หนีไปเจอชุดเดลต้า! มืออาก้าบุกกราดฆ่ากำนันดัง ปะทะเดือดสนั่นบันนังสตา

วันที่ 30 พ.ย. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เพชรสถิตรอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิง นายอับดุลลาเต๊ะ ยานยา ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอบันนังสตา เจ้าของกิจการร้านจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูกรายใหญ่ เสียชีวิต บนถนนสาย 410 บ้านกาสัง หมู่ 3 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธีรพจน์ ยินดี ผกก.สภ.บันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านพักริมถนน พบศพ นายอับดุลลาเต๊ะ ยานยา อายุ 49 ปี มีตำแหน่งเป็นกำนัน และประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านของอำเภอบันนังสตา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม เข้าบริเวณศีรษะและใบหน้า ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเหลือง ทะเบียน 1 กช 6611 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ใกล้กัน บนพื้นพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่ 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ออกจากมัสยิดภายในหมู่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 80 เมตร เพื่อเดินทางมาบ้านหลังเกิดเหตุ แต่ปรากฎว่าเมื่อกำลังจะจอดรถมีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ เข้าประกบจากนั้นคนซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนอาก้าแบบพับฐาน กราดยิงใส่ร่างผู้ตายล้มฟุบแล้วลงมาจ่อยิงซ้ำเข้าที่ใบหน้า ก่อนพากันหลบหนี

แต่ระหว่างนั้นปรากฎว่า ร.ต.อ.นิพนธ์ อ่อนรักษ์ หัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษเดลต้า พร้อมกำลังรวม 6 นาย ขับรถยนต์กันกระสุนอออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ผ่านมาประสบเหตุ จึงขับรถไล่ติดตามจับกุม ทำให่คนร้ายด้ใช้อาวุธอาก้ายิงใส่จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงทิ้งรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กช 7338 ปัตตานี แล้ววิ่งเข้าป่าสวนยางหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุในรัศมี 2 กิโลเมตร คาดว่าคนร้ายจะหลบซ่อนตัว เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นกำนันที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะได้จับกุมตัวสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทนายเตือน! สาวฟิสิกส์ ก่อนพูดเรื่องแรงเสียดทาน มารู้จักโทษอาญา ด่าคนตอแหล

จากกรณี สาวฟิสิกส์ ที่มีลักษณะอาการมึนเมา เปิดประตูรถไม่ทันระวัง ทำให้หนุ่มพนักงานร้านจำหน่ายซองกันกระแทก ซองเอกสารกันกระแทกราคาปลีก-ส่งผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ขับตามมาด้านหลังชนเข้าอย่างจังได้รับบาดเจ็บ จากนั้น สาวรายนี้ได้อ้างว่าเรียนฟิสิกส์ รู้แรงเสียดทาน ไปยืนด่าคนเจ็บว่า ตอแหล อย่ามาแอ็คติงแสดงละคร จนกลายเป็นคลิปไวรัลกระหึ่ม โซเชียล

ทำให้ ทนาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ลงในเพจ ทนายคู่ใจ ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า เปิดประตูไปชนเขา แล้วยังมาด่าเขาอีกว่า “ตอแหล” และอ้างเรียนฟิสิกส์มา แรงเสียดทานนิดเดียว ทำไม่ต้องนอนเจ็บขนาดนี้ ไม่รู้หรอกนะว่าจะเก่งฟิสิกส์ หรือเก่งวิชาการด้านไหนมา ในเมื่อทำให้เขาได้รับบาดเจ็บก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ไปด่าเขาอีกว่าตอแหล แบบนี้ควรเห็นใจไหม

เพราะตาม ป.อาญามาตรา 393 การดูหมิ่นซึ่งหน้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8919/2552 การดูหมิ่นผู้อื่น หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยาม สบประมาทผู้ที่ถูกกล่าว หรือทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวอับอายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นแล้ว

เมื่อตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายคำว่า “ตอแหล” ว่า เป็นการด่าคนที่พูดเท็จ ซึ่งมีความหมายในทางเสื่อมเสีย การที่จำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวต่อผู้เสียหายจึงเป็นการด่าผู้เสียหาย เป็นการดูถูกเหยียดหยามและสบประมาทผู้เสียหายว่าเป็นคนพูดเท็จ จึงเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393

ทหารพรานหนุ่ม วัย 27 หึงโหด รัวยิงม่าย 41 ดับสยอง ก่อนลั่นไกเจาะขมับฆ่าตัว

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 9 พ.ย. พ.ต.ต.พรชัย ประพิณ สว.(สอบสวน) สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยกู้ภัยมังกรศรีบุญเรือง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหน้าร้านหนิง หนิง นาฬิกา บริเวณด้านหลังบริษัทผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องที่อยู่ติดบขส.ศรีบุญเรือง หลังรับแจ้งเหตุยิงกัน พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง ทราบชื่อคือ นางลำใย ประวัติ อายุ 41 ปี นอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วรีบนำส่ง ร.พ.ศรีบุญเรือง และส่งต่อไปที่ ร.พ.หนองบัวลำภู แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีบาดแผลถูกยิงที่ท้อง 1 นัด คางทะลุลำคอ 1 นัด และแขนซ้าย 1 นัด

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจที่เกิดเหตุ ได้รับแจ้งมีคนยิงตัวตายที่หน้าบ้านนายอำนวย ประพันธ์พินิจ อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 341/2 หมู่ที่ 13 บ้านสันติสุข ห่างจากจุดเกิดเหตุแรกประมาณ 100 เมตร พบศพ อส.ทพ.วีรพงษ์ ไตรณรงค์ อายุ 27 ปี สังกัดกรมทหารพรานที่ 22 จ.นครราชสีมา สวมกางเกงขาสั้น เสื้อคลุมลายพราง ใช้ปืนพกซีแซด ขนาด 9 ม.ม. ยิงขมับตัวเองเสียชีวิต หน้ารถปิคอัพโตโยต้า ทะเบียน บน 7746 อุดรธานี ที่ไฟหน้ารถด้านซ้ายพบรอยและกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 1 นัด หว่างขาพบปืนที่ก่อเหตุตกอยู่ ใกล้ต้นขาซ้ายพบกระสุนปืนอีก 1 นัด แพทย์เวร และตำรวจวิทยาการเข้าร่วมตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตร พร้อมเก็บหลักฐานต่าง ๆ ทั้งสองจุด

สอบสวน น.ส.ชัญญภัทร บุศบิน อายุ 20 ปี ลูกของนางลำใย เให้การว่า แม่ได้ขับรถปิคอัพสี่ประตู ยี่ห้อฟอร์ด สีทอง ทะเบียน กง 6996 หนองบัวลำภู พาตนและนายวีรพงษ์ มาที่ บขส.ศรีบุญเรือง เพื่อส่งนายวีรพงษ์ แฟนใหม่ของแม่ขึ้นรถทัวร์ไปกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างทางทั้งคู่ทะเลาะกัน เมื่อถึง บขส. ตนก็ลงไปซื้อตั๋ว

น.ส.ชัญญภัทร กล่าวต่อว่า ขณะกำลังเดินกลับมาที่รถก็เห็นทั้งสองคนมีปากเสียง แล้วนายวีรพงษ์ก็ชักปืนมายิงแม่ ตนจึงวิ่งไปบอกคนขายตั๋วช่วยแจ้งเหตุ และเรียกกู้ชีพมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่แม่ก็เสียชีวิต ส่วนสาเหตุคงเป็นเรื่องหึงหวง ซึ่งนายวีรพงษ์คบหากับแม่ได้เพียง 4 เดือนผ่านโซเชี่ยล ก่อนจะเดินทางมาหาแม่ที่บ้าน เจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นกันต่อไป

เจ้านายช็อก! ปลุกคนขับรถ เท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เปิดประตูพบเสียชีวิตแล้ว

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ร.ต.อ.นพ จิ๋วแหยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพนียด รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตที่ในบ้านพักโรงงานรับจัดซื้อเเละนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่น ม.8 ต.พัฒนานิคม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม นคร88 อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักคนงานชั้นเดียว พบศพนายทองใบ ธพตะ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/19 หมู่ที่ 14 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ในสภาพสวมโสร่งสีแดงเพียงตัวเดียว นอนตะแคงซ้ายบนที่นอนตัวแข็งทื่อ จากการชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นไม่พบบาดแผล ไม่มีร่องรอยการต่อสู้และร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง

จากการสอบสวนเจ้าของโรงงานทราบว่า นายทองใบเป็นพนักงานขับรถของโรงงาน ปกติลุงทองใบจะตื่นแต่เช้าก่อนใคร จนเมื่อเวลา 07.00 น. ก็ยังไม่เห็นลุงทองใบตื่น จึงได้ไปเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบจึงได้งัดห้องพบว่าลุงทองใบนอนตายตัวแข็งทื่อแล้ว ปกติลุงทองใบมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เมื่อวานบ่นท้องเสีย ช่วงค่ำยังคุยกันอยู่ แต่ในคืนที่ผ่านมาสภาพอากาศหนาวเย็น อุณภูมิลดลง ลุงทองใบคงเผลอหลับโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อและห่มผ้า จนเป็นเหตุถึงชีวิต

เบื้องต้นร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำร่างลุงทองใบส่ง รพ.เพื่อพิสูจน์สาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนที่จะประสานญาตินำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

บุกจับหนุ่มขโมย บิ๊กไบก์ อ้างหาเงินเที่ยว แฉเคยฉกนาฬิกาหรูเมียนักแต่งเพลงดัง!

กองปราบ บุกจับหนุ่มวัย 29 คารีสอร์ตดังสมุทรสงคราม หลังก่อเหตุขโมย บิ๊กไบก์ อ้างหาเงินเที่ยวเตร่ และไม่มีงานทำ แฉประวัติก่อเหตุโชกโชน เคยขโมยนาฬิกาหรูของ หนึ่ง จักรวาล นักแต่งเพลงชื่อดังอีกด้วย พบมีหมายจับติดตัว 4 หมาย

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายพีรวัฒน์ แซ่เต็ง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/344 ซ.พหลโยธิน 48 แยก 20 แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.437/2561 ลงวันที่ 26 ต.ค. 2561 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการาจับกุม” จับได้ที่หน้าโรงแรมสุขใจรีสอร์ตที่อยู่ตรงข้ามบริษัทนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่น ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา นายพีรวัฒน์ ได้ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบก์ จากกลุ่มขายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ทางอินเตอร์เน็ต โดยจะทำทีโทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายตามเบอร์โทรศัพท์ที่ลงในเว็บไซต์ชื่อดัง ซึ่งผู้เสียหายได้ประกาศขาย รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบก์ ก่อนจะนัดวันเวลาขอดูสินค้า ทำสัญญาซื้อขายในวันถัดไป

เมื่อถึงวันเวลานัดหมาย นายพีรวัฒน์แสดงท่าทีมีกิริยาดีและการแต่งการภูมิฐานน่าเชื่อถือ จะพูดจาหว่านล้อมจนเหยื่อหลงเชื่อ ก่อนขอผู้เสียหายขับทดลอง ซึ่งทางผู้เสียหายได้ขอซ้อนท้ายไปด้วย แต่นายพีรวัฒน์อ้างว่าจะขับไปแค่ระยะทางใกล้ๆ จากนั้นพอสบโอกาสจึงได้ขับเร่งเครื่องหนีออกไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก

โดยได้ทรัพย์สินเป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์มูลค่า 600,000 บาทไป โดยนายพีรวัฒน์ได้ก่อเหตุมาอย่างโชกโชนในพื้นที่เตาปูน กรุงเทพฯ, อ.หนองไม้แดง จ.ชลบุรี มีหมายจับติดตัวอยู่ 4 หมายในคดีลักทรัพย์และฉ้อโกง

นอกจากนี้ ยังเคยขโมยนาฬิกาหรูกว่า 200,000 บาท ของภรรยานายจักรวาล เสาธงยุติธรรม หรือ หนึ่ง จักรวาล นักแต่งเพลงชื่อดัง ขณะเป็นคนขับรถ ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่เคยถูกจับไปแล้ว และออกมาทำพฤติกรรมเช่นเดิมอีก ก่อนมาถูกจับดังกล่าว

จากการสอบสวน นายพีรวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ทำจริงโดยมีสาเหตุจากต้องการเงินไปเที่ยวเตร่เพราะตนไม่มีอาชีพ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สาวผวา! 22เด็กแว้นซิ่งหนี-พังบ้านแอบตร. ก่อนถูกจับ พบลูก “พ.ต.อ.” ร่วมแก๊งด้วย

ตำรวจ สน.พญาไท ไล่จับระทึก เด็กแว้น ซิ่งป่วนเมือง เจอต้อนเข้าซอยตันก่อนพังบ้านประชาชนเข้าไปแอบ เจ้าหน้าที่รู้ทันโดนรวบยกแก๊ง พบหนุ่มลูกอดีตตำรวจร่วมก๊วนอยู่ด้วย โดยสามารถจับกุมได้เป็นชาย 17 คน และหญิง 5 คน

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 22 ต.ค. พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเรขา รอง ผกก.จร.สน.พญาไท พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายจราจร สน.พญาไท ร่วมกันปราบปรามจับกุมกลุ่ม เด็กแว้น ที่มีการแข่งรถในทางสาธารณะ และทำการปิดล้อมภายในซอยสวนเงิน แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. โดยสามารถควบคุมตัวเยาวชนชายและหญิงได้ 22 คน และรถจักรยานยนต์ 15 คัน

ที่เกิดเหตุอยู่สุดซอยสวนเงิน 500 เมตร ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวที่อยู่ตรงข้ามร้านจำหน่ายซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกราคาถูก เลขที่ 293/20 มีรั้วรอบขอบชิด พบเยาวชนชาย 17 คน และหญิง 5 คน รวม 22 คน มีอายุตั้งแต่ 14-20 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์ 15 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มวัยรุ่นมีใบขับขี่เพียงคนเดียว ส่วนรถจักรยานยนต์ทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ มีนายณัชพล หรือ พล พรหมคง อายุ 20 ปี นักศึกษาปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกชายของ พ.ต.อ.พันธ์ศักดิ์ พรหมคง อดีตข้าราชการตำรวจ นรต.รุ่น 33

จากการสอบถาม น.ส.มัลลิกา พาวุฒิ อายุ 26 ปี ผู้อาศัยบ้านหลังดังกล่าว  กล่าวว่า ตนพักอาศัยกับครอบครัว ก่อนเกิดเหตุกลางดึกเวลาประมาณ 04.00 น. ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ดังลั่น ซึ่งตนคิดว่ามีอุบัติเหตุร้ายแรงอยู่บนถนน จากนั้นเสียงรถเริ่มดังสนั่นภายในซอยจนมาถึงที่หน้าบ้านของตน ต่อมาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปิดประตูออกมาดูเห็นเด็กวัยรุ่นและจักรยานยนต์อยู่เต็มพื้นที่หน้าบ้าน ซึ่งตกใจและกลัวมาก ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นภายในบ้านตน

ด้าน พ.ต.ท.บวรภพ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ พบกลุ่มจักรยานยนต์กว่า 30 คัน รวมตัวกันแข่งรถบริเวณแยกโรงกรองน้ำ ย่านถนน พระราม 6 ถนนราชวิถี จึงระดมกำลังปิดล้อมพร้อมขับไล่ให้กลุ่มจักรยานยนต์เลี้ยวเข้าไปในซอยดังกล่าว เนื่องจากเป็นซอยตัน

“จากนั้น กลุ่มเด็กแว้นดังกล่าวได้พังประตูหน้าบ้านของประชาชน และนำรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดแอบแล้วเก็บตัวเงียบเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม จากการตรวจสอบไม่พบอาวุธและยาเสพติด ส่วนกลุ่มเด็กแว้นมีการนัดรวมตัวผ่านเพจ นักซิ่งกลางเมือง หรือปิดเมืองมาซิ่ง ในเฟซบุ๊ก” พ.ต.ท.บวรภพ กล่าว

พ.ต.ท.บวรภพ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ส่วนข้อหาอื่นๆ จะแจ้งเพิ่มเติมในภายหลังเป็นรายบุคคล จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจะประสานให้ผู้ปกครองพร้อมกับผู้กระทำผิดเข้าอบรมตามโครงการของ สปพ.191 เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เยาวชนเหล่านี้กลับไปทำซ้ำอีก ส่วนเรื่องทำลายทรัพย์สินหรือบุกรุกนั้นต้องรอให้เจ้าของบ้านเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ทลายแหล่งผลิตเหล้าปลอม! ผสมเองกรอกลงขวดยี่ห้อดังส่งขายผับทั่วประเทศ

วันที่ 17 ต.ค. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว นายธรรมศักดิ์ ลออเอี่ยม ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต และนายวิวัฒน์ เขาสกุล ผอ.สำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 114/9 หมู่ 13 หมู่บ้านคัลเล่อร์ที่อยู่เเถวบริษัทผลิตสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องรายใหญ่ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ภายหลังสืบทราบว่า ลักลอบจำหน่วยสุราต่างประเทศผิดกฎหมาย จากการเข้าตรวจค้นพบ นาย ลี ซี เกียง อายุ 48 ปี ชาวมาเลเซีย และ นายสิทธิพงษ์ วันทา 30 ปี กำลังช่วยกันกรอกส่วนผสมสุราต่างประเทศยี่ห้อต่างๆ ลงขวดเปล่าที่เตรียมไว้พร้อมฝาปิดผนึกและแสตมป์อากรของกรมสรรพสามิต โดยมีกล่องบรรจุสุราต่างประเทศยี่ห้อต่างๆจำนวนมากวางอยู่เต็มห้อง เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมทันที พร้อมของกลางสุราต่างประเทศยี่ห้อดังที่บรรจุขวดแล้วเตรียมส่งขายให้ลูกค้าจำนวนมาก

สอบสวนทั้งคู่รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายเดวิท สัญชาติมาเลเซีย จ้างวันละ 1 พันบาทต่อคน โดยนำส่วนผสมสุราต่างประเทศที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียมาผสมกับส่วนผสมอื่นๆและน้ำเปล่าเทบรรจุใส่ขวดและปิดฝาปิดแสตมป์อากรสรรพสามิต เอาใส่กล่องบรรจุใส่ลังซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดขนขึ้นมาจากภาคใต้ จากนั้นนำส่งขายให้ลูกค้า ที่สั่งซื้อทางไลน์ที่ใช้ชื่อไลน์ว่า “มาซ่า” ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสถานบันเทิงตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในประเทศไทย ส่วนสถานที่การผลิตจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การเข้าจับกุมในครั้งนี้ได้ร่วมกับตำรวจพื้นที่ร่วมกันติดตามมาพักใหญ่แล้ว จนทราบเป็นที่แน่ชัดและสถานที่นี้เป็นการขยายผลเบื้องต้น ซึ่งเราคงต้องมีการติดตามต่อไป เพราะว่าผู้กระทำผิดที่จับกุมได้ในครั้งนี้เคยกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาหลายครั้งแล้ว เท่าที่เช็กประวัติมาเบื้องต้น ซึ่งอาจเป็นทีมงานเดิมส่วนตัวการใหญ่คงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่สืบค้นสักระยะหนึ่งโดยต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้เพื่อขายซึ้งสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต ก่อนควบคุมตัวสองผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งสำนักงานคุมครองผู้บริโภค เพื่อทำการสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สลด! ครู ป.4 ซิ่งเก๋งแหกโค้ง-ประสานงา พังยับ! ดับคาที่ 2 ศพ ค้นรถเจอเหล้าครึ่งขวด

วันที่ 11 ต.ค. ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ทักษิณ รองสว.(สอบสวน) สภ.เรณูนคร จ.นครพนม รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรายหลาย บนถนนทางหลวงหมายเลข 2276 สายเรณูนคร-หนองฮี ช่วงบ้านโนนคำ หมู่ 8 ต.นางาม อ.เรณูนคร จึงรุดไปพร้อมแพทย์เวร รพ.เรณูนคร เจ้าหน้าที่กู้ชีพ 1669 รพ.เรณูนคร กู้ชีพ อบต.เรณูนคร กู้ชีพ อบต.นางาม และกู้ชีพสว่างนาวาธาตุพนม

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหลัก กม.ที่ 35 ก่อนถึงโค้งหักศอก 100 เมตร ห่างจากตัว อ.เรณูนคร ราว 6 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบ รถเก๋ ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ เลขทะเบียน กง 3037 นครพนม สภาพตกริมไหล่ทางพลิกค่ำตะแคงข้าง กระจังหน้าพังยับ กระโปรงหน้ารถฉีกขาด น้ำมันเครื่องไหลนอง ชิ้นส่วนรถตกกระเด็นปลิวกระจาย

ภายในรถพบศพนางภัทรวดี สวัสดิ์ปุระ วัย 42 ปี คนขับ เป็นครูสอนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านกุดตาไก้ที่อยู่เเถวโรงงานผลิตฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีรายใหญ่ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เสียชีวิตคาที่ติดอยู่คาที่นั่งเบาะคนขับ สภาพศพมีเลือดทะลักออกปากและใบหน้า ขาทั้ง 2 ข้างติดคาอยู่ที่คอนโซลหน้ารถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถนำศพออกจากซากรถได้

ส่วนที่นั่งข้างเบาะคนขับยังพบศพ น.ส.ลำจวน นาสิงเตา อายุ 47 ปี ชาว ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม คาดว่าเป็นญาตินางภัทรวดี อยู่ในสภาพเสียชีวิตคาที่ รวม 2 ศพ พบข้าวของเครื่องใช้ เสื้อ รองเท้าแตะ ผ้าห่ม และขวดเหล้า 1 ขวด ในขวดมีเหล้าเหลืออยู่ครึ่งขวดตกอยู่ นอกจากมียังมีหญิงอีก 1 คน นั่งเบาะหลังมาด้วย เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งรักษาที่ รพ.เรณูนคร

ใกล้กันยังพบ รถแวน อีซุซุ ไทยรุ่ง สีบรอนซ์-เงิน 5 ประตู เลขทะเบียน กง 9414 สกลนคร จอดอยู่ในกระจังหน้าพังยับ ทราบชื่อคนขับภายหลังคือนายพีระพล ศิริพัฒน์ อายุ 52 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเดินได้ ถูกนำตัวส่งรักษาที่ รพ.เรณูนคร ในเวลาไล่เลี่ยกัน

สอบสวนทราบว่า รถเก๋งขับออกจากตัว อ.เรณูนคร สันนิษฐานว่าอาจจะหลุดโค้ง ก่อนพุ่งชนประสานงานกับรถแวยนเข้าอย่างจัง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ พบ นางธัญญชนก จันทร์เคน อายุ 45 ปี พี่สาว นางภัทรวดี ผู้เสียชีวอตพร้อมหลานสาว ได้เดินทางมาดูศพขณะเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่าง เมื่อเห็นหน้าน้องสาวต่างทรุดตัวข้างตัวรถร้องไห้ระงมปิ่มใจจะขาด ญาติต้องรีบนำตัวออกจากที่เกิดเหตุและประคองปีกไว้

ชนดังโครม! สาววูบขับกระบะ พุ่งชน คนขี่จยย. ขา-คอหัก กระโหลกแตก ดับสยอง

ชนดังโครม! – วันที่ 5 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายกาญจนบุรี-ด่านมะขามเตี้ย ม.2 ต.ปากแพรก จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์และแพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

ที่เกิดเหตุบริเวณป่าละเมาะข้างทาง พบรถกระบะ โตโยต้า ทะเบียน กน6329 กาญจนบุรี พุ่งตกลงไปอยู่ในป่าข้างทาง สภาพรถด้านหน้ามีร่องรอยการชนพังยับเยิน ใกล้กันพบรถจยย. ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียน ขฉค 572 กาญจนบุรี ถูกชนที่ด้านหน้าจนพังยับ นอนหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ในป่าละเมาะ

ห่างออกไป พบศพนายประสงค์ สายมาอินทร์ อายุ 36 ปี พนักงานโรงงานผลิตม้วน  EPE โฟม โฟมกันรอยเเละพลาสติกกันกระแทกคุณภาพดีรายใหญ่ สภาพศพขาหักทั้งสองข้าง คอหัก กะโหลกศีรษะแตก เนื่องจากถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง อีกหนึ่งคันและป้ายบอกทางริมถนน ถูกรถกระบะพุ่งชนจนเสียหายตกไปอยู่ในป่าละเมาะข้างทางเช่นกัน

ลุงเปี๊ยก แซ่เฮง อายุ 62 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ถูกชนได้รับความเสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนจอดรถไว้ที่บริเวณป้ายบอกทาง ก่อนจะเดินลงไปหาเห็ดโคนที่ป่าละเมาะข้างทาง จากนั้น ได้ยินเสียงดังโครมและเห็นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว พุ่งตกลงมาข้างทาง ส่วนคนขับรถกระบะ ได้รับบาดเจ็บที่หลังเล็กน้อยและยังคงอยู่ในอาการตื่นตกใจ

นางเหมือนขวัญ ภุมมา อายุ 35 ปี คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนบ้าน และกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เกิดวูบหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนจักรยานยนต์ของนายประสงค์ ที่แล่นสวนมาเข้าอย่างจัง ก่อนที่รถจะพุ่งไปชนป้ายบอกทางและรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่อยู่ริมถนน จนพุ่งตกลงไปในป่าละเมาะข้างทางดังกล่าว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวนางเหมือนขวัญ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี พร้อมดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

แทงไม่หนำใจ! ลากเอ็ม 16 กราดยิงถล่มบ้านอริพรุน สาวถูกลูกหลงสาหัส

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ์ ธนพศุตม์กุล ร้อยเวรสอบสวน สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจากนายวานิช สุขสง่า อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 6 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่า มีคนร้ายขับรถกระบะบุกเข้ามาในบ้านที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติกหรือสายรัดกล่องราคาปลีก-ส่ง แล้วใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มบ้าน มีเพื่อนบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่นำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังหลบซ่อนกันอยู่ในบ้าน เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดกลัว หลังเข้าไปถึงจึงได้รีบพาผู้บาดเจ็บชื่อ น.ส.เพ็ญนภา พารีสุข อายุ 27 ปี ถูกลูกกระสุนปืนเอ็ม 16 เข้าที่เอว 1 นัด และขาอีก 2 นัด ส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ ตรวจสอบพบว่าที่ฝาของบ้านซึ่งเป็นปูน มีรอยกระสุนยิงเข้าไปหลายนัด บางนัดทะลุเข้าไปในบ้าน

สอบสวนนางไพรินทร์ กลั้วกระโทก อายุ 29 ปี ภรรยาของนายวานิช ที่ยังอยู่ในอาการตกใจ เล่านาทีระทึกขวัญว่า จู่ๆ มีรถกระบะวิ่งเข้ามาที่หน้าบ้าน ก่อนใช้ปืนเอ็ม 16 สาดกระสุนใส่บ้านเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตนรีบวิ่งไปอุ้มลูกชายวัย 8 ขวบกับ 10 ขวบ หลบลูกกระสุน พอเสียงปืนสงบพบว่า เพื่อนบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายวานิช สุขสง่า เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นมีนายสิทธิชัย หรือตุ้ม เนรัญชร พร้อมแฟนสาว ซึ่งเป็นเพื่อนของนายบุญส่ง และนายลอง พ่อของนายบุญส่ง มาที่บ้านตน เพื่อพูดคุยกันถึงเรื่องเก่าที่นายธีรยุทธ ลูกชายตน ไปมีเรื่องชกต่อยกับนายบุญส่ง แต่พูดกันได้ไม่กี่คำ นายสิทธิชัยก็คว้าเหล็กขูดชาร์ปจะมาแทงตน แต่ลูกชายตนเข้ามากันไว้ จึงถูกเหล็กขูดชาร์ปแทงเข้าบริเวณชายโครง

นายวานิช กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นนายสิทธิชัยยังชักปืนจ่อหัวตนอีก ตนจึงไปแจ้งความไว้ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้มีการไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน แต่พอ 4 ทุ่มเศษก็มีรถกระบะนำปืนเอ็ม 16 เข้ามายิงถล่มบ้านอีก ซึ่งในที่เกิดเหตุตำรวจสามารถเก็บปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ได้จำนวน 2 ปลอก และส่งกำลังตำรวจออกติดตามตัวรถกระบะที่ก่อเหตุแล้ว

ด้านนายบุญเลิศ จันทร์รินร์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190 หมู่ที่ 1 ต.ฝากห้วย อ.อรัญประเทศ กล่าวว่า ตนกับ น.ส.เพ็ญนภา ภรรยา มีอาชีพทำขนมโตเกียวขายที่หน้าโรงเรียนสำเร็จ ส่วนนายวานิชกับ น.ส.ไพรินท์ ก็ขายน้ำปั่นอยู่ที่เดียวกัน ไม่นึกว่าจะมีเรื่องรุนแรง จนเป็นเหตุทำให้ภรรยาของตนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ไม่น่าทำกันรุนแรงขนาดนี้ เนื่องจากคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวต้องรับเคราะห์ไปด้วย