พิษเศรษฐกิจ! เจ้าของพรีเวดดิ้งชื่อดัง ผูกคอดับ หนีหนี้กว่า 50 ล้าน ร่างทรงบอกตรง

ผูกคอดับ วันที่ 20 มี.ค. พ.ต.ต.จิรวัฒน์ อ่องสา สารวัตร (สอบสวน) สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งพบผู้ผูกคอเสียชีวิตอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านชั้น 2 ของร้านพรีเวดดิ้งแห่งหนึ่งติดกับร้านจำหน่าย เทปใส,เทปกาว ซึ่งเป็นร้านให้เช่าชุดแต่งงาน และจัดงานแต่งครบวงจร ถนนศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นครึ่ง 2 คูหา ซึ่งเปิดเป็นสตูดิโอ สำหรับถ่ายรูป พรีเวดดิ้ง ที่บริเวณกระจกหน้าร้านได้มีกระดาษเขียนข้อความว่า เป็นหนี้จ่ายด้วย และคำด่าที่หยาบคายมาติดอยู่ 4 แผ่น ส่วนที่ระเบียงด้านหน้าชั้น 2 พบศพ นายสมเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี เจ้าของสตูดิโอดังกล่าว ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับโครงเหล็กป้ายหน้าร้าน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน จากการตรวจสอบภายในห้องพบกระดาษที่คาดว่าผู้ตายน่าจะเขียนข้อความสั่งเสียเอาไว้ว่า “ขอโทษน้าและนันทาด้วยนะ ฝากแม่และฝนด้วยนะ เจอกันชาติอื่นๆ” เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายณรงค์ศักดิ์ กิตติไกรรันต์ อายุ 60 ปี เจ้าของอาคารที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ผู้ตายเพิ่งมาเช่าอาคารเพื่อเปิดเป็นสตูดิโอ ให้เช่าชุดแต่งงาน และจัดงานแต่งแบบครบวงจร ได้ประมาณ 3 เดือน แต่ระหว่างนั้นไม่เคยชำระค่าน้ำและค่าไฟและค่าเช่าอาคารเลย รวมทั้งถูกตัดไฟฟ้าแล้ว วันนี้จึงไปจ่ายค่าไฟฟ้า เนื่องจากประตูเหล็กม้วนด้านหน้าใช้ระบบไฟฟ้า และตั้งใจที่จะมาทวงถาม

พบว่าประตูเหล็กม้วนด้านหน้าปิดอยู่ จึงคิดว่าผู้เช่าน่าจะขนข้าวของหนีไปแล้ว เพราะไม่เคยมาจ่ายค่าเช่าเลย จึงประตูเข้าไปตรวจสอบ พบว่าประตูห้องที่ชั้น 2 ด้านหน้าถูกล็อกจากด้านใน จึงได้ให้ช่างปีนลงมาจากระเบียงชั้น 3 ลงมาเพื่อเข้าทางหน้าต่างในห้องชั้น 2 เพื่อไปปลดล็อก กระทั่งพบศพดังกล่าว ช่างจึงวิ่งลงมาตามให้ตนขึ้นไปดู และก่อนหน้านี้ทราบว่าผู้ตายมีหนี้สินอยู่หลายสิบล้าน และมีหมายศาลมาติดไว้ที่ร้านเก่าที่เปิดอยู่ในย่านถนนปู่เจ้าสมิงพรายเป็นจำนวนเงินสูงถึง 50 กว่าล้านบาท

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ นางจงกลนี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี แม่ของผู้ตายได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พอทราบว่าลูกชายผูกคอตายถึงกับเข่าอ่อน พร้อมทั้งเล่าว่า ตนติดต่อลูกชายไม่ได้มากว่า 1 สัปดาห์แล้ว และได้ตระเวนตามหาตามสถานที่ต่างๆ แต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งหมดหวังต้องหันไปพึ่งร่างทรงให้ดูว่าลูกชายตนอยู่ที่ไหน และร่างทรงได้บอกว่าลูกชายตนน่าจะกลับมาอยู่ที่ร้านในย่านถนนศรนครินทร์ ตนจึงได้เดินทางมาดู จนมาทราบเรื่องดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเครียดเรื่องหนี้สินที่ถูกฟ้องร้องอยู่ในขณะนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะมีปัญหาเรื่องหนี้สินกว่า 50 ล้านบาทที่ถูกฟ้องอยู่ในขณะนี้ และถูกเจ้าหนี้มาตามทวงรวมทั้งเขียนข้อความใส่กระดาษมาปิดไว้ที่กระจกหน้าร้าน ทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดหาทางออกไม่ได้ จึงตัดสินใจเขียนจดหมายสั่งเสีย ก่อนที่จะผูกคอตัวเอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


6ขวบ ยังผวาหนัก ไอ้หื่นวัย40 อุ้มด.ญ.เข้าป่า หวังขืนใจ ชาวบ้านรับไม่ได้ พฤติกรรมเสื่อม

จากกรณีที่ชาวบ้านโคกเขา ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ช่วยกันจับตัว นายบุญชู อายุ 40 ปี หลังพยายามล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.วัยเพียง 6 ขวบ โดยนายบุญชู อุ้ม ด.ญ.เข้าไปในป่าข้างทาง ห่างจากถนนราว 30 เมตร จากนั้นพยายามปิดปากไม่ให้ด.ญ.ร้องส่งเสียง โชคดีที่ ด.ญ. ดิ้นหลุด ก่อนวิ่งมาหายายด้วยอาการหวาดกลัวจนถึงร้านจำหน่าย เทปใส,เทปกาว แล้วร้องขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันนายบุญชู ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุ ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 2 มี.ค. นางเวียง อายุ 62 ปี ยายของด.ญ. และน.ส.ญาดา อายุ 31 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เดินทางเข้าให้การเพิ่มเติมกับ ร.ต.ท.หญิง พิชญานิน ปลั่งกลาง รองสว.(สอบสวน)สภ.เมือง บุรีรัมย์ โดยทั้งสองยืนยันว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นความจริง โดยระหว่างที่ญาติกำลังให้การกับตำรวจ ด.ญ.เอ มีอาการผวา โผเข้ากอดยายเป็นระยะๆ ในช่วงที่ตำรวจสวนถามถึงเหตุการณ์

นางเวียง เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับหลานนั้น หลาเล่าว่า ช่วงที่กำลังเล่นข้างถนนหน้าบ้าน นายบุญชู ได้อุ้มหลานวิ่งเข้าป่าพร้อมปิดปากหลานสาว ในขณะที่นายยุญชูกำลังแก้กางเกง ยังได้พูดขู่หลานอีกว่า ”อย่าไปบอกให้ยายนะ” แต่โชคดีที่หลานสามารถดิ้นหลุดออกมาได้ เมื่อตรวจสอบสภาพร่างกายหลานแล้วพบว่ามีรอยเล็บอยู่ที่แก้มหลาน ซึ่งคาดว่าเป็นรอยเล็บของนายบุญชู ระหว่างปิดปากหลานไม่ให้ส่งเสียงดัง

นางเวียง เผยต่อว่า นายบุญชู อยู่บ้านเดียวกันแต่คนละหมู่ เป็นคนไม่มีญาติ พ่อแม่เสียชีวิตแล้ว เป็นคนชอบดื่มสุราและมักจะมาเดินเล่นแถวบ้านเป็นประจำ การกระทำดังกล่าวของนายบุญชู ชาวบ้านรับไม่ได้ และยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด

ขณะที่ทางตำรวจเปิดเผยว่า เบื้องต้นนายบุญชู ให้การภาคเสธว่า ก่อเหตุอุ้มเด็กหญิงเข้าไปในป่าจริง แต่ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ทั้งนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหานายบุญชูแต่อาจเข้าข่ายความผิด “พรากผู้เยาว์” โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายเด็กและสอบสวนเพิ่มเติมก่อนดำเนินคดีต่อไป


หวิดเกิดอุบัติเหตุหมู่! หนุ่มหน้าตาดีเดินเปลือยกลางถนน ทำรถเบรกตัวโก่งนับสิบคัน

หนุ่มหน้าตาดีเดินเปลือยข้ามถนนตัดหน้ารถ เบรกหยุดรถจนตัวโก่งระนาวนับสิบคัน หวิดกลายเป็นอุบัติเหตุหมู่ หนุ่มโรงงานวัย 22 ปี เบรกไม่ทัน ขี่ จยย. พุ่งเสยท้ายรถกระบะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 ม.ค.) เวลา 22.45 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่กำลังใช้เส้นทางอยู่บนถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง (สิริโสธร) ว่ามีชายหนุ่มหน้าตาดี วัยประมาณ 30 ปี เดินแก้ผ้าเปลือยกาย เดินข้ามถนนไปมาที่บริเวณด้านหน้าหมู่บ้านการเคหะบ้านโพธิ์ (ลาดขวาง) ฝั่งตรงข้ามกับโรงงานผลิตรถยนต์ชื่อดังรายใหญ่แห่งหนึ่ง พื้นที่ ม.3 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จนทำให้เกือบเกิดอุบัติเหตุถูกรถยนต์พุ่งชนหลายครั้ง

ขณะที่หนุ่มโรงงานผลิต เทปใส,เทปกาว รายหนึ่งกำลังขับรถจักรยานยนต์มาบนถนนในเลนด้านขวาสุด ฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปยัง อ.บางปะกง จากทั้งหมด 3 ช่องจราจร ไม่สามารถที่จะเบรกหรือหยุดรถได้ทัน จนทำให้ตัวรถพุ่งชนเข้ากับด้านท้ายของรถกระบะที่กำลังเบรกหยุดรถแบบกะทันหันอยู่ด้านหน้า ส่งผลทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงอย่างแรง ตัวรถพังเสียหายยับเยิน และคันชนด้านท้ายของรถยนต์กระบะเสียหาย

ส่วนตัวของผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่นิ้วมือและรอยถลอกตามร่างกายเพียงเล็กน้อย แต่ในด้านความเสียหายกลับถูกทางฝ่ายของรถยนต์กระบะ ที่เดินทางมาจาก จ.ศรีสะเกษ พยายามที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย ให้เจ้าของรถจักรยานยนต์ชดใช้ให้อย่างหนัก จนไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ ก่อนที่จะถูกพาตัวไปลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐาน ยังที่ สภ.แสนภูดาษ

ขณะเดียวกัน หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ร.ต.อ.สังวาน เนื่องชมภู รอง สวป. สภ.แสนภูดาษ ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรงานป้องกันและปราบปราม พร้อมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ได้พยายามที่จะติดตามหาตัวชีเปลือยหนุ่มคนดังกล่าว

ใช้เวลานานถึงกว่า 30 นาที จนสุดท้ายสามารถค้นหาตัวจนพบ ขณะที่ชายคนดังกล่าวกำลังเดินอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ก่อนถึงทางสามแยกสัญญาณไฟคลองประเวศ และได้เข้าทำการควบคุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด

ทั้งนี้ จุดดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเดิมมาประมาณถึงเกือบ 2 กิโลเมตร แต่เมื่อทำการซักถามกลับไม่สามารถที่จะทำการสื่อสารหรือพูดคุยกันได้รู้เรื่อง ก่อนที่จะนำตัวเข้าไปควบคุมไว้ยังภายในห้องขัง เพื่อรอให้ญาติเข้ามาติดต่อขอรับตัวกลับไปดูแลต่อไป



กระบะหักหลบ จยย. ข้ามเลนประสานงารถตู้อย่างจัง เจ็บระนาว10

วันที่ 25 ธ.ค. ร.ต.ท.สราวุฒิ ศิลป์สาย รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ศรีมหาโพธิ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญปราจีนบุรี ว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนประสานงากับรถตู้โดยสารรับส่งพนักงาน บริเวณถนนสาย 3079 บ้านโคกไม้แดง มุ่งหน้า นิคม 304 มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังจากรับแจ้งจึงออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณถนนสายดังกล่าว ก่อนถึงหน้า อบต.ท่าตูม เล็กน้อย พบรถกระบะ นิสสัน นาวาร่า สีส้ม ทะเบียน บพ 5478 ปราจีนบุรี ขนส่ง เทปใส,เทปกาว สภาพด้านหน้าพังยับทั้งแถบ โดยมี นายธีระพันธ์ ดาศรี อายุ 29 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ยังพบรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ยี่ห้อโตโยต้า คอมมูลเตอร์ สีขาว ทะเบียน นข 4101 ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นรถตู้รับส่งพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งในเขตนิคม 304 สภาพด้านหน้าฝั่งคนขับพังยับเยินเช่นกัน โดยมีนายศิโรฒม์ เพชรสง อายุ 33 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ภายในรถยนต์ตู้ยังพบผู้โดยสารซึ่งเป็นพนักงานที่มากับรถ ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 8 ราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯได้ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายอีกครั้ง รวมผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 2 คัน จำนวน 10 ราย

นายศิโรฒม์ คนขับรถตู้ กล่าวว่า ตนกำลังพาพนักงานทั้งหมดไปโรงแรมแคนทารี โดยขับมาจากโคกขวาง ซึ่งขณะนั้นวิ่งอยู่เลนซ้าย เนื่องจากช่วงนั่นรถกำลังเยอะเป็นช่วงคนงานกำลังเลิกงาน พอมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะ ที่วิ่งสวนทางมา หักข้ามเลน ข้ามมาชนประสานงาเข้าอย่างเต็มแรง ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุตนเห็นแล้ว แต่ไม่รู้จะหลบไปทางไหนเนื่องจากรถอีกเลนก็วิ่งสวนเลนมา

ด้าน นายธีระพันธ์ คนขับกระบะ กล่าวว่า ตนได้ขับรถออกมาจากทาง ต.ท่าตูม เพื่อที่จะไปบ้านเพื่อน จะไปเก็บซองผ้าป่าที่จะเอาไปบ้านช่วงวันหยุดปีใหม่ พอมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขับมาปาดหน้า ทำให้ต้องหักหลบข้ามไปอีกฝั่งของถนน และไปชนกับรถคู่กรณีจนมีสภาพอย่างที่เห็น


โจ๋เร่งเครื่องจยย.แซงเก๋งแต่ไม่พ้น ชนประสานงา กันเต็มแรง ดับสลด 2 ศพ

สลดโจ๋ขี่จยย.แซงเก๋งแต่ไม่พ้น ชนประสานงา กับจักรยานยนต์ที่วิ่งสวนมาอย่างจัง สุดท้ายทนพิษบาดแผลไม่ไหวตาย 2 ศพ ตร.เร่งตรวจสอบวงจรปิดที่เกิดเหตุ

ชนประสานงา / เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หน่วยกู้ชีพเทศบาลเหนือคลอง เข้าตรวจสอบเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ตรงข้ามร้านจำหน่ายเทปใส และสก๊อตเทป ราคาถูก บ้านไร่ใหญ่ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 2 คัน ไม่ทราบสีและป้ายทะเบียน ล้มบนถนน สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระจายเกลื่อน พบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย อาการไม่รู้สึกตัว จับชีพจรไม่ได้ เจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัย จึงปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนนำส่งต่อโรงพยาบาลเหนือคลอง ก่อนที่ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย จะทนพิษบาดเเผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายธวัชชัย มาศโอสถ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.2 ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง และนายนัฐพงษ์ มาศหวัง 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 313 ม.1 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเกิดเหตุนายนัฐพงษ์ขี่รถจักรยานยนต์ มาจากคลองขนาน มุ่งหน้าไปทางตลาดเหนือคลอง ส่วนนายธวัชชัยขับมาจากเหนือคลอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ นายนัฐพงษ์เร่งเครื่องขับแซงรถยนต์คันหน้า แต่แซงไม่พ้น

ขณะที่นายธวัชชัยก็ขี่รถจักรยานยนต์สวนมาพอดี จึงชนประสานงากันอย่างจัง เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ ส่วนศพผู้เสียชีวิตทางญาติจะนำศพไปทำตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

พุ่งข้ามเลนไม่มีเบรก เก๋งอัดสิบล้อยับเยิน ดับสยองคาซาก 2 ศพ คนขับปางตาย

วันที่ 4 เม.ย. พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี สารวัตร (สอบสวน) สภ.เวียงคุก จ.หนองคาย รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณถนนหน้าตลาดบ้านเวียงคุก ต.เวียงคุก อ.เมือง จ.หนองคาย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.หนองคาย หน่วยกู้ภัยประจักษ์ กู้ภัยร่วมศรัทธาหนองคาย และกู้ภัยชบา 191

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีเงิน ทะเบียน กม-441 อุดรธานี จอดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันงัดซากนำร่างผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมา โดยคนขับเป็นชายไม่ทราบชื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวส่ง ร.พ.หนองคาย ส่วนผู้เสียชีวิต 2 คน นั่งอยู่ด้านหน้าผู้โดยสารข้างคนขับและด้านหลัง ทราบชื่อคือ นายสิทธิกร สุวรพันธ์ อายุ 32 ปี หนุ่มโรงงานจำหน่ายเทปใสและสก๊อตเทปราคาถูก ชาว ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย และ นายสมัคร ไชยปัญญา อายุ 33 ปี ชาว ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย ส่วนคู่กรณีเป็นรถสิบล้อบรรทุกดิน ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 80-8639 หนองคาย ด้านหน้ารถมีรอยชนยุบ โดยมี นายทอง จันบัวมี อายุ 47 ปี ชาว ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นคนขับ

จากการสอบถาม นายทอง เล่าว่า ตนเพิ่งเคลื่อนรถออกจากหน้าบ้านที่อยู่ริมถนน เดินรถมาได้เพียง 10 เมตร จู่ๆ ก็ถูกรถเก๋งที่กำลังมุ่งหน้าไปตัวอำเภอท่าบ่อ พุ่งข้ามเลนมาชนรถของตน โดยไม่ได้แซงรถใครเลยสักคัน และไม่มีรอยเบรก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ปิกอัพชนสยอง เสยท้ายรถบรรทุกอ้อย คนขับถูกอ้อยทิ่มหน้าดับ

ปิกอัพชนสยอง เสยท้ายรถบรรทุกอ้อย คนขับถูกอ้อยทิ่มหน้าดับ

ปิกอัพชนสยอง  /  เมื่อค่ำวันที่ 12 มี.ค. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ สุ่มมาตย์ รอง สว.(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรอำเภอปราสาท จ.สุรินทร์  รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 สุรินทร์ ว่าเกิดอุบัติเหตุ รถปิกอัพชนท้ายรถบรรทุกอ้อย

มีผู้ติดภายในรถบริเวณทางหลวงสาย 214 ปราสาท-กาบเชิง บริเวณสะพานบ้านหนองใหญ่ ม.2 ต.หนองใหญ่ อ.ปราสาท แถวร้านจำหน่ายเทปใส และสก๊อตเทปแห่งหนึ่ง

หลังได้รับแจ้งเหตุแล้ว จึงประสานรถพยาบาลฉุกเฉินโรงพยาบาลปราสาท พนักงานสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธรปราสาท อาสาสมาคมกู้ชีพสุรินทร์ จุดอำเภอปราสาท อาสากู้ชีพตำบลหนองใหญ่ เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ถฐ 3243 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนชนท้ายรถหกล้อบรรทุกอ้อยยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 81-8277 สุรินทร์ ในสภาพด้านหน้ามุดเข้าไปใต้ท้ายรถหกล้อที่บรรทุกอ้อยเต็มคันรถ ขวางการจราจร 1 ช่องทาง

ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ถฐ 3243 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนชนท้ายรถหกล้อบรรทุกอ้อยยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 81-8277 สุรินทร์ ในสภาพด้านหน้ามุดเข้าไปใต้ท้ายรถหกล้อที่บรรทุกอ้อยเต็มคันรถ ขวางการจราจร 1 ช่องทาง

ในรถปิกอัพพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน เป็นคนขับรถติดอยู่ภายในรถ มีแผลฉีกขาดที่ศีรษะและบริเวณใบหน้าเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ เนื่องจากถูกลำอ้อยทิ่ม เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยเหลือ นำผู้บาดเจ็บออกมา แต่พบว่าผู้บาดเจ็บไม่รู้สึกตัว ไม่มีชีพจรจึงปั๊มหัวใจ ก่อนจะเร่งส่งต่อให้รถพยาบาลฉุกเฉินช่วยเหลือแต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสมน สายบัวแดง อายุ 68 ปี ชาว ต.หนองใหญ่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ขณะที่นายพงศกร เกตุหอม อายุ 45 ปี คนขับรถหกล้อบรรทุกอ้อย ชาวบ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่เกิดเหตุ ให้การว่าบรรทุกอ้อยมาจากบ้านโนนทอง เพื่อไปส่งที่โรงงานน้ำตาลสุรินทร์ ต.ปรือ อ.ปราสาท

เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังสนั่นขึ้นบริเวณท้ายรถ จึงได้จอดรถลงไปดูและพบรถปิกอัพชนท้ายติดอัดก๊อบปี้ที่ท้ายรถบรรทุกและมีคนเจ็บติดภายในรถ ตนจึงได้โทร.แจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ

เบื้องต้นร.ต.ท.ณัฐวุฒิ ตรวจสอบและบันทึกภาพและข้อมูลในที่เกิดเหตุ สอบปากคำคนขับรถบรรทุกอ้อย และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เบื่อฟังแม่บ่น! ลูกชายเครียดโทรหาพี่สาวบอก “อยากผูกคอตาย” ก่อนจบชีวิตคาบ้าน

สุดสลด! น้องชายโทรหาพี่สาว บอกเครียด-เบื่อฟังแม่บ่น และ อยากผูกคอตาย พยายามปลอบใจและรีบกลับมาดูแต่ไม่ทัน น้องผูกคอเสียชีวิตคาบ้านแล้ว ด้าน แม่ร่ำไห้ใจจะขาด

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 13 ก.พ. พ.ต.ท.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 18/1 ม.3 ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี แถวโรงงานจำหน่ายเทปใส และสก๊อตเทปราคาถูกหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลโคกสำโรง และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุเป็นบานไม้สองชั้น ชาวบ้านที่ทราบข่าวได้เดินทางมามุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีเสียงร้องไห้ระงมไปทั่วบริเวณ ที่ชั้นสองของบ้านพบศพ นายทวีป แก้วปัญญา อายุ 38 ปี ใช้เชือกไนลอนสีเขียวผูกคอตัวเองโยงกับขื่อกลางบ้าน สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่จึงนำร่างลงมาเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมงซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการถูกทำร้าย

จากการสอบสวน นางสมศรี (นามสมมุติ) พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องชายอาศัยอยู่กับแม่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ และได้ทำงานอยู่ที่อู่ซ่อมเครื่องยนต์กับตนมาหลายปี นิสัยชอบดื่มสุรา แต่ก็ทำงานขยันขันแข็ง ส่งเงินให้แม่ใช้เป็นประจำไม่ขาด แต่แม่ก็บ่นว่า “อย่ากินเหล้ามาก” และบ่นทุกวัน จนเมื่อช่วงเวลาประมาณ 07.50 น. ยังไม่เห็นน้องเดินทางมาทำงาน

“แต่ทวีปได้โทรศัพท์มาบอกว่าเครียด อยากจะผูกคอตาย เบื่อฟังเสียงบ่น และมีเสียงร้องไห้ ซึ่งตนก็ได้แต่บอกว่าใจเย็นๆ แม่เขาบ่นเพราะเขาห่วง โดยที่ไม่คิดว่าหลังจากวางสายจากน้องชายแล้ว จะเป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย จนเวลาล่วงเลยไปนานก็เอะใจ จึงได้เดินทางมาดูน้องที่บ้านต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าน้องชายผูกคอตายไปแล้วจริงๆ” พี่สาว กล่าว

ขณะที่แม่ทราบข่าวได้เป็นลมล้มทั้งยืนต้องทำาการปฐมพยาบาลอย่างโกลาหล หลังจากนั้น ญาติพี่น้องได้พากันร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจ ทั้งนี้ ทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุของการตายและขอนำศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใกล้บ้านต่อไป

รวบโจ๋วัย 16 บุกลักทรัพย์กุฏิเจ้าอาวาส หาเงินแลกยาบ้า เสพวันละ 150 เม็ด

วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.ท.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอำนาจเจริญ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดสำราญ ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ หลังจากได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นเข้ามาลักทรัพย์ที่กุฏิของเจ้าอาวาส

เมื่อไปถึงได้ตรวจสอบภาพของคนร้ายที่กล้องวงจรปิดภายในกุฏิของเจ้าอาวาสจับไว้ได้ ทำให้ทราบว่าคนร้ายรายดังกล่าวคือ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี โดยทราบว่า นายบี ได้ไปเปิดห้องเช่า อยู่ที่โรงแรมทุ่งตะวันรีสอร์ทที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายเทปใสหรือสก๊อตเทปติดกล่องคุณถาพดี ราคาถูก ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงแรมดังกล่าว

ที่โรงแรมดังกล่าวพบนายบี อยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น ซึ่งระหว่างที่ตรวจค้นนายบี ได้แสดงอาการพิรุธลุกลี้ลุกลน โดยใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงข้างขวา เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้นพบยาบ้า 1 เม็ด จากนั่นจึงได้ควบคุมตัวนายบี ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ

พ.ต.ท.เทวราช เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเพิ่งเข้าไปลักทรัพย์ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดสำราญจริง ได้โทรศัพท์มือถือซัมซูง 1 เครื่อง และไอโฟน  6เอส อีก 1 เครื่้อง ก่อนนำโทรศัพท์ไอโฟน 6เอส ไปจำนำในราคา 3,000 บาท และนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ

นอกจากนี้ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ตามวัดต่างๆ ที่ได้มีการมาแจ้งความว่ามีการเกิดเหตุลักทรัพย์ขึ้น ทั้งหมด 4 วัด โดยจะนำของที่ได้จากการขโมยไปแลกเป็นยาบ้ากับ นายหลุยส์ ซึ่งเป็นชาวลาว ที่อำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี แต่ละวันผู้ต้องหาต้องเสพยาบ้าอย่างต่ำวันละ 100-150 เม็ด โดยวันนี้เพิ่งเสพยาบ้าไปก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับทั้งหมด 60 เม็ด และขณะกำลังสอบปากคำผู้ต้องหาก็แสดงอาการเมายาบ้าอย่างหนัก หลังจากนั้นจึงนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บุกจับนายก ทม.สิงหนคร คดีจ้างวานฆ่า ผอ.กองช่าง แต่ไหวตัวหลบหนี

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 ส.ค. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา นำโดย พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา นำกำลังเข้าควบคุมตัวนายธนกร สังฆโร นายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลาเเละยังเป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปคุณภาพดี ราคาถูกรายใหญ่ในพื้นที่ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักเลขที่ 141 หมู่ 1 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร หลังศาลจังหวัดสงขลาอนุมัติหมายจับในคดีจ้างวานฆ่านายกมล ศรีนวล อายุ 46 ปี ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลเมืองสิงหนคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ค.

จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบภรรยา รวมถึงญาติๆ ซึ่งเป็นผู้หญิง และเด็กรวม 5 คน มีรถยนต์จอดอยู่ในบ้าน 2 คัน และบริเวณบ้านอีก 4 คัน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจค้นนานกว่า 1 ชั่วโมง ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และไม่พบตัวนายธนกร พบเพียงโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในบ้าน ซึ่งมีรายงานข่าวว่าอาจจะมีการติดต่อขอมอบตัวในเร็วๆ นี้

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ยกทีมรวม 6 คน ประกอบด้วย นายจงเจริญ มณีรัตน์ อายุ 51 ปี รองนายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร จ.ส.อ.ประวิทย์ หนูเจริญ อายุ 49 ปี ทหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายปรีชาพล คัทโธ อายุ 52 ปี และนายอดุลย์ แดวอสนุง อายุ 45 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา นายสุไหมี อุเซ็ง อายุ 33 ปี ชาว จ.ยะลา และนายมาหะมะ เจ๊ะแวสุหลง อายุ46 ปี ชาวจ.ยะลา