่อนกันอยู่ในบ้าน เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดกลัว หลังเข้าไปถึงจึงได้รีบพาผู้บาดเจ็บชื่อ น.ส.เพ็ญนภา พารีสุข อายุ 27 ปี ถูกลูกกระสุนปืนเอ็ม 16 เข้าที่เอว 1 นัด และขาอีก 2 นัด ส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ ตรวจสอบพบว่าที่ฝาของบ้านซึ่งเป็นปูน มีรอยกระสุนยิงเข้าไปหลายนัด บางนัดทะลุเข้าไปในบ้าน

สอบสวนนางไพรินทร์ กลั้วกระโทก อายุ 29 ปี ภรรยาของนายวานิช ที่ยังอยู่ในอาการตกใจ เล่านาทีระทึกขวัญว่า จู่ๆ มีรถกระบะวิ่งเข้ามาที่หน้าบ้าน ก่อนใช้ปืนเอ็ม 16 สาดกระสุนใส่บ้านเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตนรีบวิ่งไปอุ้มลูกชายวัย 8 ขวบกับ 10 ขวบ หลบลูกกระสุน พอเสียงปืนสงบพบว่า เพื่อนบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายวานิช สุขสง่า เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นมีนายสิทธิชัย หรือตุ้ม เนรัญชร พร้อมแฟนสาว ซึ่งเป็นเพื่อนของนายบุญส่ง และนายลอง พ่อของนายบุญส่ง มาที่บ้านตน เพื่อพูดคุยกันถึงเรื่องเก่าที่นายธีรยุทธ ลูกชายตน ไปมีเรื่องชกต่อยกับนายบุญส่ง แต่พูดกันได้ไม่กี่คำ นายสิทธิชัยก็คว้าเหล็กขูดชาร์ปจะมาแทงตน แต่ลูกชายตนเข้ามากันไว้ จึงถูกเหล็กขูดชาร์ปแทงเข้าบริเวณชายโครง

นายวานิช กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นนายสิทธิชัยยังชักปืนจ่อหัวตนอีก ตนจึงไปแจ้งความไว้ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้มีการไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน แต่พอ 4 ทุ่มเศษก็มีรถกระบะนำปืนเอ็ม 16 เข้ามายิงถล่มบ้านอีก ซึ่งในที่เกิดเหตุตำรวจสามารถเก็บปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ได้จำนวน 2 ปลอก และส่งกำลังตำรวจออกติดตามตัวรถกระบะที่ก่อเหตุแล้ว

ด้านนายบุญเลิศ จันทร์รินร์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190 หมู่ที่ 1 ต.ฝากห้วย อ.อรัญประเทศ กล่าวว่า ตนกับ น.ส.เพ็ญนภา ภรรยา มีอาชีพทำขนมโตเกียวขายที่หน้าโรงเรียนสำเร็จ ส่วนนายวานิชกับ น.ส.ไพรินท์ ก็ขายน้ำปั่นอยู่ที่เดียวกัน ไม่นึกว่าจะมีเรื่องรุนแรง จนเป็นเหตุทำให้ภรรยาของตนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ไม่น่าทำกันรุนแรงขนาดนี้ เนื่องจากคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวต้องรับเคราะห์ไปด้วย

ตลบมุ้งรวบ ไอ้โหดฆ่าแฟน หนีคดี3ปี เคยชกท้อง-เวียนเทียนข่มขืนสาว ตั้งแต่อายุ 14

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 22 ส.ค.ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส พ.ต.ท.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป.

พร้อมกำลังเข้าจับกุม นายพรสิน มงคลมะไฟ อายุ 35 ปี อดีตพนักงานโรงงานผลิตสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องรายใหญ่เเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 5 ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ 38/2558 ลงวันที่ 14 มี.ค. 2558 และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง” ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 434/2551 ลงวันที่ 28 ส.ค. 2551

พ.ต.อ.อรุณ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุฆ่าน.ส.กฤษณา ศรีพาย หรืออ้อย ผู้ตาย ซึ่งเป็นแฟนสาว เมื่อวันที่ 13 มี.ค.58 เวลาประมาณ 23.00 น. นายพรสินไปหาผู้ตายที่บ้าน เนื่องจากจับได้ว่ามีผู้ชายมาติดพัน เลยเกิดความหึงหวง ถึงขั้นมีปากเสียงกัน

ผู้ต้องหาโมโหเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ก่อนหยิบเอาสร้อยทองคำไปด้วย 3 เส้น และขี่รถจยย.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.ผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวต่อว่า ส่วนความผิดคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ก.ค.2551 ผู้เสียหาย ซึ่งขณะเกิดเหตุมีอายุ 14 ปี พร้อมญาติลูกพี่ลูกน้องได้ไปหาเพื่อนที่บ้านห้วยปลาโด หมู่ 5 ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อไปถึงมีกลุ่มผู้ต้องหากำลังนั่งดื่มสุราอยู่ที่บ้านเกิดเหตุ

ต่อมาญาติของผู้เสียหายที่ไปด้วยกันได้ออกไปข้างนอกกับเพื่อนชาย ปล่อยให้ ผู้เสียหายนั่งอยู่กับกลุ่มผู้ต้องหาประมาณ 3 คน ในขณะที่ผู้เสียหายเผลอ นายพรสินเดินเข้ามาแล้วใช้หมัดชกที่ท้องจนหมดสติไป จากนั้นถูกลากตัวไปหลังบ้าน แล้วกลุ่มผู้ต้องหาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันข่มขืนเสร็จแล้วก็หลบหนีไป

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวอีกว่า ต่อมาสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ อพาร์ตเมนท์ไม่มีชื่อ ภายในซ.ประชาอุทิศ 21 แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพ จึงร่วมกันวางแผนและเข้าจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ในคดีฆ่าผู้อื่นฯ และขอให้การปฏิเสธ ในคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นฯ จึงนำตัวส่งให้สภ.ภูกระดึง ดำเนินคดีต่อไป

ไม่มีกกน.ตั้งแต่ต้น! ‘เอ็ม’ยัน รับมีเซ็กซ์ ‘น้ำหวาน’ ก่อนเก๋งชนดับ ตร.ฟันข้อหาข่มขืน

คลี่ปม-ตายในรถ นํ้าหวาน ฟัน เอ็ม ข้อหา ข่มขืน ยอมรับมีสัมพันธ์-ก่อนขับชน ยันเป็นอุบัติเหตุ-ตร.เค้นหนัก ญาติยังติดใจ-กางเกงกลับด้าน เจ้าตัวยอมรับก่อนเกิดเหตุ ขับออกจากสถานบันเทิงแล้วไปมีสัมพันธ์กันในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติกหรือสายรัดกล่องรายใหญ่เเห่งหนึ่ง ก่อนขับออกมาเกิดอุบัติเหตุรถชนจนน้องน้ำหวานเสียชีวิตดังกล่าว

จากกรณีพ่อแม่ของน้องน้ำหวาน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยชื่อดัง เข้าร้องเรียนมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีลูกสาวเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังประสบอุบัติเหตุรถชน เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา เหตุเกิดที่จ.หนองบัวลำภู โดยพบว่าสภาพศพสวมกางเกงยีนส์กลับด้านและไม่ได้สวมกางเกงใน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองหนองบัวลำภู นางปวีณา หงสกุล ปธ.มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางมาพร้อมพ่อแม่ของน้องน้ำหวาน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการ เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยมี พล.ต.ต.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยรองผบก. พ.ต.อ.ธนัช วิเสฎโฐ ผกก.สภ.เมืองหนองบัวลำภู โดยมีพ่อแม่และเพื่อนของน้องน้ำหวานมาร่วมติดตามคดีด้วย

พ.ต.ท.นิกร หอมอ่อน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี รายงานคดีว่า วันที่ 19 ก.ค.61 เวลา 02.30 น. รับแจ้งอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตที่ถนนสายหนองบัวลำภู-โนนสัง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 13 ก.ม. ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน กฉ-9742 อุดรธานี ชนติดกับต้นไม้ ริมถนนฝั่งขาเข้าตัวเมือง มี ผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณที่นั่งข้างคนขับ ทราบชื่อต่อมาคือ น้องน้ำหวาน (ขอสงวนชื่อและนามสกุล อายุ 21 ปี ชาวอ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงยีนส์ขาสั้น กู้ภัยคุณธรรมหนองบัวลำภู นำศพออกมาจากรถ นพ.สุริยันต์ ปัญหาราช แพทย์ร.พ.หนองบัวลำภู มาชันสูตรในที่เกิดเหตุระบุเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คอหัก มีญาติ ผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 ก.ม. มาที่เกิดเหตุและจากนั้นนำศพกลับไปบ้าน

ต่อมาญาติติดใจว่าจากสภาพศพพบผู้ตายสวมกางเกงขาสั้นเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า ซิปอยู่ด้านหลังไม่ได้รูด และไม่พบกางเกงใน จึงขอให้ตำรวจส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่ ร.พ.อุดร ธานี ในวันรุ่งขึ้น จากนั้นก็ได้ส่งไปที่ ร.พ.ตำรวจ ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตำรวจแจ้งข้อหา นายพลสันต์ รัตนพลที หรือเอ็ม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 1 ต.นามะเฟือง อ.เมืองหนองบัวลำภู คนขับรถ ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต โดยนาย พลสันต์ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และประกันตัวออกไป ขณะที่พนักงานสอบสวนก็ดำเนินการหาพยานหลักฐานและรอผลผ่าพิสูจน์จาก ร.พ.ตำรวจ

ล่าสุด นายพลสันต์เดินทางมาพร้อมครอบครัว และยอมรับกับเจ้าหน้าที่ ว่า มีเพศสัมพันธ์กับผู้ตายขณะเดินทางกลับบ้าน โดยแวะเข้าไปในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ก่อนจะขับรถออกไปประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราอีก 1 ข้อหา

นายเอ็ม ให้สัมภาษณ์ว่า วันเกิดเหตุไปเที่ยวดูหมอลำ เจอน้องน้ำหวานเป็นครั้งแรก เมื่อหมอลำจบ น้องชวนเข้าเมืองหนองบัวลำภู ไปเที่ยวที่บ้านบาวแดง แล้วก็พาไปเที่ยว ขากลับแวะที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง และมีสัมพันธ์กันบนรถ น้องเมาแต่ยังมีสติ ระหว่างมีอะไรกันก็ไม่ได้ปัดป้องอะไร มีการถอดเสื้อผ้าออกหมด เสร็จแล้วน้องก็เป็นคนใส่เสื้อผ้าเอง แล้วก็นั่งเอนอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าใส่กลับด้าน ทั้งนี้ยืนยันว่าน้องไม่มีกางเกงในมาตั้งแต่ต้น เมื่อเสร็จแล้วก็ออกจากโรงเรียน มาถึงจุดเกิดเหตุก็วูบไปแล้วก็ชนต้นไม้ หลังจากชนแล้วก็ตั้งสติ หันมาดูน้องเขา คิดว่าไม่เป็นไร ก็เปิดประตูไปหาคนมาช่วย น้องเขาเหมือนนั่งเฉยๆ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เดินไปหาคนช่วยจนกระทั่งเจอรถกู้ภัย ยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ

ขณะที่นางปวีณาเข้าพบกับคณะตำรวจและสอบถามความคืบหน้า พร้อมกับเข้าสอบถาม นายพลสันต์ ด้วยตนเอง โดยปิดห้องไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไป ก่อนจะออกมาร่วมประชุมกับคณะนายตำรวจที่ห้องประชุมชั้น 2

นางปวีณารับทราบข้อมูลจากตำรวจแล้ว แต่มีประเด็นที่ญาติติดใจสงสัยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ตายมีลักษณะร่าเริงเข้าคนง่าย มีแฟนแล้ว จะยอมไปกับคนแปลกหน้าและมีเพศสัมพันธ์โดยง่ายจริงหรือ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีการตระเตรียมวางแผนล่อลวง ผู้ตายไปกระทำมิดีมิร้ายหรือไม่ และที่ผ่านมาถึงแม้ตำรวจจะทำงาน แต่ก็มีข้อบกพร่องหลายอย่าง จึงขอให้ดำเนินการด้วยความรัดกุม โดยทาง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู รับปากจะดำเนินการให้ดีและเป็นธรรมที่สุด ยืนยันว่าไม่มีอิทธิพลใดๆ มาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ก็ขอให้ทางมูลนิธิช่วยเร่งรัดผลการผ่าพิสูจน์เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจ ขณะเดียวกันก็ จะรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างที่ญาติ ผู้เสียชีวิตติดใจ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ในวันที่ 19 ก.ค. น้องน้ำหวาน ซึ่งในช่วงปิดเทอมเดินทางกลับมาที่บ้านแม่ที่หมู่บ้านนามะเฟือง เพื่อมาหาญาติของแม่ โดยแม่เดินทางไปต่างประเทศ ใน วันเกิดเหตุมีดนตรีในตลาดนัดคลองถมในหมู่บ้าน ผู้ตายพบเพื่อนซึ่งเป็นทอม และเพื่อนชวนมาพบผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาให้การว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ร่วมกัน ก่อนจะพากันขึ้นรถคันเกิดเหตุมาเที่ยวสถานบันเทิงบ้านบาวแดง ในตัวเมืองหนองบัวลำภู

ทางพนักงานสอบสวน เผยว่า จากการสอบปากคำพยานระบุว่ามาถึงห้าทุ่มเศษ และมาพบเพื่อนผู้หญิงอีกคนในบ้าน บาวแดง จากนั้นประมาณตีหนึ่งผู้ต้องหา ออกมาที่รถ และเพื่อนได้มาส่งผู้ตายที่รถ โดยกล้องวงจรปิดหน้าบ้านบาวแดงเห็น ผู้ตายเดินออกมาในลักษณะไม่เหมือนเมาเหล้า จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งหลังจากญาติพบข้อสงสัยจึงขอให้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์และเข้าร้องเรียนมูลนิธิปวีณาดังกล่าว