พุ่งข้ามเลนไม่มีเบรก เก๋งอัดสิบล้อยับเยิน ดับสยองคาซาก 2 ศพ คนขับปางตาย

วันที่ 4 เม.ย. พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี สารวัตร (สอบสวน) สภ.เวียงคุก จ.หนองคาย รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณถนนหน้าตลาดบ้านเวียงคุก ต.เวียงคุก อ.เมือง จ.หนองคาย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.หนองคาย หน่วยกู้ภัยประจักษ์ กู้ภัยร่วมศรัทธาหนองคาย และกู้ภัยชบา 191

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีเงิน ทะเบียน กม-441 อุดรธานี จอดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันงัดซากนำร่างผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมา โดยคนขับเป็นชายไม่ทราบชื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวส่ง ร.พ.หนองคาย ส่วนผู้เสียชีวิต 2 คน นั่งอยู่ด้านหน้าผู้โดยสารข้างคนขับและด้านหลัง ทราบชื่อคือ นายสิทธิกร สุวรพันธ์ อายุ 32 ปี หนุ่มโรงงานจำหน่ายเทปใสและสก๊อตเทปราคาถูก ชาว ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย และ นายสมัคร ไชยปัญญา อายุ 33 ปี ชาว ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย ส่วนคู่กรณีเป็นรถสิบล้อบรรทุกดิน ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 80-8639 หนองคาย ด้านหน้ารถมีรอยชนยุบ โดยมี นายทอง จันบัวมี อายุ 47 ปี ชาว ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นคนขับ

จากการสอบถาม นายทอง เล่าว่า ตนเพิ่งเคลื่อนรถออกจากหน้าบ้านที่อยู่ริมถนน เดินรถมาได้เพียง 10 เมตร จู่ๆ ก็ถูกรถเก๋งที่กำลังมุ่งหน้าไปตัวอำเภอท่าบ่อ พุ่งข้ามเลนมาชนรถของตน โดยไม่ได้แซงรถใครเลยสักคัน และไม่มีรอยเบรก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ปิกอัพชนสยอง เสยท้ายรถบรรทุกอ้อย คนขับถูกอ้อยทิ่มหน้าดับ

ปิกอัพชนสยอง เสยท้ายรถบรรทุกอ้อย คนขับถูกอ้อยทิ่มหน้าดับ

ปิกอัพชนสยอง  /  เมื่อค่ำวันที่ 12 มี.ค. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ สุ่มมาตย์ รอง สว.(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรอำเภอปราสาท จ.สุรินทร์  รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 สุรินทร์ ว่าเกิดอุบัติเหตุ รถปิกอัพชนท้ายรถบรรทุกอ้อย

มีผู้ติดภายในรถบริเวณทางหลวงสาย 214 ปราสาท-กาบเชิง บริเวณสะพานบ้านหนองใหญ่ ม.2 ต.หนองใหญ่ อ.ปราสาท แถวร้านจำหน่ายเทปใส และสก๊อตเทปแห่งหนึ่ง

หลังได้รับแจ้งเหตุแล้ว จึงประสานรถพยาบาลฉุกเฉินโรงพยาบาลปราสาท พนักงานสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธรปราสาท อาสาสมาคมกู้ชีพสุรินทร์ จุดอำเภอปราสาท อาสากู้ชีพตำบลหนองใหญ่ เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ถฐ 3243 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนชนท้ายรถหกล้อบรรทุกอ้อยยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 81-8277 สุรินทร์ ในสภาพด้านหน้ามุดเข้าไปใต้ท้ายรถหกล้อที่บรรทุกอ้อยเต็มคันรถ ขวางการจราจร 1 ช่องทาง

ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ถฐ 3243 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนชนท้ายรถหกล้อบรรทุกอ้อยยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 81-8277 สุรินทร์ ในสภาพด้านหน้ามุดเข้าไปใต้ท้ายรถหกล้อที่บรรทุกอ้อยเต็มคันรถ ขวางการจราจร 1 ช่องทาง

ในรถปิกอัพพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน เป็นคนขับรถติดอยู่ภายในรถ มีแผลฉีกขาดที่ศีรษะและบริเวณใบหน้าเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ เนื่องจากถูกลำอ้อยทิ่ม เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยเหลือ นำผู้บาดเจ็บออกมา แต่พบว่าผู้บาดเจ็บไม่รู้สึกตัว ไม่มีชีพจรจึงปั๊มหัวใจ ก่อนจะเร่งส่งต่อให้รถพยาบาลฉุกเฉินช่วยเหลือแต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสมน สายบัวแดง อายุ 68 ปี ชาว ต.หนองใหญ่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ขณะที่นายพงศกร เกตุหอม อายุ 45 ปี คนขับรถหกล้อบรรทุกอ้อย ชาวบ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่เกิดเหตุ ให้การว่าบรรทุกอ้อยมาจากบ้านโนนทอง เพื่อไปส่งที่โรงงานน้ำตาลสุรินทร์ ต.ปรือ อ.ปราสาท

เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังสนั่นขึ้นบริเวณท้ายรถ จึงได้จอดรถลงไปดูและพบรถปิกอัพชนท้ายติดอัดก๊อบปี้ที่ท้ายรถบรรทุกและมีคนเจ็บติดภายในรถ ตนจึงได้โทร.แจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ

เบื้องต้นร.ต.ท.ณัฐวุฒิ ตรวจสอบและบันทึกภาพและข้อมูลในที่เกิดเหตุ สอบปากคำคนขับรถบรรทุกอ้อย และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เบื่อฟังแม่บ่น! ลูกชายเครียดโทรหาพี่สาวบอก “อยากผูกคอตาย” ก่อนจบชีวิตคาบ้าน

สุดสลด! น้องชายโทรหาพี่สาว บอกเครียด-เบื่อฟังแม่บ่น และ อยากผูกคอตาย พยายามปลอบใจและรีบกลับมาดูแต่ไม่ทัน น้องผูกคอเสียชีวิตคาบ้านแล้ว ด้าน แม่ร่ำไห้ใจจะขาด

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 13 ก.พ. พ.ต.ท.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 18/1 ม.3 ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี แถวโรงงานจำหน่ายเทปใส และสก๊อตเทปราคาถูกหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลโคกสำโรง และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุเป็นบานไม้สองชั้น ชาวบ้านที่ทราบข่าวได้เดินทางมามุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีเสียงร้องไห้ระงมไปทั่วบริเวณ ที่ชั้นสองของบ้านพบศพ นายทวีป แก้วปัญญา อายุ 38 ปี ใช้เชือกไนลอนสีเขียวผูกคอตัวเองโยงกับขื่อกลางบ้าน สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่จึงนำร่างลงมาเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมงซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการถูกทำร้าย

จากการสอบสวน นางสมศรี (นามสมมุติ) พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องชายอาศัยอยู่กับแม่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ และได้ทำงานอยู่ที่อู่ซ่อมเครื่องยนต์กับตนมาหลายปี นิสัยชอบดื่มสุรา แต่ก็ทำงานขยันขันแข็ง ส่งเงินให้แม่ใช้เป็นประจำไม่ขาด แต่แม่ก็บ่นว่า “อย่ากินเหล้ามาก” และบ่นทุกวัน จนเมื่อช่วงเวลาประมาณ 07.50 น. ยังไม่เห็นน้องเดินทางมาทำงาน

“แต่ทวีปได้โทรศัพท์มาบอกว่าเครียด อยากจะผูกคอตาย เบื่อฟังเสียงบ่น และมีเสียงร้องไห้ ซึ่งตนก็ได้แต่บอกว่าใจเย็นๆ แม่เขาบ่นเพราะเขาห่วง โดยที่ไม่คิดว่าหลังจากวางสายจากน้องชายแล้ว จะเป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย จนเวลาล่วงเลยไปนานก็เอะใจ จึงได้เดินทางมาดูน้องที่บ้านต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าน้องชายผูกคอตายไปแล้วจริงๆ” พี่สาว กล่าว

ขณะที่แม่ทราบข่าวได้เป็นลมล้มทั้งยืนต้องทำาการปฐมพยาบาลอย่างโกลาหล หลังจากนั้น ญาติพี่น้องได้พากันร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจ ทั้งนี้ ทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุของการตายและขอนำศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใกล้บ้านต่อไป

รวบโจ๋วัย 16 บุกลักทรัพย์กุฏิเจ้าอาวาส หาเงินแลกยาบ้า เสพวันละ 150 เม็ด

วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.ท.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอำนาจเจริญ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดสำราญ ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ หลังจากได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นเข้ามาลักทรัพย์ที่กุฏิของเจ้าอาวาส

เมื่อไปถึงได้ตรวจสอบภาพของคนร้ายที่กล้องวงจรปิดภายในกุฏิของเจ้าอาวาสจับไว้ได้ ทำให้ทราบว่าคนร้ายรายดังกล่าวคือ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี โดยทราบว่า นายบี ได้ไปเปิดห้องเช่า อยู่ที่โรงแรมทุ่งตะวันรีสอร์ทที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายเทปใสหรือสก๊อตเทปติดกล่องคุณถาพดี ราคาถูก ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงแรมดังกล่าว

ที่โรงแรมดังกล่าวพบนายบี อยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น ซึ่งระหว่างที่ตรวจค้นนายบี ได้แสดงอาการพิรุธลุกลี้ลุกลน โดยใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงข้างขวา เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้นพบยาบ้า 1 เม็ด จากนั่นจึงได้ควบคุมตัวนายบี ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ

พ.ต.ท.เทวราช เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเพิ่งเข้าไปลักทรัพย์ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดสำราญจริง ได้โทรศัพท์มือถือซัมซูง 1 เครื่อง และไอโฟน  6เอส อีก 1 เครื่้อง ก่อนนำโทรศัพท์ไอโฟน 6เอส ไปจำนำในราคา 3,000 บาท และนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ

นอกจากนี้ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ตามวัดต่างๆ ที่ได้มีการมาแจ้งความว่ามีการเกิดเหตุลักทรัพย์ขึ้น ทั้งหมด 4 วัด โดยจะนำของที่ได้จากการขโมยไปแลกเป็นยาบ้ากับ นายหลุยส์ ซึ่งเป็นชาวลาว ที่อำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี แต่ละวันผู้ต้องหาต้องเสพยาบ้าอย่างต่ำวันละ 100-150 เม็ด โดยวันนี้เพิ่งเสพยาบ้าไปก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับทั้งหมด 60 เม็ด และขณะกำลังสอบปากคำผู้ต้องหาก็แสดงอาการเมายาบ้าอย่างหนัก หลังจากนั้นจึงนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บุกจับนายก ทม.สิงหนคร คดีจ้างวานฆ่า ผอ.กองช่าง แต่ไหวตัวหลบหนี

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 ส.ค. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา นำโดย พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา นำกำลังเข้าควบคุมตัวนายธนกร สังฆโร นายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลาเเละยังเป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายเทปใส สก๊อตเทปคุณภาพดี ราคาถูกรายใหญ่ในพื้นที่ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักเลขที่ 141 หมู่ 1 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร หลังศาลจังหวัดสงขลาอนุมัติหมายจับในคดีจ้างวานฆ่านายกมล ศรีนวล อายุ 46 ปี ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลเมืองสิงหนคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ค.

จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบภรรยา รวมถึงญาติๆ ซึ่งเป็นผู้หญิง และเด็กรวม 5 คน มีรถยนต์จอดอยู่ในบ้าน 2 คัน และบริเวณบ้านอีก 4 คัน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจค้นนานกว่า 1 ชั่วโมง ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และไม่พบตัวนายธนกร พบเพียงโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในบ้าน ซึ่งมีรายงานข่าวว่าอาจจะมีการติดต่อขอมอบตัวในเร็วๆ นี้

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ยกทีมรวม 6 คน ประกอบด้วย นายจงเจริญ มณีรัตน์ อายุ 51 ปี รองนายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร จ.ส.อ.ประวิทย์ หนูเจริญ อายุ 49 ปี ทหารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายปรีชาพล คัทโธ อายุ 52 ปี และนายอดุลย์ แดวอสนุง อายุ 45 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา นายสุไหมี อุเซ็ง อายุ 33 ปี ชาว จ.ยะลา และนายมาหะมะ เจ๊ะแวสุหลง อายุ46 ปี ชาวจ.ยะลา