คดีพลิก หลังผลชันสูตรออก ‘ต๊อก โคกสะบ้า’ ถูกยิงดับ ตร.เร่งล่าคนร้าย

คดีพลิก หลังผลชันสูตรออก 'ต๊อก โคกสะบ้า' ถูกยิงดับ ตร.เร่งล่าคนร้าย

ล่ามือฆ่า ‘ต๊อก โคกสะบ้า’ หลังหลังผลชันสูตรออก ถูกยิง 3 นัด ลุยสอบปากคำกว่า 20 ปาก ไล่กล้องวงจรปิดกว่า 100 ตัว ลั่นไม่เกินอาทิตย์นี้ ได้ตัวแน่นอน เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 พ.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดกอง สว.(สอบสวน)สภ.นาโยง จ.ตรัง ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง และเจ้าหน้าที่ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บรรเทานาโยง) รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังผลชันสูตรพลิกศพระบุว่านายโสภณ ณ นคร หรือ “ต๊อก โคกสะบ้า” อายุ 55 ปี ถูกฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 64 เวลา 14.20 น. ตำรวจสภ.นาโยง รับแจ้งอุบัติเหตุรถจยย.พ่วงข้าง เสียหลักตกคูน้ำข้างทาง บริเวณริมถนนสายนาโยง-ย่านตาขาว พื้นที่บ้านนาปด ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง คนขี่คือนายโสภณ ณ นคร หรือ “ต๊อก โคกสะบ้า” อายุ 55 ปี อาชีพกรีดยาง และเคยเป็นผู้สมัครลงเลือกตั้งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.โคกสะบ้า เสียชีวิต

ต่อมาปรากฎว่าได้มีการชันสูตรพลิกศพ พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม เนื่องจากพบร่องรอยโดนยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด กระสุนเจาะเข้าลำตัว 3 แผล เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นเพื่อเก็บพยานหลักฐาน

โดยทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้นำ นำเครื่องเมทัล ดีเทคเตอร์ หรือเครื่องตรวจจับโลหะ สแกนหาวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง รวมทั้งค้นหาปลอกกระสุนปืนในจุดเกิดเหตุ แต่ไม่ได้พบปลอกกระสุนแต่อย่างใด

ด้านพ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง ผกก.สภ.นาโยง กล่าวว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำพยานไปประมาณ 20 ปาก และได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไปแล้วกว่า 100 ตัว ซึ่งทางตำรวจระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีกี่ราย และยังไม่ได้ออกหมายจับใคร เนื่องจากต้องรอให้คดีมีความชัดเจนมากกว่านี้

ส่วนปมเหตุในการก่อเหตุมุ่งเรื่องปัญหาส่วนตัว ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำแผนประทุษกรรม เพื่อจำลองเหตุการณ์ในการก่อเหตุ มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ไม่เกินภายในสัปดาห์นี้ ตนได้ไปแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว พยายามดูแลอย่างเต็มที่ เพราะผู้ตายเองก็เป็นคนดี รักครอบครัว รับปากจะพยายามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีมาให้ได้

กลุ่มผู้เสียหายร้องถูกหลอกลงทุน”เงินดิจิตอล” สูญเงินกว่า 46 ล้านบาท

กลุ่มผู้เสียหายร้องถูกหลอกลงทุน"เงินดิจิตอล" สูญเงินกว่า 46 ล้านบาท

กลุ่มเสียหายรวมตัวกว่า 20 คน หอบเอกสารหลักฐานร้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกหลอกลงทุน binance เสียหายกว่า 46 ล้านบาท ผู้เสียหายแฉ ถูกชักชวนผ่านแอพหาคู่ พูดคุยสร้างสัมพันธ์ ก่อนชวนลงทุนเงินดิจิตอล อ้างผลตอบแทนสูง ส่งลิงก์มาให้ลงทุน วอนตร.เร่งรัดดำเนิน
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 คน นำเอกสารหลักฐานยื่นหนังสือถึงพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุน binance การลงทุนสกุลเงินดิจิตอลมูลค่าความเสียหายกว่า 46 ล้านบาท มีผู้เสียหายเกือบ 50 คน

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มลงทุนมีการพูดคุยกับผู้ชักชวนผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ และ มีการพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ และสร้างให้เกิดความน่าเชื่อถือ ก่อนจะถูกชักชวนร่วมลงทุน binance ซึ่งเป็นพอร์ตการลงทุนสกุลเงินดิจิตอลโดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้ผู้ชักชวนจะส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายเข้าไปเทรดสกุลเงินต่างประเทศเหมือนการลงทุนทั่ว เช่น ลงทุน แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล ไปผู้เสียหายแต่ละคนจะได้ลิงก์ที่แตกต่างกัน ซึ่งผลตอบแทนก็จะแตกต่างกันด้วยขึ้นอยู่กับเงินต้นทุนที่ได้ลงทุนไป

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยอีกว่า ต่อมาเมื่อเห็นว่าได้ผลตอบแทนจริง จึงตัดสินใจลงทุนเพิ่ม หลังจากที่ลงทุนเพิ่มไปแล้วกลับไม่ได้ผลตอบแทนตามที่ตกลงกัน ผู้เสียหายบางคนได้ติดต่อไปยังผู้ชักชวนลงทุนแต่กลับไม่ได้คำตอบ จึงเข้าแจ้งความโดยก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความไปแล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเร่งรัดดำเนินคดีตามกฎหมาย

จับคาวัด! หนุ่มขโมยจยย.จอดหน้าโรงพักเก่า อ้างเอารถยนต์ไปซ่อม ตกงานไม่มีจ่าย

จับคาวัด! หนุ่มขโมยจยย.จอดหน้าโรงพักเก่า อ้างเอารถยนต์ไปซ่อม ตกงานไม่มีจ่าย

ตร.ขอนแก่น ตามรวบหนุ่ม 36 คาวัด หลังขโมยจยย.จอดหน้าโรงพักเก่า อ้างเอารถยนต์ไปซ่อม ไม่มีรถใช้ เพราะตกงานไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น สามารถบันทึกภาพชายอายุประมาณ 30-35 ปี สวมใส่เสื้อคอกลมแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์สีดำ กำลังจูงรถรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีเทา หมายเลขทะเบียน ขธน 820 ขอนแก่น ซึ่งก่อเหตุขโมยมา เดินผ่านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสำราญ

ต่อมา พ.ต.ท.ปรเมษฐ์ ปัดทุมแฝง รอง ผกก.สส.สภ.เวฬุวัน พ.ต.ต.วุฒิศักดิ์ ดีสวน สว.สส.สภ.เวฬุวัน พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวฬุวัน สืบทราบว่าคนร้ายได้ไปอาศัยภายในวัดบ้านนาเพียง โดยวัดดังกล่าวอยู่ใกล้เคียงกับโกดังเทปใสและเทปกาว ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น จึงนำกำลังเข้าไปภายในวัด พบคนร้ายกำลังช่วยพระประกอบหลังคาเต็นท์ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ทราบชื่อต่อมาคือนายคำเพย ราชดา หรือเต่า อายุ 36 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.หนองตูม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีเทา หมายเลขทะเบียน ขธน 820 ขอนแก่น ที่ขโมยมา

สอบสวนนายคำเพย ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลาประมาณ 07.30 น. ตนไปขโมยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ที่จอดอยู่บริเวณปากทางเข้าบ้านโคก ถนนมิตรภาพ ต.สำราญ จากนั้นได้เดินจูงและขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปไว้ที่บริเวณวัดบ้านนาเพียง ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุเพราะตนนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่และไม่มีรถใช้ เนื่องจากไม่มีเงินไปจ่ายค่าซ่อม อีกทั้งตนตกงาน ไม่รู้ว่าจะหาเงินวิธีไหน จึงวางแผนไปก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ที่อาคาร สภ.เวฬุวัน หลังเก่า เพราะจะมีรถชาวบ้านมาจอดไว้จำนวนมาก กระทั่งถูกตำรวจจับกุมตัวได้ที่สุด

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ผู้อื่น ก่อนจะส่งตัวพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หักหลบจยย.ย้อนศร! กระบะเสียหลักพุ่งตกถนน คว่ำหลายตลบ คนขับดับคาที่ เจ็บอีก 2

หักหลบจยย.ย้อนศร! กระบะเสียหลักพุ่งตกถนน คว่ำหลายตลบ คนขับดับคาที่ เจ็บอีก 2

กระบะหักหลบจยย.ย้อนศร เสียหลักพุ่งตกถนนเพิ่งสร้างใหม่ ยังไม่เปิดใช้ คนขับกระเด็นออกนอกรถ ดับคาที่ คนนั่งมาด้วยเจ็บอีก 2

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 15 มี.ค. 2564 ร.ต.อ.ดำรง ทองลบ รองสารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งตกถนนแล้วพลิกคว่ำหลายตลบ เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย บริเวณถนนตัดใหม่สายสุวรรณศร หลังโรงงานผลิต ซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ (ปราจีนบุรี-ประจันตคาม) หรือสาย 33 บ้านดงยางในหมู่ 7 ต.โนนห้อม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนรุดตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ที่เกิดเหตุเป็นถนนเพิ่งตัดใหม่ 4 ช่องการจราจร ยังไม่เปิดให้ใช้ สภาพถนนมืด ช่วงทางขึ้นไปฝั่ง อ.ประจันตคาม พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กธ 3757 กรุงเทพมหานคร ตกถนนลงไปด้านล่าง สภาพพลิกคว่ำหลายตลบ จนหลังคาและหน้ารถยุบเข้าหาตัวรถ กระจกแตก

บริเวณนอกรถใกล้ล้อฝั่งที่นั่งคนขับ พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายเฉลิม แสนที่รัก อายุ 47 ปี เป็นคนขับ อยู่บ้านเลขที่ 261 ซอยอ่อนนุช 65 แยก 15 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร สภาพนอนคว่ำหน้า ถูกรถทับจนใบหน้าผิดรูป ส่วนฝั่งตรงข้ามรถพบนายคมกฤช ทันใจ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 6 ต.เต็ง อ.คง จ.นครราชสีมา กระเด็นออกมานอกรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในตัวรถที่นั่งติดคนขับพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบเพียงชื่อนายเอ๋ (ไม่ทราบนามสกุล) หน่วยกู้ภัยได้รีบนำส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อย่างเร่งด่วน

สอบสวนนายคมกฤช กล่าวว่า พวกตนทั้งหมดรวม 3 คน มีอาชีพรับเหมาทำแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต อยู่ห้างโฮมโปรในตัวเมืองปราจีนบุรี หลังเลิกงานกำลังจะกลับที่พักที่ อ.ประจันตคาม มีนายเฉลิม หัวหน้างาน (ผู้เสียชีวิต) เป็นคนขับขี่ ตนนั่งอยู่แค็บหลัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขับย้อนศรมา คนขับจึงหักหลบ ทำให้รถเสียหลักตกถนน และพลิกคว่ำหลายตลบ ตนกระเด็นออกมานอกตัวรถ เมื่อคลานมาดูก็เห็นคนขับนอนแน่นิ่งและอีกคนติดภายใน

นายคมกฤช กล่าวอีกว่า ช่วงเกิดเหตุตกใจมาก นึกถึงแต่พระคุณพ่อและแม่ที่อยู่ให้คุ้มครอง โดยก่อนเกิดเหตุ 1 วัน นายเฉลิมได้สั่งเสียตนว่า หากกูเป็นอะไร มึงดูเลขท้ายรถกูไว้แล้วซื้อหวยด้วย

สลดหนุ่มขี่ จยย.ข้ามแยกดัง ชนขอบทางล้ม โดนรถยนต์วิ่งตามมาทับร่างดับ ก่อนขับหนี

สลดหนุ่มขี่ จยย.ข้ามแยกดัง ชนขอบทางล้ม โดนรถยนต์วิ่งตามมาทับร่างดับ ก่อนขับหนี

สลดหนุ่มขี่ จยย.ข้ามแยกดัง พลาดชนขอบทางล้ม โดนรถยนต์วิ่งตามมาทับร่างดับ ก่อนขับหนีไม่เหลียวแล ตำรวจเร่งเช็กวงจรปิดไล่ล่า ตามตัวมาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 2 มี.ค.64 พ.ต.ต.พันธ์ุ วัชรินทร์ สารวัตร(สอบสวน)สน.วิภาวดี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์เฉี่ยวชนแล้วหลบหนี เหตุเกิดบนสะพานข้ามแยกลาดพร้าว ถนนวิภาวดี-รังสิต ขาเข้า แขวงและเขตจตุจักร กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนรัตน์ สุวรรณดี สารวัตร(สอบสวน)สน.พหลโยธิน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุช่องทางคู่ขนาน เลนขวา พบผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย ทราบชื่อ นายอนุชิต เทียนดอนไพร อายุ 40 ปี ตามร่างกายพบมีรอยถูกล้อรถยนต์ทับ ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร ในช่องเลนซ้าย ก่อนถึงหน้าโรงงาน ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว พบจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ทะเบียน 1กข-8136 ฉะเชิงเทรา สภาพล้มคว่ำและมีหมวกกันน็อก แบบเต็มใบ สีดำ ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกเก็บรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่ารถจักรยานยนต์ ช่วงระหว่างวิ่งขึ้นสะพานเกิดเสียหลักเฉี่ยวชนขอบทาง ก่อนโดนรถยนต์ไม่ทราบชนิดที่วิ่งตามมาพุ่งชนทับร่างผู้ขับขี่จยย.จนเสียชีวิต ส่วนรถยนต์คู่กรณีที่หลบหนี อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว เพื่อติดตามมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บุกปิดบัญชี‘888-ฟ้าใส’เปิดโอเกะแฝงค้ากาม เจอต่ำกว่า 18 ด้วย

บุกปิดบัญชี‘888-ฟ้าใส’เปิดโอเกะแฝงค้ากาม เจอต่ำกว่า 18 ด้วย

ตำรวจภาค 5 บุกจับ 2 ร้านคาราโอเกะ 888-ฟ้าใส แฝงขายบริการทางเพศ หลังมูลนิธิอิมมานูเอลจังหวัดเชียงใหม่แจ้งข้อมูล เจอต่ำกว่า 18 ด้วย แจ้งข้อหาหนักค้ามนุษย์

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ก.พ.2564 ที่บก.ภ.จว.น่าน พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จว.น่าน ร่วมแถลงผลการจับกุมร้านคาราโอเกะนำเด็กสาวมาขายบริการ โดยคดีนี้ตำรวจได้รับข้อมูลจากมูลนิธิอิมมานูเอลจังหวัดเชียงใหม่ ว่าร้านคาราโอเกะ 888 และ ร้านฟ้าใส ริมถนนสายน่าน-ทุ่งช้าง ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน นำหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีมาขายบริการ เข้าข่ายกระทำผิดฐานค้ามนุษย์

จากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าสืบสวนตรวจสอบจนได้ข้อเท็จจริงว่ามีการแฝงค้าบริการทางเพศจริง จึงขอหมายจับศาลจังหวัดน่านที่จ.11/2564 เข้าตรวจค้นร้านคาราโอเกะ 888 และ ร้านฟ้าใส ซึ่งอยู่ใกล้กัน เปิดให้บริการเป็นร้านคาราโอเกะ แต่มีห้องให้บริการลูกค้า

จากการตรวจสอบ พบหญิงสาวมาทำงานเป็นพนักงานนั่งดื่ม 30 ราย มีหญิงสาวอายุไม่ถึง 18 ปี 4 ราย จึงจับกุมตัวนางต้ง อายุ 47 นายสุทิน อายุ 51 เจ้าของร้าน 888 นายอาทิตย์ อายุ 33 ปี และนายสุนทร อายุ 29 ปี เจ้าของร้านฟ้าใส ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมนำตัวหญิงสาวอายุไม่ถึง 18 ปี 4 รายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองชั่วคราว เพื่อคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยร่วมกับทีมสหวิชาชีพ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน

กู้แบงก์ไหนก็ไม่ผ่าน! ช่างแอร์ติดหนี้พาญาติงัดเอทีเอ็มล้วงไปได้เกือบล้าน

กู้แบงก์ไหนก็ไม่ผ่าน! ช่างแอร์ติดหนี้พาญาติงัดเอทีเอ็มล้วงไปได้เกือบล้าน

จับแล้วโจรงัดตู้เอทีเอ็ม บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ช่างแอร์ติดหนี้นอกระบบ กู้ธนาคารไม่ผ่านสักแบงก์ พาญาติ 2 คนบุกใช้แก๊สตัดเจาะล้วงเงินสดไปได้เกือบ 8 แสน ตร.แกะรอยล่า 2 วันปิดคดี รวบยกแก๊ง

วันที่ 7 ก.พ.2564 ที่สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รักษาราชการแทน ผบช.ภาค 2 พล.ต.ต.อิทธิพล โพธิทอง ผบก.ภ.จว.นครนายก ปฏิบัติราชการ ผบก.บก.สส.ภ.2 พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี พ.ต.อ.มาโนช กันเกลา ผกก.สภ.สภ.กบินทร์บุรี ร่วมแถลงจับกุม นายสมนึก จันทร์โฉม อายุ 40 ปี 3 นายธนจิตต์ อายุ 19 ปี และ นายนพรัตน์ อายุ 18 ปี หลังร่วมกันชิงเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้เงินไป 758,900 บาท กลางดึกวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนนายสมนึก รับสารภาพว่า ทำงานเป็นช่างแอร์วางระบบตามห้างสะดวกซื้อต่างๆ แต่ช่วงโควิดระบาดเกิดว่างงาน ประกอบกับเป็นหนี้นอกระบบ 360,000 บาท หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ ทำเรื่องขอกู้เงินธนาคารต่างๆก็ไม่ได้ จึงวางแผนงัดตู้เอทีเอ็มโดยนำญาติๆมาช่วยด้วย จากการสำรวจพบว่าตู้เอทีเอ็มของธนาคาร หน้าร้านสะดวกซื้อหน้าตลาดไทยประคอง ต.กบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ค่อนข้างเปลี่ยวจึงใช้แก๊สตัดด้านหลังล้วงยิบเงินไปใช้เวลาก่อเหตุ 1 ชั่วโมง 17 นาที

ด้านพล.ต.ท.รอย กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายแก๊งนี้ได้อย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียง 2 วัน หลังเร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ จนสามารถติดตามได้ ส่วนเงินของกลางเหลือในบัญชีคนร้ายกว่า 500,000 บาท แอีกส่วนหนึ่งอายัดในแอป จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนแจ้งข้อหานำตัวส่งดำเนินคดีต่อไป

191บุกจับ เว็บแทงหวยออนไลน์ รวบ13แอดมิน เปิดรับทั้งใน-นอก

191บุกจับ เว็บแทงหวยออนไลน์ รวบ13แอดมิน เปิดรับทั้งใน-นอก

191บุกจับ เว็บแทงหวยออนไลน์ รวบ13แอดมิน เช่าบ้านหรูกลางกรุง ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว เปิดรับแทงทั้งหวยใน-นอกประเทศ เงินหมุนเวียนกว่า 7.5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 64 พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.บก.สปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.อัครพล โทยะ พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ , พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร , พ.ต.ท.สุทธิเดช อาฬาริ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.เชษฐพร บัวจันทร์ สว.งานสายตรวจ 2

นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 24 ซอยนาคนิวาส 24 ถ.นาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเปิดเว็บไซต์การพนัน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 13 ราย เป็นชาย 8 ราย หญิง 5 ราย พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 14 เครื่อง,เครื่องปริ้นเตอร์ 2 เครื่อง,เครื่องปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ต 2 เครื่อง ,สมุดบัญชี 6 เล่ม และเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด 1 เครื่อง

พล.ต.ต.สมบูรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวนพบว่ามีการลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์จำพวกสลากกินรวบหรือหวยผ่านเว็บไซต์ โดยใช้บ้านหลังดังกล่าวเป็นฐานปฎิบัติการ จึงขอหมายเพื่อเข้าตรวจค้น

เมื่อขึ้นไปที่บริเวณชั้นสองพบกลุ่มผู้ต้องหากำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่เปิดหน้าจอรับแทงพนันอยู่ โดยมีนายปวีณ์ณัฐ เกษมสรวล อายุ 31 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลบ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมพร้อมตรวจยึดของกลางได้ทั้งหมด

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่า ได้เช่าบ้านดังกล่าวในราคาเดือนละ 3 หมื่นบาท เพื่อมาเปิดเว็บรับพนันหวยออนไลน์ ซึ่งทำมานานกว่า 5 เดือน โดยจะส่งข้อความชักชวนให้เล่นหวยออนไลน์ผ่านช่องทางต่างๆทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ ซึ่งมีการเปิดรับพนันทั้งหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ หวยหุ้น และหวยจับยี่กี เป็นต้น มีเงินหมุนเวียนกว่า 7.5 ล้านบาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมจัดให้มีการเล่นพนัน หรือทําอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478,

และร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ที่กระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.โชคชัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่งพ้นคุกฆ่าคนตาย! หนุ่มติดยา สังหารโหดแม่ ทิ้งร่างไร้ลมหายใจกลางทุ่ง

เพิ่งพ้นคุกฆ่าคนตาย! หนุ่มติดยา สังหารโหดแม่ ทิ้งร่างไร้ลมหายใจกลางทุ่ง

เพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าคนตาย หลังติดคุก 9 ปี หนุ่มโหดติดยา ฆ่าโหดแม่ ทิ้งร่างไว้กลางทุ่ง หลังโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ก่อนฉกเงินสด-โทรศัพท์ ขี่จยย.หนีลอยนวล

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564 พ.ต.อ.วรวุฒิ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ได้รับรายงานว่ามีคนพบศพผู้หญิงเสียชีวิต กลางทุ่งนาบ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 2 ต.หนองคู อ.บ้านแท่น จึงสั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.บ้านแท่น ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวนภูธรจังหวัดชัยภูมิ และแพทย์ รพ.บ้านแท่น ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพหญิง 1 ราย สภาพถูกเสื้อยีนส์แขนยาวรัดบริเวณลำคอ เลือดไหลออกทางปากและจมูก นอนจมกองเลือด ทราบชื่อต่อมาคือนางอรพิน อย่างสวย อายุ 52 ปี ชาว ต.หนองคู อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ

สอบถามนางดวงจันทร์ น้าของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า มีชาวบ้านพบศพคนนอนอยู่กลางทุ่งนา จึงรีบแจ้งผู้นำชุมชนให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ก่อนมีคนมาบอกว่าเป็นหลานของตน จึงรีบไปดู เชื่อว่าฆาตกรคือลูกชายของนางอรพิน คือนายทรงกด อย่างสวย อายุ 31 ปี เป็นคนฆ่าแม่ตัวเอง เนื่องจากเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำในคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา

ด้านนายบุญเต็ม อย่างสวย อายุ 62 ปี สามีผู้เสียชีวิต และพ่อของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ช่วงเช้าลูกชายบ่นว่าปวดหน้าอก หายใจไม่ออก จึงให้แม่ขับรถจักรยานยนต์พาลูกชายไปตรวจที่ รพ.บ้านแท่น ก่อนกำชับลูกชายให้ดูแลเเม่ให้ดีๆ เพราะต้องเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ให้ กระทั่งบ่ายมีคนมาบอกว่า พบภรรยาของตนนอนเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา แต่ไม่มีใครพบลูกชายและรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ 125 สีเทา-ฟ้า ทะเบียน 8 ญ 705 กรุงเทพมหานคร รวมถึงเงินสดและโทรศัพท์มือถือของภรรยาก็หายไปด้วย

นายบุญเต็ม กล่าวต่อว่า เชื่อว่าลูกชายเป็นคนฆ่าแม่ เพราะลูกชายเคยก่อเหตุฆ่าคนตายโดยเจตนามาแล้วที่ จ.นครสวรรค์ และมีโทษจำคุกถึง 9 ปี ก่อนจะพ้นโทษออกมาจากเรือนจำเมื่อเดือน มี.ค. 2563 และกลับมาอยู่บ้าน ลูกชายก็ไม่หางานทำ มีแต่กินเหล้าและเสพยาเสพติด เมื่อเสพเข้าไปก็จะมีอารมณ์ฉุนเฉียว เคยขู่จะทำร้ายฆ่าพ่อกับแม่มาแล้ว แต่ก็เอาตัวรอดมาได้จนกระทั่งเกิดเหตุในครั้งนี้

ขณะที่ พ.ต.อ.วรวุฒิ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น ได้เดินทางเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุและแจ้งกองพิสูจน์หลักฐานให้มาเก็บข้อมูล ก่อนที่จะส่งร่างผู้เสียชีวิตทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลชัยภูมิ พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งไล่ล่าลูกชายรายนี้มาสอบสวน และรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โมโหทวงค่าแรง! ผู้รับเหมา ปืนโหด ยิงลูกน้อง 4นัด ก่อนเรียกคนช่วย

โมโหทวงค่าแรง! ผู้รับเหมา ปืนโหด ยิงลูกน้อง 4นัด ก่อนเรียกคนช่วย

ผู้รับเหมา ปืนโหด รัวยิงลูกน้อง ในบ้านพักพื้นที่ จ.สงขลา เปิดปากสารภาพปม ทวงค่าแรง ตำรวจตามรวบตัวขณะขับรถจักรยานยนต์หลบหนี

วันที่ 26 ม.ค.2564 พ.ต.อ.ไพบูลย์ บุญยรัตน์ ผกก.สภ.สามบ่อ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9

ที่เกิดเหตุทราบว่า ผู้ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสชื่อ นายมนู (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาว จ.พิษณุโลก ซึ่งเดินทางมาทำงานก่อสร้างอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 เข้าที่บริเวณสะบักขวา 3 นัด ชายโครงขวา 1 นัด และนิ้วขวามีแผลอีก 1 แผล จากการใช้มือปัดป้องกระสุนปืน โดยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลระโนด นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืน .38 ตกอยู่ 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และยังพบร่องรอยการตั้งวงดื่มกินกันอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนยิงคือ นายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุ และเป็นผู้รับเหมาที่ นายมนู มาทำงานเป็นลูกน้องอยู่ด้วย โดยหลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปพร้อมอาวุธปืน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สามบ่อ จึงออกติดตาม

ก่อนจะสามารถจับกุมได้ขณะขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ บนถนนสายบ่อโพธิ์ มุ่งหน้าไป อ.ระโนด ซึ่งห่างจากบ้านพักของตนเองประมาณ 2 กิโลเมตร ทั้งนี้ ขณะเข้าทำการจับุกม นายปัญญา พยายามขับรถจักรยานยนต์หลบหนีแต่ก็ถูกตำรวจสกัดจับเอาไว้ได้ พร้อมอาวุธปืน .38 ที่ใช้ก่อเหตุและกระสุนปืนอีก 15 นัด

จากการสอบสวน นายปัญญา ยอมรับสารภาพว่า ตอนเกิดเหตุได้ตั้งวงดื่มเหล้าอยู่กับนายมนูซึ่งเป็นลูกน้อง และเพื่อนบ้านอีก 4 คน แต่คนอื่นได้ทยอยกันกลับไปแล้ว เหลือเพียงตนกับนายมนู ระหว่างที่กำลังดื่มกินและเริ่มมีอาการมึนเมา ก็ได้มีปากเสียงกับนายมนูที่ขอเบิกเงินค่าแรง 750 บาท แต่ได้ให้ไปแค่ 300 บาท

“นายมนู ไม่ยอมจะเอาทั้งหมดและได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ ไปเอามีดพร้ามาด้วยและนำมาวางไว้ข้างบ้าน ส่วนผมเข้าไปหยิบปืนมาพกติดตัวไว้ เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้าย และได้เกิดการโต้เถียงกันอีกรอบ ด้วยความโมโหและความเมาจึงได้ชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงนายมนู 4 นัดจนล้มลงกับพื้น” นายปัญญา กล่าว

นายปัญญา กล่าวต่อว่า จากนั้น ตนได้เดินไปบอก นายยงยุทธ เทพแก้ว ซึ่งเป็นรอง นายกเทศบาลตำบลบ่อตรุ ที่มีบ้านอยู่ใกล้ ๆ กัน ให้มาช่วยพานายมนูส่งโรงพยาบาล ส่วนตนก็ขับรถจักรยานยนต์พร้อมอาวุธปืนออกจากบ้านไป

ทั้งนี้ ตำรวจได้ควบคุมตัวนายปัญญาไปดำเนินคดีในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นและพกพาปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ส่วนนายมนูขณะนี้อาการยังน่าเป็นห่วง แล้วยังมีลูกที่ต้องดูแลอีก 3 คนด้วย