เจ้านายช็อก! ปลุกคนขับรถ เท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เปิดประตูพบเสียชีวิตแล้ว

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ร.ต.อ.นพ จิ๋วแหยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพนียด รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตที่ในบ้านพักโรงงานรับจัดซื้อเเละนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่น ม.8 ต.พัฒนานิคม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม นคร88 อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักคนงานชั้นเดียว พบศพนายทองใบ ธพตะ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/19 หมู่ที่ 14 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ในสภาพสวมโสร่งสีแดงเพียงตัวเดียว นอนตะแคงซ้ายบนที่นอนตัวแข็งทื่อ จากการชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นไม่พบบาดแผล ไม่มีร่องรอยการต่อสู้และร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง

จากการสอบสวนเจ้าของโรงงานทราบว่า นายทองใบเป็นพนักงานขับรถของโรงงาน ปกติลุงทองใบจะตื่นแต่เช้าก่อนใคร จนเมื่อเวลา 07.00 น. ก็ยังไม่เห็นลุงทองใบตื่น จึงได้ไปเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบจึงได้งัดห้องพบว่าลุงทองใบนอนตายตัวแข็งทื่อแล้ว ปกติลุงทองใบมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เมื่อวานบ่นท้องเสีย ช่วงค่ำยังคุยกันอยู่ แต่ในคืนที่ผ่านมาสภาพอากาศหนาวเย็น อุณภูมิลดลง ลุงทองใบคงเผลอหลับโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อและห่มผ้า จนเป็นเหตุถึงชีวิต

เบื้องต้นร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำร่างลุงทองใบส่ง รพ.เพื่อพิสูจน์สาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนที่จะประสานญาตินำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

บุกจับหนุ่มขโมย บิ๊กไบก์ อ้างหาเงินเที่ยว แฉเคยฉกนาฬิกาหรูเมียนักแต่งเพลงดัง!

กองปราบ บุกจับหนุ่มวัย 29 คารีสอร์ตดังสมุทรสงคราม หลังก่อเหตุขโมย บิ๊กไบก์ อ้างหาเงินเที่ยวเตร่ และไม่มีงานทำ แฉประวัติก่อเหตุโชกโชน เคยขโมยนาฬิกาหรูของ หนึ่ง จักรวาล นักแต่งเพลงชื่อดังอีกด้วย พบมีหมายจับติดตัว 4 หมาย

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายพีรวัฒน์ แซ่เต็ง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/344 ซ.พหลโยธิน 48 แยก 20 แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.437/2561 ลงวันที่ 26 ต.ค. 2561 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการาจับกุม” จับได้ที่หน้าโรงแรมสุขใจรีสอร์ตที่อยู่ตรงข้ามบริษัทนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่น ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา นายพีรวัฒน์ ได้ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบก์ จากกลุ่มขายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ทางอินเตอร์เน็ต โดยจะทำทีโทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายตามเบอร์โทรศัพท์ที่ลงในเว็บไซต์ชื่อดัง ซึ่งผู้เสียหายได้ประกาศขาย รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบก์ ก่อนจะนัดวันเวลาขอดูสินค้า ทำสัญญาซื้อขายในวันถัดไป

เมื่อถึงวันเวลานัดหมาย นายพีรวัฒน์แสดงท่าทีมีกิริยาดีและการแต่งการภูมิฐานน่าเชื่อถือ จะพูดจาหว่านล้อมจนเหยื่อหลงเชื่อ ก่อนขอผู้เสียหายขับทดลอง ซึ่งทางผู้เสียหายได้ขอซ้อนท้ายไปด้วย แต่นายพีรวัฒน์อ้างว่าจะขับไปแค่ระยะทางใกล้ๆ จากนั้นพอสบโอกาสจึงได้ขับเร่งเครื่องหนีออกไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก

โดยได้ทรัพย์สินเป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์มูลค่า 600,000 บาทไป โดยนายพีรวัฒน์ได้ก่อเหตุมาอย่างโชกโชนในพื้นที่เตาปูน กรุงเทพฯ, อ.หนองไม้แดง จ.ชลบุรี มีหมายจับติดตัวอยู่ 4 หมายในคดีลักทรัพย์และฉ้อโกง

นอกจากนี้ ยังเคยขโมยนาฬิกาหรูกว่า 200,000 บาท ของภรรยานายจักรวาล เสาธงยุติธรรม หรือ หนึ่ง จักรวาล นักแต่งเพลงชื่อดัง ขณะเป็นคนขับรถ ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่เคยถูกจับไปแล้ว และออกมาทำพฤติกรรมเช่นเดิมอีก ก่อนมาถูกจับดังกล่าว

จากการสอบสวน นายพีรวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ทำจริงโดยมีสาเหตุจากต้องการเงินไปเที่ยวเตร่เพราะตนไม่มีอาชีพ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มขับกระบะเสียหลัก แหกโค้งหมุนขึ้นฟุตปาธ พุ่งชนป้ายรถเมล์พังยับ

หนุ่มขับกระบะเสียหลัก แหกโค้งหมุนขึ้นฟุตปาธ พุ่งชนป้ายรถเมล์พังยับ

เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 21 ก.ย. ร.ต.ท.พิเชฐศักดิ์ ปิยรัตินสถิตย์ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนป้ายรถเมล์พังเสียหาย บริเวณถนนรามอินทรา ขาออก แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานรถยกและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนรามอินทรา ใกล้วงเวียนบางเขน พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ฒข 8240 กทม. สภาพข้างรถด้านขวาพังเสียหาย ยางล้อหน้าขวาแตก ลักษณะรถพุ่งปีนขึ้นฟุตปาธชนฟาดกับป้ายรถเมล์พังเสียหายยับเยิน โดยมีนายเอกวุฒิ เอี่ยมจิตต์ อายุ 23 ปี พนักงานโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่นเป็นคนขับรถยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

นายเอกวุฒิ ให้การว่า ตนขับรถคันไปหาเพื่อนย่านสะพานใหม่ ระหว่างที่ขับรถกลับไปส่งเพื่อนอีกคน ย่านลาดปลาเค้า โดยใช้เส้นถนนรามอินทรา เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถเสียหลักหมุนปีนขี้นฟุตปาธ ก่อนพุ่งชนกับป้ายรถเมล์ ส่วนตนเองและเพื่อนที่นั่งมาด้วยปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

ล้อมจับยาบ้า 9 หมื่นเม็ด คาปั๊มน้ำมัน ตร.สุพรรณฯ ขยายผลถึงชานกรุง

ล้อมจับยาบ้า 9 หมื่นเม็ด ตร.สุพรรณฯขยายผล หลังจับพ่อค้ายารายหนึ่งในพื้นที่ ก่อนล่อซื้อยาจากเครือข่ายภาคเหนือ แต่เลื่อนจุดส่งมามาเรื่อย จนถึงปั๊มน้ำมันเเถวบริเวณบริษัทรับจัดซื้อเเละนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษลูกฟูกจากญี่ปุ่นรายใหญ่ ย่านแสมดำ รวบ 3 ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.ต.ท.ปกรณ์ จุ่นเขียว นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปราบปรามยาเสพติดชุดที่ 2 ภ.จว.สุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกับจับกุมตัวนายจีระพันธ์ ศรีสกุล อายุ 42 ปี ชาว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร น.ส.อัชรา ณฤทธิ์ อายุ 29 ปี ชาว อ.เคียนชา จ.สุราษฎร์ธานีและนายประสิทธิ์ แซ่ตั้น อายุ 37 ปี ชาว อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

พร้อมของกลางยาบ้า 45 มัด รวมประมาณ 90,500 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ แค๊ป 1 คัน ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง บนถ.พระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

สอบสวนเบื้องต้นนายประสิทธิ์ ให้การว่ามีคนรู้จักชื่อนายโอเล่ โทรให้มารับยาบ้าจากรถบรรทุกที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี มาส่งที่ปั๊มดังกล่าว กับที่จ.นครศรีธรรมราช

โดยให้ค่าจ้างในเบื้องต้น 5,000 บาท จึงชักชวนนายจีระพันธ์ กับน.ส.อัชรา สามีภรรยากัน มาด้วยเพราะมีรถยนต์

โดยนายโอเล่ บอกให้ติดต่อกับลูกค้าที่มาจากสุพรรณบุรี แลโทรคุยนัดหมายกัน จนมาถูกจับกุมตัวเสียก่อนที่จะทันนำยาบ้าไปส่งที่จ.นครศรีธรรมราช

ทั้งนี้เบื้องหลังการจับกุม เป็นการขยายผลมาจากที่ ตำรวจ ชปส.2 ภ.จว.สุพรรณบุรี สามารถจับกุมผู้ค้ายาบ้าได้ 1 ราย

พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผู้บังคับการฯ พ.ต.อ.วริทธิ์พงษ์ ทัฬหวรงค์ ผู้กำกับการสืบสวนจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.อ.กุญช์ภัสร์ หาญสมบูรณ์ เสนาธิการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 17

ร่วมกันสั่งการให้พ.ต.ท.ปกรณ์ ทำการขยายผล ถึงเครือข่ายผู้ค้ายาบ้ารายใหญ่ทางภาคเหนือ โดยได้ให้สายลับติดต่อล่อซื้อ นัดหมายส่งยาบ้าจำนวน 20 มัด ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

แต่พอถึงเวลานัดพ่อค้ายาบ้าเกิดระแวง ขอเลื่อนจุดส่งยาบ้าไปเรื่อยๆ จนล่าสุดนัดหมายส่งที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว จนนำมาสู่การบุกจับกุมตัวทั้งสามคนได้พร้อมของกลาง

ลังสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีต่อไป