คืนเดียวเจอ 2 ร้าน! สาวผมทองอาละวาดร้านดังย่านปากเกร็ด โวยพนักงานทอนเงินไม่ครบ

คืนเดียวเจอ 2 ร้าน! สาวผมทองอาละวาดร้านดังย่านปากเกร็ด โวยพนักงานทอนเงินไม่ครบ
สาวผมทองอาละวาดร้าน KFC และร้านสะดวกซื้อย่านปากเกร็ด โวยพนักงานเงินทอนเงินไม่ครบ เจอจับโป๊ะ ทำเป็นโมโหก่อนเดินออกจากร้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 พ.ย.) เมื่อเวลา 18.00 น. ได้รับแจ้งว่ามีสาวแต่งตัวดีออกก่อเหตุอาละวาดร้าน KFC และร้านสะดวกซื้อในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด คืนเดียวเข้าไปหลายร้าน จนพนักงานหวาดผวา ฝากเตือนให้ระวัง เกรงจะตกเป็นเหยื่อจนตัวเองต้องเดือดร้อน ถูกตัดเงินเดือน โดยให้สังเกตหากเจอลูกค้าบอกทอนเงินไม่ครบ ให้ตรวจสอบอย่างละเอียดหรือเปิดกล้องวงจรปิด เพื่อกันถูกโกงเงินจากลูกค้า
โดยจุดแรกที่ร้าน KFC ปากทางเข้าเมืองทองธานี ถ.ติวานนท์ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 29 พ.ย.63 เป็นหญิงสาว หน้าตาสะสวย อายุราว 30 ปี ผมสีทอง คาดแมสปิดปาก แต่งตัวดี เข้ามาทำทีขอซื้อถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ราคา 50 บาท แล้วให้แบงก์ 1,000 บาท กับพนักงาน
เมื่อได้รับเงินทอนแล้ว 950 บาท หญิงดังกล่าวรีบโยนแบงค์ 500 ลงพื้น ก่อนบอกพนักงานว่าทอนเงินไม่ครบ พนักงานสาวยืนยันว่าครบ จนเกิดการโต้แย้งกันอยู่ จนมีพนักงานชายเข้ามาสอบถามและบอกว่าจะเปิดกล้องวงจรปิดให้ดู หญิงคนนี้จึงรีบก้มลงหยิบแบงก์ 500 ที่พื้นแล้วบอกว่าเงินหล่น ก่อนโมโหขอเงินคืน และเดินออกจากร้านไปโดยไม่ซื้อของ
ส่วนจุดที่ 2 ในคืนวันเดียวกัน เป็นร้านมินิ บิ๊กซี ภายในซอยวัดกู้ ถ.สุขาประชาสรรค์ 1 อ.ปากเกร็ด ภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นหญิงคนเดียวกันกับที่ไปร้าน KFC ทำทีเข้าไปซื้อสินค้าราคา 60 บาท แล้วให้เงินพนักงาน 40 บาท ทางพนักงานสาวจึงแจ้งว่าเงินไม่พอ หญิงสาวจึงหยิบแบงก์ 1,000 ส่งให้
เมื่อพนักงานทอนเงินให้ 940 บาท จึงใช้พฤติกรรมเดิมโยนแบงก์ 500 ลงพื้นทันที ระหว่างที่พนักงานเผลอ แล้วบอกทอนเงินขาด พนักงานสาวยืนยันว่าครบ และจะขอเปิดกล้องให้ลูกค้าดู หญิงดังกล่าวจึงรีบก้มลงหยิบแบงก์ 500 พร้อมกล่าวว่าเงินหล่นที่พื้น ก่อนหยิบของที่ซื้อรีบเดินออกจากร้านไปทันที

ล่ากระบะตีนผี ชนหนุ่มใหญ่ ร่างกระเด็นลอยตกท้ายรถ โยนศพทิ้งข้ามอำเภอกว่า 30 กม.

ล่ากระบะตีนผี ชนหนุ่มใหญ่ ร่างกระเด็นลอยตกท้ายรถ โยนศพทิ้งข้ามอำเภอกว่า 30 กม.

รถกระบะชนหนุ่มใหญ่ ร่างกระเด็นลอยตกท้ายรถ โยนศพทิ้งบนถนนข้ามอำเภอ ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 30 กม. จนท.เร่งตามตัวดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.40 น. วันที่ 27 พ.ย. พ.ต.ท.ประสิทธิ ภักดี สารวัตร เวรสอบสวน สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่า พบชายนอนคว่ำหน้าอยู่บนถนน เส้นบ้านหาดมะกอกระหว่างทางลัดออกไปทางบ้านนา พื้นที่ ม.2 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชายคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อนายไพรัช ด้วงตะกั่ว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 ม.7 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว สภาพขาทั้ง 2 ข้างหัก แขนข้างซ้ายหัก หลังจากตรวจสภาพศพเรียบร้อยแล้ว พนักงานสอบสวนจึงให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำศพส่ง รพ.นาดี จ.ปราจีนบุรีสอบสวนนายอดิศร ฤทธิพันธ์ม่วง อายุ 44 ปี ผู้พบศพคนแรก กล่าวว่า ตนขับรถมาจากถนนเส้นบ้านนามุ่งหน้าไปบ้านหาดมะกอก ซึ่งตนขับรถใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุได้เห็นชายดังกล่าวนอนคว่ำหน้าอยู่บนถนน จึงโทรแจ้ง 1669จากการสอบสวน เบื้องต้นทราบว่า มีผู้พบเห็นนายไพรัชเดินออกจากบ้าน เพื่อไปหาผู้ใหญ่บ้าน บริเวณบ้านเขาขาด ม.7 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี และถูกรถยนต์กระบะชนจนร่างกระเด็นไปตกในกระบะท้ายรถ คาดว่ารถคันดังกล่าวเพิ่งรู้ภายหลังว่ามีศพตกอยู่ที่ท้ายกระบะ จึงนำร่างผู้เสียชีวิตไปโยนทิ้งไว้บนถนน เส้นบ้านหาดมะกอกระหว่างทางลัดออกไปทางบ้านนา พื้นที่ ม.2 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จะติดตามตัวมาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจบุกจับ “โตโต้ ปิยรัฐ” ข้อหา ผิด ม.116-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เตรียมส่งตัวไปอุบลฯ

ตำรวจบุกจับ "โตโต้ ปิยรัฐ" ข้อหา ผิด ม.116-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เตรียมส่งตัวไปอุบลฯ

ตำรวจแสดงหมายจับ “โตโต้ ปิยรัฐ” ข้อหา ผิด ม.116-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำตัวไปสน.ศาลาแดง ก่อนส่งตัวต่อไปยังสภ.อุบลราชธานี

โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ การ์ดผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก ขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าแสดงหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ข้อหาผิดกฎหมายอาญามาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สืบเนื่องจากการปราศรัย เมื่อเดือน ส.ค. 2563

ทั้งนี้ โตโต้ถูกควบคุมตัวไป สน.ศาลาแดง เพื่อทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งตัวไปสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี

เฮลิคอปเตอร์รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ไถลขณะลงจอด-ไฟลุกไหม้ 11 ชีวิตรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ไถลขณะลงจอด-ไฟลุกไหม้ 11 ชีวิตรอดหวุดหวิด

นายอำเภอแม่แจ่มยืนยัน เฮลิคอปเตอร์รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ประสบอุบัติเหตุ ผู้โดยสารทั้งหมด 11 ชีวิตปลอดภัย

นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม เปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊กของ นายนราใจคำ หรือ โก๋ แม่แจ่ม เรื่องอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ของรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประสบอุบัติเหตุตกที่อำภอแม่แจ่มว่า ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว เฮลิคอปเตอร์ลำที่ตกเป็น 1 ใน 3 ลำ ของคณะหน่วยราชการในพระองค์ 904 ที่เดินทางมาสำรวจเส้นทางและเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โดยได้เดินทางมายัง รพ.เทพรัตน์ เป็นจุดแรก ก่อนที่กำลังเดินทางต่อไปยัง รร.บ้านขุนแม่หยอด โดยเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่ลำแรกที่กำลังจะลงสู่พื้น ที่สนาม ฮ.ชั่วคราว ซึ่งมีฝุ่นเยอะ ขณะที่กำลังจะลงจอดมีฝุ่นลอยขึ้นมาทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี จนขณะลงจอดได้เกิดเสียหลัก ไถลไปกระแทกเนินดิน ก่อนที่ไฟจะเริ่มลุกไหม้ที่เครื่องยนต์ แต่ทุกคนที่โดยสารมารวมทั้งนักบินและช่างเครื่องรวม 11 คน ได้รับการช่วยเหลือออกมาปลอดภัยทุกคน ไม่มีใครได้รับอันตราย มีเพียงเคล็ดขัดยอกและถลอกเล็กน้อยเท่านั้น หลังเกิดเหตุคณะก็ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่ต่อตามปกติ 

ระทึก! ไฟไหม้เก๋งลุกโชน บนทางยกระดับรามคำแหง การจราจรติดสาหัส

ระทึก! ไฟไหม้เก๋งลุกโชน บนทางยกระดับรามคำแหง การจราจรติดสาหัส

มื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้ รถยนต์เก๋ง บนทางยกระดับรามคำแหง ขาออก เส้นทางแยกรามคำแหง มุ่งหน้า แยกลำสาลี บริเวณเหนือ หน้าโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป โดยรถคันที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณช่องทางการจราจรช่องเลนขวา

ส่งผลให้การจราจรบนยกระดับรามคำแหง ขณะนี้ประสบปัญหาติดขัดอย่างหนัก จึงขอแจ้งให้ผู้ที่จะใช้เส้นทางดังกล่าว หันไปใช้การจราจรบนถนนรามคำแหงพื้นราบแทน

ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างเคลียร์พื้นที่ ส่วนสาเหตุนั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน

บุกค้นบ้าน “เสี่ยโป้-คู่อริ” พร้อมกัน 13 จุด หาหลักฐานคดียิงกันหน้าร้านนวด

ตำรวจ ดส. พร้อมสืบ บก.น 9 ประสานอรินทราช 26 เข้าค้นบ้าน “เสี่ยโป้” กับคู่อริ พร้อมกันหลายจุด หาหลักฐานคดียิงกันหน้าร้านนวด
วันที่ 10 พ.ย. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. และ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.9 และหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 เข้าตรวจค้นบ้าน ถนนเพชรเกษมซอย 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ใกล้กับร้านจำหน่าย ถุงเเก้วฝากาว ถุงเเก้วเเถบกาว ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายเสี่ยโป้ อานนท์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันพยายามฆ่า เหตุเกิดในท้องที่ สน.ภาษีเจริญ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา
โดยบ้านดังกล่าวมีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้นปลูกติดกัน 7 คูหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบ นายเสี่ยโป้ ยังนอนพักผ่อนอยู่ในบ้านพร้อมแม่ และภรรยา ประกอบกับมีคนงานเย็บผ้าจำนวนหนึ่ง ซึ่งผลการตรวจค้นในเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

จากการสอบถาม พ.ต.อ.จิรกฤต กล่าวว่า การนำกำลังเข้าตรวจค้นวันนี้ สืบเนื่องจากทางผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้กำลังพลชุดปฏิบัติงานเข้าหาหลักฐานเพิ่มเติม ในคดีที่ยิงกัน หน้าร้านนวดแผนโบราณและซาวน์น่า จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งวันนี้ไม่ได้เข้าตรวจค้นแค่จุดเดียว แต่ยังมีการขออนุมัติหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ ที่เกี่ยวพันกันในลักษณะเครือข่ายด้วย โดยเฉพาะที่พักของทางฝั่งคู่กรณีที่มีปัญหากับเสี่ยโป้ ได้มีการประสานกับทาง สืบสวน บก.น.7 และท้องที่ที่รับผิดชอบเข้าทำการตรวจค้นด้วยเช่นกัน รวมทั้งหมด 13 จุด
อย่างไรก็ตาม ผลสรุปการปฏิบัติวันนี้ทางผู้บังคับบัญชาจะแถลงให้ทราบต่อไป

พระพยอม ติงไม่เหมาะสม พระเล่นสเก็ตบอร์ดไฟฟ้ายุค 5G ลดคุณค่าภาพลักษณ์ของสงฆ์

พระพยอม ติงไม่เหมาะสม พระเล่นสเก็ตบอร์ดไฟฟ้ายุค 5G ลดคุณค่าภาพลักษณ์ของสงฆ์

พระพยอม เตือน พระสเก็ตบอร์ดไฟฟ้ายุค 5G ที่กำลังโด่งดังว่า ไม่เหมาะสม เหมือนลดคุณค่าภาพลักษณ์ของสงฆ์

(4 พ.ย.63) เมื่อเวลา 16.30 น. จากกรณีที่มีการแชร์ภาพคลิปพระสงฆ์หนุ่มรูปหนึ่ง ใส่หน้ากากผ้าสีเหลืองปิดปาก กำลังยืนทรงตัวอยู่บนฮาฟเวอร์บอร์ดหรือสเก็ตบอร์ดไฟฟ้า ที่กำลังแล่นวิ่งอยู่ข้างทางริมถนนหลวงในพื้นที่ของจังหวัดทางภาคใต้ ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ โดยมีการแชร์ส่งต่อๆ กันทางโซเชียลมีเดียสุดฮิต กันอย่างกว้างขวางออกไป   ซึ่งชาวบ้านที่ถ่ายคลิปวีดีโอดังกล่าวเอาไว้ได้ กำลังขับรถจักรยานยนต์จะไปทำธุระ แล้วผ่านมาพบเห็นเจอพระสงฆ์ ยุค 5G รูปนี้เข้าพอดี จึงได้เอ่ยพูด เป็นสำเนียงทางภาคใต้ขึ้นว่า “หลวงพี่ ไม่ชอบเดิน ทันสมัย โอ้เก่งมาก นี้จีวรบิน โอ้ผ่านเลย หลวงพี่ ผ่านเลย ใช้มอเตอร์หรือ”

จากนั้นชาวบ้านคนดังกล่าว ที่ได้ถ่ายคลิปเอาไว้ ก็ขับรถจักรยานยนต์เลยไปทำธุระต่อ แล้วนำคลิปดังกล่าวอัพโหลดลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งได้มีการแชร์คลิปส่งต่อกันอย่างกว้างขวาง

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี เพื่อสอบถาม เหตุการณ์ของคลิปพระหนุ่มยุค 5G ดังกล่าว ที่กำลังเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ทางสังคมกันอยู่ โดยสอบถามกับ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ว่ามีความเหมาะสม หรือ ผิดกฎของสงฆ์ ด้วยหรือไม่อย่างไร    

พระพยอม กัลยาโณ กล่าวว่าการที่พระไปใช้ของอะไรต่อมิอะไรที่มันทันสมัย ไฮเทคโนโลยีจนเกินไป มันก็มองดูภาพไม่งาม จะเรียกว่า “โลกวัชชะ” ชาวบ้านเขาจะติเตียนได้ ว่าไม่เหมาะสมกับสมณะ พวกสเก็ตบอร์ดไฟฟ้าหรืออะไร มันเหมือนของเด็กๆ เขาเล่นกัน ถ้าพระไปยุ่ง ไปเล่นของพวกนี้เข้าด้วย มันก็เหมือนกับลดคุณค่า ภาพลักษณ์ของการเป็นพระลงไปเยอะ หากเดินไม่ไหว มันก็น่าจะมีใช้วิธีอื่นๆ เอาแทน มันไม่เหมาะ ไม่ว่าจะยืนหรือเดินใช้ของแบบนั้น

ตอนนี้รู้สึกว่า พระขับรถก็แย่อยู่เเล้ว ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่รู้จริงไม่จริง มีภาพคนดังนั่งซ้อนท้ายโดยให้พระสงฆ์ขับรถมอเตอร์ไซค์ ไม่รู้จริงไม่จริงนะ ในยุคสมัยนี้มันล้ำกันไปเรื่อยๆ พระก็ควรจะมีสมณสัญญา ให้รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ฆราวาสก็น่าจะขับรถเอง ไม่ควรให้พระขับรถให้ ตัวเองนั่งซ้อนท้ายเหมือนเอาเปรียบ เหมือนเห็นแก่ตัว พระก็อย่าเห็นแก่ความสะดวกสบายกันนักเลย มันจะแลไม่มีน้ำอดน้ำทน แล้วจะไปเดินธุดงค์ ไปเดินจงกลม ไปเดินอะไรอะไรยังไงกันต่อไป มันจะไปกันใหญ่ เกิดไปออกบิณฑบาต เผื่อเกิดไปสะดุดพื้นหรืออะไรที่มันสูงๆ ต่ำๆ เข้า บาตรล้ม บาตรคว่ำไปด้วยแล้วแลไม่สวยเลย ขอเถอะ อย่าทำกันเลย เพื่อความศรัทธา น่าเลื่อมใส ช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ ของพระที่ดีกันไว้ด้วยเถอะ

พ่อค้ายาซิ่งหนีการจับกุม พลาดล้มสาหัสทั้งคนร้ายทั้งตำรวจ เข็มไมล์ค้างที่ 140

พ่อค้ายาซิ่งหนีการจับกุม พลาดล้มสาหัสทั้งคนร้ายทั้งตำรวจ เข็มไมล์ค้างที่ 140

พ่อค้ายาบ้าซิ่งจักรยานยนต์หนี หลังโดนตำรวจไล่ล่าขณะล่อซื้อยาบ้า เกี่ยวกันจนล้มคว่ำเจ็บสาหัสทั้ง 2 ฝ่าย

(7 ส.ค.63) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายเหตุเกิดบริเวณถนนสายวิเศษชัยชาญ-ผักไห่ หน้าโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ หมู่ที่ 3 ต.ท่าช้าง อ.วิเศษชัยชาญ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้รับแจ้งทางเจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า นินจา สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายคว่ำอยู่บริเวณข้างทางสภาพพังเสียหายเกือบทั้งคัน ห่างไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โนวาแดช แต่งซิ่ง หมายเลขทะเบียน กตจ 265 อ่างทอง ชนกับเสาหลักกิโลเมตรจนรถพังยับ โดยเมื่อตรวจสอบบริเวณไมล์วัดความเร็วก็ต้องตกใจเมื่อเข็มไมล์ค้างอยู่ที่ความเร็ว 140 กม./ชม.

นอกจากนี้ยังพบยาบ้าชนิดสีส้มกว่า 100 เม็ด กระจายเกลื่อนถนนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ใกล้ที่เกิดเหตุพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ ส.ต.อ.ธนบดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ไหปลาร้าหัก ส.ต.ต.พิสุทธิ์ ได้รับบาดเจ็บไหปลาร้าซ้ายหัก ส่วนอีกรายเป็นคนขับรถฮอนด้าแดช ชื่อ นายอนุทัศน์ อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวทั้ง 3 คนส่ง รพ.วิเศษชัยชาญ  

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะที่ตนกำลังทำงานเห็นรถจักรยานยนต์ทั้งสองคันขับไล่ประกบกันมาด้วยความเร็วสูง จนหายลับไปเนื่องจากเป็นทางโค้ง สักพักได้ยินเสียงดังคล้ายรถชนก่อนที่จะมีรถตำรวจและมูลนิธิวิ่งตามมาจึงวิ่งมาดูก็พบว่ารถทั้งสองคันเกิดอุบัติเหตุจนตกลงไปข้างทางแล้ว 

ขณะที่หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อซื้อยาบ้าจากนายอนุทัศน์จำนวน 50 เม็ด โดยนัดส่งกันที่บริเวณสะพานคลองน้ำเชี่ยว ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กม. ขณะที่กำลังวางกำลังเพื่อจับกุมนายอนุทัศน์ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าแดชมาก่อนเวลานัดหมาย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไหวตัวขับหลบหนี ทาง ส.ต.อ.ธนบดี และ ส.ต.ต.พิสุทธิ์  จึงขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามจนกระทั่งมาประสบอุบัติเหตุ เบื้องต้นอาการทั้งหมดสาหัสโดยทางแพทย์ยังคงต้องรักษาอาการอย่างใกล้ชิด  

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ เตรียมอายัดตัวนายอนุทัศน์ไว้ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยนายอนุทัศน์เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยต้องคดีในเรื่องของความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาไม่นานก็กลับมาก่อเหตุอีก 

สลด กระบะขนโต๊ะใหญ่คืนวัด จังหวะเข้าโค้ง โต๊ะไหล-คนตกเสียชีวิตคาที่

สลด กระบะขนโต๊ะใหญ่คืนวัด จังหวะเข้าโค้ง โต๊ะไหล-คนตกเสียชีวิตคาที่

รถกระบะขนโต๊ะใหญ่ไปคืนวัด จังหวะรถเลี้ยวโค้ง ทั้งคนทั้งโต๊ะร่วงตกถนน ทำหนุ่มใหญ่เสียชีวิตคาที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 ต.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. เกิดอุบัติเหตุคนตกจากรถเสียชีวิต บริเวณถนนสายเข้าวัดทวนทอง ม. 5 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายวีระ อายุ 58 ปี นอนอยู่บริเวณข้างถนน ก่อนถึงโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก นอกจากนี้ ยังมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ตกอยู่ 2 ตัว

ห่างกันไปพบรถกระบะนิสสันบิ๊กเอ็มตอนเดียว สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 7994 ชลบุรี จอดอยู่ ที่รถกระบะบรรทุกโต๊ะขนาดใหญ่อยู่อีก 1 ตัว มีนายเอกลักษณ์ อายุ 28 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  

จากการสอบถาม นายเอกลักษณ์ ทราบว่า ขณะขับรถกระบะคันดังกล่าวขนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่มาจำนวน 3 ตัว เพื่อนำไปคืนที่วัดทวนทอง โดยมี นายวีระ ผู้ตาย นั่งมาบนโต๊ะไม้ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่บรรทุกมาเกิดไหลร่วงจากกระบะ ตัวนายวีระที่นั่งอยู่ก็ร่วงลงไปกับโต๊ะทันที ตนจึงจอดรถแล้วขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา แต่ไม่ทันนายวีระได้เสียชีวิตดังกล่าว 

งูเหลือมโผล่ชักโครก กัดก้นสาวใหญ่ เจ้าตัวฮึดสู้ จับหักคอด้วยมือเปล่า ตายอนาถคาห้องน้ำ

วันที่ 20 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้าน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเเถวย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ เพื่อพบกับนางบุญส่ง อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน หลังจากในโลกออนไลน์แชร์ข่าวกันว่า นางบุญส่งถูกงูเหลือมยาวประมาณ 2 เมตร กัดแก้มก้นและนิ้วมือขวาจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนางบุญส่งได้สู้กับงู จนหักคองูตัวดังกล่าวด้วยมือเปล่าจนงูตาย
นางบุญส่ง เล่าว่า เมื่อประมาณ 21.00 น. ของเมื่อวานนี้ ขณะที่ตนกำลังจะเข้าไปปลดทุกข์ในห้องน้ำภายในบ้าน ขณะที่กำลังนั่งลง ตนต้องตกใจอย่างสุดขีด เมื่อมีงูเหลือมขนาดยาวประมาณ 2 เมตร ฉกและกัดเข้าที่แก้มก้นอย่างแรง ด้วยความเจ็บปวดและตกใจ ตนจึงรีบลุกขึ้นจากโถส้วม แล้วใช้มือดึงงูออกจากแก้มก้น แต่ด้วยความดุร้ายของงูชนิดนี้ กลับแว้งกัดเข้าที่นิ้วมือของตน ด้วยความตกใจและกลัวที่มาพร้อมกัน ตนจึงใช้มืออีกข้างหนึ่งหัดคองูเหลือมตัวนั้น จนงูตายในทันที
โดยบ้านหลังนี้ตนอาศัยอยู่มานานกว่า 10 ปี ไม่เคยเจอสัตว์เลื้อยคลานเข้าบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่พอเจอแบบนี้ก็ทำให้ตนถึงกับผวา และหวาดระแวงทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ จนแทบไม่กล้าจะเปิดโถส้วม ตนจึงบอกให้แฟนหาตะแกรง มาปิดตามปากท่อระบายน้ำที่เป็นช่องทางเข้าทุกจุดของบ้าน เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลานที่จะมาพร้อมกับฤดูฝน และคลายความกังวลของบ้าน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นเคราะห์ดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก