เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว หนุ่มสั่งอาหารไปง้อแฟน ฝากพี่ไรเดอร์ช่วยง้อด้วย งานนี้มีเขิน

เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว หนุ่มสั่งอาหารไปง้อแฟน ฝากพี่ไรเดอร์ช่วยง้อด้วย งานนี้มีเขิน

เรียกได้ว่าอาชีพไรเดอร์ ส่งอาหารเดลิเวอรี่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ไปเสียแล้ว หลายต่อหลายครั้งก็จะได้เห็นไรเดอร์ทำหน้าที่มากกว่าการส่งอาหารตามปกติ เพราะลูกค้าอาจจะพิมพ์ขอให้ไรเดอร์ช่วยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝากซื้อของ ซื้อ ถุงซีลสูญญากาศ ถุงซีลสูญญากาศแบบเรียบ ช่วยให้อาหารสุนัข หรือแมว ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับไรเดอร์คนนั้นๆ ว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ เพราะล้วนอยู่นอกเหนือจากงานหลักทั้งสิ้น บางครั้งก็นำไปสู่ดราม่าระหว่างลูกค้า ร้านค้า และไรเดอร์ ก็เห็นกันมาบ่อยแล้ว

แต่เคสนี้ไม่ดราม่า แถมยิ้มเขินกันไปตามๆ กัน หลังลูกค้าหนุ่มสั่งอาหารไปส่งให้แฟนสาวที่กำลังงอนกันอยู่ งานนี้เลยต้องขอความร่วมมือจากพี่ไรเดอร์ ช่วยเป็นสื่อรักช่วยง้อแฟนให้ด้วย เป็นเรื่องราวที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wasin Somsuk โพสต์ลงในกลุ่มไรเดอร์ เป็นภาพเขาชูนิ้วมินิฮาร์ท ให้ลูกค้าสาวที่รับอาหารไปแล้วยิ้มแก้มปริ พร้อมกับภาพแชทระหว่างลูกค้า ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของสาวที่รับอาหาร บอกกับไรเดอร์ว่า

“ตอนเอาไปส่งรบกวนบอกแฟนผมว่า รู้ว่าโกรธ ขอโทษนะ แล้วให้พี่ทำมินิฮาร์ทไป 1 ที รบกวนทีนะครับ แฟนงอนผมหนักมาก อยากให้เขายิ้ม”

โดยหนุ่มไรเดอร์ก็ยอมทำตาม ทำให้ฝ่ายหญิงได้ยิ้มแก้มปริตามที่ฝ่ายชายต้องการจริงๆ โดยหนุ่มไรเดอร์เขียนแคปชั่นระบุว่า

“เมื่อต้องทำหน้าที่มากกว่าการส่งอาหาร 55 เล็กๆน้อยๆ ช่วยๆกันไปรอยยิ้มสำคัญกว่า 555”

สยอง! สาวดาว OnlyFans วัย 21 ถูกพบเป็นศพในห้องพัก แผลถูกแทงพรุนทั่วร่าง

สยอง! สาวดาว OnlyFans วัย 21 ถูกพบเป็นศพในห้องพัก แผลถูกแทงพรุนทั่วร่าง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวช็อก เมื่อสาววัย 21 ปี ที่โด่งดังจากการเป็นดาว OnlyFans แพลตฟอร์มวาบหวิวชื่อดัง ถูกพบเป็นศพในเกสต์เฮาส์ ในเมืองโรซาริโอ อาร์เจนตินา สภาพศพถูกแทงด้วยของมีคมทั่วร่าง

เมลานี่ วัย 21 ปี เป็นที่รู้จักจากการอัปโหลดคอนเทนต์วาบหวิวของเธอลงใน OnlyFans และมีผู้ติดตามจำนวนมากและเธอยังเป็นแม่ค้าออนไลน์ขาย ถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ อีกด้วย ถูกพบเป็นศพเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่ญาติไม่สามารถติดต่อเธอได้หลายวันและแจ้งตำรวจ กระทั่งพี่สาวพร้อมตำรวจไปเปิดห้องของเธอ พบว่าเธอเสียชีวิตอยู่ในห้องนอน สภาพศีรษะพาดอยู่บนเตียง แต่ร่างกายที่เหลืออย่ที่พื้น มีร่องรอยถูกแทงด้วยของมีคมมากถึง 14 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้น น่าจะเสียชีวิตตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สภาพห้องถูกปิดล็อกอย่างดี ไม่มีร่องรอยงัดแงะ สิ่งเดียวที่หายไปจากห้องคือโทรศัพท์มือถือของเธอเท่านั้น รวมทั้งผู้พักอาศัยที่อยู่ห้องติดกันก็บอกว่า ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติแต่อย่างใด เพียงแต่ได้กลิ่นเหม็นเน่าก่อนจะพบศพเท่านั้น

จากการสืบสวนพบว่า มีผู้ชายต้องสงสัยคนหนึ่งออกจากเกสต์เฮาส์ไปเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งตรงกับวันที่คาดว่าเมลานี่จะเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนติดตามตัวมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของสาวคนนี้ต่อไป

แม่สุดห่วง ลูกชายวัย 12 หายตัว แชทปริศนาเรียกค่าไถ่ 12,000 ขู่ไม่ให้เงินเจอตัดนิ้ว

แม่สุดห่วง ลูกชายวัย 12 หายตัว แชทปริศนาเรียกค่าไถ่ 12,000 ขู่ไม่ให้เงินเจอตัดนิ้ว

แม่สุดห่วง ลูกชายวัย 12 หายตัว แชทปริศนาสั่งให้หาเงิน 12,000 บาท มาแลกกับตัวลูกชาย ถ้าไม่ได้ก็ขอนิ้วสักข้างแล้วกัน

แม่โพสต์โซเชียลช่วยตามหาลูกชายวัย 12 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีดำ หายตัวพร้อมกับมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า CBR สีดำแดง ทะเบียน 9207 กทม. ประมาณเที่ยงคืนวันที่ 15 มกราคม ไม่รู้ถูกใครล่อลวงไปไหน แต่เชื่อว่ามีคนพาไปแน่นอน เพราะตั้งแต่เกิดมาลูกไม่เคยไปไหนเอง ไปกับพ่อแม่ตลอด เช็คโทรศัพท์ล่าสุด พบพิกัดสัญญาณโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายอยู่ที่ จ.หนองบัวลำภู

โดยเมื่อเช้านี้ นางธารญา อายุ 41 ปี เป็นพนักงานร้าน ขายขนม ซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ แม่ของเด็กชายวัย 12 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมเผยว่า ลูกที่หายไปเป็นลูกชายคนกลาง หายออกจากบ้านพร้อมมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 15 มกราคม กระทั่งรุ่งเช้าก็ยังไม่กลับบ้าน ตนจึงออกตามหาแต่ไม่เจอ

ต่อมาช่วงบ่ายของวันที่ 16 มกราคม ตนกลับยิ่งเป็นห่วงเพิ่มขึ้น เพราะได้รับข้อความทางโทรศัพท์หลายข้อความ มีทั้ง อยากเห็นหน้าลูกชายไหม อยากเห็นลูกอยู่ในสภาพไหน ครบ 32 ไหม ถ้าอยากเห็นลูกแบบไม่เจ็บตัว อย่าบอกใครให้รู้ และเวลาคุยต้องอยู่คนเดียวห้ามถาม อย่าบอกคนอื่น พร้อมให้หาเงิน 12,000 บาท มาแลกกับตัวลูกชายไม่ได้ก็ขอนิ้วสักข้างแล้วกัน ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ

แม่เชื่อว่า มีใครบางคนนัดลูกออกไป เพราะภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นลูกเดินวนเวียนที่หน้าบ้านเหมือนรอใครสักคน แล้วยังก้มคุยโทรศัพท์โดยการพิมพ์ เชื่อว่า เป็นการคุยในไลน์ เพราะโทรศัพท์เครื่องแม่ล็อกอินเฟซบุ๊กของแม่ไว้ ถ้าคุยในแชทเฟซบุ๊กมันจะเด้งมาที่เครื่องแม่ด้วย\

ที่แม่กลัว คือ ลูกถูกล่อลวงเอาโทรศัพท์และมอเตอร์ไซค์ไป ซึ่งจากการตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ พบพิกัดสุดท้ายอยู่ที่ จ.หนองบัวลำพู จึงทำให้น่าสงสัย เพราะน้องอายุแค่ 12 ปี ประกอบกับเพิ่งหัดขี่มอเตอร์ไซค์คันนี้ได้แค่ 2-3 เดือน ไม่น่าจะขี่ไปถึง ขณะเดียวกันก็ไม่มีญาติที่ต่างจังหวัด ที่สำคัญลูกชายคนนี้ไม่เคยออกจากหมู่บ้าน เต็มที่ก็เล่นแถว ๆ บ้าน

แต่ระยะหลังมีเพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า ลูกชายเปลี่ยนไป ชอบแอบออกจากบ้านตอนแม่ออกไปทำงาน แล้วยังโทรเช็คแม่ตลอดเลยว่า แม่อยู่ไหนครับ ถึงที่ทำงานยังครับ แม่จะถึงบ้านกี่โมง แม่ก็รู้สึกผิดสังเกต เหมือนไปเล่นกับเพื่อนแล้วกลัวแม่ดุ ซึ่งแม่ก็ยังห้ามขี่มอเตอร์ไซค์ไปไหน เพราะอายุยังไม่ถึง 18 ปี ไปชนอะไรมาแม่รับผิดชอบไม่ไหว ที่ลูกหายไปตั้งข้อสังเกตไว้ 2 ประเด็น คือ มิจฉาชีพ กับมีเพื่อนรุ่นพี่พาไป

ด้านตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อยู่ระหว่างลงพื้นที่สอบปากคำแม่ และเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ก่อนไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาเบาะแสเด็กชายที่หายไป ระหว่างนี้หากใครพบเจอเด็กชายลักษณะตามในภาพ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ทุกวลา

“หมอปลา” ช่วยสาววัย 17 หลังสามีบอกว่าผีเข้า จะไปนอนรางรถไฟ-ขอกินของสด

"หมอปลา" ช่วยสาววัย 17 หลังสามีบอกว่าผีเข้า จะไปนอนรางรถไฟ-ขอกินของสด

วานนี้ (15 ม.ค.65) จากกรณีที่นายนราธิป (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ชาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้ออกมาวอนผ่านสื่อ เพื่อขอให้ช่วยติดต่อ หมอปลา หรือ นายจีรพันธ์ เพชรขาว มือปราบสัมภเวสี มาช่วยเหลือภรรยา ชื่อ น.ส.ชไมพร หรือ น้องมายด์ (ขอสงวนนามสกุล) วัย 17 ปี ของตนเอง พร้อมทั้งได้นำคลิปที่ถ่ายไว้ขณะที่ภรรยาถูกผีเข้าสิง บอกว่าเป็นวิญญาณของคนแก่วัย 84 ปี ที่เคยช่วยเหลือไว้ ซึ่งมีลักษณะเป็นท่าทางเหมือนหญิงชรา เดินหลังค่อม ถือไม้เท้า และพูดว่า “อยากกินเลือดและไส้สดๆ แถมยังบอกว่าชอบไปนอนบนรางรถไฟ และจะนำชีวิตของหญิงสาวรายนี้ไปอยู่ด้วย” ทำให้ตนผู้เป็นสามี และ บรรดาญาติพี่น้องต้องคอยระวังทั้งในช่วงเวลากลางวัน และกลางคืน อีกทั้งยังไม่สามารถออกไปทำงานประกอบอาชีพได้เนื่องจากต้องคอยดูแลภรรยา จากนั้นเรื่องราวได้ถูกเผยแพร่ไปตามสื่อต่างๆ และทางโลกโซเชียล “หมอปลา” ซึ่งได้รับทราบเรื่องราวและได้พูดคุยกับนายนราธิป พร้อมทั้งรับปากว่าจะเดินทางมาช่วยเหลือในช่วงเวลา 18.00 น.

สำหรับภาพเหตุการณ์ในคลิปที่ทางญาติ ได้บันทึกภาพไว้ได้ในขณะที่ น้องมายด์ ที่อ้างว่า ถูกวิญญาณของคนแก่เข้าสิง โดยมีท่าทางการถือไม้เท้าเหมือนกับคนแก่ และบางช่วงบางตอน ญาติได้สอบถามว่าคนแก่ที่มาเข้าสิงชื่ออะไร ก็ได้รับคำตอบว่า ชื่อ “ติ๋ม” อายุ 84 ปี เป็นชาว ต.ปากแรด อ.บ้านโป่ง เป็นคนที่น้องมายด์ได้ให้ความช่วยเหลือไว้ขณะประสบอุบัติเหตุ ไว้เมื่อ 4-5 ปีก่อน โดยอ้างว่า ชื่นชอบในความมีน้ำใจ และถูกชะตา และบางช่วงยังพูด “ขอกินเลือดและเครื่องในทั้ง ตับ ไต ไส้ พุง สดๆ” และยังพูดด้วยว่า ในบ้านมันเย็น รู้สึกหนาว อยากไปนอนบนรางรถไฟ เพราะมันอุ่น และอยากเอาน้องมายด์ไปอยู่ด้วย ซึ่งอาการเช่นนี้ เป็นๆ หายๆ ตลอดทั้งวัน

และอีกหนึ่งคลิปที่ทำให้คนในครอบครัวต่างต้องตกใจและผวาไปตามๆ กัน คือ น้องมายด์ ที่ถูกวิญญาณคนแก่เข้าสิงนั้น ไม่สามารถกินข้าวได้ตามปกติ และอยากจะกินของที่อยากกิน เช่นเลือด เครื่องใน ทางสามีและญาติจึงต้องตั้งโต๊ะและนำเครื่องเส้นไหว้ มีเลือดไก่ 2 ก้อน ไส้หมูลวก 1 ไส้ ข้าวสวย 4 ถ้วย และ ผลไม้ จากนั้นให้ทุกคนออกห่างออกไป ทางด้านน้องมายด์ที่อ้างว่าถูกผีเข้านั้นก็เดินมากินของเส้นไว้ที่ตั้งไว้บนโต๊ะจนหมด ก่อนที่หมอปลาจะมาถึง

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านของ นายนราธิป และ น.ส.ชไมพร หรือ น้องมายด์ 2 สามีภรรยา ที่บ้านใน ต.ปากแรด อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พบว่าน้องมายด์ มีสภาพที่อิดโรยนอนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านของทางญาติ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปนอนในบ้านของตนเองได้ ทางนายนราธิป และ ญาติได้คอยดูแลอยู่ตลอดเวลา และพยายามที่จะนำข้าวป้อนให้กับน้องมายด์ได้กิน และบอกว่าถ้าไม่กินหมอปลาจะไม่มา น้องมายด์จึงยอมกินแต่ก็ไม่สามารถกินได้ หลังจากที่ทานไปได้ 2 คำน้องมายด์ก็เกิดอาการอาเจียนออกมาจนหมด

จากการพูดคุยกับนายนราธิป ผู้เป็นสามี เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและภรรยาก็อยู่อย่างปกติสุข ทำงานด้วยกันทั้งคู่ โดยน้องมายด์ทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านโป่ง ส่วนตนเองทำงานที่ร้านคาร์แคร์ และดูและดูแลลูกน้อยอีก 1 คน จนกระทั้ง เมื่อช่วง 3 วันก่อน น้องมายด์ ภรรยา ได้มีอาการผิดปกติ มีอาการชักเกร็ง และหมดสติ ก่อนจะลุกขึ้นมาพูดจาแปลกคล้ายคนแก่ ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ถามไปว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปเจอกับเหตุการณ์ที่ผิดสังเกตหรือไม่ หรือ ไปทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อ ไสยาศาสตร์มาบ้างหรือไม่ นายนราธิป ตอบว่า ตนเองสงสัยอยู่เหตุการณ์หนึ่ง เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว อาม่าของภรรยา ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชรา จากนั้นเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ภรรยาได้เก็บทำความสะอาดบ้านให้เป็นระเบียบ โดยได้นำข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านบางส่วนที่ไม่ได้ใช้แล้วออกมาเผา โดยเฉพาะที่นอนของอาม่า ที่นอนประจำจนกระทั่งเสียชีวิต พอตกช่วงกลางดึก ก็ได้ยินเสียคนมาตะโกนเรียกหน้าบ้าน เมื่อเดินออกไปดูกลับไม่พบใคร หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเดินวนรอบบ้านเหมือนจะเปิดประตู แต่เปิดไม่ได้ ตนได้ถามภรรยาว่าเป็นอย่างไร ซึ่งภรรยาได้บอกว่าช่วงที่นอนหลับอยู่ เห็นผู้หญิงแก่มานอนข้างๆ ซึ่งตนก็เริ่มตกใจและคิดว่าน่าจะมาจากการที่นำสิ่งของดังกล่าวไปเผาหรือไม่

จากนั้นวันรุ่งขึ้น วันที่ 10 ม.ค.65 เพื่อนได้โทรมาแจ้งว่าภรรยาเกิดล้มหมดสติ และมีเลือดไหลออกปากออกจมูก ขณะที่ภรรยากำลังทำงานอยู่ที่โรงงาน เพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกันจึงได้พากันนำส่งโรงพยาบาล โดยหมอได้ทำการตรวจรักษา แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใด จึงให้พักรักษาตัว 2 วัน ภายหลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้าน เมื่อช่วงสายของวันที่ 12 ม.ค. 65 น้องมายด์เริ่มมีอาการชักเกร็ง และหมดสติ จากนั้นมีอาการแปลกๆ มีท่าทางและการพูดคล้ายผู้หญิงแ

ก่ เดินหลังค่อม ตามที่ปรากฏในคลิปที่ญาติได้บันถึงไว้ได้ ซึ่งตนและญาติได้พาภรรยาไปหาพระอาจารย์ที่วัด เพื่อให้ช่วยปัดเป่า แต่เมื่อเข้าไปในเขตวัด น้องมายด์มีอาการกรีดร้องเสียงดังและดิ้นกับพื้น ตนและญาติ ต่างต้องช่วยกันจับ จากนั้นพระอาจารย์ได้ทำพิธีปัดรังควานให้จนกระทั่งหายปกติ แต่ไม่นานก็กลับมามีอาการผีเข้าเช่นเดิม ทำให้ตนต้องดูแลภรรยาตลอดเวลา และคนในบ้านทุกคนกลัวว่าน้องมายด์จะแอบเดินไปนอนที่รางรถไฟซึ่งอยู่ที่หน้าบ้านและจะเกิดเหตุร้ายได้ พร้อมทั้งต้องดูแลลูกชายวัย 2 ขวบ แทนภรรยาจนไม่สามารถออกไปทำงานได้ จึงได้ออกมาวอนพี่ๆนักข่าวช่วยติดต่อหมอปลาเพื่อมาช่วยเหลือภรรยาของตนให้หายเป็นปกติดังกล่าว
นางสาวนิตยา พลาผล อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตนเห็นน้องมายด์มาตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งก็ไม่อะไรผิดสังเกต จนเรื่องมาเกิดเมื่อประมาณ 3 วันก่อน ที่น้องมายด์ได้นำที่นอนของอาม่าออกมาเผา ช่วงดึก จะได้ยินเสียงหมาหอน ทั้งที่ปกติแล้วหมาแถวบ้านจะเห่าเสียงดังและหอนบ้างแต่ไม่มากขนาดนี้ และมีความผิดปกติเหมือนคนถูกผีเข้า ทำท่าทางเดินเหมือนคนแก่ ตนและญาติๆ ก็เชื่อกันว่าน้องมายด์โดนผีเข้า แต่ก็กลัวกันว่าวิญญาณของคนที่ชื่อ ติ๋ม ที่มาเข้าสิงจะเอาน้องมายด์ไปอยู่ด้วยตามที่บอกมา ซึ่งส่วนตัวเชื่อในเรื่องของสิ่งที่เรามองไม่เห็น อีกทั้งที่บ้านที่น้องมายด์อยู่บริเวณหลังบ้านลุงได้นำ “ไอ้งั่งตาแดง” ซึ่งเป็นของเขมร ไปฝังไว้นานแล้ว แต่น้องมายด์ที่มีอาการผีเข้าก็สามารถชี้ตำแหน่งได้ถูก จึงสงสัยกันว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นการไปนอนทับที่ตามที่ผีที่เข้าสิงน้องมายด์บอก

จนกระทั่งเวลา 18.00 น. นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ได้เดินทางมาพร้อมด้วยกับเสี่ยเปีย เจ้าของหมูปิ้งอร่อยจุงเบย มาที่บ้านของนายนราธิป และ น้องมายด์ โดยมีสื่อมวลชนที่ติดตามมาทำข่าวจากหลายๆ สำนักมาร่วมทำข่าวด้วย เมื่อหมอปลามาถึง น้องมายด์ยังคงมีสภาพที่อิดโรย อ่อนแรง ซึ่งญาติได้บอกว่านี่คืออาการที่ถูกผีคนแก่เข้าสิง หมอปลาจึงได้เดินเข้าไปพูดคุยสอบถามอาการกับน้องมายด์ โดยมีสามีและลุง นั่งพูดคุยอยู่ด้วย หลังจากที่มีการพูดคุยโดย หมอปลาแนะว่าให้กลับเข้าไปนอนในบ้านและใช้ชีวิตตามปกติ แต่น้องมายด์บอกว่าไม่ขอกลับเข้าไปนอนในบ้านเนื่องจากเมื่อเข้าไปแล้วจะมีอาการเป็นลมฟุบหมดสติไป หมอปลาจึงบอกให้น้องมายด์ พาเข้าไปภายในบ้าน โดยมีสามีและญาติเป็นคนพาเข้าไป

จากนั้นนายนราธิปก็ได้พาน้องมายด์เข้าไปภายในบ้าน จนเดินถึงช่วงกลางบ้านจู่ๆ น้องมายด์ก็หมดสติเป็นลมล้มฟุบไปต่อหน้าหมอปลาและนักข่าวที่กำลังบันทึกภาพ หมอปลาจึงเริ่มเดินพิสูจน์ไปรอบๆบ้านและจุดที่อ้างว่ามีการฝัง “ไอ้งั่งตาแดง” ของเขมร พร้อมสัมผัสกับวิญญาณต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งหลังจากที่หมอปลาเดินดูโดยรอบแล้ว และได้มาพูดคุยกับนายนราธิป ผู้เป็นสามีและน้องมายด์ที่นอนทำท่าหมดสติที่เก้าอี้ และมีญาติๆ ยืนอยู่ด้วย โดยหมอปลาได้พูดตรงๆ ว่า ที่นี่ไม่มีวิญญาณใดๆ และไม่สามารถสัมผัสใดๆได้ ว่างเปล่า หรือไม่มีวิญญาณร้าย หรือ สิ่งที่เรามองไม่เห็นไสยาศาสตร์ที่น่ากลัวอยู่เลย

หมอปลาบอกว่า อาการที่น้องมายเป็นเหมือนมีวิญญาณคนแก่เข้าสิงนั้น เกิดจากที่น้องมายด์อาจจะมีความเครียดสะสมอยู่ ทั้งปัจจัยเรื่องเงิน เรื่องครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องที่น้องนราธิปรู้อยู่แก่ใจ ซึ่งเป็นปัญหาส่วนตน จึงแนะทั้ง 2 คนไปว่าให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ กลับเข้าไปนอนในบ้านได้เหมือนเดิม ไม่ต้องเครียดอะไร ที่สำคัญอาจจะเกิดขึ้นจากการอุปโลกของคนโดยรอบว่ามีผีสิง หรือ มีวิญญาณคนแก่มาสิงอยู่ บวกกับภาวะเครียด พูดซ้ำๆ จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าว สิ่งสำคัญคือปัญหาทางครอบครัวที่ไม่สามารถบอกใครได้ โดยน้องมายและสามีต้องหันมาพูดคุยกัน

ส่วนทางด้านเสี่ยเปีย เจ้าของหมูปิ้งอร่อยจุงเบย ได้มอบอาชีพ โดยมอบหมูปิ้งหน่าร้านขาย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ได้ และชุดอุปกรณ์การขายให้ฟรี ให้น้องมายด์และสามี นำประกอบอาชีพเลี้ยงดูจุลเจือครอบครัวและลูกน้อยวัย 2 ขวบ ซึ่งครั้งแรกหากขายได้จะได้เงินก้อนราว 8 พันบาท และสามารถมีเงินทุนที่จะนำเงินไปหมุนเวียนค้าขายได้

หมอปลา บุกช่วยสาว17 หลังอ้างว่าผีคนแก่เข้า กินของสด

หลอน! สาวเปิดห้องโรงแรม ออกจากห้องน้ำเจอรอยเท้าปริศนาบนเตียง ทั้งที่ตอนแรกไม่มี

หลอน! สาวเปิดห้องโรงแรม ออกจากห้องน้ำเจอรอยเท้าปริศนาบนเตียง ทั้งที่ตอนแรกไม่มี

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ในสังคมโซเชียล มีผู้ใช้บัญชีแอปพลิเคชั่น TikTok เป็นหญิงสาวรายหนึ่ง นำคลิปเหตุการณ์สุดหลอนมาโพสต์เล่าให้ฟัง เป็นเรื่องที่เธอพบเจอรอยเท้าคน อยู่บนที่นอนภายในโรงแรมที่เข้าพัก โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่าเป็นโรงแรมในตัวเมืองกระบี่ พร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์ในคืนดังกล่าว โดยตัวเธอเดินทางมาเที่ยวที่ จ.กระบี่ แล้วเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวในตัวเมืองกระบี่ เมื่อเข้าห้องพักเธอก็ถ่ายภาพในห้องไว้ ซึ่งยังเป็นห้องที่เป็นระเบียบเรียบร้อย จากนั้นเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ กลับออกมากำลังจะนั่งบนที่นอน ก็หันไปเห็นรอยเท้าคน เป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ 1 คู่ อยู่กลางที่นอน ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นรอยเท้าของใคร เพราะในห้องมีเพียงเธอคนเดียว ประตูห้องก็ล็อคทั้งหมด เมื่อคลิปภาพดังกล่าวถูกนำมาโพสต์ ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นว่าเธอน่าจะเจอสิ่งที่มองไม่เห็นแล้ว

ผู้สื่อข่าวจึงลองติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ ทราบชื่อคือ น.ส.อารียา แซ่ด่าน อายุ 28 ปี เป็นเจ้าของร้านเสริมสวยและมีร้านขาย

ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า เสื้อผ้าแฟชั่น อยู่ใน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าตัวเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังผ่านทางวิดีโอคอลว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา เธอเดินทางไปที่กระบี่ เพื่อจะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ จ.กระบี่ แต่ไปถึงดึกมากแล้ว จึงบอกเพื่อนว่าจะขอเปิดโรงแรมนอนในเมืองก่อน จากนั้นก็ไปพักที่โรงแรมดังกล่าว ในตัวเมืองกระบี่ ห้อง 402 ชั้น 4 โดยเข้าพักเพียงคนเดียว ตอนแรก็ถ่ายภาพห้องของโรงแรมไว้ เพราะห้องกว้างขวางสบายดี จากนั้นก็เข้าห้องน้ำแล้วกลับออกมา ก็พบกับรอยเท้าดังกล่าว พอนำภาพตอนแรกมาดู ก็พบว่าที่นอนดังกล่าว ไม่มีรอยเท้าปรากฎอยู่ ซึ่งทีแรกก็ไม่ได้คิดว่าเป็นรอยเท้าของสิ่งที่มองไม่เห็น แต่คิดไปว่ามีคนแอบเข้ามาในห้องหรือเปล่า จึงเดินตรวจสอบประตูห้อง ก็พบว่าล็อคอยู่ทั้งประตูระเบียง และประตูหน้า ที่ตู้เสื้อผ้าก็เป็นตู้แบบเปิดไม่มีบานปิด จึงไม่มีใครซ่อนตัวอยู่ได้ มาดูรอยเท้าอีกที พบเป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ เป็นคราบคล้ายฝุ่นสีดำ อยู่ตรงกลางที่นอน คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ นั่งดูแชตโทรศัพท์ทั้งคืน จนรุ่งเช้าจึงออกจากโรงแรมไป แต่ไม่ได้เล่าให้พนักงานในโรงแรมฟัง

น.ส.อารียา เล่าต่อว่า จากนั้นเธอก็นำภาพมาโพสต์เป็นคลิปลงใน TikTok ปรากฎว่ามีคนเข้ามาแสดงความเห็นไปต่าง ๆ นานา บางคนบอกเหมือนเป็นรอยเท้าคนขึ้นไปยืนผูกคอตาย ทำให้เธอเริ่มเกิดความกลัวว่าสิ่งที่เธอพบ น่าจะเป็นผีแน่นอน ซึ่งตัวเธอปกติเป็นคนพบเจอเรื่องแบบนี้บ่อยมาก เคยไปพักโรงแรมใน จ.สงขลา ก็เคยเจอมาแล้ว อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้มีเจตนาจะไปทำให้โรงแรมเสียชื่อ จึงไม่อยากเปิดเผยชื่อของโรงแรม และยืนยันว่าเธอไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมาอย่างแน่นอน เป็นเรื่องจริงที่เธอเจอมากับตัว ประกอบกับตัวเธอเองไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลย โดยเธอเชื่อว่าเหตุที่เธอพบเจอแบบนี้บ่อย ๆ น่าจะเกิดจากเธอเคยประสบอุบัติเหตุเฉียดตายมาแล้วเมื่อตอนเด็ก คือจมน้ำ และอุบัติเหตุรถชน แต่ที่หนักสุดคือตอน 5 ขวบ จมน้ำไปนานเกือบ 5 นาที ซึ่งน่าจะตายไปแล้ว แต่เธอกลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

ลูกค้าสุดกร่างยิงปืนสนั่นฟาร์ม บังคับให้ขายหมูราคาทุน ลั่น “มึงรู้ไหม ลูกกูเป็นใคร”

ลูกค้าสุดกร่างยิงปืนสนั่นฟาร์ม บังคับให้ขายหมูราคาทุน ลั่น "มึงรู้ไหม ลูกกูเป็นใคร"

ลูกค้าสุดกร่างยิงปืนสนั่นฟาร์ม บังคับให้ขายหมูราคาทุนแต่ลูกจ้างไม่ขายให้ ลั่น “มึงรู้ไหม ลูกกูเป็นใคร” ผ่านไป 2 อาทิตย์คดียังเงียบ

เกิดเหตุชายคนหนึ่งเข้ามาโวยวายที่ฟาร์มหมู ชี้หน้าต่อว่าลูกจ้างเสียงดัง จนลูกจ้างฟาร์มหมูต้องเอี้ยวตัวหลบกระสุนด้วยความหวาดเสียว โดยสาเหตุมาจากชายคนดังกล่าวต้องการซื้อหมูในราคา 1,300 บาท แต่ทางฟาร์มไม่สามารถขายให้ได้เนื่องจากราคาหมูพุ่งสูงถึง 2,500 บาทแล้ว ก่อนจะใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงขู่หลายนัด บอกกับพนักงานว่ามึงจะตายด้วยน้ำมือกูเดี๋ยวนี้แหละ มึงรวยเหรอ มึงรู้ไหม ลูกกูเป็นใคร

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ฟาร์มดังกล่าว ตั้งอยู่พื้นที่ติดโรงงานผลิต เทปใส เทปกาว ขนาดใหญ่ บ้านทุ่งแสง ต.สงเปือย อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับ นายวิทยา อายุ 48 ปี เจ้าของฟาร์ม เปิดคลิปขณะเกิดเหตุและร่องรอยกระสุนเจาะแก้วสแตนเลส พร้อมทั้งปลอกกระสุนและหัวกระสุนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 28 ธ.ค.2564 ที่ผ่านมา ขณะนั้นตนเองไม่อยู่ฟาร์มไปทำธุระที่ จ.มหาสารคาม มีเพียงลูกจ้างที่ฟาร์มคอยขายหมูให้กับลูกค้าที่เดินทางเข้ามาซื้อจำนวน 4-5 คน

ก่อนที่ชายที่ถือปืนในคลิปคือ นายไหม อายุ 67 ปี อดีตลูกจ้างในฟาร์ม ซึ่งลาออกไปเปิดกิจการขายหมูเป็นของตัวเองเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ขับรถยนต์กระบะมาจอดที่ฟาร์มแล้วยิงปืนขึ้นฟ้าต้อนให้ลูกน้องของตนเองที่อยู่ฟาร์ม 4-5 คนให้มารวมกัน โดยได้ถามกับลูกน้องในคลิปซึ่งทำหน้าที่ขายหมูให้กับตนเองที่หน้าฟาร์ม โดยอ้างว่าสั่งหมูป่า 1 ตัว ราคา 1,300 บาท เอาไซซ์ใหญ่โดยได้สั่งกับแฟนนายไหมที่ทำงานอยู่ฟาร์ม ซึ่งสั่งมาเป็นเดือนสองเดือนแล้ว แต่ลูกน้องที่ขายไม่ได้รู้เรื่องด้วย และไม่รู้ว่านายไหมสั่งอะไรกับใครและไม่ได้มีใครมาบอกว่าต้องขายให้นายไหมราคาเท่าไหร่ และที่นายไหมต้องการหมูไซส์ใหญ่นั้น ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะขายให้ในราคา 1,300 บาท เพราะหมูไซส์ใหญ่ราคาต้นทุนอยู่ที่ 2,500 บาทแล้ว

โดยนายไหมได้สั่งซื้อผ่านแฟนตัวเองที่เป็นลูกน้องทำงานอยู่ที่ฟาร์ม จะนำไปเลี้ยงฉลองปีใหม่ ซึ่งแฟนนายไหมไม่กล้าขายให้ เพราะไม่ใช่เจ้าของร้าน และไม่รู้ราคา ซึ่งก่อนที่นายไหมจะมาที่ฟาร์มนั้น นายไหมได้ทวงถามกับแฟนเรื่องหมูที่สั่ง โดยบอกกับนายไหมว่าต้องให้ลูกน้องอีกคนที่อยู่ในคลิป ซึ่งรู้ราคาและมีหน้าที่รับหมูมาขายเป็นคนมาขายให้ จึงเกิดความไม่พอใจใช้อาวุธปืนไล่ยิงแฟน จนแฟนต้องหนีเข้าป่าอ้อยเพื่อเอาชีวิตรอดก่อนจะมาก่อเหตุตามในคลิป ลักษณะเหมือนเตรียมการมาอย่างดี

ซึ่งขณะเกิดเหตุมีคนงานอีกคนได้ยกมือถือบันทึกภาพไว้ แต่ไม่ได้ถ่ายยาวเนื่องจากกลัวจะได้รับอันตราย ซึ่งหลังเกิดเหตุลูกน้องได้ส่งไลน์มาให้ดูพร้อมกับโทรบอกตนเอง จึงได้ให้ลูกน้องทั้ง 4 คนเข้าแจ้งความที่ สภ.ภูเวียง

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกผู้ก่อเหตุคือนายไหม มาไกล่เกลี่ยที่โรงพักกับตนเองและลูกน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้ง 4 คน โดยได้เรียกค่าเสียหายและค่าทำขวัญเป็นเงิน 300,000 บาท แต่นายไหมไม่ยอม และไม่มีทีท่าว่าจะสลดหรือกลัวแต่อย่างใด ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปยังไม่สามารถตกลงกันได้ กระทั่งตำรวจก็ได้เรียกพยานไปสอบสวน 2 ปาก และบอกว่าเพียงพอแล้วสำหรับการดำเนินคดี

ซึ่งเวลาผ่านไปเกือบ 2 สัปดาห์ เรื่องยังเงียบคนก่อเหตุก็ยังลอยนวล ถือปืนเพ่นพ่านในพื้นที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนธุรกิจดำเนินการต่อไม่ได้ ลูกน้องเกิดความกลัวไม่กล้ามาทำงาน จำหน่ายหมูป่าส่งให้ลูกค้าตามออร์เดอร์ไม่ได้ ขาดรายได้่ช่วงปีใหม่กว่า 1 แสนบาท ซึ่งเป็นช่วงทำเงิน อยากฝากตำรวจ สภ.ภูเวียง อันดับแรกอยากให้เอาปืนออกจากมือนายไหมก่อน เพราะลูกน้องไม่กล้ามาทำงานตั้งแต่วันเกิดเหตุที่ 28 ธ.ค.2564 กระเจิดกระเจิงไปคนละทิศทาง งานไม่เดินตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ ธุรกิจส่งหมูแปรรูปก็หยุดชะงัก

สลด! แม่อุ้มลูกสาววัย 9 เดือน กระโดดเจ้าพระยาประชดสามี เสียชีวิตทั้งคู่

สลด! แม่อุ้มลูกสาววัย 9 เดือน กระโดดเจ้าพระยาประชดสามี  เสียชีวิตทั้งคู่

แม่อุ้มลูกสาววัย 9 เดือน กระโดดเจ้าพระยาประชดสามี เสียชีวิตทั้งคู่

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (1 ม.ค.65) เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบศพหญิงลอยน้ำ ติดที่โป๊ะท่าเทียบเรือสะพานกรุงธน ถนนราชวิถี แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม. ในเวลาไล่เลี่ยกันยังพบศพเด็กหญิง ลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าเทียบเรือหลังห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม เจ้าหน้าที่สำรวจสภาพศพเบื้องต้นเชื่อว่า ผู้ตายมีความสัมพันธ์เป็นแม่และลูกกัน จึงพยายามติดตามหาญาติผู้ตายมาสอบสวน

ภายหลังนายณรงค์ศักดิ์ อายุ 25 ปี กลับจากทำงานที่โรงงานผลิต ถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ แล้วเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล เพื่อขอดูรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันหลังเห็นภาพถ่ายศพสวมเสื้อผ้าและเป้สะพายเด็ก ว่า ผู้ตายคือ น.ส.ใบเฟิร์น อายุ 32 ปี ส่วนเด็กหญิงที่ลอยเจ้าพระยาไปขึ้นที่ท่าเทียบเรือสะพานพุทธยอดฟ้า ท้องที่ สน.ปากคลองสาน คือ ด.ญ.ชฏารัตน์ อายุ 9 เดือน​ บุตรสาวของตนเองกับ น.ส.ใบเฟิร์น

ทั้งนี้ นายณรงค์ศักดิ์ ยังให้ข้อมูลว่า สาเหตุเกิดจากเมื่อช่วงบ่าย วันที่ 29 ธ.ค.64 ได้ทะเลาะกันกับภรรยา จากนั้นผู้ตายออกจากห้องพักที่อาศัยอยู่ด้วยกันย่านฝั่งธนบุรี พร้อมอุ้มลูกสาวขึ้นรถแท็กซี่ออกไป โดยไม่ได้บอกว่าเดินทางไปไหน กระทั่งช่วงตีสี่ของวันที่ 30 ธ.ค.64 ก็ไม่สามารถติดต่อกันได้อีก ภายหลังได้แจ้งไปยังศูนย์รับแจ้งบุคคลหาย ได้รับคำแนะนำให้ตรวจสอบที่ สน.ปากคลองสาน และ สน.บวรมงคล แล้วตัดสินใจเดินทางมาที่โรงพักเพื่อติดต่อขอรับศพภรรยาและลูกไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

มอบตัวแล้ว 3 มือแทง “เอ๋ มารีน” นักต่อยมวยโชว์ดับ โทษหนักถึงประหาร

มอบตัวแล้ว 3 มือแทง "เอ๋ มารีน" นักต่อยมวยโชว์ดับ โทษหนักถึงประหาร

มอบตัวแล้ว 3 มือแทง “เอ๋ มารีน” นักต่อยมวยโชว์ดับ แจ้ง 3 ข้อหา โทษหนักถึงประหาร อ้างปมแค้นด่าบุพการี

(4 ม.ค.65) กรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ ไล่ทำร้าย นายนราวิช โป่งสูงเนิน อายุ 54 ปี หรือ เอ๋ มารีน อดีตนักต่อยมวยโชว์ เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ออกหมายจับ 3 คน ได้แก่ นายบอย สุขขีพล อายุ อายุ 32 ปี นายนิพนธ์ ประคอง อายุ 24 ปี และ นายนิวัฒน์ ประคอง อายุ 50 ปี ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส และร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งนายนิวัฒน์ เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ ล่าสุดผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน นายบอย และนายนิพนธ์ ก็เข้ามอบตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 ม.ค.65 พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ผู้ต้องหามี 3 คนด้วยกัน คือ นายนิพนธ์ ประคอง อายุ 24 ปี นายนิวัฒน์ ประคอง อายุ 50 ปี พ่อลูกซึ่งเป็นลูกน้อง และคนที่เป็นเจ้านาย นายบอย สุขขีพล อายุ 32 ปี โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายนิวัฒน์ ได้คนแรกเมื่อวานนี้ และกดดันจนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน มามอบตัวในช่วงกลางดึกเมื่อคืนนี้

เบื้องต้น จากการสอบปากคำในทางสืบสวนผู้ต้องหา นายบอย รับสารภาพว่า เป็นผู้แทงจริง แต่ในทางสำนวนคือทั้งหมดปฏิเสธว่า เป็นการป้องกันตัว ส่วนสาเหตุเนื่องจาก ฝั่งคนเจ็บหรือผู้เสียชีวิต มีการท้าทายที่จะทำร้ายบุพการีของ นายบอย จึงนัดเคลียร์จนมีปากเสียงและทำร้ายร่างกายกัน นายบอยจึงกลับไปและกลับมาอีกครั้งพร้อมพวกและอาวุธมีดจนเกิดเหตุชุลมุน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ด้านประเด็นเรื่องกลุ่มของผู้ต้องหา หรือกลุ่มของผู้เสียชีวิต เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่นั่น คิดว่าไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล เนื่องจากกลุ่มทั้ง 2 นั้น ต่างมีร้านหรือบาร์ของตนเอง ใกล้โรงงานจำหน่าย ถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ ในพื้นที่ตลาดทรีทาวน์ อาจจะเคยมีปัญหาเรื่องการแย่งลูกค้า และเรื่องเจ้าของบาร์หรือเจ้าของร้านอาหารชุดเก่าชุดใหม่ ทำให้ไม่ค่อยลงรอยกัน แต่ชนวนเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการท้าทายด่าบุพการี

ทั้งนี้ หลังจากผู้ต้องหามอบตัว สอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดและแจ้ง 3 ข้อหา ร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา, ร่วมกันทำร้ายร่างกาย และมีอาวุธมีดไว้ในครอบครอง ซึ่งข้อหาร่วมกันฆ่าคนตาย เป็นข้อหาหนักมีโทษถึงประหารชีวิต โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าว และปฏิเสธในการทำแผนประกอบคำสารภาพ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว และจะส่งฝากขังศาลในวันนี้

ฮอตไม่หยุด! “น้องโอลีฟ” โตเกียวโนบรา ควงเพื่อนนางแบบจัดเต็มชุดแซนตี้ กลางนิมมานฯ

ฮอตไม่หยุด! "น้องโอลีฟ" โตเกียวโนบรา ควงเพื่อนนางแบบจัดเต็มชุดแซนตี้ กลางนิมมานฯ

วันนี้ (25ธ.ค.) น้องโอลีฟ อรัญญา อภัยโส อายุ 23 ปี แม่ค้าขายขนมโตเกียว กล่องเบเกอรี่ กล่องเค้ก สุดเซ็กซี่ที่เชียงใหม่ ที่โด่งดังเป็นพลุแตกจากชุดแหวกอกโนบรา จนฮือฮากันไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าฉลองบรรยากาศ เนื่องในวันคริสต์มาส สวมชุดสีแดง แหวกอกโนบรา แถมโชว์เปลี่ยนชุดกันกลางงาน ระหว่างที่ไปตั้งร้านขายขนมโตเกียวเนยกรอบ ที่โครงการ One Nimman กลางเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อนนางแบบสาวอีก 2 คน ที่จัดเต็มความเซ็กซี่ทะลุปรอทแบบสุดๆ ถือเป็นการมอบความสุขช่วงเทศกาลคริสต์มาสต่อเนื่องไปถึงปีใหม่

โดย น้องโอลีฟ เปิดเผยว่า กระแสความสนใจที่ตนได้รับนั้นยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายขนมโตเกียวมียอดสั่งซื้อจำนวนมาก รวมไปถึงมีงานโชว์ตัว งานโปรโมตสินค้า คิวยาวเหยียด แต่สิ่งเหล่านี้ก็มาพร้อมผู้ไม่หวังดี รวมทั้งพวกโรคจิตคุกคามทางเพศ ขอมีเพศสัมพันธ์ เข้ามาจำนวนมากทั้งทางแชทเฟซบุ๊ก ไลน์ และโทรมาก็มี

ล่าสุดตนได้เตรียมนำหลักฐานคลิปเสียงที่บันทึกการพูดคุยและหมายเลขโทรศัพท์ เข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เชียงใหม่ในวันจันทร์นี้ (27ธ.ค.64) หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเข้าแจ้งความที่กรุงเทพฯ แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ กระทั่งล่าสุดก็โทรกลับมาคุกคามถี่ขึ้นแถมยังใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือโทรมา แบบไม่เกรงกลัวกฏหมาย ซึ่งก็ยอมรับว่าทำให้ตนกลัวมาก

ปิดคดีปี 53 ศาลสั่งจำคุก 15 ปี ปรับ 5 ล้าน สองเพื่อนสนิทฆ่า “หมอศรุต” อุ้มโยนตึก

ปิดคดีปี 53 ศาลสั่งจำคุก 15 ปี ปรับ 5 ล้าน สองเพื่อนสนิทฆ่า "หมอศรุต" อุ้มโยนตึก

ศาลตัดสินจำคุก 15 ปี ปรับ 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย สองเพื่อนสนิทฆ่า “หมอศรุต ทวีรุจจนะ” อุ้มโยนตกจากตึก 4 ชั้น เสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ธ.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 1794/2563 คดีระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นพ.ปราโมทย์ จำเลยที่ 1 และ น.ส.จิตวิมล จำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่ห้องพิจารณาคดี 711

โดยคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่าเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2553 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันโยน

นพ.ศรุต ทวีรุจจนะ จากชั้น 4 ซึ่งมีความสูงประมาณ 9.76 เมตรของอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง

แถวโรงงานผลิต ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว ขนาดใหญ่ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ทำให้ร่างของนายแพทย์ศรุตกระทบพื้นคอนกรีตจนถึงแก่ความตาย

ศาลได้พิจารณาพยาน หลักฐาน ทั้งพยานบุคคลและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบแล้ว เชื่อว่าจำเลยทั้ง 2 กระทำผิดจริง

ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง2 ร่วมกันฆ่าผู้ตายจริง ไม่ใช่กรณีที่ผู้ตายฆ่าตัวตายโดยมีสาเหตุจากเรื่องชู้สาว จำคุกจำเลย คนละ 15 ปี แต่จำเลยทั้งสองให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 10 ปี และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้กับมารดาผู้ตาย

สำหรับ คดี “หมอศรุต ทวีรุจจนะ” เป็นคดีซึ่งเกิดเมื่อปี 2553 มีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนหลายคณะ จนต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งให้ฟ้องคดีซึ่งผู้พิพากษาศาลอาญาได้ออกไปเดินเผชิญสืบดูที่เกิดเหตุแล้ว เชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดจริง จึงพิพากษาลงโทษ เป็นการปิดฉากคดีดังเมื่อ 11 ปีที่แล้ว

ซึ่งความจริงแล้วคดีนี้เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องในปี 2563 ศาลอาญาได้เร่งรัดพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ปี ทั้งที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย