เพิ่งได้งานใหม่ กำลังไปเก็บเสื้อผ้า หนุ่ม 19 โดนยางรถพ่วงกระเด็นทับดับ เพื่อนเล่าลางสังหรณ์

วันที่ 8 พ.ค. ร.ต.ท.บุริศร์ พระคง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ เกิดล้อหลุดกระเด็นไปทับรถจยย. มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณบนสะพาน ถนนสายเลี่ยงเมือง หมู่ 9 ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร ร.พ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุพบศพ นายไพฑูรย์ กาจหาญ อายุ 19 ปี ชาว ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี สภาพนอนคว่ำหน้าคอหักจมกองเลือด มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ใกล้กันพบรถจยย.ฮอนด้าคลิก สีชมพูขาว หมายเลขทะเบียน 7กฒ 4665 กทม. สภาพพังยับเยิน ล้อหน้าอยู่ในสภาพบิดเบี้ยว และพบล้อรถพ่วงขนาดใหญ่ตกอยู่ข้างกัน ส่วนคู่กรณีเป็นคนขับรถพ่วง ทราบชื่อคือ นายศิลา นิ่มนุช อายุ 54 ปี ได้ยืนรอมอบตัวกับตำรวจ โดยมีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ทะเบียนตัวแม่ 83-0671 กาญจนบุรี ทะเบียนตัวพ่วง 83-0934 กาญจนบุรี จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ สภาพล้อหลังด้านซ้ายของตัวแม่หลุดออก

จากการสอบสวน นายศิลา ให้การว่า ตนขับรถพ่วงคันดังกล่าวไปรับEPEโฟม และโฟมกันรอย ที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และจะนำไปส่งที่ ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยมากับหลานสาวอายุ 8 ขวบ ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ขับรถขึ้นสะพาน ตนรู้สึกว่ารถเกิดอาการผิดปกติ จึงได้ขับช้าๆ เพื่อประคองจนถึงกลางสะพาน จากนั้นพบว่าล้อรถพ่วง ได้หลุดแซงไปด้านหน้า และกระแทกกับขอบสะพาน กระเด็นไปฝั่งตรงข้าม ตนจึงขับรถเข้าชิดขอบสะพาน และลงมาดูรถ ปรากฏว่าล้อด้านหลังซ้ายตัวแม่หลุดหายไป จากนั้นเดินไปดูฝั่งตรงข้าม พบ รถจยย.ล้มคว่ำและมีผู้เสียชีวิต ก่อนโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน นายสุทธิรักษ์ แผนสมบูรณ์ เพื่อนผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายมีอาชีพขับรถไถดิน เป็นคนนิสัยดี ขยันทำงาน และเป็นที่รักของเพื่อนๆ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาทำงานตามปกติ แต่ช่วงบ่ายได้ขอกลับบ้านพัก เพื่อจะมาเก็บเสื้อผ้า เนื่องจากผู้ตายเพิ่งได้งานใหม่ จึงต้องย้ายไปพักที่อื่น ซึ่งก่อนที่ผู้ตายจะเดินทางกลับ ตนยังมีลางสังหรณ์แปลกๆ ยังทักเลยว่า อย่าเพิ่งไปเก็บเสื้อผ้าเลย ค่อยไปเก็บวันหลัง จะรีบร้อนไปไหน จนมาทราบว่าเกิดเหตุสลดดังกล่าว ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับเพื่อนตน อย่างไรก็ดีตำรวจจะตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง และดำเนินคดีกับคนขับรถพ่วงตามกฎหมายต่อไป

อากาศร้อนจัด หนุ่มซดน้ำไปอื้อ ก่อนดับคาห้องครัว เพื่อนตามหาเจอเป็นศพ คาดเกิด “ฮีทสโตรก”

วันที่ 11 เม.ย. ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ ภูชื่นบาน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่ามีชายเสียชีวิต ในบ้านเลขที่ 318/70 หมู่บ้านไทยสมุทร เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.ศูนย์อุดรธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ในห้องครัวหลังบ้านพบศพ นายเดชชัย วังคะวิง อายุ 40 ปี เจ้าของร้านจำหน่าย EPEโฟม และโฟมกันรอยราคาถูก นอนตะแคงเสียชีวิต ที่หน้าบ้านพบขวดน้ำพลาสติกที่ผู้ตายดื่มก่อน และพบกล้วยน้ำหว้า 2 ลูกวางอยู่บนโต๊ะ จากการสอบสวน นายภิเษก จรรยาวาณิชกุ อายุ 55 ปี เพื่อนบ้านที่บ้านอยู่ติดกัน ให้การว่า รู้จักผู้ตายมา 10 ปีแล้ว ผู้ตายจะอยู่บ้านคนเดียว สุขภาพจะไม่ค่อยแข็งแรงเนื่องจากดื่มเหล้าหนัก

เช้านี้ผู้ตายได้มานั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าบ้านตน จากนั้นตนก็พากลับไปส่งที่บ้าน แล้วเห็นนั่งดื่มน้ำคลายร้อนอยู่หน้าบ้าน หลังจากนั้นตนก็ได้ออกไปทำธุระกลับมาบ่าย จนภรรยาบอกว่าได้ยินเสียงผู้ตายร้อง จึงได้เอากล้วยน้ำหว้า 2 ลูก จะไปให้ผู้ตายกินก่อนเอาขนมไปให้ เมื่อเข้าไปในบ้านก็ไม่พบผู้ตาย จึงเดินดูรอบๆ บ้านก็พบนอนเสียชีวิตอยู่ในครัว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นแพทย์ได้ชันสูตรพลิกศพ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายแต่อย่างไร แต่เนื่องจากวันนี้อากาศในพื้นที่เขตเทศบาลนครอุดรธานี ร้อนอบอ้าวมีอุณหภูมิสูง อาจทำให้ผู้ตายเป็นฮีทสโตรกขึ้นมาแล้วเสียชีวิต เนื่องจากเพื่อนบ้านเห็นผู้ตายดื่มน้ำจำนวนมากเข้าไป เพราะร่างกายอุณหภูมิอาจร้อน ญาติไม่ติดใจการตายครั้งนี้ จึงนำศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ชนดังโครม! สาววูบขับกระบะ พุ่งชน คนขี่จยย. ขา-คอหัก กระโหลกแตก ดับสยอง

ชนดังโครม! – วันที่ 5 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายกาญจนบุรี-ด่านมะขามเตี้ย ม.2 ต.ปากแพรก จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์และแพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

ที่เกิดเหตุบริเวณป่าละเมาะข้างทาง พบรถกระบะ โตโยต้า ทะเบียน กน6329 กาญจนบุรี พุ่งตกลงไปอยู่ในป่าข้างทาง สภาพรถด้านหน้ามีร่องรอยการชนพังยับเยิน ใกล้กันพบรถจยย. ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียน ขฉค 572 กาญจนบุรี ถูกชนที่ด้านหน้าจนพังยับ นอนหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ในป่าละเมาะ

ห่างออกไป พบศพนายประสงค์ สายมาอินทร์ อายุ 36 ปี พนักงานโรงงานผลิตม้วน  EPE โฟม โฟมกันรอยเเละพลาสติกกันกระแทกคุณภาพดีรายใหญ่ สภาพศพขาหักทั้งสองข้าง คอหัก กะโหลกศีรษะแตก เนื่องจากถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง อีกหนึ่งคันและป้ายบอกทางริมถนน ถูกรถกระบะพุ่งชนจนเสียหายตกไปอยู่ในป่าละเมาะข้างทางเช่นกัน

ลุงเปี๊ยก แซ่เฮง อายุ 62 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ถูกชนได้รับความเสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนจอดรถไว้ที่บริเวณป้ายบอกทาง ก่อนจะเดินลงไปหาเห็ดโคนที่ป่าละเมาะข้างทาง จากนั้น ได้ยินเสียงดังโครมและเห็นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว พุ่งตกลงมาข้างทาง ส่วนคนขับรถกระบะ ได้รับบาดเจ็บที่หลังเล็กน้อยและยังคงอยู่ในอาการตื่นตกใจ

นางเหมือนขวัญ ภุมมา อายุ 35 ปี คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนบ้าน และกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เกิดวูบหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนจักรยานยนต์ของนายประสงค์ ที่แล่นสวนมาเข้าอย่างจัง ก่อนที่รถจะพุ่งไปชนป้ายบอกทางและรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่อยู่ริมถนน จนพุ่งตกลงไปในป่าละเมาะข้างทางดังกล่าว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวนางเหมือนขวัญ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี พร้อมดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ทำกับข้าวไว้รอกินด้วยกัน! แฟนสาวช็อก ผจก.หนุ่มซิ่งเก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลนคว่ำดับ

แฟนสาวสุดช็อก ผจก.หนุ่ม ซิ่งเก๋ง กลับบ้านรถเสียหลักพุ่งข้ามเลนคว่ำ ร่างกระเด็นเสียชีวิตคาที่ เผยสุดเศร้าเตรียมทำกับข้าวมื้อเย็นไว้กินด้วยกัน ก่อนมาทราบข่าวสลด ระบุเคยเตือนแล้วว่าอย่าขับรถเร็ว

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ร.ต.อ.สมาน พรหมประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ บนถนนสายเลี่ยงเมืองสี่แยกอินโดจีนก่อนถึงโรงงานผลิตม้วน EPE โฟมหรือโฟมกันรอยคุณภาพดีรายใหญ่แยกสกัดน้ำมัน พื้นที่ ม.6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ทะเบียน กพ305 พิษณุโลก สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้า กระจกแตกละเอียด เสียหายพังยับเยินไปทั้งคัน ห่างกันพบศพ นายจักรกฤษณ์ วงษ์เพิก อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/22 ม.1 ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ เลือดไหลนองทั่วพื้น เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างส่งนิติเวชโรงพยาบาลวังทอง

ต่อมา น.ส.สายฝน จั่นหนู แฟนสาวของผู้เสียชีวิต พร้อมกับเพื่อนๆ ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ถึงกับร่ำไห้กอดกันด้วยความโศกเศร้าเสียใจ พร้อมให้การกับตำรวจว่า นายจักรกฤษณ์ทำงานเป็น ผู้จัดการฝ่ายงานบริการโชว์รูมฟอร์ดสองแคว สาขาบึงราชนก ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากเลิกงานกำลังจะขับรถกลับบ้านพักที่หมู่บ้านเอื้ออาทรบึงพระ แต่คาดว่า น่าจะขับมาด้วยความเร็ว จึงทำให้รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ก่อนจะพุ่งข้ามเลนอีกฝั่งหนึ่งจนร่างกระเด็นออกมานอกตัวรถเสียชีวิตดังกล่าว

แฟนสาว กล่าวด้วยความเศร้าโศกว่า ตนเคยเตือนแฟนหนุ่มว่าให้ขับรถอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นคนชอบแต่งรถและชอบขับรถเร็ว โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนได้เตรียมทำกับข้าวไว้รอเพื่อจะกินด้วยกัน แต่ไม่คาดคิดว่าแฟนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

กระบะชนหงายท้องพังยับ! หนุ่มเชื่อบารมีพระหลวงพ่อโสธรทำให้รอดตาย

วันที่ 15 ส.ค. ร.ต.อ.สมบัติ วังวล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารแล้วพลิกคว่ำ บนถนนสายสระแก้ว-ปราจีนบุรี หลักก.ม. 198-190 หน้าร้านจำหน่าย EPE โฟมหรือโฟมกันรอยเเละอุปกรณ์เเพ็คกิ้งราคาถูกอยู่ติดร้านอาหารเรือนวณิชชา หมู่ 4 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณทางโค้งฝั่งขาเข้าจ.ปราจีนบุรี พบรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างลพบุรี-ตลาดโรงเกลือ ทะเบียนป้ายเหลือง 10-1743 สระบุรี จอดอยู่ริมถนนสภาพกันชนหน้าหลุดกระเด็น มีนายทักษวัตต์ แสงสาตรา อายุ 45 ปี เป็นคนขับ บนรถยังมีผู้โดยสารอยู่เต็มคัน ส่วนริมถนนฝั่งตรงข้ามมีรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน กจ 1552 ปราจีนบุรี สภาพพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่กลางล่องน้ำพังยับเยิน มีนายสาธร แพนลา อายุ 27 ปี เป็นคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่อยู่ในอาการตกใจ

นายสาธร ให้การว่า ขับรถกระบะออกมาจากโรงงานแพนเพื่อกลับบ้าน ขณะขับมาตามถนนเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพยายามจะแซงรถคันหน้า แต่รถเกิดสะบัดไปเกี่ยวรถตู้เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนพลิกคว่ำหงายท้อง โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เชื่อบารมีของหลวงพ่อโสธร รุ่น 2 ที่แม่ให้มาแขวนคอไว้คุ้มครองให้รอดตาย ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากยางรถหมดสภาพไร้ดอกยาง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายให้มา